- หน้าแรก
- ตำนานใหม่แห่งวาโนะ สังหารมังกรน้อย เคียงคู่ธิดาอสูร
- บทที่ 16 จับงูดำ
บทที่ 16 จับงูดำ
บทที่ 16 จับงูดำ
วาโนะคุนิ, นครหลวงบุปผา, ปราสาทโชกุน
"ไอ้ไคโดบ้าเอ๊ย! ป่านนี้มันยังไม่ตอบข้อความข้าอีก!"
"ทำไมยังไม่รีบกลับมาคุ้มกะลาหัวข้าสักที!"
"ราชันย์ผู้คุ้มครองภาษาอะไรกัน! ฐานที่มั่นตัวเองโดนถล่มเละเทะ ยังมัวแต่ไปตีกับชาวบ้านข้างนอกอยู่ได้!"
"ไอ้โง่! ไอ้ควาย!!"
"รีบส่งกองกำลังทั้งหมดจากโอนิกาชิมะมาช่วยเดี๋ยวนี้!"
"สั่งให้นินจาโอนิวาบังและซามูไรมิมาวาริงุมิจากทุกแคว้นถอยทัพกลับมาที่นครหลวงบุปผา ปกป้องปราสาทโชกุนด่วน!"
...
โอโรจิอาละวาดขว้างปาข้าวของในปราสาท พร้อมตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่ง
กองกำลังนินจาโอนิวาบังและซามูไรมิมาวาริงุมิมีฝ่ายละ 5,000 คน รวมเป็น 10,000 คน ถือเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งมาก
แต่ทว่า กองทัพกบฏจากเหมืองคุกอุด้งที่มีเพียงไม่กี่พันคน กลับได้รับการสนับสนุนจากแคว้นต่าง ๆ จนมีจำนวนพุ่งทะลุหมื่นคนภายในเวลาแค่สองวัน
นั่นทำให้โอโรจิยิ่งตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
ถ้ากองทัพ 20,000 นายและเหล่ายอดฝีมือของกลุ่มร้อยอสูรยังอยู่ เขาคงไม่กลัวพวกกบฏกระจอกงอกง่อยพวกนี้หรอก
แต่ไคโดดันขนพวกระดับท็อปและกองกำลังหลักออกไปทำศึกใหญ่เสียนี่
มันน่าโมโหนัก!
ฟุคุโรคุจู หัวหน้านินจาโอนิวาบัง รีบปฏิบัติตามคำสั่งของโอโรจิอย่างเร่งด่วน
ตัวเขาเองก็ตกใจกับการลุกฮือที่ลุกลามอย่างรวดเร็วนี้เช่นกัน
เพราะสงครามครั้งนี้ปะทุขึ้นกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย
สายลับและหน่วยข่าวกรองของเขาไม่มีใครส่งข่าวมาทันสักคน
กว่าจะรู้ตัว เอสหมัดอัคคีและโรจิที่เป็นตัวจุดชนวน ก็ตีแตกคุกอุด้งและรวบรวมกองกำลังจนเติบโตอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้กองทัพกบฏจากแคว้นคุริ นำโดยอาชูร่า โดจิและกลุ่มโจรภูเขาอาตามะ
กองทัพกบฏจากแคว้นริงโกะ มีคาวามัตสึนำทีมซามูไรและหน่วยแจกจ่ายอาวุธ
เก้าปลอกดาบแดงปรากฏตัวแล้วถึงสองคน
ส่วนทัพหลักจากอุด้ง นำทัพโดยโคสึกิ สุกี้ยากี้ และเหล่าหัวหน้ายากูซ่าอย่างเฮียวโกโร่แห่งบุปผา
หัวหน้ายากูซ่าแห่งฮาคุไม 'สึนาโกโร่หมวกขาด' ที่กลับไปเกณฑ์พลที่ฮาคุไม บังเอิญไปเจออดีตไดเมียวชิโมสึกิ ยาสึอิเอะ เข้าพอดี
ทั้งสองจึงนำทัพมุ่งหน้าสู่นครหลวงพร้อมกัน
กองกำลังกบฏจากทั่วสารทิศกำลังบีบวงล้อมเข้านครหลวงบุปผา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะโค่นล้มระบอบทรราชของโอโรจิ และขับไล่กลุ่มร้อยอสูรออกไปจากวาโนะคุนิ
...
"ประเทศนี้ถูกกดขี่ข่มเหงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เอสหมัดอัคคีมองดูกองทัพกบฏที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยความตกตะลึง
เขาแค่กะจะมาท้าดวลกับไคโดเฉย ๆ ไหงกลายเป็นต้องมาร่วมสงครามกู้ชาติไปได้?
"เป็นความผิดพลาดของโคสึกิ โอเด้ง ในอดีตนั่นแหละ ที่ทำให้วาโนะคุนิต้องจมอยู่ในความมืดมนเกือยยี่สิบปี
ถ้าตอนนั้นเขาไม่หลงเชื่อคำลวงของโอโรจิกับไคโดนานถึงห้าปี จนปล่อยให้กลุ่มร้อยอสูรแผ่ขยายอำนาจจนแข็งแกร่ง...
แถมตัวเองยังยอมเต้นระบำเปลือยกายจนเสียศรัทธาจากประชาชน
ที่สำคัญที่สุด คือการถือทิฐิบ้าบอ ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากหนวดขาวหรือโรเจอร์
สุดท้ายก็เลยพ่ายแพ้
เขาเล่นไพ่ในมือที่มีอยู่ได้ห่วยแตกสิ้นดี"
โรจิพูดวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่สนใจสีหน้าบูดบึ้งของยามาโตะ
เขาไม่สนหรอกว่าจะไปทำลายภาพลักษณ์ไอดอลในดวงใจของใคร
"โคสึกิ โอเด้ง เคยเป็นลูกเรือของทั้งกลุ่มโรเจอร์และหนวดขาวเลยเหรอ?"
เอสประหลาดใจเล็กน้อย นั่นหมายความว่าโอเด้งคนนี้เคยเป็นลูกเรือของพ่อบุญธรรมของเขาด้วยสินะ?
"จะว่าไป โรเจอร์ถึงกับก้มหัวขอหนวดขาวเพื่อขอยืมตัวโอเด้งไปแค่ปีสองปี
แต่สุดท้ายโรเจอร์ก็ได้เป็นราชาโจรสลัดแล้วยุบกลุ่ม ส่วนโอเด้งก็ไม่ได้กลับไปหากลุ่มหนวดขาวอีกเลย
ตอนนี้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ 2 ของกลุ่มหนวดขาวยังว่างอยู่
สงสัยลูกชายใครบางคนคงต้องไปชดใช้หนี้บุญคุณแทน แล้วรับตำแหน่งนั้นซะละมั้ง"
โรจิยิ้มมุมปากพลางเหลือบมองเอส ทำเอาเอสคิ้วขมวด
เอสพึมพำกับตัวเอง หมอนี่เห็นอนาคตอะไรอีกแล้วเนี่ย?
เขาตั้งใจจะไปท้าดวลหนวดขาว ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกต่างหาก
ขอแค่เอาชนะหนวดขาวได้ เขาก็จะพิสูจน์ตัวเองได้ว่าแข็งแกร่งกว่าไอ้พ่อเฮงซวยโรเจอร์นั่น
หนึ่งวันผ่านไป
ขณะที่กองทัพกบฏเริ่มเปิดฉากโจมตีนครหลวงบุปผา โรจิและพรรคพวกก็มาถึงสนามรบ
โรจิเห็นพระนักรบสะพายอาวุธอยู่ข้างกายคาวามัตสึ นั่นคือกิวคิมารุที่แปลงร่างมาจากสุนัขจิ้งจอกโคมะอินุ
เขาต้องหาโอกาสจับมันให้ได้ หรือไม่ก็ให้ทามะเอาคิบิดังโงะให้มันกินซะ
เมื่อฉวยโอกาสที่กลุ่มร้อยอสูรไม่อยู่ กองทัพกบฏจึงบุกโจมตีนครหลวงแบบเต็มสูบ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด
"ไปกันเถอะ เราไปจัดการตัวการใหญ่อย่างโอโรจิกันเลย!"
โรจิ พร้อมด้วยยามาโตะและเอส ขี่นกกระเรียนยักษ์ฝ่าแนวป้องกันเข้าไปยังเขตปราสาทโชกุน
"ลุยเลยยามาโตะ! ซัดโอโรจิให้เดี้ยง!"
"ถ้าจับโอโรจิได้เมื่อไหร่ ฉันจะบอกเรื่องซาโบให้นายรู้"
โรจิโยนสองยอดนักสู้ลงไปกลางวงล้อมในปราสาท ให้พวกเขาอาละวาดได้เต็มที่
ส่วนตัวเองก็เรียกภูตอัคคีคะเอ็นโบและเทพหมาป่าเหมันต์โอกุจิโนะมาคามิออกมาช่วยถล่มปราสาทอีกแรง
การบุกทะลวงถึงใจกลางปราสาท บีบให้นินจาโอนิวาบังและซามูไรมิมาวาริงุมิฝีมือดีจำนวนมากต้องถอยกลับมาป้องกัน ทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ในแนวป้องกันรอบนอกของนครหลวง
กลุ่มโจรภูเขาอาตามะ นำโดยอาชูร่า โดจิ ต่อสู้อย่างดุดันบ้าเลือด
ยอดฝีมือของศัตรูไม่อาจต้านทานนักดาบผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกับแจ็คคนนี้ได้
ส่วนกองกำลังที่เหลือบนโอนิกาชิมะทำได้แค่ส่งทหารมาช่วยโอโรจิไม่กี่พันคน
เพราะต้องแบ่งคนไว้เฝ้าฐานที่มั่นด้วย
ขืนไคโดกลับมาแล้วเห็นโอนิกาชิมะถูกทำลาย พวกมันหัวขาดกันหมดแน่
...
"ไหนดูซิว่าโอโรจิมันซ่อนสมบัติไว้เยอะแค่ไหน!"
เมื่อเห็นโอโรจิหนีหัวซุกหัวซุนหลังจากโดนยามาโตะเล่นงาน โรจิก็แปลงโฉมเป็นนินจาแล้วออกตามหาห้องสมบัติ
หลังจากแปลงร่างเป็นโอโรจิ เขาก็สั่งให้นินจาโอนิวาบังคนหนึ่งนำทางจนเจอห้องสมบัติลับจนได้
และนินจาผู้นั้นก็ต้องจบชีวิตลงด้วยคมดาบของโรจิ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
"ไอ้หมอนี่กอบโกยสมบัติไปเยอะจริง ๆ แฮะ!"
โรจิเปิดม้วนคัมภีร์มิติ กวาดทรัพย์สินมีค่าจำนวนมหาศาลเข้าไปข้างใน แล้วสั่งให้ทามะกับโคมะจิโยะช่วยกันจัดเรียง
ขณะที่โรจิกำลังเพลิดเพลินกับการโกยสมบัติ จู่ ๆ ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดพราดเข้ามา
เมื่อโอโรจิเห็นตัวเองอีกคนยืนอยู่ ก็ถึงกับผงะ
เขาอุตส่าห์สละหัวไปหนึ่งหัวเพื่อแกล้งตายหนีการไล่ล่าจากยามาโตะและเอสมาได้
ไม่นึกว่าจะมาเจอตัวเองอีกคนในห้องสมบัติของตัวเองแบบนี้
ทำเอาโอโรจินึกถึงคุโรซึมิ ฮิกุราชิ รุ่นพี่ร่วมตระกูลขึ้นมาตงิด ๆ
"แกเป็นใคร? ผู้มีพลังผลปีศาจสายเลียนแบบงั้นรึ?"
โอโรจิมองตัวปลอมอย่างระแวดระวัง แต่พอหันไปเห็นสมบัติที่หายเกลี้ยง ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที
ไอ้หัวขโมยนี่มันปล้นห้องสมบัติเขาจนเกลี้ยง!
"สวรรค์มีทางไม่เดิน นรกไร้ประตูยังจะดันทุรังเข้ามา!
มีที่ให้ไปตั้งเยอะแยะ ดันเสนอหน้ามาที่นี่ซะได้!"
โรจิแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ชักดาบนิได คิเท็ตสึออกมา
ป่านนี้ยามาโตะกับเอสคงคิดว่าตัวเองทำภารกิจสำเร็จแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าโอโรจิหนีรอดมาได้
"อยู่ในกำมือฉันแล้ว! แกไม่มีทางแกล้งตายได้อีกรอบหรอก!"
'คัมภีร์ธาตุ... เวทเหมันต์: ดาบมายาอาชา!'
โรจิปาม้วนคัมภีร์ออกไป ไอเย็นยะเยือกพุ่งเข้าแช่แข็งร่างของโอโรจิทันที ก่อนที่ดาบนิได คิเท็ตสึจะสะบั้นคอขาดกระเด็นอย่างหมดจด
"คิดจะแอบฟื้นฟูตัวเองงั้นเรอะ! ฝันไปเถอะ!"
โรจิโยน 'ซาก' ประติมากรรมน้ำแข็งของโอโรจิเข้าไปขังในคัมภีร์อีกม้วนทันที
ในขณะเดียวกัน ภายนอกก็เกิดความโกลาหลยิ่งกว่าเดิมเพราะข่าวการตาย (หลอก ๆ) ของโอโรจิ
"พอได้ตัวกิวคิมารุ แล้วลองดูว่าจะหาพลูตันเจอไหม ก็คงได้เวลาชิ่งจากวาโนะคุนิแล้วล่ะ!
อยากรู้จังว่าถ้าไคโดรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ มันจะคลั่งบินกลับมาไหมนะ!"
โรจิฉีกยิ้มกว้าง กลุ่มร้อยอสูรอุตส่าห์ยกทัพใหญ่ไปทำศึก กลับมาอีกที บ้านช่องห้องหอหายวับไปกับตาซะแล้ว