เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 193: ทำสิ่งสุดท้ายให้เขา

บทที่ 193: ทำสิ่งสุดท้ายให้เขา

บทที่ 193: ทำสิ่งสุดท้ายให้เขา


หยินชางหลบสายตาไปจ้องมองหน้าอกที่เปื้อนเลือดของพี่ชาย พร้อมทำท่าพยายามขจัดคำพูดของคนตรงหน้าที่ยังดังก้องอยู่ในหูออกจากความคิด

พอหยินกู่มองไปที่ท่าทางดื้อรั้นของน้องชายจึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

เขารู้จักร่างกายของตัวเองดีกว่าใคร ๆ มันกำลังนับถอยหลังในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่มาก…

“ชาง ความปรารถนาเดียวของข้าคือหวังให้เจ้าเติบโตอย่างปลอดภัย ในตอนที่เจ้าโตขึ้นเท่านั้นถึงจะสามารถต่อกรกับพวกมันได้ เข้าใจไหม?”

“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป…”

หยินกู่พูดประโยคข้างต้นซ้ำ ๆ เขารู้ว่าน้องชายตัวน้อยฟังอยู่ เสียงพูดจึงดังต่อไปจนในที่สุดเขาก็อ่อนแรงแล้วผล็อยหลับไป

ส่วนหยินชางยังคงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ คนเจ็บ ดวงตาสีดำมืดของเขาสงบนิ่งไม่หวั่นไหวกับอะไรทั้งนั้น

จากนั้นชายหนุ่มหลับไปนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู

“ท่านผู้เฒ่าสั่งให้ข้านำอาหารมาให้พวกเจ้า” ทันใดนั้นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น

หยินชางมองไปที่ประตูด้วยท่าทางตั้งรับทันที และหยินกู่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ลืมตาขึ้นมาใช้มือตบหลังมือเด็กหนุ่มเพื่อปลอบประโลมเขา

“นางคงเป็นผู้หญิงของเผ่านี้ เจ้าอย่ากังวลไปเลย...”

ทว่าดวงตาที่เหมือนสัตว์ร้ายของหยินชางไม่เปลี่ยนไปเลย เขาเอาแต่จ้องลู่เมี่ยนเอ๋อที่เดินเข้ามาเขม็ง

ทันทีที่กวางสาวเข้ามาในห้อง นางก็ต้องตกใจที่เห็นดวงตาดุร้ายคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ตน

พอหญิงสาวสังเกตดูดี ๆ ก็พบว่าเขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะวางเนื้อและผลไม้ในมือไว้ข้างเตียง “พวกเจ้าหิวหรือเปล่า? ท่านผู้เฒ่าขอให้ข้าหาอะไรให้พวกเจ้ากิน เอาไปกินสิ”

ลู่เมี่ยนเอ๋อพูดพลางเช็ดผลไม้ลูกใหญ่ด้วยมือตัวเองและมอบให้หยินชางเพื่อแสดงความเป็นมิตร

ทว่าเด็กหนุ่มทำเพียงแค่มองหญิงสาวอย่างเฉยเมย ซึ่งเขาไม่มีท่าทีว่าจะขยับเข้าไปใกล้นางเลย

“อะแฮ่ม... ขอบคุณ น้องชายของข้าเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับภูตคนอื่นนอกจากข้า ข้าต้องขอโทษด้วยที่เขาเสียมารยาท” หยินกู่อธิบายเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไร” กวางสาวส่ายหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองไปที่หยินชางอีกครั้งพลางคิดในใจว่าดวงตาของเด็กชายดูดุร้ายพอ ๆ กับของหลงโม่

นางสงสัยว่าเด็กอายุเท่านี้จะมีแววตาน่ากลัวเช่นนั้นได้อย่างไร

“ข้าฝากขอบคุณท่านผู้เฒ่าแทนด้วย ภูตในเผ่าของเจ้าใจดีมาก ขอบคุณที่รับพวกข้าเข้ามา”

คำพูดหยินกู่ดึงความคิดของลู่เมี่ยนเอ๋อกลับมา

“ด้วยความยินดี ท่านผู้เฒ่าบอกแล้วว่าพวกเจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ เผ่าของเราปลอดภัยแน่นอน” กวางสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หยินกู่เองก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยนเช่นกัน

“เผ่าของเจ้าดูเหมือนจะไม่ปฏิเสธพวกภูตต่างถิ่น นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเผ่าแบบนี้” น้ำเสียงของชายหนุ่มคล้ายงุนงงปนไม่แน่ใจ

“แน่นอน เจ้ายังไม่รู้ใช่ไหมว่าเผ่าของเราเป็นเผ่าผสม ที่นี่มีภูตทุกสายพันธุ์อาศัยอยู่ด้วยกัน” ลู่เมี่ยนเอ๋ออธิบาย

พอหยินกู่ได้ยินคำอธิบายของหญิงสาวก็รู้สึกโล่งใจ

เผ่าผสมเป็นเผ่าเดียวที่ไม่กีดกันคนต่างถิ่นหรือต่างเผ่าพันธุ์ แม้ว่าความแข็งแกร่งจะเทียบเท่ากับเผ่าอื่น ๆ ไม่ได้ แต่มันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหยินชาง ณ ตอนนี้แล้ว

ถัดมา ลู่เมี่ยนเอ๋อเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “เจ้าเคยไปมาหลายเผ่าแล้วหรือ?”

“เผ่าของเราถูกฝูงภูตหมาป่าโจมตี ข้าพาน้องชายของข้าหนีมาจนสุดทาง จนกระทั่งมาถึงที่นี่ ก่อนหน้านี้ข้าได้พบกับเผ่าต่าง ๆ ระหว่างทาง แต่...”

หยินกู่ยกยิ้มมุมปากพลางเล่าประสบการณ์ที่ตนพบเจอมาระหว่างการหลบหนี

หลังจากกวางสาวได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย นางก็แสดงสีหน้าเศร้าโศก

“เสียใจด้วยนะ ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเคยผ่านเรื่องโหดร้ายแบบนี้มาก่อน”

“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มส่ายหัวก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “ผู้หญิงที่ช่วยข้าไว้ นางเป็นหมอผีหรือเปล่า?”

“เจ้ากำลังถามเกี่ยวกับเจียวเจียวใช่ไหม? นางไม่ใช่หมอผี แต่ทักษะทางการแพทย์ของนางได้รับมาจากเทพอสูรที่มามอบนิมิตในความฝัน เจียวเจียวเก่งมากเลยนะ เจ้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน”

ทันทีที่ลู่เมี่ยนเอ๋อพูดถึงหูเจียวเจียว นางก็กลายเป็นคนที่พูดได้น้ำไหลไฟดับกันเลยทีเดียว

นับตั้งแต่ที่พวกหูชิงเกาอวดอ้างว่าน้องสาวของตนเป็นหมอผี ทุกคนก็รู้เรื่องนี้กันทั้งเผ่า ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาชี้แจงและบอกว่าทุกอย่างมันเกี่ยวกับเทพอสูร

ตอนนี้ภูตในเผ่าคิดว่าเทพอสูรมาสอนทักษะทางการแพทย์ให้นางเอง

ทางด้านหยินกู่หลุบตาลงเพื่อครุ่นคิดบางอย่างในใจ

“โชคดีมากที่เจียวเจียวพบเจ้าและช่วยชีวิตเจ้าไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะเจียวเจียว เจ้าอาจถูกสัตว์ป่ากินไปแล้วก็ได้”

“เจียวเจียวมีจิตใจดี นางเป็นดาวนำโชคของเผ่าเรา...”

เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำชมไม่รู้จบของลู่เมี่ยนเอ๋อ สีหน้าของเขาก็ดูมุ่งมั่นมากขึ้น

“ข้าขอพบนางอีกได้ไหม?” หยินกู่ที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงถามขึ้นมาอีกครั้ง

“เจ้าอยากเจอเจียวเจียวหรือ?” กวางสาวชะงักไป แต่พอได้เห็นความจริงใจของอีกฝ่าย นางก็คิดว่าเขาคงแค่อยากจะขอบคุณหูเจียวเจียว ดังนั้นนางจึงพยักหน้าตอบรับ “ข้าจะไปบอกนางให้”

“ขอบคุณ” หยินกู่เอ่ยขอบคุณหญิงสาวผู้ใจดีอย่างสุดซึ้ง

เขาอยากทำสิ่งสุดท้ายเพื่อหยินชางก่อนที่ตนจะตาย

นี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้

...

ในช่วงเวลายามบ่าย

เมื่อหลงโม่กลับมาจากการล่าสัตว์ เขาก็พบว่าหูเจียวเจียวกำลังให้อาหารกระต่ายด้วยหญ้าสดอยู่ในลานบ้านของบ้านไม้หลังเก่า

“หลงโม่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ?” จิ้งจอกสาวที่เห็นมังกรหนุ่มก็วางสิ่งที่ตนทำและวิ่งไปช่วยเขาขนเหยื่อ

“อ้อ จริงสิ หลงโม่ เจ้าเห็นเนื้อที่ข้าเก็บไว้ในครัวไหม ดูเหมือนว่าในครัวจะมีเนื้อหายไป 2 ชิ้น”

คำพูดของหญิงสาวทำให้คนตัวสูงชะงักไป

จากนั้นเขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ไม่เห็น”

หูเจียวเจียวที่ได้ยินเช่นนั้นทำหน้างุนงง “แปลกจริง ข้าจำได้ว่าวางไว้ในครัว...”

“อาจมีคนหิวแล้วเข้าไปแอบกินมันก็ได้” บัดนี้ใบหน้าของหลงโม่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ และหัวใจของเขาก็เต้นระรัวเพราะกลัวความแตก

“นั่นสินะ บางทีเหยาเอ๋ออาจจะแอบกินมัน” จิ้งจอกสาวพยักหน้าเห็นด้วยและไม่ถามคำถามอะไรอีก

จังหวะนั้นมังกรหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดสด ๆ ในอากาศ แล้วเขาก็คว้าข้อมือของคนตรงหน้ามาถามอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ?”

“เปล่า” หูเจียวเจียวส่ายหัวปฏิเสธในขณะที่เธอไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงถามแบบนั้น

“ข้าได้กลิ่นเหมือนเลือด” ชายร่างสูงพูดพร้อมขมวดคิ้วแน่น

ทางด้านหญิงสาวก้มศีรษะลงเพื่อดมกลิ่นกายของตัวเอง “ยังมีกลิ่นอยู่หรือ? ข้าล้างมันแล้ว ทำไมข้าไม่ได้กลิ่นเลย...”

ทำไมผู้ชายคนนี้จมูกดียิ่งกว่าสุนัขอีก?

“วันนี้ข้าพบภูตบาดเจ็บ 2 คนอยู่นอกเผ่า หัวหน้าเผ่านำพวกเขากลับมา ข้าก็เลยไปช่วยรักษาบาดแผลของพวกเขา ตอนนี้อาจจะมีกลิ่นเลือดติดมาบ้าง” เจ้าของดวงหน้าสะสวยอธิบาย

“ผู้ชายหรือ?” หลงโม่ถามด้วยใบหน้าที่มืดมน

หูเจียวเจียวประหลาดใจกับคำถามของอีกฝ่าย “เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพวกเขาเป็นภูตชายกับเด็กผู้ชาย?”

สีหน้าของมังกรหนุ่มมืดมนยิ่งขึ้นยามที่ได้ยินคำตอบของเธอ

เขากัดฟันกรามแน่นโดยไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

ในไม่ช้า จิ้งจอกสาวก็กล่าวต่อไปว่า

“แต่เขามีพิษอยู่ในตัว เขาคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 วัน เขาน่าจะเป็นญาติคนเดียวของเด็กคนนั้น ถ้าเขาตาย เด็กคนนั้นคงน่าสงสารมาก…”

ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้น

ตาย?

แล้วใบหน้าที่หม่นหมองบัดนี้กลายเป็นสว่างขึ้นในทันที

“ช่างน่าสงสาร” เขาตอบกลับคำพูดของหูเจียวเจียวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

นั่นทำให้หญิงสาวเหลือบมองมังกรหนุ่ม เธอจะได้ยินว่าเขามีความสุขได้อย่างไร เธอคงหูฝาดไปเอง...

“เจียวเจียว!”

เมื่อจิ้งจอกสาวได้ยินว่ามีคนเรียกตน เธอก็มองกลับไปและพบว่าลู่เมี่ยนเอ๋อกำลังยืนอยู่นอกลานบ้าน

ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้?

“ข้าจะไปดูว่าลู่เมี่ยนเอ๋อมีธุระอะไร” หูเจียวเจียวพูดกับคู่ของตน จากนั้นเธอก็เดินไปหานางเอกสาว “มีอะไรหรือ?”

“เจียวเจียว ผู้ชายที่เจ้าช่วยชีวิตดูเหมือนจะชื่อหยินกู่ เขาต้องการพบเจ้า” กวางสาวถ่ายทอดคำพูดของชายหนุ่มคนนั้น

อีกด้านหนึ่งไม่ไกลนัก ทันทีที่หลงโม่ได้ยินชื่อของหยินกู่ นัยน์ตาที่เคยมีร่องรอยของความตื่นเต้นก็มีแสงสีดำส่องประกายในดวงตาลึกล้ำ

จากนั้นเขาเดินไปข้างหลังหูเจียวเจียวอย่างรวดเร็ว และถามด้วยเสียงทุ้มว่า “ผู้ชายที่เจ้าช่วยคือหยินกู่หรือ?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พอพ่อมังกรได้ยินชื่อคนเจ็บแล้วทำตัวแปลกไปมาก มีอดีตอะไรกันหรือเปล่านะ ; - ;

จบบทที่ บทที่ 193: ทำสิ่งสุดท้ายให้เขา

คัดลอกลิงก์แล้ว