- หน้าแรก
- เป่ายิ้งฉุบหน้ากระจก : กติกามรณะตอนเที่ยงคืน
- บทที่ 86: ระดับยุทธศาสตร์!?
บทที่ 86: ระดับยุทธศาสตร์!?
บทที่ 86: ระดับยุทธศาสตร์!?
บทที่ 86: ระดับยุทธศาสตร์!?
เมื่อครู่นี้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พลังหยินในตึกแห่งนี้รุนแรงเสียจนเกือบจะก่อตัวเป็น อาณาเขตถ้ำผี ได้แล้ว ความหมายของอาณาเขตถ้ำผีนั้นต่างจากพื้นที่ผีสิงทั่วไป มันคือมิติพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้พลังหยินอันมหาศาล ภายในอาณาเขตนี้ ผีผู้สร้างจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สามารถบิดเบือนมิติเพื่อลอบโจมตี ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปมาได้ดั่งใจนึก ตราบใดที่ใครย่างกรายเข้าไปในอาณาเขตนี้ ย่อมยากที่จะหาตัวตนที่แท้จริงของผีตนนั้นพบ วินาทีก่อนอาจจะอยู่ไกลสุดสายตา แต่วินาทีต่อมาอาจจะโผล่มาจ๊ะเอ๋อยู่ตรงหน้าคุณเลยก็ได้
พลังหยินที่ เสี่ยวไป๋ ปลดปล่อยออกมานั้นไม่เพียงแต่จะขยี้พลังหยินเดิมของตึกทิ้ง แต่มันยังควบรวมจนก่อเกิดเป็นอาณาเขตถ้ำผีที่สมบูรณ์แบบ!
นั่นหมายความว่า... ในขณะที่คนอื่นยังยืนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เหยียนสวี่ และ อี้เฟิง กลับถึงขั้นเก็บทรงไม่อยู่ ขาอ่อนจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีที่ ถังยวี่ซี และคนอื่นๆ ช่วยพยุงไว้ได้ทัน รูม่านตาของทั้งคู่สั่นระริกด้วยความหวาดวิตก พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเสี่ยวไป๋ตรงๆ พลางละล่ำละลักออกมาว่า "ระ... ระดับ... ระดับยุทธศาสตร์?!"
ความสามารถในการสร้างอาณาเขตถ้ำผีนั้นถูกผูกติดไว้กับคำว่า 'ระดับยุทธศาสตร์' และถือเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของผีระดับนี้เท่านั้น ซึ่งระดับยุทธศาสตร์คือตัวตนที่ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สี่ของทำเนียบความอันตรายระดับโลกวิญญาณ! ผีปรสิตที่ว่าแน่ยังเป็นแค่ระดับหวาดกลัว ส่วนกุมารในโถก็เป็นแค่ระดับชิงวิญญาณที่เก่งขึ้นมาหน่อย... แค่พวกนั้นยังสร้างภัยคุกคามได้มหาศาลขนาดนี้ แล้วลองจินตนาการดูเถอะว่าระดับยุทธศาสตร์จะน่ากลัวขนาดไหน!?
พอได้ยินคำว่า 'ระดับยุทธศาสตร์' ถังยวี่ซี จางฉี และคนอื่นๆ ก็อึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน ในฐานะหน่วยสามที่ทำงานใกล้ชิดกับที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณ พวกเขาย่อมรู้ซึ้งถึงนิยามความสยองนี้ดี
"เสี่ยวไป๋... ไม่ใช่สิ พี่ไป๋เป็นถึงระดับยุทธศาสตร์เลยเหรอคะ?" ถังยวี่ซีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สมองขาวโพลนไปหมด ใครจะไปนึกว่าผีสาวแสนสวยตนนี้จะอันตรายถึงขั้นคุกคามได้ทั้งเมือง!
"ชู่ว... นาทีนี้ต้องเรียกว่า องค์หญิงไป๋ แล้วล่ะ" ฟู่ยิ่งเสวี่ย กระซิบเตือน
เซี่ยอี้จื่อ เองก็มึนตึ้บไม่แพ้กัน เสี่ยวไป๋เนี่ยนะจะถึงระดับยุทธศาสตร์? ตัวนางก็ไม่มีกลิ่นคาวเลือด ไม่เคยฆ่าแกงใคร และก็ไม่ได้ดูมีความแค้นอาฆาตฝังลึกขนาดจะทำให้หิมะตกในเดือนเจ็ดได้เลย เป็นแค่ผีสาวธรรมดาแท้ๆ... แต่ดันเป็นระดับยุทธศาสตร์? พ่อกับแม่เขาเอาอะไรให้นางกินตอนอยู่ที่บ้าน ถึงได้ขุนนางจนโหดได้ขนาดนี้?
"ผมมีข้อสันนิษฐานที่บ้าบิ่นกว่านั้น..." "อาณาเขตถ้ำผีอาจจะเป็นขีดจำกัดสูงสุดของระดับยุทธศาสตร์ก็จริง แต่บางที... มันอาจจะไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของพี่ไป๋ก็ได้นะครับ?" อี้เฟิงโพล่งออกมาตามสไตล์คนชอบคิดนอกกรอบ
"ระดับยุทธศาสตร์คืออะไรน่ะ?" "ไม่เคยได้ยินเลย หมายถึงเราควรแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเวลาสู้กันหรือเปล่า?" "เอาเป็นว่าที่ปรึกษาตำรวจกับพวกหมวดจางดูท่าทางจะขวัญเสียกันหมดแล้วล่ะ" "เฮ้ย! แม่เจ้าโว้ย!? คนหายไปไหนหมดแล้ววะ!"
พนักงานออฟฟิศที่มุงดูอยู่ต่างร้องอุทานอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ เซี่ยอี้จื่อและพรรคพวกที่อยู่ในลิฟต์กลับเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาประหนึ่งโดนตัดต่อคลิปทิ้ง ผีเข้าผีออกยังพอเข้าใจ แต่นี่ถึงขั้นเทเลพอร์ตคนหายไปได้ทั้งกลุ่ม! แม้มันจะผิดหลักวิทยาศาสตร์อย่างแรง แต่ภาพที่เห็นมันสดและชัดเจนเสียจนเถียงไม่ออก โถงล็อบบี้ชั้นหนึ่งจึงกลับมาโกลาหลอีกรอบ
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็ตะโกนขึ้น "หัวหน้าครับ ประตูทางออกเปิดได้แล้ว!" จางฉีได้รับแจ้งก็รู้ทันทีว่า เป็นเพราะพลังหยินของเสี่ยวไป๋ได้เข้าควบคุมตึกนี้แทนที่ และปลดล็อกระบบอาคมเดิมทิ้งไป เขาจึงรีบสั่งการให้ลูกน้องพาพนักงานที่ติดอยู่อพยพออกไปทันที ทว่าพนักงานพวกนี้ ตอนออกไม่ได้ก็โวยวายจะออกกันจัง แต่พอเปิดให้ออกจริงๆ กลับอิดออดเสียอย่างนั้น
"เอ่อ... พวกเราขออยู่ดูต่ออีกนิดได้ไหมคะ?" "อยู่อีกหน่อยก็ได้นะ ผมอยากรู้ว่าพวกเขามีเทเลพอร์ตกลับมาโชว์อีกรอบหรือเปล่า?" "อินเทอร์เน็ตใช้ได้หรือยัง? โอเค มาแล้ว! มาถ่ายคลิปตอนโดนขังลงติ๊กต็อกอัปเดตสถานะหน่อยเร็ว" "เราไปเก็บพวกเศษยันต์กับเหรียญทองแดงที่เขาทำตกไว้เป็นที่ระลึกได้ไหมพี่? ติดอยู่ที่นี่ทั้งทีต้องได้อะไรกลับบ้านบ้างสิ" "ไปเหรอ? ไม่ไปหรอก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอดูตอนจบหน่อยเถอะ"
คำว่า "ไหนๆ ก็มาแล้ว" ทำเอาจางฉีถึงกับกุมขมับด้วยความเพลียจิต
...
ในเวลาเดียวกัน หัวลอยได้หัวหนึ่งกำลังลอยละลิ่วอยู่นอกตัวอาคาร พลางเหลียวมองกลับมาที่ตึกเยว่ไถด้วยแววตาอาฆาต "จัดการกู่น้ำมันพรายของข้าได้เร็วขนาดนี้ ไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่คนที่ข้าจะรับมือได้ง่ายๆ จริงๆ" ปาตี้ สบถในใจ เขาสัมผัสได้ทันทีที่กู่ที่เขาสร้างขึ้นถูกปลิดชีพ ทีแรกเขากะจะใช้จ้าวฉางอีและกู่น้ำมันพรายถ่วงเวลาเพื่อจะหนีให้พ้นสายตา ไม่นึกเลยว่าความพยายามกว่ายี่สิบปีของเขาจะโดนสยบลงในพริบตา
"แต่พลังหยินของ พระพรหมสี่หน้า นั้นเทียบเท่าอาณาเขตถ้ำผี แถมยังมีกุมารในโถที่ร่างกายอมตะขวางอยู่ ต่อให้พวกแกเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางหลุดออกมาได้เร็วขนาดนี้หรอก" "ถึงกุมารจะตาย แต่โถนั่นไม่มีทางแตกแน่นอน!" "รอให้ข้าไปถึงตำบลลั่วอวิ๋นก่อนเถอะ ทุกอย่างจะสายเกินแก้!" "เมื่อข้ารวบรวมวิญญาณลงใน ธงหมื่นวิญญาณ ได้ครบเมื่อไหร่ ทั้งที่ปรึกษาตำรวจทั้งยอดฝีมือหน้าไหนก็ต้องตายกันหมด และวิญญาณพวกแกก็ต้องมาสถิตอยู่ในธงของข้า!"
ปาตี้แสยะยิ้มด้วยความย่ามใจก่อนจะหันหลังเหาะหนีไป เขาเร่งรีบเสียจนไม่สนจะพาร่างกายตัวเองออกมาด้วยซ้ำ บินออกมาแต่หัวทางหน้าต่างชั้นยี่สิบเอ็ดเลยทีเดียว แต่พอเขาบินออกไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังสนั่นมาจากทางด้านหลัง
ปาตี้หันขวับไปมอง ต้นเพลิงมาจากหน้าต่างห้องทำงานที่เขาเพิ่งจากมา และก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร ชิ้นส่วนสีทองของเศียรพระพุทธรูปก็พุ่งกระเด็นออกมาจากหน้าต่างแล้วกระแทกเข้าที่หัวเขาสนั่น!
"พระ... พระพรหมสี่หน้าระเบิดงั้นเหรอ?" ปาตี้มองเศียรพระที่ร่วงหล่นลงพื้นด้วยอาการช็อกจนพูดไม่ออก "เป็นไปไม่ได้! ไม่มีใครหน้าไหนจะขัดขืนอำนาจของพระพุทธรูปผีได้!"
พอมองลงไปเบื้องล่าง เห็นฝูงชนกำลังถูกอพยพออกจากตึก พนักงานคนหนึ่งเผอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นปาตี้ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศพอดี จึงรีบควักมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปพร้อมตะโกนลั่น "เฮ้ยทุกคน ดูนั่น! กิจกรรมนี้เขามีฉากเอ้าท์ดอร์ด้วยว่ะ!" "ดูสิๆ มีหัวลอยได้น่าเกลียดชะมัดเลย!"