- หน้าแรก
- หมอจีนปากแจ๋ว: ไลฟ์สดทีไร คนไข้ขิตยกช่อง
- บทที่ 46 - ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่นักดูของเก่า
บทที่ 46 - ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่นักดูของเก่า
บทที่ 46 - ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่นักดูของเก่า
บทที่ 46 - ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่นักดูของเก่า
"โรคกินของแปลก แถมเป็นขั้นรุนแรงซะด้วย"
หญิงชรางงเป็นไก่ตาแตก
"โรคกินของแปลก? โรคอะไรคะ ไม่เห็นเคยได้ยินเลย"
เห็นหญิงชราไม่เข้าใจ ฉินเจียงจึงอธิบายอย่างใจเย็น
"โรคกินของแปลก ก็คือการที่คนเรามีความสนใจอยากจะกินของที่ไม่ใช่อาหารปกติครับ"
"อย่างเช่นบางคนชอบกินดิน กินปูน หรือแม้กระทั่ง... กินอึ"
หน้าหญิงชราซีดเผือด
แกไม่นึกเลยว่าตัวเองจะเป็นโรคพิลึกพิลั่นแบบนี้
แต่พอลองคิดดูดีๆ ที่ฉินเจียงพูดมาก็มีเหตุผล แกชอบกินน้ำมันกินยาฆ่าแมลง มันก็เข้าข่ายกินของแปลกจริงๆ นั่นแหละ
แฟนคลับในไลฟ์สดก็ได้เปิดหูเปิดตาเหมือนกัน
"มีคนชอบกินอึจริงๆ เหรอ? ไม่น่าเช่อมั้ง"
"โลกนี้กว้างใหญ่ เรื่องแปลกๆ มีเยอะแยะ บางทีนายต้องเชื่อนะ"
"แถวบ้านฉันมีคนบ้าคนหนึ่ง เฝ้าหน้าห้องน้ำทุกวันเพื่อรอกินของสดๆ ร้อนๆ เพิ่งรู้ว่ามันคือโรคกินของแปลกก็วันนี้แหละ"
"แล้วพวกชอบกินตีนล่ะ นับเป็นโรคกินของแปลกไหม?"
"ความเห็นบน ครั้งที่แล้วมีคนชอบกินตีนจนติดเชื้อราที่ปาก โดนหมอฉินรักษาหายไปแล้ว เตือนด้วยความหวังดีนะ ระวังตัวไว้"
ฉินเจียงอธิบายสาเหตุของโรคให้หญิงชราฟังต่อ
"สาเหตุของโรคกินของแปลก อาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดแร่ธาตุบางชนิด เลยต้องหาทางกินชดเชยด้วยวิธีนี้"
"อีกสาเหตุหนึ่งคือความบกพร่องทางพันธุกรรม ทำให้เกิดความชอบหรือไม่ชอบกินอะไรบางอย่างโดยกำเนิด"
หญิงชราหน้าเสียกว่าเดิม
"ความบกพร่องทางพันธุกรรม? งั้นแปลว่าฉันมีปัญหา แล้วมันจะถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานไหมคะ?"
สิ่งที่หญิงชรากังวลเป็นอันดับแรกคือกลัวโรคนี้จะตกทอดไปถึงลูกหลาน
ทำเอาฉินเจียงซาบซึ้งใจ
คนแก่ก็แบบนี้แหละ
อะไรๆ ก็คิดเผื่อลูกหลานก่อนเสมอ
ฉินเจียงยิ้มปลอบ "คุณยายไม่ต้องกังวลขนาดนั้นครับ ความบกพร่องทางพันธุกรรมไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร จริงๆ แล้วทุกคนก็มีความบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ กันทั้งนั้นแหละครับ"
"โรคกินของแปลกก็ไม่ใช่โรคประหลาดอะไร ยกตัวอย่างง่ายๆ บางคนชอบกินผักชี แต่บางคนเกลียดผักชี"
"นี่ก็เป็นเรื่องของยีนกำหนด ถือเป็นโรคกินของแปลกแบบหนึ่งเหมือนกัน"
"หรืออย่างผักคาวตอง ของดีประจำถิ่น บางคนชอบบางคนเกลียด ก็เหมือนกันครับ"
ได้ยินฉินเจียงพูดแบบนี้ หญิงชราถึงถอนหายใจโล่งอก
นึกว่าเป็นโรคร้ายแรงที่จะถ่ายทอดทางพันธุกรรมซะอีก ที่แท้ก็ไม่ต้องกังวลมาก
หญิงชราอดถามไม่ได้ "งั้นคุณหมอคะ ในเมื่อหมอบอกว่าเป็นเรื่องของยีน แล้วโรคนี้ยังรักษาหายไหมคะ?"
ฉินเจียงทำท่าโอเค
"วางใจเถอะครับ โรคกินของแปลกรักษาง่ายมาก คุณยายสแกนจ่ายเงินก่อน ค่ารักษาทั้งหมด 2,300 หยวน เดี๋ยวผมเข้าไปปั้นยาลูกกลอนให้แป๊บเดียวก็หายแล้ว"
ตอนนี้หญิงชราเชื่อใจฉินเจียงเต็มร้อยแล้ว
แกจึงไม่ลังเล หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายทันที
ติ๊ง
[ตรวจพบโฮสต์พูดความจริงกับคนไข้ เผยโรคที่ซ่อนเร้น ซึ่งช่วยเหลือคนไข้ได้อย่างมหาศาล ภารกิจเสร็จสิ้น]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับรางวัล: น้ำมันเทพพระพรหมระดับเทพ]
เชี่ย!
น้ำมันเทพพระพรหม!
ใช่ไอ้น้ำมันที่ฉันคิดหรือเปล่า?
พอเห็นรางวัล ฉินเจียงที่เพิ่งเดินเข้าห้องยาถึงกับตาโต
นี่มันของดีชัดๆ ถ้าเป็นไอ้นั่นจริงๆ งานนี้รวยเละแน่!
ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันเทพพระพรหมไหลเข้าสู่สมอง ฉินเจียงตื่นเต้นจนเผลอตะโกนออกมาเสียงดัง
ทีมงานถ่ายทำที่อยู่หน้าห้องยามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เกิดอะไรขึ้น?
หมอฉินปั้นยาลูกกลอนในห้องยาแล้วมีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ?
"พี่หลิวเหยียน เราเข้าไปดูหน่อยไหม?"
หลิวเหยียนส่ายหน้า
"ห้องยาห้ามเข้า สูตรยาเป็นความลับสุดยอด รอหมอฉินออกมาเถอะ"
หลิวเหยียนเคร่งครัดตามสัญญามาก
ห้านาทีผ่านไป ฉินเจียงเดินออกมาจากห้องยาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ช่วยไม่ได้ รางวัลรอบนี้มันเด็ดจริงๆ
ถ้ามีโอกาส ฉินเจียงอยากจะลองใช้เองด้วยซ้ำ
ยื่นขวดกระเบื้องสีขาวให้หญิงชรา ฉินเจียงกำชับ "ในขวดนี้มียาลูกกลอนสิบเม็ด กินวันละเม็ด อีกสิบวันโรคกินของแปลกก็จะหายครับ"
รับขวดยาไป หญิงชราขอบคุณยกใหญ่
ตอนนั้นชายชราก็รู้สึกขาดีขึ้นมากแล้ว ฉินเจียงเลยขายไม้เท้าคู่หนึ่งให้แก แล้วส่งสองตายายกลับบ้าน
พอลูกค้ากลับไปหมด หลิวเหยียนก็อดถามไม่ได้ "หมอฉินคะ เมื่อกี้ในห้องยาดูอารมณ์ดีจัง มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอคะ?"
ฉินเจียงทำท่าภูมิใจ "เมื่อกี้ตอนปั้นยา ผมนึกถึงยาดีสูตรโบราณลึกลับขนานหนึ่งขึ้นมาได้ เลยตื่นเต้นไปหน่อยครับ"
ได้ยินแบบนั้น ตาของหลิวเหยียนก็เป็นประกาย
ฝีมือฉินเจียงเป็นที่ประจักษ์ ขนาดเขายังบอกว่าลึกลับและโบราณ แสดงว่าต้องเทพมากแน่ๆ!
"ยาอะไรคะ บอกพวกเราหน่อยได้ไหม?"
ฉินเจียงทำท่าสงวนท่าที "ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวผมจะเฉลยให้ดู"
ไม่ใช่ว่าฉินเจียงอยากเล่นตัว แต่เขาจับทางระบบได้แล้ว
ของรางวัลที่ระบบให้มา ต้องได้ใช้กับคนไข้รายต่อไปแน่นอน
ไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้โชคร้ายนกเขาไม่ขันที่เดินเข้ามาในคลินิกเป็นรายต่อไป
ขณะที่ฉินเจียงกำลังคิดเพลินๆ จู่ๆ กลุ่มคนก็แห่กันเข้ามา พร้อมกับกะละมังใส่น้ำใบใหญ่
"คุณหมอครับ รบกวนช่วยดูหน่อยครับว่านี่คือของวิเศษอะไร!"
เห็นคนแห่กันเข้ามาเยอะแยะ ฉินเจียงก็งง
หรือว่าไอ้พวกผู้ชายอกสามศอกพวกนี้ จะนกเขาไม่ขันกันหมดยกแก๊ง?
เชี่ย แบบนั้นมันจะน่าอายไปไหม ตายหมู่เลยนะนั่น!
ฉินเจียงกระแอมไอ ถามแก้เก้อ "ใครเป็นคนไข้ครับ?"
ทว่าพวกเขากลับส่ายหน้า
"พวกเราไม่ได้มาหาหมอครับ พวกเรามาให้ช่วยดูของเก่า"
"ดูของเก่า?"
ฉินเจียงเอ๋อรับประทาน
"ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่เซียนพระ จะให้ดูของเก่าก็ไปพิพิธภัณฑ์สิครับ มาหาผมทำไม?"
ฉินเจียงอยากจะไล่ตะเพิดคนพวกนี้ไป จะได้ไม่เกะกะเวลาทำมาหากิน
แต่คนพวกนี้ดื้อด้านมาก ยืนยันหนักแน่น "ก็เพราะคุณเป็นหมอนี่แหละ ถึงต้องให้คุณช่วยดู"
ฉินเจียงสบถในใจ
ผีเข้าหรือไงวะ คนพวกนี้เป็นบ้าอะไร ถึงจะให้หมอมาส่องพระ?
ชายชราคนหนึ่งถาม "คุณเป็นหมอใช่ไหม?"
"ใช่ครับ"
"หมอแผนจีน?"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"งั้นคุณก็ต้องรู้จัก 'ไท่ซุ่ย' ใช่ไหม?"
ชายชราชี้ไปที่ของในกะละมังอย่างภาคภูมิใจและโอหัง
"ดูสิ นี่คือไท่ซุ่ยที่พวกเราขุดเจอในบ่อน้ำ ในเมื่อคุณเป็นหมอแผนจีน งั้นช่วยดูหน่อยว่านี่ใช่ของจริงไหม"
ฉินเจียงเงียบ
สรุปคือให้ดูไท่ซุ่ย
อันนี้เป็นงานถนัดหมอจีนจริงๆ พวกศาสตราจารย์ในพิพิธภัณฑ์อาจจะไม่แม่นเท่า
แต่พอฉินเจียงเพ่งมอง เขาก็ชะงัก
นี่น่ะเหรอไท่ซุ่ย?
(จบแล้ว)