เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 231: ทาส

บทที่ 231: ทาส

บทที่ 231: ทาส


“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าหิว!”

ลู่หลีที่กำลังหลับอยู่ตรงมุมห้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงทะเลาะกันของพ่อแม่ พอตื่นมาท้องของเขาก็ร้องประท้วงดังลั่น เขาจึงเริ่มส่งเสียงโวยวายเพราะความหิวโหย

ยามนี้ครอบครัวตระกูลลู่ไม่ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันเลย

เมื่อแม่กวางเฒ่าเห็นว่าลูกชายตื่นแล้ว ดวงตาของนางก็เป็นประกาย ก่อนที่นางจะวิ่งไปดึงเขาขึ้นจากพื้นพลางพูดเกลี้ยกล่อมว่า

“ลูกเอ๋ย ท่านผู้เฒ่ามีอาหารมากมาย เราไปขโมยกินกันเถอะ เจ้ายังเป็นเด็ก แม้เขาจะรู้เข้า เขาก็ไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาพิเศษแบบนี้ หัวหน้าเผ่าคงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเล็กน้อยของลู่หลีอย่างแน่นอน

“ข้าไม่ไป ท่านแม่ก็ไปเองสิ”

เด็กหนุ่มแกะมือแม่ของตนออกจากแขน พอเขาได้ยินว่าตัวเองต้องออกไปจากที่นี่ เขาก็ต่อต้านขึ้นมาทันที

ตั้งแต่เหตุการณ์ที่พวกเขาทะเลาะกับบ้านตระกูลหูคราวที่แล้ว เขาก็มักจะหลบอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ แล้วไม่ขยับตัวออกจากมุมไปไหนไม่ว่าจะเป็นยามที่กินหรือปลดทุกข์ก็ตาม

บัดนี้เขาปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์

“ลูกเอ๋ย ทำไมดื้ออย่างนี้!” แม่กวางเฒ่าโกรธลูกชายมากจนทำอะไรไม่ถูก

ใจจริงนางเองก็อยากไปขโมยอาหารคนเดียว แต่ในระหว่างความวุ่นวายตอนนี้ หัวหน้าเผ่าและภูตคนอื่นคอยระวังนางและไม่ยอมให้นางเข้าใกล้เสบียงเลยแม้แต่น้อย

นั่นทำให้หญิงชราหาจังหวะเข้าไปขโมยของกินไม่ได้เลย!

“ข้าหิว! ข้าหิวมาก! ข้าอยากกิน!” ลู่หลีโวยวายแล้วทิ้งตัวกลิ้งไปกับพื้นโดยไม่สนใจฟังอะไรทั้งสิ้น

เด็กหนุ่มทำนิสัยเหมือนกับตอนที่ลู่มู่ทำตัวเป็นอันธพาลทุกประการ

นางไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าจริง ๆ หรือเขาแค่แกล้งทำเป็นบ้ากันแน่!

สถานการณ์ย่ำแย่นี้ทำให้แม่กวางเฒ่าทำอะไรไม่ถูก อีกทั้งสามีก็ไม่ยอมทำตามที่นางสั่ง และเจ้าลูกชายหัวรั้นก็ไม่เชื่อฟังนางอีก

ในขณะนั้นเอง พ่อกวางเฒ่าหยิบส้มโอลูกใหญ่ออกมาจากถุงหนังสัตว์ก่อนจะโยนให้ลู่หลี

ส้มโอกลิ้งไปมาบนพื้น 2-3 ตลบ พอมันกลิ้งมาถึงขาของเด็กหนุ่มที่กำลังเตะไปมา ในที่สุดเขาก็หยุดดิ้นแล้วพลิกตัวไปกอดส้มโอ จากนั้นก็เริ่มปอกมันกินโดยที่ทั้ง 2 คนไม่สนใจจะพูดคุยกับลู่มู่สักคน

หญิงชรามองดู 2 พ่อลูกแล้วกระทืบเท้าขัดใจ แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

...

ในเวลานี้หลงโม่, หูชิงซานและกลุ่มภูตชายมุ่งหน้ามายังทางเข้าเผ่า

จากระยะไกล ทุกคนมองเห็นความยุ่งเหยิงด้านนอกเผ่า ทั้งกำแพงของเผ่าพังทลาย หิมะบนพื้นปลิวว่อน รวมถึงดินสีดำผสมกับหิมะและซากศพกองรวมกันเป็นวงกลม

เบื้องหลังความโกลาหลนั้น มีหมาป่าสีเทากลุ่มหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา โดยที่ข้างหลังมีชายที่อยู่ในร่างมนุษย์ถูกล้อมรอบไปด้วยภูตหมาป่า ซึ่งเขากำลังส่งสายตาดูถูกให้กับฝ่ายตรงข้าม

“ไอ้พวกสารเลว!” ภูตชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

พวกมันมาโจมตีเผ่าอื่นไม่พอยังกล้าทำตัวหยิ่งผยองอีก!

“ไม่ว่าพวกเจ้าจะมาจากไหน ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้ากลับไปยังที่ที่พวกเจ้าจากมาซะ อย่าพยายามมาปล้นเผ่าของเรา ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตกลับไปแน่!” เสียงชายที่อยู่เบื้องหลังหูชิงซานตะโกนเสียงดังกังวาน

“เจ้าพูดไร้สาระอะไร ฆ่าพวกมันให้หมดซะ!” ภูตอีกคนโต้แย้งขึ้นมา

“กับดักของหูเจียวเจียวทำให้พวกมันสูญเสียภูตไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้พวกมันต้องสู้เราไม่ได้แน่ ๆ ฉะนั้นพวกเราบุกโจมตีพวกมันกันเถอะ!”

ในสายตาของพวกหูชิงซาน ซากศพที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้นต้องสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับคู่ต่อสู้แน่นอน และฝ่ายตรงข้ามมีภูตหมาป่าเพียงไม่กี่สิบตัว ดังนั้นพวกมันคงต้านทานพวกเขาไม่ได้แล้ว

ทางด้านหลางซัวเม้มริมฝีปากอย่างดูแคลน

เขาคิดว่าภูตส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าพวกตนแข็งแกร่งไม่มากนัก แถมยังเป็นสัตว์กินพืชอย่างเช่นกวาง วัว และจิ้งจอก ซึ่งพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ตามธรรมชาติของภูตหมาป่า ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันมีกำลังรบเพียงร้อยคนเท่านั้น

ชายผู้เป็นหัวหน้าเผ่าไม่ให้ความสนใจกับภูตอ่อนแอพวกนี้เลยสักนิด

“ไอ้พวกกระจอก กล้าพูดจาอวดดีเสียจริง หึ...” เขายิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและชี้นิ้วไปที่ผู้ใต้บังคับบัญชา

วินาทีต่อมา กลุ่มภูตหมาป่าก็เดินขึ้นมาจากด้านหลังหลางซัวทีละตัวแล้วมองดูฝ่ายตรงข้ามด้วยดวงตาสีเขียวเข้มที่ฉายแววเย่อหยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกหูชิงซานเบิกตากว้างทันที

“นั่นมัน! เป็นไปได้ยังไง…” จิ้งจอกหนุ่มทำหน้าตกใจขณะมองไปที่ภูตหมาป่ามากกว่าร้อยตัวตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ

จากซากศพมากมายบนพื้นดินจะเห็นได้ว่าภูตอย่างน้อย 200 คนตายเพราะกับดักที่คนในเผ่าวางไว้ แล้วอีกฝ่ายจะมีกำลังคนเหลือมากมายได้อย่างไร? นอกจากภูตที่เสียชีวิตด้วยกับดัก ศัตรูน่าจะนำภูตมาอย่างน้อย 400-500 คน

เป็นไปได้ไหมว่าเผ่าของฝ่ายตรงข้ามมีภูตนับพันคน?

เมื่อเปรียบเทียบกับเผ่าที่ทรงพลังเช่นนี้ เผ่าขนาดเล็กของพวกเขาเทียบไม่ติดเลย!

แล้วกลุ่มภูตชายฝั่งที่อยู่ในเผ่าก็ต้องหน้าซีดเซียวเป็นไก่ต้ม

“พวกมันก็แค่ทาสไร้ประโยชน์ ไม่ว่ากับดักของพวกเจ้าจะทรงพลังแค่ไหน มันก็ไม่สำคัญว่าพวกเจ้าจะฆ่าไปกี่ตัว” หลางซัวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเหมือนไม่สนใจซากศพทั้งหลายบนพื้น

“ทาส!?” ใบหน้าของหูชิงซานมืดลง เขาไม่คาดคิดว่าจะมีทาสอยู่ในเผ่าของอีกฝ่ายมากขนาดนี้

ไม่นานก็มีชาย 2 คนเดินออกมาจากฝูงภูตหมาป่า ชายคนนั้นถือโซ่สีดำ 2 เส้นไว้ในมือ และที่ปลายอีกด้านของโซ่เป็นภูตที่ถูกล่ามมือและเท้าไว้

คนเหล่านี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าท่อนบน ร่างกายของพวกเขาจึงแดงเพราะถูกความเย็นกัดผิวจนแตกระแหง อีกทั้งใบหน้าของแต่ละคนดูซีดเซียวผิดปกติ แล้วทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดินนั้นดูไม่มั่นคงเลยสักนิด

ครู่ถัดมา ภูตหมาป่าเตะทาสคนหนึ่งจนโซ่ส่งเสียงดัง ส่งผลให้ทาสทั้งแถวล้มลงไปนั่งคุกเข่าบนหิมะ

โดยธรรมชาติแล้วผู้คุมชะตาชีวิตคนอื่นไม่ได้สนใจชีวิตของทาสเลยแม้แต่น้อย

จากนั้นภูตหมาป่าคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาอย่างเย่อหยิ่ง

“พวกเจ้าคิดว่าไอ้กับดักโง่ ๆ นี่สามารถทำร้ายพวกเราได้งั้นรึ? เจ้าเพิ่งฆ่าทาสที่ไร้ประโยชน์พวกนี้ไปเท่านั้นแหละ”

“คิดหรือว่าเผ่ากระจ้อยร่อยอย่างพวกเจ้าจะต่อต้านเราได้ ฝันไปซะเถอะ!”

เมื่อหูชิงซานได้รู้ความจริง ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นขึงขัง และความโกรธก็พลุ่งพล่านในดวงตา “เจ้าใช้ทาสมาเหยียบกับดักแทนเนี่ยนะ!”

ทาสคือภูตจากเผ่าที่พ่ายแพ้ให้แก่ฝ่ายตรงข้าม

ผู้หญิงมีโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเผ่า แต่ผู้ชายและเด็กมีเพียง 2 ทางเลือก นั่นก็คือยอมตกเป็นทาสหรือตาย

ทาสเหล่านี้ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์

พอจิ้งจอกหนุ่มคิดว่าระเบิดไม่ใช่แค่กำจัดผู้บุกรุกไม่ได้ แต่ยังคร่าชีวิตทาสที่บริสุทธิ์แทน ขณะนี้โทสะในใจของชายหนุ่มลุกโชนขึ้นเรื่อย ๆ

ไอ้หมาป่าชาติชั่ว!

พวกมันไม่สมควรเกิดมาเป็นภูต!

ทางด้านหลางซัวยิ้มเหยียดในขณะที่ดวงตาเย็นชาฉายแววชั่วร้าย และเขาก็พูดอย่างเฉยเมยว่า

“มันเป็นแค่กลุ่มทาส ข้าไม่ได้ฆ่าพวกมันทันทีนั่นก็ถือว่าข้าเมตตาพวกมันมากแล้ว การตายเพื่อข้าถือเป็นเกียรติของพวกมัน”

เขาพูดเหมือนกับว่าคนที่ล้มตายไปต่อหน้าตนไม่ใช่ศพ แต่เป็นผักปลาเน่า ๆ

“นี่เจ้า!”

หูชิงซานกัดฟัน มันกล้าพูดได้อย่างไรว่านี่เป็นเกียรติที่ต้องมาตายเพราะมัน? เขาเคยเห็นคนไร้ยางอายมามากมาย แต่เขาไม่เคยเห็นคนเลือดเย็นเช่นนี้มาก่อน

“ตราบใดที่พวกเจ้าหลีกทางยอมจำนนโดยง่าย ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าและปล่อยให้พวกเจ้าได้เป็นทาสของข้า”

หลางซัวเอ่ยพลางยกมือขึ้นกระดิกนิ้วเบา ๆ 2-3 ครั้งประหนึ่งว่ากำลังหยอกล้อกับลูกแมวหรือลูกสุนัข

ถัดมา ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วครู่ พอเขาเปิดปากพูดอีกครั้ง น้ำเสียงเกียจคร้านก่อนหน้านี้ก็ฟังดูน่ากลัวขึ้น

“มิฉะนั้น พวกเจ้าจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปเหมือนศพพวกนี้”

บอกได้เลยว่าเขาไม่รังเกียจที่จะฆ่าทุกคน!

“เจ้ากำลังฝันไปอยู่หรือไง ไม่ว่าพวกเจ้าจะมีกี่คน ต่อให้เราต้องเอาชีวิตเข้าแลก เราก็จะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าได้ก้าวเข้ามาในเผ่า!” ภูตชายของเผ่าตะโกนเสียงดัง

เมื่อหลางซัวได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย แววตาขี้เล่นก็ฉายชัดขึ้น

จากนั้นเขาถามว่า “เอ๋... พวกเจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าทำไมข้าถึงพาคนมาแค่ไม่กี่คนเท่านั้น? ข้าจะบอกให้ก็ได้ว่าคนที่เหลือเข้าไปในเผ่ากันหมดแล้ว…”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ไม่น้าาาา แล้วแบบนี้พวกเจียวเจียวจะเป็นยังไงกันบ้างเนี่ย

จบบทที่ บทที่ 231: ทาส

คัดลอกลิงก์แล้ว