เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 197: ศัตรูของลูก ๆ

บทที่ 197: ศัตรูของลูก ๆ

บทที่ 197: ศัตรูของลูก ๆ


หวงเยว่ตกใจกับท่าทางก้าวร้าวของหยินชาง เห็นได้ชัดว่าเขามันก็เป็นแค่ไอ้ลูกหมาตัวน้อย เขาจะใช้สายตาที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้จ้องคนที่เพิ่งเจอหน้ากันได้อย่างไร?

หรือว่าเจ้าเด็กนี่จำนางได้!?

“หวงเยว่ ทำไมไม่ปล่อยให้เจียวเจียวรับเขาไปเลี้ยงแทนล่ะ?” หัวหน้าเผ่าอดไม่ได้ที่จะพูดขัดขึ้นมา เขายังคงรอที่จะจัดการกับร่างไร้วิญญาณของหยินกู่อยู่

ในฐานะผู้นำสูงสุด เขามีหลายสิ่งที่ต้องไปทำทุกวัน เขาไม่มีเวลาว่างมากพอจะมารออีกฝ่ายอยู่ที่นี่

เมื่อหงส์สาวได้ยินคำพูดของชายสูงวัย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเป็นเหยเกไม่น่ามอง แล้วในที่สุดนางก็ยอมถอยกลับอย่างไม่เต็มใจ

นางรู้ว่าเด็กคนนี้จะไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน ตราบใดที่เขายังอยู่ในเผ่า เขาก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้อยู่ดี ดังนั้นนางจึงไม่ควรรีบร้อน

ถัดมา หวงเยว่เฝ้ามองหูเจียวเจียวพร้อมทำท่าเหมือนกำลังดูการแสดงที่จะเกิดขึ้น นางต้องการดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรได้บ้าง

ทางด้านจิ้งจอกสาวพยักหน้าให้ท่านผู้เฒ่า ก่อนจะเดินไปที่เตียงข้าง ๆ หยินชาง

ปัจจุบันหยินกู่ที่นอนอยู่บนเตียงไร้ชีวิตไปแล้ว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาซีด หากหูเจียวเจียวไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอคงยากที่จะเชื่อว่าเมื่อวานนี้ชายหนุ่มยังมีชีวิตอยู่และพูดคุยกับเธอ

ภาพตรงหน้าทำให้เธอยิ่งแน่ใจว่าวันก่อนหยินกู่รวบรวมแรงฮึดสุดท้ายเพื่อร้องขอตน

อาจเป็นเพราะความปรารถนาก่อนที่ชายหนุ่มจะหมดลมหายใจทำได้สำเร็จ ใบหน้าของเขาจึงดูสงบมาก ซึ่งไม่มีร่องรอยของความทุกข์ทรมานเลยสักนิด

จิ้งจอกสาวถอนหายใจแล้วหันไปมองหยินชางที่มีร่างกายผอมบาง “พี่ชายของเจ้าจากไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์ที่เจ้าจะปกป้องร่างกายของเขาไว้ ร่างเขาจะเน่าเปื่อย และในไม่ช้าเขาก็จะถูกหนอนกัดกิน ตอนนี้เขาไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีกแล้ว”

เด็กหนุ่มที่ได้ฟังเช่นนั้นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดออกมา

ท่าทางของเขาเหมือนกับว่าเขาจะกระแทกหมัดใส่คนพูดได้ทุกเมื่อ

“แต่ข้ามีวิธีทำให้เขาอยู่กับเจ้าตลอดไป สิ่งแรกเจ้าต้องเชื่อฟังและกลับบ้านกับข้าก่อน” หูเจียวเจียวยังคงกล่าวต่อไป

ปัจจุบันหยินชางอายุได้ 10 ปีแล้ว เขาไม่เหมือนกับลูกน้อยทั้ง 5 คนของเธอ เขามีความคิดเป็นของตัวเอง แม้แต่ความคิดของเขาก็ใกล้เคียงกับภูตผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่เธอจะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้เปลืองน้ำลาย

หลังจากที่หยินชางได้ยินคำพูดของแม่จิ้งจอก สุดท้ายเขาก็คลายหมัดออกพลางก้มหน้านิ่ง

“หยินกู่หวังว่าเจ้าจะเติบโตอย่างปลอดภัย นี่เป็นความปรารถนาของพ่อแม่เจ้าด้วย เจ้าไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวังใช่ไหม?”

หูเจียวเจียวโน้มน้าวใจเด็กชาย เมื่อเห็นว่าเขาสงบลงแล้ว เธอจึงพูดต่อว่า “ถ้าเจ้าตกลง ข้าจะพาร่างของพี่ชายเจ้าไป”

ในเวลาเดียวกัน การเย้ยหยันฉายผ่านดวงตาของหวงเยว่

นางคิดว่าคำพูดไม่กี่คำจะทำให้ไอ้เด็กเวรนั่นเชื่อฟังงั้นรึ?

ทว่าในวินาทีต่อมา หยินชางเดินตามหลังจิ้งจอกสาวไปเงียบ ๆ โดยที่เขายังคงก้มหน้าลงต่ำ แต่เขาก็แสดงออกว่ายอมรับคำพูดของอีกคน

แล้วภูตทุกคนก็ต้องตกใจกับภาพที่ได้เห็น

เด็กคนนี้เชื่อฟังหูเจียวเจียวมากจริง ๆ!

เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เขาทั้งก้าวร้าวและทำร้ายคนที่เข้ามาใกล้ตน นางทำให้เขายอมรับได้อย่างไรกัน?

พอหงส์สาวเห็นฉากที่เกิดขึ้น ใบหน้าของนางก็บิดเบี้ยวมากกว่าเดิม แล้วนางก็หันหลังเดินออกจากบ้านไม้ไปด้วยความโกรธทันที

ขณะเดียวกัน หูเจียวเจียวตบไหล่หยินชางเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบโยนหลังจากเห็นว่าเขาเชื่อฟังมาก

“ท่านผู้เฒ่า ข้าสามารถจัดการกับร่างของหยินกู่ได้หรือไม่?” หญิงสาวหันไปถามคนที่มีอำนาจสูงสุดในเผ่า

แน่นอนว่าชายสูงวัยไม่คัดค้านเธอ เขาพยักหน้ารับซ้ำ ๆ “ได้สิ”

ดังนั้นหูเจียวเจียวจึงรีบบอกให้ภูตชาย 2 คนช่วยหามร่างของหยินกู่ออกจากบ้านไม้ จากนั้นพวกเขาก็ตั้งเตียงไม้ไว้นอกบ้านแล้ววางศพลงบนนั้น

ไม่นานจิ้งจอกสาวก็ส่งคบเพลิงให้หยินชางขณะที่อธิบายว่า

“ข้าจะช่วยเจ้าเก็บกระดูกของพี่ชายเจ้าไว้ มาจุดไฟสิ”

แม้ว่าเหล่าภูตอาจไม่สามารถยอมรับการเผาศพได้ แต่สำหรับหยินชาง การเก็บกระดูกของพี่ชายไว้ข้างกายดีกว่าปล่อยให้เขาถูกสัตว์ป่ากัดกิน

ถ้าร่างของชายหนุ่มถูกฝังลงในดินตรง ๆ พวกภูตในเผ่าจะไม่ยอมให้ทำแน่นอน เพราะทุกคนจะไม่ทิ้งศพไว้ในเผ่าซึ่งมันจะดึงดูดสัตว์ป่าให้มาโจมตีสถานที่แห่งนี้

ฉะนั้นการเผาศพจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

บัดนี้หยินชางยืนถือคบเพลิงนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวช้า ๆ

ปัจจุบันศพตั้งตระหง่านอยู่บนกองไม้จำนวนมากที่วางไว้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเผาร่างกายให้เป็นขี้เถ้า

อีกทั้งภูตจำนวนมากจากทั่วทุกสารทิศต่างก็พากันมาดู หลังจากได้ยินข่าวการเสียชีวิตของหยินกู่ ทุกคนก็ช่วยกันส่งไม้ต่อให้ชายหนุ่มเพื่อเป็นหนทางที่จะได้เห็นเขาเป็นครั้งสุดท้าย

ความตายเป็นเรื่องธรรมดามากในโลกของภูต แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงเกรงกลัวต่อความตาย เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ว่าตนเองจะเป็นศพรายต่อไปหรือไม่

ก่อนหน้านั้นหูเจียวเจียวราดน้ำมันบนท่อนไม้ ก่อนจะบอกให้หยินชางแตะคบเพลิงไปที่ไม้ฟืน

พรึ่บ!

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นในพริบตา มันกลืนกินร่างที่นอนอยู่จนเห็นแต่เงาเลือนราง ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างกายของภูตหนุ่มก็ค่อย ๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน

และไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงทั้งหมดก็ส่งกลิ่นไหม้

ขณะนี้หยินชางเฝ้าดูเปลวไฟเต้นรำตาไม่กะพริบ ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงเงาที่หลงเหลืออยู่ของหยินกู่ที่กำลังโบกมือลาเขา

เด็กหนุ่มคิดว่านี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่พี่ชายของเขาทิ้งไว้ในโลกใบนี้

หูเจียวเจียวไม่รู้ว่าทุกคนรู้สึกได้ถึงความเสียใจของหยินชางหรือไม่ แต่ภูตที่อยู่โดยรอบก็รู้สึกโศกเศร้าไปพร้อมกับเขา และมองดูเด็กหนุ่มด้วยความสงสาร

บรรยาศของงานศพในครั้งนี้ช่างเงียบสงัดจนเหลือแต่เสียงประกายไฟที่ยังไม่มอดดับ...

...

หลังจากการเผาศพเสร็จสิ้น หูเจียวเจียวก็หยิบโกศไม้ที่ไม่มีลวดลายโดดเด่นออกมาจากมิติแล้วใส่กระดูกของหยินกู่ลงไปก่อนจะมอบให้หยินชาง

ในความเป็นจริงมีเศษขี้เถ้าเหลืออยู่บนพื้นมากมาย ซึ่งหญิงสาวบอกไม่ได้ว่ามันเป็นเถ้าของไม้หรืออะไร แต่โชคดีที่เด็กหนุ่มไม่รังเกียจและถือโกศไว้แน่นราวกับว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

จากนั้นหญิงสาวก็หาสถานที่สำหรับฝังกระดูกของหยินกู่ที่เหลืออยู่

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาอยู่ครึ่งวัน

“เจียวเจียว เรื่องของหยินชางข้าจะมอบให้เจ้าดูแล หากเจ้าและหลงโม่มีปัญหาอะไรก็สามารถบอกข้าได้ทันที ข้าจะช่วยเจ้าเอง” ก่อนจากไป หัวหน้าเผ่าได้เข้ามาปลอบโยนหูเจียวเจียว

“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า” จิ้งจอกสาวพยักหน้าให้ชายสูงวัยเพื่อแสดงความขอบคุณ

ในเวลาเดียวกัน ภูตชาย 2 คนที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองไปที่หยินชางแล้วกระซิบคุยกันว่า

“เด็กคนนี้โชคดีจริง ๆ ที่มีผู้หญิง 2 คนมาแย่งกันรับเลี้ยง”

ต่อมา ภูตคนหนึ่งก็พูดเตือนหญิงสาวว่า “หูเจียวเจียว เด็กคนนี้มีนิสัยแปลกมาก แถมยังชอบทำร้ายคนอีก ระวังอย่าให้เขาทำร้ายเจ้าล่ะ”

พวกเขาไม่เคยเห็นเด็กที่มีพละกำลังสูงขนาดนี้มาก่อน ทั้งที่เขาอายุยังน้อยแท้ ๆ

“ขอบคุณที่เตือนข้า”

หูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างสุภาพให้กับชายทั้ง 2 คน และพาหยินชางกลับบ้าน

ขณะนี้เด็กตระกูลหลงทั้ง 5 กำลังช่วยกันเลี้ยงกระต่ายอยู่ที่บ้าน

เมื่อเหล่าเด็กน้อยเห็นว่าแม่จิ้งจอกกลับมาพร้อมกับเด็กแปลกหน้าที่ตามมาข้างหลังนาง พวกเขาก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาแบบอธิบายไม่ถูก

แม้แต่หลงเหยาที่อายุน้อยที่สุดก็ละความสนใจไปจากกระต่ายในทันที

เขารีบวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ด้วยขาป้อมสั้นก่อนจะอ้าแขนรอรับกอดอันแสนอบอุ่น จากนั้นเขาก็มองไปที่หยินชางประหนึ่งว่าต้องการประกาศอำนาจของเขา

“เจ้าเป็นใคร ทำไมเจ้าถึงตามท่านแม่ของข้ามา?”

คนตัวเล็กถามทะลุกลางปล้องโดยไม่มีการอ้อมค้อมสักนิด

นัยน์ตาเล็กคู่นั้นฉายแววราวกับกำลังป้องกันโจร เพราะเขากลัวว่าแม่ของตนจะถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา

ส่วนพวกหลงอวี้ก็จ้องเด็กที่โตกว่านิ่ง

“ท่านแม่ เขาคือใคร ทำไมท่านพาเขามาที่บ้านของเรา?” ขนาดหลงจงซึ่งมีท่าทางที่ไม่ดีต่อหูเจียวเจียวมาโดยตลอดก็ยังถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง

แม้ว่าเด็กหนุ่มจะถามแม่จิ้งจอก แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่หยินชางไม่กะพริบ อีกทั้งน้ำเสียงที่เขาเอ่ยถามดูเหมือนต้องการเตือนอีกฝ่ายมากกว่า

ทางด้านผู้มาใหม่ชำเลืองมองดูเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองไม่กี่ปี จากนั้นเขาก็หลบสายตาก่อนจะขยับไปยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านหลังหูเจียวเจียว โดยเมินเฉยต่อความเป็นปรปักษ์ของเด็กคนอื่น

เขาคุ้นเคยกับความไม่เป็นมิตรของพวกภูตมานานแล้ว

การที่ภูตทุกคนจะเป็นมิตรกับเขามันเป็นเรื่องที่น่าแปลกเสียมากกว่า

ก่อนที่จิ้งจอกสาวจะทันได้เอ่ยปาก หลงหลิงเอ๋อก็มายืนอยู่ตรงหน้าพี่น้องทั้ง 4 คนของนาง

“พี่สาม อย่าดุนักสิ”

เมื่อหลงจงได้ยินคำพูดของน้องสาว เขาจึงยอมละสายตาออกจากหยินชางไปมองหน้าเด็กสาวเพียงคนเดียวในบ้านด้วยความไม่พอใจ “หลิงเอ๋อ ทำไมเจ้าถึงออกหน้าพูดแทนคนนอก?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: หลับให้สบายนะหยินกู่ ไม่ต้องห่วงน้องชาย ครอบครัวเจียวเจียวจะต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 197: ศัตรูของลูก ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว