เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 209: อย่าคิดมากไปเลย พ่อของข้าก็เคยไร้ประโยชน์ในสายตาคนอื่นมาก่อน

บทที่ 209: อย่าคิดมากไปเลย พ่อของข้าก็เคยไร้ประโยชน์ในสายตาคนอื่นมาก่อน

บทที่ 209: อย่าคิดมากไปเลย พ่อของข้าก็เคยไร้ประโยชน์ในสายตาคนอื่นมาก่อน


เมื่อทุกคนเห็นว่าบรรยากาศแย่ลง เหล่าภูตหญิงก็ปิดปากเงียบโดยที่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรขึ้นมาอีก

พวกนางต่างพากันทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะหันไปก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป

ส่วนหูเจียวเจียวพอเห็นหยินชางมีสีหน้าอึมครึม เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

หญิงสาวรู้ว่ากลุ่มภูตหญิงพูดออกมาเช่นนั้นโดยไม่ได้คิดร้ายอะไร และภูตคนอื่นก็คงคิดแบบเดียวกัน แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่เป็นใบ้ คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนมีดคม ๆ ที่แทงเข้าไปในหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ต่อมา หูเจียวเจียวก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว ก่อนจะกวาดตามองพวกผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ แล้วเปล่งเสียงดังก้องกังวาน

“ในสายตาของข้า หยินชางก็เหมือนกับลูกคนอื่น ๆ พวกเขาไม่มีอะไรแตกต่างกัน ส่วนในอนาคตเขากับหลิงเอ๋อจะหาใครมาเป็นคู่ครองนั่นคือทางเลือกของพวกเขาในอนาคต ข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง และข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นอีก”

เรื่องตลกขบขันของผู้ใหญ่อาจกลายเป็นหนามทิ่มแทงใจเด็กไปตลอดชีวิต

คำว่าล้อเล่นไม่ควรเป็นข้อแก้ตัวในการทำร้ายใคร

เหล่าภูตหญิงไม่คิดว่าจิ้งจอกสาวจะรักษาความสงบได้ขนาดนี้ นั่นทำให้พวกนางรู้สึกละอายใจอยู่พักหนึ่ง

“ข้าขอโทษ หูเจียวเจียว เราจะไม่พูดแบบนี้อีก”

“เมื่อกี้เราปากเสียเอง ในอนาคตเราจะไม่ล้อเล่นกับเรื่องนี้อีกแน่นอน”

พวกผู้หญิงกล่าวขอโทษหูเจียวเจียวอย่างจริงใจ

ในขณะนั้นเอง ร่องรอยของความประหลาดใจฉายผ่านดวงตาที่เศร้าหมองของหยินชาง

“ท่านพี่อย่ากังวลไปเลย ท่านแม่จะไม่ดูถูกท่านเพราะเหตุนี้!” ปัจจุบันหลงเหยากำลังหมอบลงกับพื้นเพื่อแอบกินผลไม้ดิน 2-3 คำ จากนั้นเขาก็ซ่อนส่วนที่เหลือไว้ในอกเสื้อ ในตอนที่ปากน้อย ๆ กำลังเคี้ยว เขาก็พูดปลอบประโลมพี่ชายคนใหม่ไปด้วย

เด็กหนุ่มก้มลงมองเจ้าตัวเล็กอย่างสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดแบบนั้นออกมา

หลงเหยากล่าวต่อว่า “พี่รองตาบอด พี่สามก็หน้าเสียโฉม ท่านแม่ยังไม่รังเกียจพวกเขาเลย! ดังนั้นท่านแม่จะดูแลท่านพี่เป็นอย่างดีแน่นอน~”

เด็กน้อยทำสีหน้าจริงจังขณะที่พูด

แต่ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็รู้สึกเจ็บตรงท้ายทอยเพราะถูกใครบางคนตบหัว

“เจ้ามังกรโง่! เจ้ากำลังนินทาข้ากับพี่รองทั้ง ๆ ที่พวกข้ายืนอยู่ข้างหลังเนี่ยนะ นี่เจ้าคันตูดอีกแล้วใช่ไหม?” หลงจงกัดฟันพูด

“น้องสาม อย่ารังแกเสี่ยวเหยาสิ เขายังเด็กอยู่” เสียงที่อ่อนโยนของหลงเซียวดังขึ้น

หลงเหยายกมือกุมหลังศีรษะแล้ววิ่งไปหลบด้านหลังพี่ชายคนรองด้วยความรู้สึกเสียใจ “ฮือๆๆ พี่รองดีกับเสี่ยวเหยาที่สุด พี่สามรังแกเสี่ยวเหยา...”

แล้วเขาก็แทบจะร้องไห้ออกมาหลังจากได้ยินหลงเซียวพูดว่า

“พี่รองกับพี่สามเป็นภูตพิการ งั้นเสี่ยวเหยาควรจะแบ่งขนมของตัวเองให้พวกพี่ครึ่งหนึ่งดีไหม?”

คนตัวเล็กที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยืนแข็งทื่อเหมือนหินทันที

“...”

ทางด้านหยินชางเฝ้าดูพี่น้องตระกูลหลงหยอกล้อกันเงียบ ๆ และทันใดนั้นความหดหู่ในใจของเขาก็ลดน้อยลง

อีกฝ่ายไม่คิดว่าเขาแตกต่างจากคนอื่น

ถึงแม้ว่าเด็กพวกนี้มักจะตั้งแง่ไม่ชอบเขาอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยหัวเราะเยาะปมในใจของเขาเลยสักครั้ง

ปัจจุบันหยินชางเพิ่งเข้าใจในสิ่งที่ลูกของหูเจียวเจียวทำ... พวกเขาปฏิบัติต่อเขาเหมือนภูตทั่วไป!

“หยินชาง เจ้าอย่าคิดมากไปเลย คนพวกนั้นเคยพูดว่าพ่อของข้าเป็นคนไร้ประโยชน์มาตลอด แต่ตอนนี้ท่านพ่อก็เป็นอย่างที่เห็น เจ้าเองก็จะดีขึ้นในอนาคตแน่นอน!” หลงหลิงเอ๋อกล่าวปลอบโยนเด็กที่โตกว่า

ในอดีต นางเองก็เคยเก็บคำพูดของภูตคนอื่นมาคิดมากเหมือนกับหยินชาง

แต่ตอนนี้เด็กสาวมีแม่ที่อ่อนโยนและคอยเอาใจใส่ตน นางจึงไม่สนใจสิ่งที่ชาวบ้านพูดอีก

เมื่อเด็กหนุ่มเห็นท่าทางไร้กังวลของหลงหลิงเอ๋อ เขาก็พยักหน้าพร้อมแอบหมายมาดในใจตัวเอง

เขาจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น!

อีกด้านหนึ่ง

หวงเยว่มาที่ทุ่งเพื่อขุดผลไม้ดินเช่นเดียวกับผู้อื่น

นางเป็นภูตหญิงที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเผ่า แถมยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ภูตชาย แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเต็มใจที่จะคบหาเป็นเพื่อนกับนางเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงเป้าเฟิงเท่านั้นที่ขุดดินเก็บผลไม้ดินอยู่กับนาง

หงส์สาวเป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก นางทั้งบอบบางและอ่อนแอ หลังจากขุดดินไม่นาน นางจะมีหยาดเหงื่อไหลลงมาเต็มหน้า ดังนั้นนางจึงต้องหยุดพักผ่อนชั่วขณะ

สงฮวาซึ่งกำลังขุดผลไม้ดินอยู่ในทุ่งเดียวกันกับหวงเยว่เห็นภาพดังกล่าวจึงบ่นออกมาเสียงดัง

“แม่นั่นช่างอ่อนแอเสียจริง แล้วนางจะมาทำงานที่นี่ทำไมเนี่ย? ปล่อยให้คู่ของนางทำไปก็พอแล้ว เสแสร้ง…”

ส่วนภูตหญิงที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะตอบว่า

“ใช่แล้ว นางไปพักทั้ง ๆ ที่ยังขุดผลไม้ดินออกมาไม่ได้สักลูก ข้าว่านางมาที่นี่เพื่อยั่วยวนผู้ชายมากกว่า”

“ดูไม่เหมือนว่านางจะมาทำงานเลยสักนิด…”

ในขณะเดียวกัน เป้าเฟิงเองก็เป็นชายหนุ่มที่เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ในเผ่า ผู้หญิงหลายคนวางแผนที่จะหาคู่ใหม่คนที่ 2 ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ดังนั้นเป้าเฟิงที่ท่านผู้เฒ่าชื่นชมจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของพวกนาง

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าตอนนี้เขาถูกหวงเยว่ฉกตัดหน้าไปแล้ว ทุกคนจึงพาลเกลียดขี้หน้านางไปเสีย

ด้วยเหตุนี้เอง หัวหน้าเผ่าจึงไม่ได้บอกภูตหญิงเกี่ยวกับธาตุแท้ของหงส์สาว แต่บอกเฉพาะกลุ่มภูตชายที่ไว้ใจได้เท่านั้น เนื่องจากเขารู้ว่าไม่มีภูตหญิงคนไหนอยากคบหากับนาง

ในตอนที่ผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดนินทา พวกนางจงใจไม่ลดเสียงลง ทำให้บทสนทนาทั้งหมดลอยไปถึงหูของคนที่ถูกพาดพิง

หวงเยว่กำเครื่องมือขุดในมือแน่นโดยภายนอกนางยังคงทำตัวปกติ แต่ดวงตาที่มืดมนของนางเผยให้เห็นว่าเจ้าตัวกำลังพยายามอดทนและยับยั้งชั่งใจไว้มากแค่ไหน

นางรู้ตัวว่าตนเองสู้ภูตหญิงคนอื่นไม่ได้

“หวงเยว่ ตะกร้า 2 ใบของข้าเต็มแล้ว ปล่อยให้ข้าจัดการส่วนของเจ้าเองเถอะ” เป้าเฟิงวิ่งเข้าไปหาภรรยาสาวพลางหยิบหนังสัตว์ที่สะอาดออกมาจากอกเสื้อเพื่อช่วยเช็ดเหงื่อของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

การกระทำของเสือดาวหนุ่มทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความขยะแขยง ก่อนที่นางจะยกมือขึ้นหยุดการเคลื่อนไหวของเขา แล้วหยิบผ้าหนังสัตว์มาถือเอง

“ขอบคุณที่เจ้าทำงานหนักนะเป้าเฟิง ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าข้าจะทำยังไงหากไม่มีเจ้า” ไม่นานใบหน้าที่แสดงความรังเกียจก็เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มอันอ่อนโยน

เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนี้ก็เผยยิ้มกว้างพลางเกาหูดแบบเขินอาย “ไม่เป็นไร หวงเยว่ เจ้าไปพักผ่อนตรงนั้นก่อนเถอะ ข้าจะรีบไปขุดผลไม้ดินให้เสร็จ แล้วข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน”

เขาพูดจบแล้วก็ชี้ไปยังใต้ต้นไม้ที่มีหนังสัตว์ปูอยู่ไม่ไกล

หลังจากที่เป้าเฟิงรู้ว่าภรรยาสาวเป็นคนรักสะอาด เขาจึงทำความสะอาดพื้นที่นั้นเป็นพิเศษเพื่อให้อีกคนได้ไปพักผ่อน

“อืม ขอบคุณเจ้ามาก เป้าเฟิง” หวงเยว่ยิ้มอ่อนโยนขณะใช้นิ้วเคาะหน้าอกของสามีหนุ่มเบา ๆ แล้วใส่หนังสัตว์กลับเข้าไปในมือของเขา จากนั้นนางก็หันหลังเดินไปใต้ต้นไม้

“แค่นี้สบายมาก”

เป้าเฟิงรู้สึกต้องมนตร์สะกดด้วยรอยยิ้มที่หญิงสาวส่งมา เมื่อมองไปที่แผ่นหลังอันบอบบางของอีกฝ่าย เขาก็ห้ามปากตัวเองไม่ให้ยิ้มตามไม่ได้

“ถุย! นังแพศยา!” สงฮวาถ่มน้ำลายออกมาเพราะความอิจฉาก่อนจะใช้เท้าบดขยี้พื้น

หลังจากจบฉากพลอดรักแสนหวาน ทุกคนก็ถอนหายใจและตั้งสมาธิกับการขุดผลไม้ดินต่อไป

ในเวลาเดียวกัน หวงเยว่เดินไปใต้ต้นไม้แล้วมองเป้าเฟิงที่กำลังทำงานหนัก ไม่นานรอยยิ้มเยาะก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง

ถัดมา หงส์สาวมองไปรอบ ๆ ก่อนจะแอบเข้าไปในป่าที่ห่างไกลในขณะที่ไม่มีใครสนใจตน

เมื่อเร็ว ๆ นี้นางไม่สามารถออกจากเผ่าไปไหนได้ อีกทั้งนางไม่สามารถหาโอกาสอยู่คนเดียวได้เลย ในที่สุดวันนี้นางก็มีโอกาสสักที

แม้ว่าการทำแบบนี้มันจะยากกว่าการส่งข่าวออกไปนอกเผ่า แต่ตราบใดที่มีเวลาเพียงพอ นางจะสามารถส่งข่าวของเผ่าออกไปได้อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน

ทางด้านพวกหูเจียวเจียว หูหมินกับหู่จิงมักจะแอบใส่ผลไม้ดินที่ตัวเองเก็บลงในตะกร้าของจิ้งจอกสาวเป็นครั้งคราว

นอกจากนี้ ลูก ๆ ยังช่วยกันเก็บผลไม้ดินมาได้มากมาย

พอถึงเวลาที่หูเจียวเจียวหันกลับมาเพื่อดูว่ายังเหลือพื้นที่ในตะกร้าเท่าไหร่ เธอก็เห็นมันฝรั่งกองจนเต็ม 2 ตะกร้าแล้ว เธอจึงอดสงสัยไม่ได้

“ท่านแม่ หู่จิง พวกท่านวางผลไม้ดินผิดที่หรือเปล่า?”

หญิงสาวชำเลืองมองตะกร้าเปล่าที่อยู่ข้างหลังพวกนางแล้วถามอย่างงุนงง

“โอ๊ะ!” หูหมินหันหน้าไปมองแล้วแสดงความประหลาดใจแบบเกินจริง แถมยังพูดในสิ่งที่ฟังดูไม่น่าเชื่อถืออีกด้วย “เจียวเจียว เจ้าขุดเสร็จเร็วมาก ในเมื่อขุดเสร็จแล้ว เจ้าก็ควรกลับไปพักผ่อน!”

หู่จิงเองก็ให้ความร่วมมือในการแสดงครั้งนี้ด้วย “โอ้... วันนี้ข้าไม่ค่อยมีแรงสักเท่าไหร่ ข้าเลยขุดผลไม้ดินได้ไม่มาก”

หูเจียวเจียวถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

“...”

คราวหน้าพวกท่านต้องแสดงให้มันเนียนกว่านี้หน่อย โอเคไหม?

“ไม่เป็นไร วันนี้ข้ามีแรงเหลือเฟือ รู้ไหมว่าข้าขุดผลไม้ดินได้เร็วมาก เพราะงั้นมาช่วยกันขุดให้เสร็จเถอะ!”

หูเจียวเจียวพูดพร้อมยิ้มจาง ๆ โดยแสร้งทำเป็นไม่เห็นการละครของทั้งคู่

ต่อมา เธอเหลือบมองลูก ๆ ที่ชุ่มเหงื่อไปทั้งตัวเพราะออกแรงขุดมันฝรั่งมานาน เธอจึงพูดกับพวกเขาว่า

“หยินชาง อวี้เอ๋อ ถ้าพวกเจ้าเหนื่อยก็ไปนั่งพักตรงโน้นเถอะ”

“เยี่ยมไปเลย!”

เนื่องจากหลงเหยาอยากจะหนีไปจากที่นี่นานแล้ว พอได้ยินแม่จิ้งจอกพูดดังนั้น เขาก็เดินโซเซเข้าไปในป่าพร้อมกับอกเสื้อที่เต็มไปด้วยผลไม้ดิน

จบบทที่ บทที่ 209: อย่าคิดมากไปเลย พ่อของข้าก็เคยไร้ประโยชน์ในสายตาคนอื่นมาก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว