- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นราชาสังเวียน กำปั้นทลายบัลลังก์
- บทที่ 220 ชีวิตของฉัน ทางเลือกของฉัน (ฟรี)
บทที่ 220 ชีวิตของฉัน ทางเลือกของฉัน (ฟรี)
บทที่ 220 ชีวิตของฉัน ทางเลือกของฉัน (ฟรี)
"ฉันว่าเขาโดนทุนนิยมกลืนกินไปแล้วล่ะ! โดนยัยแซ่หลิวปั่นหัวจนโงหัวไม่ขึ้น! วันๆ รู้จักแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ยังเหลือวิญญาณลูกผู้ชายอยู่บ้างไหม? เดี๋ยวพอโดนอุสมานจับกดแล้วขยี้กับพื้น เขาจะต้องเสียใจแน่! ถึงตอนนั้นอย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับมานะ!"
"คุณคือความภาคภูมิใจของประเทศ เป็นหน้าตาของคนเอเชีย คุณทิ้งเกียรติยศของชาติ ของทวีป เพื่อความสุขส่วนตัวได้ยังไง?"
"ขอเสนอให้แบนซุนเซิ่ง! นักกีฬาแบบนี้ไม่มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม สนแต่ความสุขส่วนตัว ไม่คู่ควรที่จะเป็นตัวแทนวงการกีฬาจีน! เขากำลังทำลายภาพลักษณ์ของชาติ!"
"แบนหนังเรื่องนี้ซะ! ยังไงฉันก็ไม่เสียเงินเข้าโรงไปดูเด็ดขาด!"
"จากแฟนคลับขอเปลี่ยนเป็นแอนตี้! นักกีฬาที่ไม่รู้จักเกียรติ ไม่มีความยำเกรง ไม่คู่ควรแก่การสนับสนุน! ฉันแทงอุสมานชนะไปแล้ว แสนหยวนขำๆ! รอสมน้ำหน้าตอนมันแพ้ แล้วดูซิว่าจะยังปากเก่งได้อีกไหม! ให้มันรู้ซะบ้างว่าผลของการทรยศมาตุภูมิและประชาชนเป็นยังไง!"
คลื่นคำด่าทอและการประณามถาโถมใส่โซเชียลมีเดียของซุนเซิ่ง ช่องคอมเมนต์ในเวยป๋อ (Weibo) เต็มไปด้วยคำสาปแช่งและรูปภาพลามกอนาจาร
บรรดา "กูรู MMA" และ "ตำนานนักกีฬา" ที่เกษียณไปนานแล้ว ต่างดาหน้าออกรายการทีวีและสื่อออนไลน์ วิจารณ์ทัศนคติของซุนเซิ่งอย่างเผ็ดร้อน โดยอ้างว่าเป็นการดูหมิ่นกีฬาสี และทรยศต่อ "เกียรติภูมิของชาติ"
พวกเขามั่นใจว่ายุคสมัยของซุนเซิ่งอาจจะจบลงเร็วกว่ากำหนดเพราะความเย่อหยิ่งและใจลอย...
ทว่า ตัวซุนเซิ่งเองที่เป็นจุดศูนย์กลางของพายุ กลับดูเหมือนใช้ชีวิตอยู่อีกมิติหนึ่ง
การถ่ายทำภาพยนตร์เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย
ในฉากระเบิดที่อันตรายสุดขีด ซุนเซิ่งต้องกระโดดจากสะพานสูงกว่าสิบเมตร โดยมีฉากหลังเป็นระเบิดลูกยักษ์ เพื่อลงมานั่งที่เบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตเปิดประทุนที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง
ระดับความอันตรายของสตันท์นี้เกินกว่ามาตรฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วไปมาก
ทุกคนกลั้นหายใจแทนเขา แม้แต่ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าระห่ำยังแนะนำให้ใช้ CG หรือสตันท์แมน
ซุนเซิ่งเพียงแค่ส่ายหน้า เขามองรถสปอร์ตเบื้องล่างที่เล็กเท่ากล่องไม้ขีด แล้วพูดเรียบๆ: "ผมเชื่อทีมงาน และผมเชื่อตัวเอง... ลุยเลย"
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ เขายืนอยู่ริมสะพาน ลมแรงพัดชายเสื้อปลิวไสว แววตามุ่งมั่น ลมหายใจสม่ำเสมอ ราวกับสิ่งที่กำลังจะทำไม่ใช่การเสี่ยงตาย แต่เป็นการกระโดดน้ำเล่นธรรมดาๆ
"แอ็กชัน!"
สิ้นเสียงผู้กำกับ จุดระเบิดบนสะพานทำงานทันที เสียงกัมปนาทกึกก้อง เปลวเพลิงร้อนแรงพุ่งขึ้นฟ้าเหมือนลิ้นของสัตว์ร้าย!
ในจังหวะที่ไฟกำลังจะกลืนกินเขา ซุนเซิ่งขยับตัว
เขากระโจนเข้าใส่คลื่นความร้อน ร่างกายวาดโค้งกลางอากาศอย่างแม่นยำและงดงามราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ ร่อนลงนั่งที่เบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตที่วิ่งผ่านมาได้อย่างนิ่มนวลและสมบูรณ์แบบ
ทุกอย่างลื่นไหล เต็มไปด้วยสุนทรียศาสตร์แห่งความรุนแรงและการควบคุมร่างกายขั้นสูงสุด
"คัท! เพอร์เฟกต์! พระเจ้าช่วย! สมบูรณ์แบบ!"
ผู้กำกับกระโดดตัวลอยจากหลังจอมอนิเตอร์ ตะโกนลั่นอย่างเสียอาการราวกับเห็นปาฏิหาริย์
ซุนเซิ่งยิ้มบางๆ ไม่ว่าจะทำอะไร ขอแค่ทำออกมาได้ดีและสำเร็จ เขาก็รู้สึกฟินกับมันเสมอ
ดึกสงัด ซุนเซิ่งกลับถึงโรงแรมหลังเสร็จงาน
เขาเพิ่งมีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูโซเชียลมีเดีย ที่ถูกถล่มด้วยข้อความจนเครื่องค้าง
เขาเลื่อนดูคอมเมนต์ผ่านๆ ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เขาเข้าใจและขำขันกับบทวิเคราะห์จากต่างชาติที่เน้นเรื่องแทคติก
แต่เมื่อเจอคำด่าทอจากคนในชาติที่เต็มไปด้วยคำว่า "ชาติ" "เผ่าพันธุ์" และ "ทรยศ" เขากลับงุนงงอย่างแท้จริง
"ผมไม่ค่อยเข้าใจ" เขาวางโทรศัพท์ลง มองหน้าอิซาเบลลาที่เข้ามารายงานงานด้วยสีหน้าสงสัย "ผมสู้มาจนถึงจุดนี้ด้วยหมัดเท้าของตัวเอง เลือดที่เสียไป แผลที่เจ็บ ทั้งหมดเป็นของผม เงินที่ได้มา ผมก็แลกมาด้วยชีวิต... ผมกลายเป็นนักกีฬาที่ 'รัฐฟูมฟัก' ตามที่พวกเขาพูดตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ผมภูมิใจที่เป็นคนจีน และยินดีที่ได้ชูธงชาติในกรงแปดเหลี่ยม แต่เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับการที่ผมถ่ายหนัง หรือผมคบกับใคร? ผมไม่ควรมีสิทธิ์กำหนดชีวิตตัวเองเหรอ?"
อิซาเบลลามองเขา ชายผู้ไร้เทียมทานในสังเวียน บัดนี้มีสีหน้าสับสนเหมือนเด็กน้อย เธอถอนหายใจแล้วพูด: "ซุน คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจพวกเขาหรอก คุณแค่ต้องรู้ว่ายิ่งคุณยืนอยู่สูงเท่าไหร่ คนก็ยิ่งอยากดึงคุณลงมา พวกเขาไม่ได้ประณามคุณหรอก... พวกเขาแค่อิจฉาคุณ กลัวคุณ กลัวที่คุณได้ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาไม่มีวันเป็นได้"
ซุนเซิ่งเงียบไป เขามองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของนิวยอร์กอยู่นาน
เขาไม่เข้าใจตรรกะของคนพวกนั้นจริงๆ แต่เขาเข้าใจสิ่งหนึ่ง
วิธีตอบโต้เสียงนกเสียงกาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเถียง ไม่ใช่การโกรธ
แต่คือการเพิกเฉย และตบหน้าพวกมันด้วยชัยชนะที่ไร้ข้อกังขาและบดขยี้ที่สุด!
ให้พวกมันเห็นว่าเหตุผลที่เขาไม่รีบซ้อม เป็นเพราะเขามั่นใจเต็มร้อยว่าจะชนะคู่ต่อสู้ได้แบบขาดลอย!
เขาจะทำให้ทุกคนรู้ว่า เขา... ซุนเซิ่ง คือชายที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
ไม่ว่าจะในกรงแปดเหลี่ยม ในฮอลลีวูด หรือในชีวิตจริง
เขาทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เลือกวิถีชีวิตเองได้ และไม่มีใครมาบงการเขาได้!
แต่สิ่งที่ซุนเซิ่งคาดไม่ถึงคือ วันรุ่งขึ้นที่กองถ่าย เฮียเฉินหลง เดินมาหาเขา
"อาเซิ่ง อั๊วเห็นข่าวแล้วนะ กระแสข้างนอกไม่ค่อยดีกับเราเท่าไหร่!"
เฉินหลงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หนังมันคือของปลอม คือมายา แต่หมัดของลื้อ เข็มขัดแชมป์ของลื้อ คือของจริง นั่นคืออาณาจักรที่ลื้อสร้างมากับมือ ด้วยเลือดและเหงื่อ ลื้อรู้ดีกว่าอั๊วว่าอะไรสำคัญกว่า"
เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "หนังถ่ายไปเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือแค่เก็บตกช็อตย่อยกับฉากคุยกัน ลื้อกลับไปเตรียมตัวชกให้สบายใจเถอะ ไฟต์ของลื้อสำคัญกว่าหนังเรื่องนี้มาก ชกเสร็จค่อยกลับมาถ่ายซ่อม แป๊บเดียวก็เสร็จ"
"เฮีย แบบนี้มันผิดกฎนะ จะกระทบกองถ่าย..." ซุนเซิ่งพยายามแย้ง
"กฎอะไร?" เฉินหลงตาเขียวใส่ แผ่รังสีพี่ใหญ่แห่งวงการบันเทิงออกมาเต็มที่ "ที่นี่อั๊วคือกฎ! อั๊วเป็นโปรดิวเซอร์ อั๊วสั่งคำไหนต้องเป็นคำนั้น! กลับไปเข้าค่ายซ้อมเดี๋ยวนี้! ไปเปลี่ยนไอ้ 'ฝันร้าย' นั่นให้กลายเป็นเรื่องตลกซะ! ทำให้โลกเห็นว่าคนจีนเราไม่ได้แค่ทำหนังเก่ง แต่ต่อยเก่งกว่า!"
ซุนเซิ่งครุ่นคิด "ถ่ายให้จบเถอะเฮีย เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว!"
"ไม่ได้! ลื้อต้องกลับไปซ้อมทันที ไม่รู้หรือไงว่าคนในประเทศเริ่มแบนหนังเรื่องนี้แล้ว?" เฉินหลงปฏิเสธเสียงแข็ง
ซุนเซิ่งลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็พยักหน้า "ก็ได้ครับเฮีย ผมเชื่อเฮีย"