เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200: พี่ชาย! ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสี่ยวเหยา!

บทที่ 200: พี่ชาย! ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสี่ยวเหยา!

บทที่ 200: พี่ชาย! ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสี่ยวเหยา!


ตอนนี้หลงเหยากำลังโกรธมากที่ถูกพี่ ๆ ห้ามไม่ให้กินอาหารเพิ่ม พอเขาเห็นมือที่ยื่นมาตรงหน้ามีไข่ใบหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น พร้อมกับที่ความขุ่นเคืองพลันหายไป เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นและเอื้อมมือไปคว้าไข่ใบโต

จากนั้นเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองหยินชาง

“เจ้าให้สิ่งนี้กับข้าหรือ?” คนตัวเล็กกะพริบตาถามปริบ ๆ นัยน์ตาสีแดงทับทิมเต็มไปด้วยความคาดหวังปนตื่นเต้น

เด็กที่ตัวโตกว่าพยักหน้าตอบ

อาหารตอนเช้าวันนี้คือข้าวต้มกับไข่ เขาไม่อยากกินไข่ก็เลยซ่อนมันเอาไว้

“พี่ชาย! ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสี่ยวเหยา!” หลงเหยากระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะหยิบไข่ไปเคาะกับผนัง 2-3 ครั้งเพื่อปอกไข่กิน

เนื่องจากพี่ใหญ่คนนี้มาอาศัยอยู่ในบ้านของตนและเป็นสมาชิกในครอบครัวของเขาเอง ไม่ใช่คนนอก อาหารที่อีกฝ่ายมอบให้จึงสามารถกินได้!

เมื่อหยินชางมองไปที่รอยยิ้มอันไร้เดียงสาของเจ้าตัวเล็ก สีหน้าตึงเครียดของเขาก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง

ยามนี้มืออวบอ้วนของหลงเหยาเคลื่อนไหวได้ว่องไวมาก เขาปอกไข่ไม่กี่อึดใจก็เสร็จ แล้วยัดเข้าไปในปากทั้งหมดด้วยการกัดแค่ 2 ครั้ง ไม่นานเขาก็เคี้ยวไข่แก้มตุ่ย

ไข่ในมือของเด็กน้อยหายไปในพริบตา ถัดมา เขาหันไปมองหยินชางด้วยดวงตาสดใสที่ฉายประกายคาดหวัง

“ท่านมีอีกไหม...”

เด็กหนุ่มถอยหลังไป 2 ก้าว โดยจิตใต้สำนึกอยากที่จะยกมือไปแตะกระเป๋า แต่เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ขยับ พลางส่ายหัวให้อีกฝ่ายเพื่อบอกว่าไม่มีแล้ว

คำตอบที่ได้รับทำให้แสงในดวงตาของหลงเหยาหรี่ลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเจน

ในไม่ช้า เจ้าตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปกอดขาของคนตัวโต พร้อมกับยิ้มให้อีกคนอย่างประจบประแจง “ท่านพี่ ท่านพาเสี่ยวเหยาไปเก็บผลไม้ได้ไหม? เสี่ยวเหยาอยากกินผลไม้...”

เขาจำได้ว่ามีต้นผลไม้หลายต้นอยู่ในเผ่า เพื่อรักษาผลไม้ของเผ่าไว้จนถึงฤดูหนาว ผู้คนเลยมักจะเก็บผลไม้ของเผ่าเป็นลำดับสุดท้าย

ที่ผ่านมาหลงเหยาคิดอยากจะไปเด็ดมันกินมานานแล้ว โดยปกติจะมีพี่ 4 คนที่คอยคุมไม่ให้ตนมีโอกาสไปขโมยอาหาร แต่ตอนนี้หยินชางเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในบ้านและเขาไม่รู้กฎของเผ่า ดังนั้นเจ้าตัวแสบจึงลากอีกฝ่ายไปแหกกฎด้วยกัน

ทางด้านเด็กหนุ่มยังไม่รู้ความคิดของคนตัวเล็ก เนื่องจากเขาไม่เคยถูกกอดหรือถูกอ้อนแบบนี้มาก่อน เขาจึงไม่สามารถปฏิเสธคำขอได้ ดังนั้นเขาเลยพยักหน้าตกลงเหมือนคนโดนสะกดจิต

จนกระทั่งเขาถูกหลงเหยาลากไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีผลไม้ห้อยอยู่ เขาจึงคิดถึงสิ่งที่ตนสัญญาไว้ก่อนหน้านี้

แต่พอหยินชางเงยมองดูต้นผลไม้ตรงหน้าที่สูงกว่าบ้านหินของหูเจียวเจียว เขาก็เกิดความรู้สึกเสียใจที่รับปากเจ้าเด็กน้อยไป

“ท่านพี่ปีนขึ้นไปเก็บมันมาได้ไหม? เสี่ยวเหยาอยากกินผลไม้บนนั้น” หลงเหยาคว้ากระโปรงหนังสัตว์ของคนตัวโตกว่าแล้วเขย่ามือไปมาพลางถามด้วยรอยยิ้มกว้าง

“...”

ฝ่ายที่ถูกร้องขอเงียบไปครู่หนึ่ง แต่เขายังคงผงกหัวตอบรับ

ขณะที่เด็กหนุ่มสบตาเด็กน้อยคนนี้ เขาก็นึกถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่กับพี่ชายของตน

ยิ่งไปกว่านั้น หูเจียวเจียวยังใจดีกับเขามาก เขาจะกล้าปฏิเสธลูกชายของนางกับอีแค่ช่วยเก็บผลไม้ได้อย่างไร?

ไม่นานหยินชางก็เริ่มปีนต้นไม้ขึ้นไปภายใต้สายตาคาดหวังของหลงเหยา

แม้ว่าร่างของเด็กหนุ่มจะผอมบาง แต่การเคลื่อนไหวของเขาแข็งแรงมีพลังกว่าที่เห็นภายนอก ในพริบตาเขาก็สามารถปีนขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้ว อันที่จริงการปีนต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

ระหว่างที่หยินชางปีนต้นไม้ขึ้นไปเรื่อย ๆ เด็กหลายคนก็ร้องอุทานอยู่ไม่ไกล

“ใครเก็บผลไม้ตรงนั้นน่ะ!?”

“ลงมาเร็วเข้า เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บผลไม้ของเผ่า!”

ทันใดนั้นเด็กกลุ่มหนึ่งก็วิ่งออกมาจากหลังโพรงหญ้า แล้วพากันตะโกนเสียงดัง

“แย่แล้ว มีคนพบเรา...”

หลงเหยาตกตะลึงที่ตนถูกคนอื่นพบเห็น เขากุมศีรษะพร้อมกับมีความคิดอยากจะวิ่งหนี แต่เขาจำได้ว่าหยินชางยังอยู่บนต้นไม้ พอวิ่งไปได้ 2 ก้าว เขาก็ถอยกลับมาตะโกนใส่คนที่อยู่ข้างบน

“ท่านพี่ หนีเร็ว!”

เมื่อเด็ก ๆ เห็นว่าหลงเหยาอยู่ที่นี่ พวกเขาก็นึกหวาดกลัวแม่จิ้งจอกดั่งฝันร้ายที่ฝังลึกอยู่ในใจ ทันใดนั้นทุกคนก็เงียบเสียงลง โดยคิดว่าคนที่อยู่บนต้นไม้ก็คือลูกของหูเจียวเจียวเช่นกัน

แต่พอพวกเขาเงยหน้าขึ้นกลับเห็นเด็กแปลกหน้าคนหนึ่ง

“นั่นใครน่ะ?” เด็กในกลุ่มถามขึ้นมา

“ข้าได้ยินมาว่าเขาเพิ่งมาอยู่ที่เผ่า พี่ชายของเขาตายไปแล้ว ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่บ้านของพวกหลงเหยา...” เด็กที่อยู่ถัดจากคนถามอธิบาย

“เขาก็คือเด็กต่างถิ่นที่ว่าน่ะหรือ...” เด็กหลายคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วจู่ ๆ ทุกคนก็เดินผ่านคนตัวเล็กไปล้อมต้นไม้ไว้

ถ้าคนบนนั้นเป็นลูกของหูเจียวเจียว เด็กกลุ่มนี้คงไม่กล้าเข้าไปหาเรื่อง แต่กับคนนอกพวกเขาไม่เกรงกลัว!

“นี่! เจ้าหนู เจ้ารู้ไหมว่านี่คือผลไม้ของเผ่าเรา ผลไม้นี้เจ้ากินไม่ได้ และเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่นี่อีก ได้ยินที่ข้าพูดไหม?”

“ผลไม้พวกนี้เรายังไม่เคยได้กินเลย แล้วเจ้าเป็นใครถึงบังอาจมาแอบเก็บผลไม้ของเผ่าเรา?”

ทันทีที่หยินชางลงมาจากต้นไม้ เขาก็ถูกเด็ก 4-5 คนเข้ามาขวางเอาไว้

ในกลุ่มนั้นมีเด็กหลายคนที่อายุไล่เลี่ยกับเขา โดยที่ทุกคนตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ อีกทั้งแต่ละคนดูแข็งแรงกว่าเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายสามารถทุบเขาให้แหลกได้ด้วยกำปั้นเดียว

เมื่อเหล่าเด็กเกเรเห็นว่าหยินชางนิ่งเงียบไม่โต้เถียงอะไร เด็กคนหนึ่งจึงพูดอย่างไม่พอใจ

“นี่! เรากำลังคุยกับเจ้าอยู่นะ! เจ้าเป็นใบ้หรือไง?”

เด็กอันธพาลที่อยู่ใกล้ ๆ ดึงแขนคนถามก่อนจะโน้มศีรษะเข้าไปใกล้เพื่ออธิบายให้อีกคนฟัง “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นใบ้จริง ๆ มันพูดไม่ได้...”

พอสมาชิกคนอื่นได้ยินเช่นนี้ พวกเขาต่างก็มองหยินชางตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็ชี้หน้าเขาพร้อมส่งเสียงเยาะเย้ย

“ที่แท้เจ้าก็เป็นใบ้นี่เอง! ฮ่า ๆๆๆ!”

“เจ้าพูดไม่ได้งั้นรึ เจ้านี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะอาศัยอยู่ในบ้านของพวกมันได้ เจ้าก็เหมือนเด็กพวกนั้นนั่นแหละ”

กลุ่มเด็กเกเรพูดเสียดสีพลางมองหยินชางอย่างเย้ยหยัน

ฝ่ายที่ถูกรังแกขมวดคิ้วมุ่น เขาเคยชินกับคำพูดแบบนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้คือประโยคหลัง

เหมือนเด็กพวกนั้น? มันหมายความว่าอย่างไร?

เด็กพวกนั้นที่ว่าหมายถึงลูกของหูเจียวเจียวหรือเปล่า?

“นี่พวกเจ้า! ไอ้พวกคนชั่ว!” ขณะนี้หลงเหยาถูกรั้งไว้ด้านนอกวงล้อม เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เด็กอันธพาลพูด เขาก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ

จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็ควงกำปั้นตั้งท่าจะเข้าไปช่วยหยินชาง “ท่านพี่ ไม่ต้องกลัวนะ เสี่ยวเหยามาช่วยท่านแล้ว!”

หลงเหยาใช้ขาสั้น ๆ กระทืบลงบนพื้น ก่อนจะแยกเขี้ยวแสดงท่าทางน่ากลัวเหมือนมังกรตัวน้อยที่ ‘ดุร้าย’

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหลังจากที่เขาวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็สะดุดเท้าตัวเองล้มลงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ทางด้านเด็กเกเรที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงหันกลับมามอง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พวกเขาได้เห็นคนตัวเล็กวิ่งพุ่งเข้ามา

เด็กกลุ่มนี้ไม่กล้าทำร้ายหลงเหยา พวกเขาจึงทำเพียงยื่นมือออกไปจับอีกฝ่ายไว้ แต่จังหวะนั้นเด็กน้อยส่งกรงเล็บไปที่เป้ากางเกงของเด็กคนหนึ่ง ก่อนจะเสียหลักโซเซไป 2-3 ก้าวและเหยียบเท้าของเด็กอีกคนอย่างแรง

“อุ่ก!”

“โอ๊ย!”

มีเสียงร้องดังขึ้น 2 ครั้ง

เด็กที่ถูกโจมตีแบบกะทันหันล้มลงกุมเป้าตัวเอง ส่วนเด็กอีกคนยกเท้ามาจับไว้แล้วกระโดดเหยง ๆ ด้วยสีหน้าเจ็บปวดเช่นเดียวกัน

ยามนี้หลงเหยาหันมองทั้ง 2 คนสลับไปมาอย่างงุนงง ก่อนจะมองหน้าเด็กคนอื่น ๆ

ไม่นาน เหล่าเด็กเกเรก็โดนเจ้าตัวเล็กจัดการทีละคนจนไปนอนกองอยู่บนพื้น

ในเวลาเดียวกัน หยินชางตกตะลึงกับภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้น

หลงเหยาทรงพลังมากเลยหรือ!?

เขาคาดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กตัวอ้วนที่ดูอ่อนแอคนนี้จะลุกขึ้นมาปกป้องตนในตอนที่ถูกศัตรูรุมล้อม

นั่นทำให้หยินชางรู้สึกซาบซึ้งใจ ครอบครัวนี้เป็นภูตที่มีจิตใจดีจริง ๆ!

ในอนาคตเขาจะต้องตอบแทนพวกเขาเป็นอย่างดี!

“หือ ทำไมเสี่ยวเหยาไม่เจ็บเลย?” หลงเหยาถูก้นตัวเองพร้อมกับทำหน้าประหลาดใจ

ทั้งที่พื้นเต็มไปด้วยหินก้อนเล็ก ๆ ถ้าเขาล้มลงไปคงจะเจ็บตัวแน่นอน

“โอ๊ย! เจ็บ...” เด็กอันธพาลที่เป็นฐานรองรับเขาอยู่ด้านล่างร้องโอดครวญพลางยกมือขึ้น “รีบ ๆ ลุกไป…”

หลงเหยาที่รู้ตัวทีหลังเกาหัวด้วยความลำบากใจ ก่อนที่เขาจะพยุงตัวเองลุกขึ้น และมองไปทางหยินชางอย่างนึกเป็นห่วง

พอเด็กน้อยเห็นว่าคนตัวโตกว่าสบายดี ในที่สุดเขาก็ผ่อนคลายลง

โชคดีที่หยินชางไม่เป็นไร ถ้าเขาถูกเด็กคนอื่นทำร้าย ท่านแม่จะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่นอน และความจริงที่ว่าเขาพาอีกคนมาเก็บผลไม้ก็จะถูกเปิดเผย

“หึ!” จากนั้นมือเจ้าเนื้อก็ตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เกือบทำให้พี่ชายเจ็บตัวแล้วไง น่าจับมาตีก้นจริง ๆ เจ้าเด็กคนนี้!

จบบทที่ บทที่ 200: พี่ชาย! ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเสี่ยวเหยา!

คัดลอกลิงก์แล้ว