- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 451: สายตรงจากเมืองจิ่วเฉิง
ตอนที่ 451: สายตรงจากเมืองจิ่วเฉิง
ตอนที่ 451: สายตรงจากเมืองจิ่วเฉิง
จะว่าไปแล้ว ประสบการณ์ของหร่วนชีชีกับเฟิงอวี่ในวันนี้มีความคล้ายคลึงกันอย่างกับแกะ แต่จุดที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก็คือความรู้สึกหลังได้อ่านข้อความบนโซเชียลนั่นเอง
ในขณะที่เฟิงอวี่มองว่าเนื้อหาในทวีตนั้นช่างดูปลอมเปลือกและพาดหัวเรียกแขกไปวันๆ หร่วนชีชีกลับรู้สึกว่าเนื้อหาเหล่านี้ช่างสมจริงและอ่านง่ายสะอาดตาเหลือเกิน มันดูจริงใจกว่าพวกข่าวโคมลอยสมัยนี้ที่ชอบใช้มุกมีรูปใบเดียวที่เหลือแต่งเรื่องเอาเองจนอ่านไม่รู้เรื่องเป็นไหนๆ
ความต่างของปฏิกิริยานี้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ทั้งสองคนกำลังมองโลกกันคนละใบอย่างแน่นอน!
หลังจากอ่านจบ ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นสไตล์สาวช่างเมาท์ หร่วนชีชีก็รีบกดเข้าแอปฯ เวยป๋อทันที แล้วก็เป็นไปตามคาด คำค้นหาเกี่ยวกับเครื่องลิโทกราฟีพุ่งทะยานติดเทรนด์อันดับหนึ่งแบบนิ่งสนิทไม่มีใครโค่นลงได้
เมื่อเธอกดเข้าไปไล่ดูรายละเอียดก็ถึงกับร้องอ๋อ... ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทางนั้นถึงโทรหาหลี่เว่ยได้
ก็นี่มันฐานทัพทหารนี่นา การจะตามหาตัวเธอมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด ถ้าพวกเขาตั้งใจจะหาจริงๆ ต่อให้เธอไม่เปิดเผยตัวตน ยังไงก็ตามเจออยู่ดีหร่วนชีชีคิดในใจพลางยิ้มแหย
ผู้บัญชาการจี้อันกั๋วโทรหาเธอถึงสองสาย พอติดต่อไม่ได้เขาก็คงต่อสายตรงไปหาผู้ช่วยหลี่ทันทีแน่ๆ แถมเธอยังเหลือบไปเห็นสายที่ไม่ได้รับจากเฟิงอวี่อีกหนึ่งสายด้วย... วินาทีนั้น หัวใจดวงน้อยของหร่วนชีชีแอบเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวเธอก็สูดหายใจลึกๆ เรียกสติให้กลับมาเป็นปกติ
หร่วนชีชีกดโทรกลับหาจี้อันกั๋วทันที และปลายสายก็กดรับเร็วไวเหมือนนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่แล้ว
“ผู้บัญชาการจี้ สวัสดีตอนบ่ายค่ะ”
“ดีๆๆ! กว่าจะตามตัวเธอเจอไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะเนี่ย! พวกคนรุ่นใหม่คงเห็นข่าวกันหมดแล้วล่ะสิ?”
น้ำเสียงของจี้อันกั๋วไม่มีความขุ่นเคืองแม้แต่น้อยที่เธอไม่รับสายในตอนแรก ตรงกันข้าม เขากลับดูอารมณ์ดีสุดๆ จนปิดไม่มิด
ก็จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะ? ในเมื่อเทคโนโลยีเครื่องลิโทกราฟีระดับโลกขนาดนี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดยสถาบันวิจัยภายใต้ฐานทัพของเขาเอง!
แม้ความสำเร็จนี้จะขาดวัตถุดิบล้ำค่าที่หร่วนชีชีมอบให้ไม่ได้ แต่เหล่านักวิจัยเองก็ทุ่มเทมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังตามหลังระดับโลกอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ทว่าข้อมูลและวัสดุจากเธอกลับกลายเป็นเหมือนพยัคฆ์ติดปีกหรือปลาได้น้ำทำให้งานวิจัยที่เคยติดขัดพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด
คิดดูเถอะ ได้ของไปไม่ทันไร ผลลัพธ์ก็น่าชื่นใจขนาดนี้ จี้อันกั๋วถึงกับหัวเราะร่าบอกว่าวันนี้เขาคงเจริญอาหารจนกินข้าวได้เพิ่มอีกชามใหญ่ๆ เลยทีเดียว
“ฉันเห็นข่าวแล้วค่ะ สถาบันวิจัยของฐานทัพทหารเก่งสมคำร่ำลือจริงๆค่ะ”
“เฮ้~ ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้วัสดุที่เธอให้มาต่างหากล่ะ ที่อาโทรมาครั้งนี้ก็เพื่อจะคุยเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องลิโทกราฟีนี้ ในฐานะที่เธอเป็นฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลัง เราจะปล่อยให้เธอเสียเปรียบไม่ได้เด็ดขาด!”
ปลายสายเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“อีกอย่างเรื่องสิทธิบัตร ตาแก่เจียงบอกอาแล้วว่า ถึงจะจดในนามสถาบันวิจัย แต่เขาก็ใส่ชื่อเธอลงไปด้วยนะ ชีชี... เธอเตรียมตัวรับส่วนแบ่งค่าสิทธิบัตรได้เลย!”
ถึงแม้ตอนนี้หร่วนชีชีจะมีเงินถุงเงินถังจนไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินส่วนแบ่งนี้ แต่ความใส่ใจที่จี้อันกั๋วและเจียงจ้าวหลินมีให้ ก็ทำให้เธอรู้สึกฟูในใจไม่น้อย
นี่สินะ... รางวัลของการเลือกคนไม่ผิด!
“เรื่องพวกนี้รบกวนคุณอาประสานงานกับเฉิงเหว่ยได้เลยค่ะ อ้อ... เฉิงเหว่ยคือผู้ช่วยของฉันเอง และตอนนี้เธอก็นั่งเก้าอี้ซีอีโอของกลุ่มบริษัทในเครือของชีชีด้วย พวกคุณอาน่าจะพอคุ้นชื่อเธออยู่บ้างนะคะ?”
ในช่วงที่ผ่านมาชีชีกรุ๊ปไม่ได้ทำตัวโลว์โปรไฟล์เลยสักนิดในเมืองจิ่วเฉิง
“รู้จักสิ รู้จักดีเลยล่ะ! วางใจได้เลย อะไรที่เป็นของเธอ มันต้องเป็นของเธออยู่วันยันค่ำ ใครกล้าคัดค้านก็ให้มันมาคุยกับอาที่นี่!”
“ถ้าอย่างนั้นชีชีต้องขอบคุณคุณอาจี้มากเลยนะคะ”
หร่วนชีชีอ้อนกลับด้วยน้ำเสียงสดใส
“ฮ่าๆ! อาชอบคำนี้ คุณอาจี้ ต่อไปเรียกแบบนี้แหละ! เอาล่ะๆ อาไม่กวนเวลาวัยรุ่นแล้ว เดี๋ยวเรื่องที่เหลืออาจะส่งคนไปประสานงานกับผู้ช่วยของเธอเองนะ”
จริงๆ แล้วประวัติของเฉิงเหว่ยถูกส่งมาวางบนโต๊ะของจี้อันกั๋วตั้งแต่วันที่หร่วนชีชีส่งมอบวัสดุงานวิจัยแล้วล่ะ ไม่ใช่แค่เฉิงเหว่ยนะ แต่ทั้งจ้านอี้และคนอื่นๆ ประวัติถูกขุดตั้งแต่เกิดจนโตมาหมดแล้ว ซึ่งก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาดูไม่ออกว่ามีบางอย่างพิเศษซ่อนอยู่ข้างใน แต่เมื่อมูลค่าและตัวตนของคนคนหนึ่งทรงพลังและสร้างคุณประโยชน์ได้มหาศาลขนาดนี้ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างก็ข้ามๆ ไปบ้างก็ได้...
ขอแค่หัวใจของพวกเธออยู่ข้างเราก็เพียงพอแล้ว
“ตกลงค่ะ บายค่ะคุณอาจี้”
หลังจากวางสาย หร่วนชีชีก็หมุนตัวเดินตรงไปยังโรงอาหารของสถาบันวิจัย
จ้านอี้เตรียมอาหารรอเธอไว้เรียบร้อยแล้ว เขาเลือกทำเลที่นั่งที่ดีที่สุดและยืนรอเงียบๆ อย่างสำรวมเพื่อรอให้เธอมาทานข้าว
ในบริเวณใกล้เคียงหยางชุนฮวาและเฟิงเหว่ยหมินนั่งทานข้าวไปพลางแอบมองด้วยความสงสัยสุดขีดว่ายัยหนูหร่วนไปขุดหาบอดี้การ์ดที่ทุ่มเทเบอร์นี้มาจากไหนกัน?
ขนาดเวลาพักเที่ยง หมอนี่ยังยืนคุมตำแหน่งนิ่งเป็นหิน ไม่ยอมขยับไปไหน ไม่ยอมกินข้าวด้วยซ้ำ
เรื่องนี้หร่วนชีชีเองก็บ่นจนปากเปียกปากแฉะไปหลายรอบ แต่จ้านอี้ก็คือจ้านอี้ เขายึดมั่นในหน้าที่ยิ่งกว่าอะไรดี ใครจะพูดอะไรเขาก็ได้แต่รับฟัง... แต่ไม่เปลี่ยนใจ!
สุดท้ายหร่วนชีชีก็ได้แต่ถอนหายใจและปล่อยเลยตามเลย