- หน้าแรก
- ตำนานใหม่แห่งวาโนะ สังหารมังกรน้อย เคียงคู่ธิดาอสูร
- บทที่ 14 หลอกล่อเอสหมัดอัคคี
บทที่ 14 หลอกล่อเอสหมัดอัคคี
บทที่ 14 หลอกล่อเอสหมัดอัคคี
โรจิถือดาบอาถรรพ์นิได คิเท็ตสึ บุกตะลุยเข้าสู่โรงงานแปรรูปและโกดังเก็บสินค้าสำเร็จรูป
"เร็วเข้า! รีบเอาอาวุธหินไคโรและผลิตภัณฑ์หินไคโรทั้งหมดลงกล่อง!
ใครมือไวที่สุด ฉันจะปล่อยตัวไปก่อนเพื่อน!"
โรจิตะโกนสั่งเหล่านักโทษและทาส พร้อมกับฟันพวกผู้คุมกลุ่มร้อยอสูรที่ขวางทางร่วงไปทีละคนอย่างง่ายดาย
"แก! ฉันรู้จักแก 'เฮียวโกโร่แห่งบุปผา' หัวหน้ายากูซ่าแห่งนครหลวงบุปผา
รีบไปเกณฑ์พวกซามูไรมาช่วยงานซะ แล้วฉันจะมีเซอร์ไพรส์บอกแก"
"อ้อ แล้วก็หัวหน้ายากูซ่าของอุด้ง ฮาคุไม คิบิ ริงโกะ ออกมาให้หมด!"
สิ้นเสียงประกาศของโรจิ ไม่นานนักบุคคลที่เขาเอ่ยชื่อก็ปรากฏตัวขึ้น
"ช่วยฉันแพ็คสินค้าหินไคโรพวกนี้ให้หมด แล้วฉันจะปล่อยพวกแก
แถมฉันจะบอกความลับให้อีกอย่าง... ท่านโชกุนเก่า โคสึกิ สุกี้ยากี้ ยังไม่ตาย!
ถ้าพวกแกทำตัวดี ๆ ฉันจะบอกให้ว่าสุกี้ยากี้อยู่ที่ไหน!"
โรจิยิ้มมุมปาก คำพูดของเขาดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที
ในบรรดานักโทษ ชายสวมหมวกฟางคนหนึ่งตื่นเต้นจนตัวสั่น มือที่มีพังผืดของเขากำลูกกรงแน่น
"ว่าไงนะ! ท่านโชกุนเก่ายังไม่ตายงั้นรึ?"
"ไหนโอโรจิมันบอกว่าท่านป่วยตายไปแล้วไง!"
เฮียวโกโร่และหัวหน้ายากูซ่าคนอื่น ๆ ต่างตะโกนถามด้วยความตื่นเต้น
นับตั้งแต่ข่าวการตายของสุกี้ยากี้ การประหารโอเด้ง และการหายตัวไปของโมโมโนะสุเกะ พวกเขาต่างคิดว่าตระกูลโคสึกิล่มสลายไปแล้ว
ความจริงนั้นทำให้พวกเขาหมดสิ้นความหวัง
"รีบทำงานเข้า! ยิ่งเสร็จเร็วเท่าไหร่ พวกแกก็จะรู้ที่อยู่ของท่านสุกี้ยากี้เร็วเท่านั้น"
โรจิสั่งเสียงเข้ม เหมืองหินไคโรนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีสายการผลิตมากมาย
เพื่อกอบโกยอาวุธและเครื่องมือหินไคโรให้ได้มากที่สุด เขาจำเป็นต้องระดมกำลังแรงงานทั้งหมดมาช่วยค้นหา
เมื่อได้รับคำสั่ง เฮียวโกโร่แห่งบุปผา "ผู้ทรงธรรม" และ โอมาสะ "ลายยันต์" หัวหน้ายากูซ่าอุด้ง
ซึนาโกโร่ "หมวกขาด" หัวหน้ายากูซ่าฮาคุไม ยาตะเป "งูจงอาง" หัวหน้ายากูซ่าคิบิ และ โอโจ "ดอกผักบุ้ง" หัวหน้ายากูซ่าริงโกะ
ห้าหัวหน้ายากูซ่ารีบระดมพลซามูไรนักโทษและทาสในเหมือง เพื่อรวบรวมผลิตภัณฑ์หินไคโรสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป และแร่ดิบจากทั่วทั้งเหมือง
ทุกอย่างถูกลำเลียงมารวมกันที่โกดังที่โรจิยืนคุมอยู่ อะไรต้องใส่กล่องก็ใส่ อะไรไม่มีกล่องก็ตีกล่องใส่
ทุกคนมุ่งมั่นทำตามคำสั่งแพ็คของและขนย้ายของโรจิอย่างขยันขันแข็ง
ในขณะเดียวกัน ยามาโตะก็กำลังวุ่นอยู่กับการปลดปล่อยนักโทษ ช่วยทำลายกุญแจมือหินไคโรและเครื่องพันธนาการเหล็กกล้า
เพราะหินไคโรเป็นของหายาก ไม่ใช่นักโทษทุกคนจะมีสิทธิ์ได้ใส่มัน
คาวามัตสึ หนึ่งในเก้าปลอกดาบแดง ก็ได้รับการช่วยเหลือจากยามาโตะเช่นกัน
มนุษย์เงือกผู้นี้ก็ต้องการรู้ที่อยู่ของท่านสุกี้ยากี้จากโรจิ จึงกระตือรือร้นมาช่วยงานอยู่ใกล้ ๆ
แต่เมื่อเขาเห็นโรจิเรียกม้วนคัมภีร์ออกมาและเก็บกล่องหินไคโรเข้าไปทีละกล่อง
ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวก็ผุดขึ้นในสมอง
ทำไมวิชานี้ถึงเหมือนวิชานินจาของไรโซเปี๊ยบเลยล่ะ?
เขาเคยได้ยินจากโอเด้ง เนโกะมามูชิ และอินุอาราชิ ที่เคยออกไปท่องโลกกว้างว่า พวกหมอผีในวาโนะคุนิ ความจริงแล้วคือผู้มีพลังผลปีศาจจากโลกภายนอก
และพลังผลปีศาจนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว
ต้องรอให้เจ้าของเดิมตายก่อน พลังถึงจะไปเกิดใหม่และมีคนอื่นครอบครองได้
"หรือว่า... ไรโซตายแล้ว?"
คาวามัตสึตัวสั่นเทา ถอยหลังไปหลายก้าว ไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้
ถ้าไรโซตาย แล้วนายน้อยโมโมโนะสุเกะ พี่คินเอม่อน คิคุ และคันจูโร่ล่ะ? พวกเขาจะพบจุดจบเดียวกันหรือเปล่า?
"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
คาวามัตสึขบกรามแน่น หายใจหอบถี่ สมองขาวโพลนไปหมด
"ไม่ใช่! ท่านโอเด้งเคยบอกว่าพลังผลปีศาจมีสายพลังที่คล้ายคลึงกัน เรียกว่าพลังสายเหนือกว่าและด้อยกว่า!
วิชาของพ่อหนุ่มคนนี้อาจจะแค่คล้ายกับวิชาของไรโซเฉย ๆ
ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ไรโซกับคนอื่น ๆ ต้องปลอดภัย
พลังผลโทกิ โทกิ ของท่านหญิงโทกิไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!"
คาวามัตสึพยายามสะกดจิตตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น คำทำนายของท่านโอเด้งต้องถูกต้อง และพลังของท่านโทกิต้องพาทุกคนไปสู่อนาคตได้อย่างปลอดภัย
"โรจิ! มัวทำอะไรอยู่? มาช่วยคนแล้วก็อัดไอ้พวกสารเลวพวกนี้ด้วยกันสิ!"
ยามาโตะกำลังเครื่องร้อน ต่อสู้อย่างเมามัน การได้เห็นนักโทษได้รับอิสรภาพทีละคนทำให้นางมีความสุขเปี่ยมล้น
การโค่นล้มกลุ่มร้อยอสูรและปลดปล่อยวาโนะคุนิคือสิ่งที่นางปรารถนาที่สุดในช่วงหลายปีมานี้
"เรื่องขี้ปะติ๋วพวกนั้นเธอจัดการไปเถอะ เดี๋ยวเราต้องไปต่อนครหลวงบุปผาอีก!"
โรจิยังคงหน้าบานกับการเก็บกล่องหินไคโรเข้าคลัง สินค้าล็อตนี้ถ้าขายจะได้เงินมหาศาลขนาดไหนกันนะ?
หรือต่อให้ไม่ขาย เก็บไว้ใช้เองก็ถือเป็นขุมทรัพย์มหาศาลอยู่ดี
เอสหมัดอัคคีเฝ้ามองคนทั้งสองที่เข้ามาคุมสถานการณ์และสั่งการนักโทษได้อย่างรวดเร็ว
วูบหนึ่ง เขาอยากทำความรู้จักกับทั้งคู่
บางทีอาจจะร่วมมือกันโค่นกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรได้
สงสัยจังว่าเป็นคนธรรมดาหรือโจรสลัด
ถ้าเป็นคนธรรมดา เอสชักอยากจะชวนขึ้นเรือด้วยซ้ำ
"เฮ้ เพื่อน พวกนายเป็นโจรสลัดเหมือนกันเหรอ? พลังใช้ได้เลยนี่!"
เนื่องจากรู้สึกว่ายามาโตะดูอันตรายกว่า เอสจึงเลือกที่จะเลียบเคียงถามข้อมูลจากโรจิ
ดูทรงแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นลูกเรือสายซัพพอร์ตแน่ ๆ
"โปโตกัส ดี. เอส ฉันรู้จักนาย!"
"ซาโบ พี่น้องร่วมสาบานของนายยังไม่ตาย อยากรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน?"
"ถ้าอยากรู้ ก็ช่วยทำธุระให้ฉันสักสองสามอย่างสิ"
โรจิโยนระเบิดลูกใหญ่ใส่เอสหน้าตาเฉย ทั้งที่มือยังคงเก็บของไม่หยุด ทำเอาเอสยืนอึ้งไปเลย
"ว่าไงนะ! นายบอกว่าซาโบยังไม่ตายเหรอ! นายเป็นใคร! ทำไมถึงรู้เรื่องฉันกับซาโบได้!"
เอสตื่นเต้นสุดขีด คนที่รู้เรื่องพี่น้องร่วมสาบานระหว่างเขา ซาโบ และลูฟี่ ไม่น่าจะมีเยอะ
ทำไมหนุ่มแปลกหน้าคนนี้ถึงรู้ความลับนี้ได้?
หมอนี่มาจากหมู่บ้านฟูชา หรือว่าเป็นคนของปู่การ์ป?
"ฉันชื่อโรจิ ผู้มีพลังพิเศษที่มองเห็นชะตาชีวิตบางส่วนของผู้คนได้!"
โรจิส่งสายตามีเลศนัยให้เอส ขณะที่มือยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง
"ชะตาชีวิต?"
สีหน้าของเอสเคร่งเครียดขึ้นมาทันที พลังผลปีศาจที่เกี่ยวก้องกับโชคชะตางั้นรึ?
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"แล้วต้องทำยังไง นายถึงจะยอมบอกเรื่องซาโบ?"
เอสถามอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ เขาอยากจะลองเชิงดูอีกหน่อย
"แค่ตามฉันมาสักสองสามวัน"
"อ้อ แล้วน้องชายของนาย หมวกฟางลูฟี่ ก็เป็นเด็กที่ไม่ธรรมดาเลยนะ!"
โรจิยื่นข้อเสนอง่าย ๆ ก่อนจะเผยข้อมูลอื่นเพิ่มเพื่อเรียกความเชื่อใจ
"นายเคยเจอลูฟี่ด้วยเหรอ?
แล้วสองสามวันนี้พวกนายจะไปทำอะไร?
ฉันมีธุระอื่นต้องทำนะ"
เอสลังเลครู่หนึ่งก่อนจะถามย้ำ เขายังต้องไปท้าดวลไคโดร้อยอสูร หนึ่งในสี่จักรพรรดิที่โอนิกาชิมะ
"ธุระสำคัญอะไรล่ะ? อ้อ ถ้าหมายถึงไคโดร้อยอสูรล่ะก็ มันพากองทัพใหญ่ออกเรือไปทำศึกแล้ว คงไม่กลับมาวาโนะคุนิในเร็ว ๆ นี้หรอก
ถ้าอยากรู้เรื่องซาโบ ก็ตามฉันมาดีกว่า!
เดี๋ยวฉันจะพาไปถล่มโชกุนชั่วของประเทศนี้แก้ขัดไปก่อน!"
โรจิทำสีหน้ารู้ทันทุกอย่าง ทำเอาเอสตาโตด้วยความตกใจอีกรอบ
หมอนี่รู้กระทั่งว่าเขาจะไปท้าดวลไคโด?
ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ ๆ
ดูท่าความสามารถในการมองเห็นอนาคตของหมอนี่จะเป็นของจริงแฮะ!
...