เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229: พวกเจ้าออกไปไม่ได้

บทที่ 229: พวกเจ้าออกไปไม่ได้

บทที่ 229: พวกเจ้าออกไปไม่ได้


ความจริงแล้วหลางเมี่ยรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์กับความจู้จี้น่ารำคาญของอูหลิวเสมอมา

ไม่เพียงแค่นั้น เขาอยู่กับหลางซัวมานานที่สุด ดังนั้นเขาจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้เป็นหัวหน้าเผ่า ซึ่งถือได้ว่าเขาเป็นคนสนิทเพียงคนเดียวของหลางซัวเลยก็ว่าได้

ทว่าก็ยังมีคนสนิทอีกคนของผู้นำสูงสุด นั่นก็คืออูหลิว

ดังนั้นหลางเมี่ยจึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับตาเฒ่านั่น และชอบที่จะโต้แย้งอีกฝ่ายในทุก ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อให้ตนได้รับความโปรดปรานจากหลางซัว

พออูหลิวเห็นว่าผู้เป็นนายตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว เขาจึงนั่งลงข้างภูตหมาป่าที่ได้รับบาดเจ็บโดยมีใบหน้าบูดบึ้งมากขึ้น ในตอนนี้เหล่าคนเจ็บทำได้เพียงทนรับความเจ็บปวดต่อไปเพราะถ้าเอาปากสีดำออกจากขา เลือดก็จะยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม พวกเขาจำเป็นต้องรอหมอผีมาช่วยรักษาให้ตนตอนที่กลับไปถึงเทือกเขาชางเฟิง ซึ่งมันเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตรอดไปได้

ในไม่ช้า หลางเมี่ยก็เรียกคนออกมาจำนวนหนึ่งแล้วเดินหน้าฝ่ากับดักของศัตรูต่อไป

หลังจากพวกเขาข้ามจุดที่มีการซุ่มโจมตี ตอนนี้ก็เหลือเพียง 200 เมตรเท่านั้นก่อนที่จะถึงทางเข้าเผ่า

ข้างหน้าเป็นพื้นที่ราบกว้าง และทั้ง 2 ด้านของพื้นที่มีต้นไม้ใหญ่เรียงรายเป็นแถวซึ่งถูกหิมะตกหนักทับถมเอาไว้

“ในระยะสั้น ๆ แค่นี้ ไม่มีทางที่จะมีการซุ่มโจมตีหรอก!” หลางเมี่ยพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจและโบกมือส่งสัญญาณให้คนของตน “บุก!”

“ใครก็ตามที่สามารถจับภูตมาได้มากที่สุด ข้าจะตบรางวัลคนคนนั้นโดยให้เลือกผู้หญิงเป็นคู่ก่อนคนแรก!”

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของผู้เป็นนาย มันก็ช่วยปลุกระดมให้เหล่าภูตหมาป่าเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาทันที

บัดนี้ดวงตาหมาป่าสีเขียวเข้มหลายคู่เปล่งแสงเยือกเย็น พร้อมกับที่พวกมันส่งเสียงหอนออกมา และรีบพุ่งเข้าไปยังประตูทางเข้าเผ่าหลังจากได้ยินคำสั่งของหลางเมี่ย

ตูม! ตูม!

ทันใดนั้นเอง เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหล่าภูตในถ้ำตื่นตระหนก

“ท่านผู้เฒ่า เผ่าของเราถูกรุกรานใช่ไหม ข้าได้ยินเสียงระเบิด พวกภูตที่บุกรุกเข้ามาอาจถูกระเบิดตายไปจนหมดแล้ว!”

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก  ภูตหมาป่ามีจำนวนมาก ข้าเกรงว่าพวกมันจะไม่ตายง่ายขนาดนั้น...”

กลุ่มภูตชายในถ้ำที่ได้ยินเสียงระเบิดรีบมารวมตัวกับหัวหน้าเผ่าทีละคน ซึ่งมีทั้งคนที่กำลังกังวล และคนที่ตกใจกลัว

ทางด้านผู้นำสูงสุดของเผ่าขมวดคิ้วแน่น ในขณะที่เขามองออกไปนอกถ้ำโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่นั่นมันกลับดูผิดปกติกว่าที่เคย

เขาไม่คาดคิดว่าวันที่ฝ่ายศัตรูบุกจู่โจมจะมาถึงเร็วขนาดนี้ และมันเป็นอย่างที่หูเจียวเจียวกังวลจริง ๆ

“ท่านผู้เฒ่า เราจะทำยังไงต่อไปดี?”

“ข้าต้องรีบแจ้งผู้หญิงในเผ่าและไปปกป้องพวกนาง คนพวกนั้นจะต้องหมายตาเสบียงกับผู้หญิงของเผ่าเราเอาไว้แน่นอน!”

ภูตหลายคนถามอย่างกระวนกระวายใจ

หัวหน้าเผ่าถอนสายตาออกมาจากข้างนอกถ้ำ แล้วใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนสั่งเสียงดัง “หูชิงซาน เจ้าพาทุกคนไปรวมตัวกันนอกเผ่าเพื่อเตรียมต่อสู้กับผู้บุกรุก”

“หูชิงเกากับหูชิงหลู่ เจ้า 2 คนนำกลุ่มภูตไปแจ้งข่าวให้ผู้หญิงในเผ่าทราบ และพาพวกนางกับเด็ก ๆ ไปหลบยังที่ปลอดภัย จำไว้ว่าเจ้าต้องปกป้องความปลอดภัยของผู้หญิงและเด็กก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!”

“ส่วนคนที่เหลือ พวกเจ้าไปขนย้ายเสบียงกับข้า”

แค่เวลาเพียงไม่นาน คนเป็นหัวหน้าเผ่าก็จัดการทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

“รับทราบ!”

เหล่าภูตชายตอบพร้อมเพรียงกันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและดังก้องกังวานไปทั่วถ้ำ

ทุกคนรู้ว่ากำลังต้องเผชิญกับอะไร และถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกผู้อาวุโสขอให้ไปตายก็จะไม่มีใครยอมถอย

เพราะข้างหลังผู้ชายอย่างพวกเขายังมีผู้หญิงและเด็กที่ต้องการการปกป้อง!

ครู่ถัดมา หัวหน้าเผ่าผงกหัวก่อนจะส่งสัญญาณให้หูชิงซานเปิดปากถ้ำ

ความจริงแล้วอาจจะดูเห็นแก่ตัวไปสักหน่อยที่เขาให้พี่น้องตระกูลหู 2 คนไปปกป้องผู้หญิงและเด็ก แต่เขาคิดว่าหูเจียวเจียวคงไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องของนาง

สำหรับหูชิงซาน ความแข็งแกร่งของเขาโดดเด่นมาก เขาสามารถปกป้องตัวเองได้แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในอันตรายก็ตาม

ในตอนนั้นเอง เสียงคัดค้านก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังเหล่าภูต

“ไม่ได้!”

“พวกเจ้าออกไปไม่ได้ และพวกเจ้าไม่สามารถนำเสบียงออกไปไหนได้ด้วย!”

เมื่อทุกคนหันไปมองก็เห็นแม่กวางเฒ่ายืนอยู่ข้างหลังพวกเขาและตะโกนด้วยสีหน้าโกรธจัด

ปัจจุบันลู่มู่ไม่ได้กินเนื้อมา 10 วันแล้ว นางใช้ชีวิตอยู่กับการกินส้มโอและน้ำตลอดทั้งวัน ทำให้ตัวของนางในตอนนี้ซีดเซียวซูบผอมลงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

“ลู่มู่ อย่ามาสร้างปัญหาที่นี่ กลับไปซะ”

“เราจะส่งเจ้าไปยังที่ปลอดภัย เจ้าไม่ต้องกังวล...”

ภูตชายทั้งหลายขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ยังพยายามปลอบโยนนาง

ทว่าหญิงชราใช้มือข้างหนึ่งพยุงตัวกับกำแพง ส่วนมืออีกข้างชี้ไปที่กลุ่มภูตตรงหน้า

“พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดปากถ้ำ ตราบใดที่เราซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ฝูงภูตหมาป่าจะหาเราไม่เจอ และเราจะสามารถอยู่รอดได้ตลอดฤดูหนาวนี้!”

“ทันทีที่พวกเจ้าออกไป ข้าจะตกอยู่ในอันตราย!”

บัดนี้ในหัวของแม่กวางเฒ่าคิดเพียงว่าตราบใดที่ทุกคนในถ้ำและเสบียงยังอยู่ที่นี่ นางจะไม่มีวันอดตาย

ส่วนความปลอดภัยของผู้หญิงคนอื่น ๆ ในเผ่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับนางกันล่ะ?

เหนือสิ่งอื่นใด ลู่มู่ต้องการให้ลู่หลี ลูกชายของนางรอดชีวิตเท่านั้น

เมื่อภูตทุกคนได้ยินคำพูดของแม่กวางเฒ่า ใบหน้าของพวกเขาก็มืดลง “ลู่มู่ เจ้ากำลังพูดอะไร!”

“ถ้าเราไม่ออกไป จะให้พวกเราทนดูศัตรูมาลักพาตัวผู้หญิงของเผ่าไปอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่ อย่าลืมว่าตอนนี้ลูกของเจ้า ลู่เมี่ยนเอ๋อก็อยู่ข้างนอกเหมือนกัน เจ้าจะใจร้ายไม่สนใจลูกของตัวเองได้ลงคอหรือไง!”

ในสายตาของภูตที่อยู่ที่นี่ ลู่มู่กลายเป็นตัวถ่วงแข้งถ่วงขาสำหรับทุกคนไปแล้ว

รวมถึงพวกเขาหมดความอดทนกับนางแล้วเช่นกัน

“ข้าไม่สน! ยังไงก็ตาม พวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปจากที่นี่ ถ้าใครกล้าออกไป พวกเจ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”

แม่กวางเฒ่าส่งเสียงตะคอกอย่างเย็นชา นางตั้งท่าไม่ฟังคำพูดของใครอีกเลยพร้อมกับผลักภูตที่ขวางทางเพื่อวิ่งไปยังทางออกของถ้ำ และยืนกางแขนพิงหินไว้

วินาทีนี้ลู่มู่กลายเป็นคนที่ไม่กลัวตาย อีกทั้งยังบ้าดีเดือดสุด ๆ

“ถ้าพวกเจ้าไม่ข้ามศพข้าไป ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าออกไปแน่”

“นี่เจ้า!”

“ลู่มู่ เจ้ามันไร้เหตุผล!”

ในตอนนี้ไม่มีภูตชายคนไหนที่ไม่โกรธเพราะความเห็นแก่ตัวของแม่กวางเฒ่าเลยสักคน

รวมถึงใบหน้าของหัวหน้าเผ่าเองก็ยังเหยเกเป็นรอยยับย่น เขาออกคำสั่งให้คนลากนางออกไปให้พ้นทาง แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโครมครามอยู่นอกถ้ำ

ทุกคนตกใจหันไปมองที่ทางเข้าถ้ำอย่างกระวนกระวาย

แคร่ก! แคร่ก!

มีเพียงเสียงแตกร้าวดังมาจากปากถ้ำ จากนั้นรอยร้าวหลายรอยก็ปรากฏขึ้นบนหินก้อนใหญ่ที่ปิดปากทางเข้าถ้ำเอาไว้

“ลู่มู่ หลบเร็วเข้า!”

“รีบออกมาจากตรงนั้น!”

ขณะนี้ภูตผู้หวังดีหลายคนรีบพูดเตือนหญิงชราที่ยืนอยู่ตรงจุดที่มีรอยร้าว

แต่แม่กวางเฒ่ากลับไม่ยอมแพ้พลางตะคอกเสียงดัง

“พวกเจ้าอย่ามาโกหกข้า! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้แผนการของพวกเจ้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็ขอตายอยู่ตรงนี้!”

หลังจากนางพูดจบ หินที่อยู่ข้างหลังนางก็ระเบิดออก

ตูม!

เมื่อหินหนักหล่นลงมา มันก็ทับร่างของลู่มู่ไว้ทันที จากนั้นร่างสูงโปร่งก็ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าถ้ำ

เขาก้าวเดินเข้ามาแบบไม่เร่งรีบแล้วเหยียบหินที่อยู่บนร่างของคนที่นอนอยู่ข้างใต้

“...”

ยามนี้ในใจภูตทุกคนคิดว่า

เจ้าจะมาโทษเราไม่ได้นะ เป็นเจ้าที่ดื้อรั้นเอง

เมื่อหลงโม่มาถึงที่นี่ เขาก็สังเกตเห็นว่าเหล่าภูตมองมาที่ตนด้วยสายตาแปลกประหลาด

จากนั้นมังกรหนุ่มกวาดตามองพวกภูตที่รวมมาตัวกันที่ทางเข้าถ้ำ และถามด้วยความสงสัยว่า “มีเรื่องอะไรกัน?”

“ไม่มีอะไร...”

ทุกคนส่ายหัวตอบแบบพร้อมเพรียงกันโดยแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะไม่มีใครอยากใจดีกับแม่กวางเฒ่าน่ารำคาญอีกต่อไป

“อืม”

ทางด้านหลงโม่ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาละสายตาจากทุกคนไปมองหัวหน้าเผ่าที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนและเดินไปหาอีกฝ่าย

แล้วจู่ ๆ หินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น

ปัจจุบันใบหน้าของลู่มู่ถูกกดกับหิน นางอยากจะส่งเสียงร้องให้คนช่วยเหลือ แต่ตอนนี้มีแต่เศษอะไรก็ไม่รู้อยู่เต็มปากนาง...

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: อื้อหือ อนาถมาก กรรมติดจรวดสุด ๆ

ประกาศถึงนักอ่านทุกท่านค่ะ

เนื่องจากประกาศครั้งก่อนเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด ต้องขออภัยด้วยค่ะ เดิมทีเราตั้งใจจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่มีบางเว็บที่ระบบไม่สนับสนุนให้เราไล่ติดเหรียญย้อนหลังได้ เราเลยจะเปิดฟรีถึงบทที่ 231 แค่บางเว็บเท่านั้นค่ะ

สรุปก็คือคนที่ตามอ่านทุกวันอยู่แล้วสามารถอ่านฟรีได้จนจบเพื่อเป็นการขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเรามาโดยตลอดค่ะ แต่จะมีการกลับมาติดเหรียญอีกครั้งตั้งแต่บทที่ 231 เป็นระยะ ๆ โดยเราจะคอยอัปเดตวันเวลาติดเหรียญที่หน้านิยาย ดังนั้นคนที่ตามมาอ่านทีหลังก็อาจจะต้องจ่ายเปิดตอนนิดหน่อยเพื่อให้ไล่อ่านตอนฟรีได้เหมือนเพื่อน ๆ ที่ตามอ่านมาตั้งแต่แรก

เพราะฉะนั้นมาอยู่ด้วยกันจนจบเลยนะคะ ?

จบบทที่ บทที่ 229: พวกเจ้าออกไปไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว