เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 195: การจากไปของหยินกู่

บทที่ 195: การจากไปของหยินกู่

บทที่ 195: การจากไปของหยินกู่


เนื่องจากการอาศัยอยู่ในถ้ำนาน ๆ อาหารที่เคยกักตุนเอาไว้ก็ร่อยหรอลงจนหมด หยินเหลยจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องออกไปล่าสัตว์เท่านั้น

แต่ไม่นานหลังจากที่เขาออกไป ภูตของเผ่าก็ตามหาที่ซ่อนตัวของครอบครัวพบ แล้วคนเหล่านั้นอยากจะพาภรรยากับลูกอีก 2 คนของเขากลับไปยังเผ่าโดยทุกคนคิดที่จะใช้เลือดของพวกเขาเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่ง

เมื่อคนเป็นพ่อรีบมุ่งหน้ากลับมาที่ถ้ำ ทั้ง 3 คนก็ถูกจับตัวไปหมดแล้ว

จากนั้นเขาเดินทางไปที่เผ่าและต่อสู้กับศัตรูอย่างสุดความสามารถ สุดท้ายเขาก็ช่วยชีวิตลูกออกมาได้ทั้ง 2 คน แต่พอได้เห็นภรรยาอันเป็นที่รักของตนถูกพรากไป เขาจึงสู้กับคนพวกนั้นจนตัวตาย ส่วนคนรักก็ฆ่าตัวตายต่อหน้าลูกเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำตามแผนการได้สำเร็จ

“ข้าเห็นพ่อแม่ตายต่อหน้าข้า บางทีพวกมันอาจแค่ต้องการตัวแม่ของข้าเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงหนีมาพร้อมกับน้องชายได้”

ขณะที่หยินกู่เล่าเกี่ยวกับอดีตของตนเอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง พร้อมกับมือที่กำแน่นจนเล็บคมจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ

ถ้าชายหนุ่มแข็งแกร่งกว่านี้ เขาอยากจะฆ่าคนพวกนั้นให้สิ้นซาก แต่เขาไม่มีกำลังพอจะต่อกรกับภูตทั้งเผ่าได้ อีกทั้งเขาไม่ต้องการให้ศัตรูจับตัวไปสูบเลือดออกจากร่างกายด้วย หากเป็นแบบนั้น แผนการของพวกมันก็จะสำเร็จ

“แล้วพวกเจ้าก็โดนตามล่า...”

หูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะโพล่งขึ้นมา

ถ้าพี่น้องคู่นี้ถูกตามล่าจนมาถึงที่นี่ ท่านผู้เฒ่าก็ควรบอกทุกคนในเผ่าให้ระวังภูตพวกนั้น

“อย่ากังวลไปเลย เราไม่ได้ถูกตามล่า พวกมันหาเราไม่เจอ”

หยินกู่ส่ายหัวพลางยับยั้งความเกลียดชังในแววตาตัวเอง

“หลังจากหนีออกมา น้องชายกับข้าก็พบเผ่าหนึ่งและอาศัยอยู่ที่นั่น จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เผ่าถูกโจมตีโดยฝูงภูตหมาป่า พวกมันฆ่าภูตทั้งหมดในเผ่า แล้วพวกข้าก็แอบหลบหนีออกมาตอนที่เผ่านั้นกำลังโกลาหล”

“เพราะข้าอ่อนแอเกินไปเลยไม่สามารถเอาตัวรอดในป่าได้ ข้าจึงได้รับบาดเจ็บแบบนี้”

ชายหนุ่มอธิบายด้วยรอยยิ้มขมขื่น

ทางด้านหูเจียวเจียวเงียบไปครู่หนึ่ง

เขากับหยินชางได้รับบาดเจ็บเช่นนี้หลังจากอาศัยอยู่ในป่าเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกภายนอกเผ่านั้นอันตรายเพียงใด

และหลงโม่...

“ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรดรับหยินชางไปดูแลด้วย คนที่ตามล่าเราเคยเห็นเขาเพียงครั้งเดียวในตอนที่เขาเกิด ข้าอยากจะขอให้พวกเจ้าซ่อนตัวตนของเขาไว้ในฐานะคนรับใช้ แบบนี้มันจะไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเจ้าแน่นอน”

หยินกู่กล่าวพลางมองคู่ชายหญิงอย่างอ้อนวอน

...

ข้างนอกบ้านไม้

หยินชางซ่อนตัวอยู่นอกประตูโดยที่เขาได้ยินคำพูดของพี่ชายทั้งหมด

จากนั้นความเกลียดชังก็พลุ่งพล่านในดวงตายามรัติกาลของเขา แล้วมันก็ค่อย ๆ กลืนกินเหตุผลทุกอย่างไป

“ที่แท้เจ้าก็พูดไม่ได้จริง ๆ”

ในตอนนั้นเอง มีเสียงไพเราะดังมาจากด้านหลังเขา

เด็กหนุ่มหันกลับไปมองด้วยความตกใจและพบว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เมื่อกี้นี้กำลังยืนพิงกำแพงอยู่ข้าง ๆ เขาในขณะที่นางปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างไม้เข้าไปข้างใน

ในตอนที่เด็กสาวพูด นางไม่ได้หันหน้ามามองเขา และยังคงแอบมองกลุ่มคนที่อยู่ในบ้านไม้

หยินชางตกใจมาก นางมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เขาไม่สังเกตเห็นเลยว่าอีกฝ่ายมาอยู่ใกล้ตัวเองขนาดนี้

ในขณะเดียวกัน ดูเหมือนว่าหลงหลิงเอ๋อจะรับรู้ถึงความคิดของหยินชางได้ นางจึงยืนตัวตรง มองไปที่เขาแล้วอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้เจ้าเองก็กำลังแอบฟังคนอื่นคุยกันอยู่ ฉะนั้นเจ้าจะมาต่อว่าข้าไม่ได้”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะสะบัดหน้ามองไปทางอื่นโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา

ตัวเขาสูงกว่าสาวน้อยมากกว่า 10 เซนติเมตร พอเขาหันหน้าไปทางอื่น นางจะเห็นเพียงคางแหลม ๆ ของเขาเท่านั้น

ครู่ถัดมา หลงหลิงเอ๋อหยิบหนังสัตว์ที่อ่อนนุ่มออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือของคนตรงหน้า

การเคลื่อนไหวของเด็กสาวทำให้หยินชางหันกลับมามองนางด้วยความงุนงง

“เอานี่ไปเช็ดหน้าซะ”

หลงหลิงเอ๋อเอามือเท้าสะโพกพลางอธิบายแบบขอไปที

“ท่านแม่ของข้าทำผ้านี้ขึ้นมาด้วยมือของนางเอง ข้าแค่ให้เจ้ายืมไปใช้เท่านั้น แล้วข้าจะมาทวงคืนทีหลัง”

เด็กหนุ่มก้มลงมองหนังสัตว์ในมือที่อีกฝ่ายมอบให้ มันคือหนังแกะสีขาวที่มีลวดลายมังกรสีดำปักไว้อยู่

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ

นี่เป็นหนังสัตว์จริง ๆ หรือ?

เขาไม่เคยเห็นหนังสัตว์ที่สะอาดและสวยงามเช่นนี้มาก่อน

ยามนี้หยินชางเกิดความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปเพื่อคืนหนังสัตว์ให้เจ้าของ

“พี่ชายของเจ้าต้องการให้เจ้ามาอยู่ที่บ้านของข้า แล้วท่านแม่ก็ไม่ชอบเด็กสกปรก หากเจ้าไม่เช็ดหน้าเช็ดตาให้สะอาด ท่านแม่คงจะไม่อยากได้เจ้าไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน” หลงหลิงเอ๋อถอยหลังไป 2 ก้าวพลางมองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

หยินชานขมวดคิ้วเมื่อได้ยินดังนั้น พร้อมกับกำหนังสัตว์ไว้ในมือแน่น

เขาไม่อยากไปอยู่บ้านคนอื่น…

แต่พอเด็กหนุ่มมองไปที่รอยยิ้มแสนหวานของเด็กสาวตัวเล็กตรงหน้า สุดท้ายเขาก็ใช้หนังสัตว์เช็ดหน้าตัวเองเงียบ ๆ

เวลาผ่านไปไม่นาน หยินชางก็หันไปมองหลงหลิงเอ๋อและสื่อสารด้วยภาษามือว่าเขาจะส่งมันคืนให้นางหลังจากซักเสร็จ

“เจ้าอยากจะบอกอะไร?”

สาวน้อยเอียงคอมองอย่างสงสัย

นางไม่เข้าใจภาษามือของอีกฝ่ายเลย

“...” หยินชางนิ่งเงียบไปอีกครั้ง

ทันใดนั้นหลงหลิงเอ๋อก็ยกนิ้วขึ้นพร้อมทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้พลางมองเขาด้วยดวงตาที่สดใส

“ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าอยากจะบอกแล้ว!”

เขาต้องการให้นางไปขอร้องให้ท่านแม่รับเขาไปอยู่ที่บ้านด้วย!

“อย่ากังวลไปเลย” เด็กสาวยื่นมือน้อย ๆ หมายจะตบไหล่ของคนตัวสูงกว่า แต่นางพบว่าตัวเองเตี้ยเกินไปจึงพยายามยืนเขย่งเท้าโดยใช้ปลายนิ้วแตะไหล่ของเขาแบบเอื้อมสุดแขน

“ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ”

ปกติแล้วหลงหลิงเอ๋อไม่มีเพื่อนเล่นในเผ่า ยกเว้นพี่น้องและลูก 2 คนของโหวเซียงที่มาเล่นกับนางเป็นบางครั้ง ในขณะที่เด็กคนอื่นในเเผ่าไม่มีใครชอบเล่นกับนางเลย

สาวน้อยเห็นเงาของอดีตตัวเองจากหยินชางได้อย่างรวดเร็ว

พวกเขาต่างก็พบเจอสถานการณ์คล้ายกัน

ภายในบ้านไม้

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นสีหน้าของหลงโม่ เธอก็รู้ว่าเขาเองก็อยากจะช่วยเหลืออีกฝ่าย

พ่อของ 2 พี่น้องตระกูลหยินได้ช่วยชีวิตมังกรหนุ่มเอาไว้เมื่อ 10 ปีก่อน และด้วยเหตุนี้ เธอจึงต้องตอบแทนน้ำใจของเขา

ในขณะที่จิ้งจอกสาวกำลังจะพูดก็มีร่างเล็กวิ่งเข้ามาจากนอกประตูขัดจังหวะเสียก่อน

“ท่านแม่ ให้เขามาอยู่บ้านเราเถอะนะ”

หลงหลิงเอ๋อคว้ากระโปรงหนังสัตว์ของแม่จิ้งจอกแล้วเขย่าเบา ๆ พร้อมเงยหน้ามองเธออย่างอ้อนวอน

“เขาน่าสงสารมาก ถ้าเขาต้องอยู่ในเผ่าตามลำพัง เด็กคนอื่นจะรังแกเขาเหมือนที่พวกเขาเคยรังแกเรามาก่อน”

“ถ้าเขามาอยู่บ้านเรา เขาก็ยังเล่นกับเราได้ และเสี่ยวเหยาจะไม่เบื่ออีก”

ดวงตากลมโตที่เปียกชื้นมองไปที่หูเจียวเจียว พร้อมกับกะพริบปริบ ๆ เป็นการขอร้อง

ทางด้านหยินชางที่อยู่นอกประตูยืนทำหน้าเครียดกว่าเดิม

นี่เป็นสิ่งที่นางบอกว่าเข้าใจเมื่อกี้หรือ!?

“หลิงเอ๋อ” จิ้งจอกสาวก้มลงมองเด็กน้อยที่จู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามาด้วยความประหลาดใจ “เจ้าตามแม่มาที่นี่ทำไมอีก?”

หลงหลิงเอ๋อแยกเขี้ยวแสดงรอยยิ้มไร้เดียงสาและตอบเสียงเบาว่า

“ท่านแม่ช่วยเขาด้วยเถอะนะ...”

“ตกลง แม่ตกลง” หูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ว่าจะไม่มีคำขอร้องจากสาวน้อย เธอก็จะยอมรับปากอยู่แล้ว

ส่วนหยินกู่ที่รอคำตอบอยู่ด้านข้างรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ และมองไปที่คนทั้ง 2 ด้วยความซาบซึ้งใจ

...

หลังจากที่พ่อแม่ลูกตระกูลหลงทั้ง 3 คนกลับบ้าน หยินชางก็เดินเข้ามาทางประตู

“ชาง หลังจากที่ข้าจากไปแล้ว เจ้าต้องใช้ชีวิตให้ดี” ผู้เป็นพี่ชายพูดอย่างอ่อนโยน

เด็กหนุ่มกัดฟันพร้อมส่ายหัวเดินไปด้านข้างเตียงก่อนจะจับมืออีกคนไว้

สมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร?

“ชาง เจ้าต้องเชื่อฟัง ในอนาคตเจ้าจะต้องอยู่กับครอบครัวนั้น พวกเขาคือผู้มีพระคุณของเรา เจ้าต้องปกป้องเด็กคนนั้นเป็นการตอบแทนพวกเขา...”

หยินกู่ไม่สนใจปฏิกิริยาของน้องชายและยังคงเตือนสติเขาไม่หยุด

บัดนี้เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ ราวกับว่าหมอกยามเช้าจะปลิวไปตามสายลมได้ทุกเมื่อ

หยินชางกัดริมฝีปากอย่างดื้อรั้น จากนั้นเขาก็ซบลงข้างเตียงโดยแสดงท่าทางปิดกั้นการรับรู้ทุกอย่าง

“ชาง ข้าเองก็อยากอยู่กับเจ้าจริง ๆ... เพื่อมองเจ้าเติบโตขึ้น…” หยินกู่พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มียกมือขึ้นด้วยความยากลำบาก เขาอยากสัมผัสใบหน้าของน้องชายเหลือเกิน แต่จู่ ๆ ก็มีของเหลวพุ่งขึ้นในลำคอของเขา ส่งผลให้เขาพ่นเลือดสีดำออกมาเต็มปาก

หยินชางหันไปมองต้นเสียงด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะพบว่ามือของพี่ชายเพียงหนึ่งเดียวห้อยลงมาแบบคนอ่อนแรง...

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: สงสาร 2 พี่น้องตระกูลหยินมาก นี่แปลไปน้ำตาซึมไป T_T

จบบทที่ บทที่ 195: การจากไปของหยินกู่

คัดลอกลิงก์แล้ว