- หน้าแรก
- เอซ ออฟ ไดมอนด์ : สัตว์ประหลาดบนสนาม
- บทที่ 278 ฟุรุยะคนที่สอง! (สองตอนรวด)
บทที่ 278 ฟุรุยะคนที่สอง! (สองตอนรวด)
บทที่ 278 ฟุรุยะคนที่สอง! (สองตอนรวด)
บทที่ 278 ฟุรุยะคนที่สอง! (สองตอนรวด)
อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในสนามโคชิเอ็งทำให้เหล่าสมาชิกทีมเบสบอลโรงเรียนเซย์โดรู้สึกคอแห้งผาก
151 กม./ชม.!!!
ตัวเลขปรากฏเด่นหราบนสกอร์บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดยักษ์
ผู้เล่นเซย์โดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
ภาพที่เห็นซ้อนทับราวกับเอซของพวกเขากำลังยืนตระหง่านอยู่บนเนินพิชเชอร์
ทว่าร่างบนเนินพิชเชอร์นั้นกลับเป็นอเล็กซ์ ผู้มาพร้อมเรือนผมสีทองและดูแข็งแกร่งดั่งราชสีห์
ส่วนเอซตัวจริงของเซย์โดยังคงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในซุ้มม้านั่ง
ไม่มีใครอ่านอารมณ์ของเขาออก
“พระเจ้าช่วย...”
“สัตว์ประหลาดโผล่มาอีกตัวแล้ว”
“โรงเรียนเซนต์อดอล์ฟนี่มันม้ามืดที่แข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ชัด ๆ”
“เหลือเชื่อสุด ๆ !!!”
แฟน ๆ บนอัฒจันทร์ต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่และพึมพำถึงผลลัพธ์ที่ประจักษ์แก่สายตา
น้ำเสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
เดิมทีทุกคนคิดว่าผลแพ้ชนะของเกมวันนี้คงถูกตัดสินไปแล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะด่วนสรุปเร็วเกินไป
สถานการณ์จริงซับซ้อนกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก
“ชั้นชักอยากเห็นผู้ชายคนนั้นลงสนามแล้วสิ!”
แฟนบอลบางคนกล่าวขึ้นมา
หลายคนในที่นั้นได้ยินเข้าก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางซุ้มม้านั่งของเซย์โด
จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงที่วางตัวไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
“ชั้นก็รออยู่เหมือนกัน...”
พิชเชอร์ที่มีความเร็วลูกเกิน 150 กิโลเมตรนั้นหาได้ยากยิ่งในหมู่ผู้เล่นระดับ ม.ปลาย
ตอนนี้เซนต์อดอล์ฟมีอยู่หนึ่งคน
และการขว้างลูกความเร็วสูงของเอซเซย์โดก็สร้างความประทับใจฝังลึกให้แก่ทุกคนเช่นกัน
จะไม่ให้พวกเขาอยากเป็นประจักษ์พยานในปาฏิหาริย์นี้ด้วยตาตัวเองได้อย่างไร?
“มันเกิดขึ้นแน่”
ขณะที่ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ มิยูกิที่ยืนอยู่ในแบทเตอร์บ็อกซ์กลับขมวดคิ้วมุ่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นลูกขว้างความเร็วสูงขนาดนี้
ลูกขว้างของคู่หูเอซของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้เสียอีก!
ไม่เกินจริงเลยที่จะกล่าวว่ามิยูกิเห็นลูกแบบนี้จนชินชา
ทว่าในเวลานี้ ความคิดของเขาแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
ในอดีต ยามเห็นเอซของตัวเองขว้างลูกแบบนี้ เขาจะรู้สึกซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสได้ว่าตราบใดที่ลูกขว้างนี้ปรากฏขึ้น คู่ต่อสู้ย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำยอมสยบ
เจ้าพวกนั้นไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อต้านด้วยซ้ำ!
ในมุมมองของเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะในฐานะคู่หู ความรู้สึกนี้ย่อมเป็นความปีติยินดีอย่างที่สุด
แต่ตอนนี้ ในฐานะคู่ต่อสู้ เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามขว้างลูกแบบเดียวกัน เขากลับรู้สึกถึงเหงื่อกาฬที่ไหลพรากกลางแผ่นหลัง
การเผชิญหน้ากับพิชเชอร์ที่ชื่ออเล็กซ์คนนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับฟุรุยะ...
ความรู้สึกนี้มันช่างกระอักกระอ่วนสิ้นดี
“การดวลกับพิชเชอร์ที่คล้ายคลึงกับฟุรุยะ!”
มิยูกิจินตนาการสถานการณ์ทำนองนี้ในหัวมานับครั้งไม่ถ้วน
ทุกครั้งที่จำลองภาพ หัวใจของเขาก็เต้นรัว
“เข้ามา!”
มิยูกิเองก็มีหัวใจของผู้แข็งแกร่ง เขายกไม้ขึ้นและจ้องเขม็งไปยังคู่ต่อสู้
“ชั้นคิดมาหลายครั้งแล้ว ว่าอยากจะเผชิญหน้ากับคู่หูของตัวเองในรูปแบบนี้”
“ตูม!”
สิ้นความคิดของมิยูกิ ลูกเบสบอลสีขาวก็พุ่งแหวกอากาศออกมา
อเล็กซ์บนเนินพิชเชอร์ดูราวกับสัตว์ร้ายจากยุคบรรพกาล
เขาเปี่ยมไปด้วยความป่าเถื่อนและก้าวร้าวอันทรงพลัง
ลูกเบสบอลที่ถูกขว้างออกจากมือเปรียบเสมือนร่างอวตารของเขา
ราวกับราชสีห์กำลังกระโจนเข้าใส่ตัวมิยูกิ
เมื่อเห็นลูกขว้างนี้ ดวงตาของมิยูกิก็เบิกกว้างขึ้นทันที
นิ้วทั้งสิบกำไม้แน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน
แม้จะเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอต้องเผชิญหน้าในจังหวะนี้ เขายังคงรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
“ไม่ได้การ ต้องหวด!”
แรงกดดันหนักหน่วงจนมิยูกิไม่อาจยั้งมือได้
เขากัดฟันเหวี่ยงไม้สวนออกไป
ในฐานะผู้เล่นคนสำคัญของเซย์โดและหนึ่งในผู้เล่นที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดที่สุดในช่วงสองปีที่ผ่านมา
วงสวิงของมิยูกินั้นจัดว่าเฉียบคม
ตราบใดที่ไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดสองตัวในทีม เขาคือแบตเตอร์ระดับเฟิร์สคลาสอย่างแน่นอน
ทว่า วงสวิงอันทรงพลังนั้นกลับคว้าน้ำเหลว ไม่โดนแม้แต่ผิวลูก
ลูกเบสบอลพุ่งผ่านสไตรค์โซนไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่า
“ปั้ก!”
“สไตรค์!”
ทูสไตรค์ แบตเตอร์ถูกต้อนจนมุมแล้ว
เพื่อนร่วมทีมในซุ้มม้านั่งเซย์โดต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
ในฐานะเพื่อนร่วมทีมเดียวกัน พวกเขารู้ซึ้งถึงฝีมือของมิยูกิดีที่สุด
และเพราะรู้ดีนี่เอง เมื่อเห็นมิยูกิหวดลมเป็นครั้งที่สอง จิตใจของพวกเขาจึงสั่นคลอนอย่างรุนแรง
“ถ้าคะแนนการปรับตัวรับมือลูกฟาสต์บอลเต็ม 100 คะแนนของมิยูกิต้องอยู่ที่ 90 เป็นอย่างน้อย”
“นี่เขาแตะไม่โดนบอลเลยเหรอเนี่ย?”
ผลลัพธ์อันโหดร้ายนี้ทำให้เพื่อนร่วมทีมเซย์โดรู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นภาพซ้อนของฟุรุยะ
ฟอร์มการเล่นแบบนี้ ไม่สำคัญว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใครหรือเก่งแค่ไหน ก็สามารถบดขยี้ได้ราบคาบ...
ในความทรงจำของผู้เล่นเยาวชน ดูเหมือนจะมีแค่เอซของทีมพวกเขาเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้
คนคนนั้นคือฟุรุยะ
ทว่า ฟุรุยะ ซาโตรุ ยังคงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนม้านั่งข้างสนาม
“ชิ!”
“งานเข้าแล้ว...”
ไม่เพียงแค่มิยูกิที่ตระหนักได้ ดูเหมือนเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ก็รู้ตัวแล้วเช่นกัน
คู่ต่อสู้คนถัดไปของพวกเขาคือฟุรุยะอีกคน
แค่คิดเรื่องนี้ก็ทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน
ความรู้สึกของฝั่งเซย์โดนั้นส่งไปไม่ถึงผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟอย่างแน่นอน
ในเวลานี้ ขวัญกำลังใจของเซนต์อดอล์ฟกำลังพุ่งทะยาน
เปลวไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนในดวงตาของผู้เล่น
“เผด็จศึกรวดเดียวไปเลย!”
“ทูสไตรค์แล้ว!”
อเล็กซ์บนเนินพิชเชอร์ได้ยินเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมทีมรอบกายก็เบะปากอย่างดูแคลน
สำหรับคนอื่น การเจอคู่แข่งระดับเซย์โดอาจเพียงพอที่จะทำให้เสียขบวนและจนปัญญาจะรับมือ
แต่สำหรับอเล็กซ์ นี่มันแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว
“ตอนนี้ชั้นเพิ่งใช้แรงไปแค่สิบเปอร์เซ็นต์เอง”
พูดจบ อเล็กซ์ก็ขว้างลูกสุดท้ายออกไป
“ตูม!”
เสียงลูกเบสบอลแหวกอากาศดังชัดเจนเข้าหูทุกคน
ใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมเซย์โดยิ่งซีดเผือดลงไปอีก
มิยูกิที่ปกติมักจะเยือกเย็นเสมอในแบทเตอร์บ็อกซ์ บัดนี้มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หน้าผาก
“มองเห็นชัดเลย ตีได้แน่!”
แม้จะกะจังหวะตีผิดพลาดในลูกก่อนหน้า
แต่มิยูกิไม่ได้ท้อถอยแม้แต่น้อย
ถึงปฏิกิริยาจะช้าไปหน่อยจนหวดลูกออกไปไม่ได้ทันที
แต่เขามองเห็นมันชัดเจนมาก
หลังจากจับคู่กับฟุรุยะ ซาโตรุมานับครั้งไม่ถ้วนและเห็นลูกขว้างเหล่านั้นด้วยตาตัวเองมาตลอด
สายตาของมิยูกิได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
แม้การเหวี่ยงไม้ในแบทเตอร์บ็อกซ์จะให้ความรู้สึกต่างจากการรับลูกในตำแหน่งแคชเชอร์
แต่ตราบใดที่สายตาปรับตัวได้ ขอแค่ปรับจังหวะวงสวิงอีกเพียงเล็กน้อย
เขาก็มีโอกาสเต็มประตูที่จะหวดลูกเบสบอลที่พุ่งเข้ามาให้กระเด็นออกไป
“ตอนนี้แหละ!”
เมื่อปรับจังหวะสวิงได้แล้ว มิยูกิก็เล็งทิศทางที่ลูกพุ่งมาแล้วหวดเต็มแรง
“วื้ด!”
เผชิญหน้ากับลูกขว้างสุดสะพรึง เขาไม่ถอยหนี แต่กลับพุ่งเข้าชนความท้าทายนั้นตรง ๆ
→
“แค๊ง!”
ไม้เบสบอลไม่ทำให้ผิดหวัง มันปะทะเข้ากับลูกเบสบอลได้สำเร็จ
ทว่า ก่อนที่มิยูกิจะได้ทันดีใจ เขากลับรู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับมหาศาลที่กระแทกเข้าใส่แขนทั้งสองข้าง
แรงดีดนั้นรุนแรงจนเขาแทบจะประคองไม้ไว้ไม่อยู่
มิยูกิกัดฟันต้านทานไว้อย่างทุลักทุเล
แต่เขาก็ทำได้แค่ต้านไว้เท่านั้น พลังและทิศทางที่ลูกกระดอนกลับไปไม่ได้ดั่งใจเขาเลยแม้แต่น้อย
“แค๊ง!”
ลูกที่ถูกตีลอยไปข้างหน้าอย่างหมดแรงเพียงไม่กี่เมตร ก่อนจะตกลงและกระดอนพื้น
อเล็กซ์วิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างหน้า เก็บลูกขึ้นมาอย่างง่ายดาย แล้วขว้างส่งไปยังเบสแรก
“ปั้ก!”
“เอาต์!”
เพื่อนร่วมทีมในซุ้มม้านั่งเซย์โดมีสีหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
มิยูกิเก่งแค่ไหน?
เพื่อนร่วมทีมรู้ดีแก่ใจที่สุด
แต่ขนาดเขายังตีลูกให้ดีไม่ได้
“พลังของหมอนี่มันโกงชัด ๆ!”
“ถึงความเร็วลูกจะช้ากว่าหน่อย แต่ถ้าแข่งกันด้วยพลังเพียว ๆ เผลอ ๆ หมอนั่นอาจจะเหนือกว่าฟุรุยะด้วยซ้ำ”
เมื่อคิดได้ดังนี้ จะให้ทีมเซย์โดวางใจลงได้ยังไง?
ในทางตรงกันข้าม ฝั่งคู่แข่งนั้นลิงโลดจนเนื้อเต้น
คันซากิที่ใบหน้าเคยบิดเบี้ยว บัดนี้กลับมามีสีหน้าเจ้าเสน่ห์ดังเดิม
“เดิมทีกะจะเก็บของดีไว้ใช้กับทีมจักรวาล แต่พวกแกได้รับเกียรติให้ชิมลางก่อนใครเพื่อน”
ไม่ใช่แค่เซย์โดที่ประเมินพวกเขาต่ำไป
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งขนาดนี้?
นี่ทำเอาพวกเขาขนลุกซู่ไปเหมือนกัน
เพราะเอซของเซย์โดยังไม่ได้ลงสนามเลยด้วยซ้ำ?
ถ้าฟุรุยะก้าวขึ้นสู่เนินพิชเชอร์เมื่อไหร่ ความแข็งแกร่งของเซย์โดจะยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก
คันซากิตระหนักถึงปัญหานี้ดี
ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมองเซย์โดเป็นยังไง แต่ ณ จุดนี้คงต้องยอมรับความจริง
ความแข็งแกร่งของคู่แข่งอยู่ในระดับท็อปของประเทศ
ดีไม่ดีอาจจะไม่ด้อยไปกว่าทีมจักรวาลเลยแม้แต่น้อย
เกมดำเนินต่อไป แบตเตอร์ไม้แปดของเซย์โดก้าวขึ้นสู่สนาม
บรรยากาศในสนามตึงเครียดถึงขีดสุด
กองเชียร์เดนตายของเซย์โดบนอัฒจันทร์ที่เคยคิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือ
กลับต้องมาเจอม้ามืดโผล่มาขวางทางดื้อ ๆ
เด็กหนุ่มผมทองคนนี้เปลี่ยนความเข้าใจของพวกเขาไปในพริบตา
“หมอนั่นไง! พิชเชอร์อัจฉริยะที่เคยต่อยคนในโรงเรียนมัธยมต้นโรบินสัน!”
“หา?”
“ว่าแล้วเชียว หน้าคุ้น ๆ”
แฟนบอลที่รู้สึกว่าอเล็กซ์ไม่น่าจะโผล่มาจากกระบอกไม้ไผ่รีบค้นหาข้อมูลของเขาทันที
เดิมทีเขาเป็นพิชเชอร์อัจฉริยะจากอเมริกาเหนือที่มีอนาคตไกล
แต่ต่อมาเนื่องจากเหตุทะเลาะวิวาท เขาจึงถูกทางโรงเรียนลงโทษทางวินัย
หลังจากนั้นเขาก็หายไปจากสายตาสาธารณชน
ใครจะคิดว่าเขาจะมาโผล่อยู่ในรายชื่อของโรงเรียนเซนต์อดอล์ฟ
“เรื่องใหญ่ตรงไหน? วัยรุ่นเลือดร้อน ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแย่งจีบสาวมันเป็นเรื่องปกติจะตาย”
คันซากิรู้เรื่องในอดีตของอเล็กซ์ดีอยู่แล้ว
แต่เขาไม่สน
แล้วไงถ้าเด็กหนุ่มทำเพื่อนร่วมชั้นท้อง?
เขาคืออัจฉริยะในสนาม!
แค่นั้นก็พอแล้ว
“แสดงพรสวรรค์ออกมาให้เต็มที่เลย!”
อเล็กซ์บนเนินพิชเชอร์เปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่ถูกขังลืมและอดอาหารมาสามวัน
สภาวะการขว้างของเขายอดเยี่ยมขึ้นเรื่อย ๆ และความเร็วลูกก็เพิ่มขึ้นไม่หยุด
“ตูม!!”
ลูกเบสบอลสีขาวพุ่งแหวกอากาศพร้อมเสียงระเบิดกึกก้อง
แบตเตอร์ในแบทเตอร์บ็อกซ์พยายามสุดชีวิตที่จะหวดลูกออกไป
เขากำไม้แน่นด้วยสองมือ เส้นเลือดบนท่อนแขนปูดโปนจากการออกแรง
ทว่า ไม่ว่าแบตเตอร์จะเดือดดาลในใจแค่ไหน เมื่อเผชิญหน้ากับลูกเบสบอลสีขาวที่พุ่งหวีดหวิวเข้ามา เขาก็ยังคิดหาวิธีรับมือดี ๆ ไม่ออก
ทำได้เพียงมองดูบอลสีขาวพุ่งผ่านสายตาไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างจนปัญญา
“ปั้ก!”
“สไตรค์!”
“สไตรค์!!!”
“สไตรค์เอาต์!!!”
“สไตรค์เอาต์!!!”
ถึงมิยูกิ คาซุยะจะตีลูกออกไปไม่ได้ในท้ายที่สุด แต่อย่างน้อยเขาก็ยังไม้โดนบอล
แต่แบตเตอร์อีกสองคนที่เหลือมีสภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว
ในฐานะผู้เล่นตัวจริงของเซย์โด ผลงานที่ผ่านมาของพวกเขาล้วนน่าชื่นชม
แต่ตอนนี้ ณ วินาทีนี้
พวกเขากลายเป็นเหมือนคนบื้อใบ้ ปล่อยให้คู่แข่งโชว์ออฟอยู่ตรงหน้า
โดยที่พวกเขาตอบโต้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
สามเอาต์ จบอินนิง
เกมบุกของทีมเบสบอลโรงเรียนเซย์โดในอินนิงที่สองจบลงอย่างกะทันหัน
แฟน ๆ บนอัฒจันทร์ดูเหมือนจะรับความจริงได้ยาก
พวกเขายืนนิ่งงัน พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
บนอัฒจันทร์ กองเชียร์ของเซนต์อดอล์ฟมีน้อยจนน่าสงสาร
แม้ทีมจะฟอร์มดีแค่ไหน แต่ดูเหมือนจะมีแฟนคลับมาเชียร์ไม่มากนัก
แต่ในซุ้มม้านั่งของเซนต์อดอล์ฟ บรรยากาศกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ผู้เล่นทุกคนตื่นเต้นดีใจราวกับอยู่ในงานเทศกาล
เกมก่อนหน้านี้พวกเขาอัดอั้นตันใจแค่ไหน
นาทีนี้พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกสะใจมากเท่านั้น
ทุกคนยิ้มแก้มปริ เลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน
“มันต้องอย่างนี้สิ สะใจชะมัด!”
“ไม่เห็นมีอะไรเลย หวานหมูชัด ๆ”
“งานต่อไปของพวกเราคือทำแต้ม”
แม้ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมมากจนถึงตอนนี้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึง
นั่นคือจนถึงบัดนี้ พวกเขายังเป็นฝ่ายตามหลังอยู่
และตามหลังอยู่ถึงสามรันเต็ม ๆ
กฎของสนามเบสบอลก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะโชว์ฟอร์มเทพแค่ไหนในสนาม
ตราบใดที่ไม่สามารถช่วงชิงความได้เปรียบเรื่องคะแนนมาได้ สุดท้ายพวกเขาก็ยังเป็นฝ่ายแพ้อยู่ดี
ผู้เล่นเซนต์อดอล์ฟกระตือรือร้นที่จะโชว์ฝีมือ
ตอนที่ซาวามุระก้าวขึ้นไปขว้าง เพื่อนร่วมทีมต่างพากันเตือนสติ
“ไม่ต้องกดดันนะ ตอนนี้เรานำอยู่”
จนถึงนาทีนี้ เพื่อนร่วมทีมเซย์โดยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนตัวผู้เล่น
แม้คู่แข่งจะแสดงความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจ
แต่ฟอร์มของพิชเชอร์ปีหนึ่งของพวกเขาก็ไม่ได้แย่
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังนำคู่แข่งอยู่ถึงสามรัน
นี่คือจุดสำคัญ
อย่างที่โบราณว่า ‘มีแต้มตุนไว้ให้อุ่นใจ’
สำหรับผู้เล่นเซย์โด การมีคะแนนนำอยู่ในมือย่อมทำให้พวกเขาสงบเยือกเย็นขึ้นมากในการรับมือกับเกม
“ไว้ใจชั้นได้เลย!”
ซาวามุระตัวน้อยดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาก็ไม่แสดงความหวาดกลัวหรือย่อท้อเลยแม้แต่น้อย
เห็นเขาแสดงออกเช่นนี้ เพื่อนร่วมทีมก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ตราบใดที่รุ่นน้องคนนี้ยังรักษาจิตวิญญาณการต่อสู้ไว้ได้ พวกเขาก็ไม่ต้องกังวล
แน่นอนว่าก่อนที่ผู้เล่นจะลงสนาม เพื่อความไม่ประมาท โค้ชคาตาโอกะยังคงส่งสายตาเป็นนัยให้เอซของทีม
ฟุรุยะเห็นสายตานั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย
แน่นอนว่าเขาพร้อมเสมอที่จะก้าวขึ้นสู่เนินพิชเชอร์โดยไม่ต้องวอร์มอัป
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═