เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 - แม่นาง ช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อย

บทที่ 121 - แม่นาง ช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อย

บทที่ 121 - แม่นาง ช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อย


บทที่ 121 - แม่นาง ช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อย

วัยรุ่นสมัยนี้ถูกตามใจจนเสียคน เอะอะก็อ้างว่าตัวเองเป็นโรคกลัวสังคม

คนที่เป็นโรคกลัวสังคมจริงๆ แค่จะออกจากบ้านยังลำบากเลย อย่าว่าแต่จะออกมาเดินห้างซื้อของ

ฉินเจียงไม่คิดจะตามใจนิสัยเสียๆ พวกนี้ของพวกเขา จึงเอ่ยปากถามตรงๆ ว่า

"เล่ามาสิ อาการปากเหม็นนี่เป็นยังไง เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เจิงจู๋ทำท่าจะพูดแทน แต่ฉินเจียงพูดขัดขึ้นมาทันที

"คุณหุบปาก ให้แฟนคุณเป็นคนพูด"

คนป่วยไม่ใช่เจิงจู๋เสียหน่อย คิดจะเป็นกระบอกเสียงแทนไปซะทุกเรื่องเลยหรือไง

เจิงจู๋จนปัญญา ได้แต่หันไปบอกจางเวยอ้ายว่า

"ที่รัก หนูบอกคุณหมอฉินหน่อยสิครับว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?"

จางเวยอ้ายทำท่าบิดไปบิดมา ราวกับว่าการคุยกับฉินเจียงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ

เธอบิดตัวอยู่อย่างนั้นเกือบครึ่งนาที ไม่ยอมพูดออกมาสักคำ แต่สีหน้าท่าทางกลับเล่นใหญ่มาก

เห็นแบบนี้ฉินเจียงก็ชักจะทนไม่ไหว

"ตกลงคุณจะพูดไหม?"

พอโดนฉินเจียงเร่ง จางเวยอ้ายถึงได้ฝืนใจเปิดปากพูดว่า "เค้า... เค้าเริ่มรู้สึกว่าปากมีกลิ่นตุๆ เมื่อประมาณสี่วันที่แล้วค่ะ"

พอจางเวยอ้ายพูดออกมา ทุกคนถึงกับตะลึง

นี่คือเสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาจริงๆ เหรอเนี่ย?

ฉินเจียงพูดเสียงเข้มว่า "คุณจาง พูดจาให้มันดีๆ หน่อย อย่าดัดเสียง"

จางเวยอ้ายทำท่าทางโกรธเคือง

"เค้าไม่ได้ดัดเสียงนะค๊า เสียงเค้าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว"

"พี่คะ พี่บอกคุณหมอสิคะว่าหนูเสียงเป็นแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม?"

เจิงจู๋พยักหน้าอย่างจริงจังอยู่ข้างๆ

"ใช่ครับคุณหมอ แฟนผมเสียงเป็นแบบนี้มาตลอดครับ"

ฉินเจียงรู้สึกปวดหัวตุบๆ

เขาเริ่มรู้สึกว่าเจิงจู๋อาการหนักกว่าจางเวยอ้ายซะอีก อยากจะจับหมอนี่ไปตรวจสมองก่อนเพื่อนเลย

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดทนดูไม่ไหว พากันพิมพ์คอมเมนต์ถล่มทลาย

"มีคนเสียงแบบนี้มาตั้งแต่เกิดจริงดิ? ฉันไม่เชื่อ"

"อีหนูเสียงสอง เจอเกิบหน่อยเป็นไง!"

"ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมเดี๋ยวนี้คนชอบดัดเสียงบีบๆ แบบนี้กันจัง ฟังแล้วมันเพราะตรงไหน?"

"หมอฉิน รีบถามนางเร็วว่าเพิ่งอายุครบสิบแปดหรือเปล่า!"

ชาวเน็ตย่อมไม่เชื่อว่าจางเวยอ้ายเสียงเป็นแบบนี้โดยธรรมชาติ

พวกเขาผ่านโลกมาเยอะ มารยาตื้นๆ ของจางเวยอ้ายจะมาหลอกอะไรพวกเขาได้?

"แน่ใจนะว่าเริ่มรู้สึกมีกลิ่นปากเมื่อสี่วันที่แล้ว?"

"ช่ายค่า"

จางเวยอ้ายทำท่าทางเหมือนตัวการ์ตูนในอนิเมะ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"เค้าต้องจุ๊บๆ กับพี่เขาทุกวัน เค้าเลยจำได้แม่นเลยค่ะว่าเป็นเมื่อสี่วันที่แล้ว"

ฉินเจียงรู้สึกหมัดเริ่มแข็ง

การต้องมานั่งวินิจฉัยโรคให้จางเวยอ้ายด้วยเสียงแบบนี้ มันคือการทรมานสังขารชัดๆ

คิดได้ดังนั้น ฉินเจียงก็พูดกับจางเวยอ้ายว่า "คุณยื่นมือมา ผมจะแมะชีพจรให้"

จางเวยอ้ายไม่ทันระแวงสงสัย จึงยื่นมือออกไปทันที

ฉินเจียงกดนิ้วลงบนข้อมือของจางเวยอ้าย แล้วถามต่อว่า

"แล้วหลังจากที่พวกคุณรู้ว่ามีกลิ่นปาก ได้ไปตรวจที่ไหน หรือทำความสะอาดอะไรมาบ้างไหม?"

จางเวยอ้ายนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า

"เค้า... เชี่ย! ทำไมเสียงฉันเป็นแบบนี้ไปแล้วล่ะ?"

ทันทีที่จางเวยอ้ายอ้าปากพูด เธอก็พบว่าเสียงของตัวเองจู่ๆ ก็กลายเป็นเสียงห้าวใหญ่!

เจิงจู๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินจางเวยอ้ายพูดด้วยเสียงแบบนี้

ฉินเจียงพูดด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า "นี่แหละเสียงปกติของคุณ ไม่ต้องดัดเสียงพูดมันก็น่าฟังดีอยู่แล้ว จะทำให้มันประหลาดไปทำไม?"

จางเวยอ้ายพยายามจะดัดเสียงกลับไปเหมือนเดิม แต่เธอพบว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็หาคีย์เสียงบีบๆ แบบนั้นไม่เจอแล้ว

ตอนนั้นเองเธอถึงได้ตระหนักว่า ต้องเป็นเพราะฉินเจียงกดจุดที่ข้อมือเธออยู่แน่ๆ เธอถึงได้เป็นแบบนี้

หมอคนนี้มีของแฮะ!

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดขำกันจนท้องแข็ง

"รถทัวร์คว่ำกระจัดกระจาย เมื่อกี้ยังบอกเสียงธรรมชาติอยู่เลย ตอนนี้โดนหมอฉินดัดนิสัยซะแล้ว"

"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครเกิดมาเสียงแอ๊บแบ๊วแบบนั้น ก็แค่พวกวัยรุ่นสมัยนี้ชอบหลอกตัวเองกันไปวันๆ"

"หมอฉินโชว์เทพอีกแล้ว นี่มันวิชาสกัดจุดหรือเปล่า? อยากเรียนมั่งจัง"

"เมนต์บน อยากเรียนไปทำไม แฟนนายก็เป็นสาวเสียงสองเหรอ?"

เมื่อคำโกหกถูกเปิดโปง จางเวยอ้ายก็อายจนแทบอยากจะมุดดินหนี

คนที่น่าสงสารที่สุดคือเจิงจู๋

เขาหลงเชื่อมาตลอดว่าจางเวยอ้ายเสียงเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่เคยระแคะระคายแฟนตัวเองเลยสักนิด

หลังแมะชีพจรเสร็จ ฉินเจียงก็ปล่อยมือแล้วกำชับว่า

"ต่อจากนี้ให้พูดเสียงปกติ อย่าดัดเสียงอีก ไม่งั้นผมรักษาโรคให้คุณไม่ได้"

เมื่อได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของฉินเจียงแล้ว จางเวยอ้ายก็ไม่กล้าทำตัวแอ๊บแบ๊วอีกต่อไป

เธอพูดต่อว่า "หลังจากที่แฟนบอกว่าฉันปากเหม็น ฉันก็ไปแปรงฟัน แล้วก็ใช้น้ำยาบ้วนปากด้วยค่ะ อาการก็ดีขึ้นหน่อยนึง แต่ผ่านไปไม่นานกลิ่นเน่าๆ นั่นก็กลับมาอีก"

"เป็นกลิ่นเหม็นแบบไหน?" ฉินเจียงถาม

จางเวยอ้ายยกมือขึ้นทำท่าจะถอดหน้ากากอนามัย

"คุณหมอลองดมดูสิคะจะได้รู้"

เฮ้ยๆ สาวๆ สมัยนี้ไม่มีขอบเขตความเกรงใจกันบ้างเลยหรือไง?

"ไม่ต้องถอด ใส่ไว้ดีๆ"

ฉินเจียงรีบห้ามทันที "คุณแค่บรรยายให้ผมฟังก็พอ"

ฉินเจียงไม่ใช่พวกมาโซคิสม์นะ รู้ทั้งรู้ว่าจางเวยอ้ายปากเหม็น จะให้เอาหน้าไปดมพิสูจน์กลิ่นเนี่ยนะ

จางเวยอ้ายเองก็ไม่คิดว่าฉินเจียงจะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้

เธอนึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า

"มันเหมือนกลิ่นเนื้อกับปลาเน่าๆ ค่ะ สรุปคือเหม็นมาก ขนาดฉันได้กลิ่นเองยังอยากจะอ้วกเลย"

ฉินเจียงแอบโล่งอก โชคดีที่เมื่อกี้ไม่ปล่อยให้จางเวยอ้ายถอดหน้ากาก ไม่งั้นเขาคงกินข้าวไม่ลงไปอีกมื้อแน่ๆ

"มีนิสัยนอนดึก หรือสูบบุหรี่บ้างไหม?"

จางเวยอ้ายส่ายหน้า

"ไม่มีค่ะ ที่บ้านเข้มงวดมาก ทุกคืนต้องเข้านอนตอนห้าทุ่ม ไม่มีการนอนดึกเด็ดขาด"

ฉินเจียงพยักหน้า

เมื่อกี้ตอนที่จับชีพจรจางเวยอ้าย ชีพจรก็ฟ้องแบบนั้นจริงๆ

เห็นฉินเจียงถือปากกาจดขยุกขยิกบนกระดาษ จางเวยอ้ายก็ถามขึ้นว่า "คุณหมอคะ ตกลงสาเหตุที่ทำให้ฉันปากเหม็นมันเกิดจากอะไรคะ?"

ฉินเจียงตอบว่า "การที่คุณแปรงฟันและใช้น้ำยาบ้วนปากแล้วกลิ่นไม่หาย แสดงว่าไม่ได้เกิดจากคราบพลัคหรือแบคทีเรียในช่องปากทั่วไป"

"ในปากคุณมีแผลร้อนในไหม? เป็นโรคเหงือกอักเสบหรือเปล่า?"

จางเวยอ้ายส่ายหน้า

"ไม่มีค่ะ ฟันฉันแข็งแรงดีมาตลอด เดือนที่แล้วฉันเพิ่งไปหาหมอฟันมาเอง"

พอได้ยินจางเวยอ้ายพูดแบบนั้น ฉินเจียงก็พยักหน้า

"งั้นก็ตัดสาเหตุจากโรคในช่องปากทิ้งไปได้เลย"

"ตอนนี้ต้องตรวจภายในร่างกายคุณดูว่า เกิดจากเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือเปล่า"

จางเวยอ้ายส่ายหน้าปฏิเสธ "เมื่อวานพวกเราไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นมาแล้วค่ะ พวกเราไม่มีเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร"

ไม่มีเหรอ?

ฉินเจียงขมวดคิ้ว

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดว่ายังมีความเป็นไปได้อื่นอีกไหม จางเวยอ้ายก็ไอโขลกขลากออกมาอย่างรุนแรง

เจิงจู๋เห็นท่าไม่ดีรีบส่งกระติกน้ำให้

ฉินเจียงถามขึ้นว่า "คุณไอแบบนี้บ่อยไหม?"

หลังจากจิบน้ำเข้าไป จางเวยอ้ายก็รู้สึกดีขึ้น

เธออธิบายว่า "ก็ไม่นะคะ แค่ช่วงสองสามวันนี้รู้สึกระคายคอหน่อยๆ"

ฉินเจียงตาเป็นประกายทันที

"ผมรู้แล้วว่ากลิ่นปากของคุณเกิดจากอะไร"

จางเวยอ้ายรีบถาม "เกิดจากอะไรคะ?"

ฉินเจียงไม่ได้ตอบคำถาม แต่เปิดลิ้นชักหยิบหน้ากากอนามัยออกมาสวมก่อนเป็นอันดับแรก

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 121 - แม่นาง ช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว