เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 181: เมื่อคืนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะนอนกับตัวร้าย...

บทที่ 181: เมื่อคืนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะนอนกับตัวร้าย...

บทที่ 181: เมื่อคืนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะนอนกับตัวร้าย...


แสงแรกของวันใหม่สาดส่องผ่านหน้าต่างบ้านหินเข้ามาในห้อง

พอหลงโม่ตื่นขึ้นมา เขาเห็นหญิงสาวตัวเล็กร่างกายบอบบางกำลังซุกตัวนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของเขา

ในยามที่ชายหนุ่มก้มลงมองดวงหน้ามนก็เห็นขนตางอนยาวโดดเด่นขยับพร้อมกับจังหวะการหายใจ ภาพชวนฝันนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น แค่เพียงเขาขยับนิดเดียวเขาก็สามารถสัมผัสนางได้แล้ว

ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ที่แผงอก ร่างสูงส่งสายตาอ่อนโยนทอดมองเจ้าของใบหน้าที่มีเสน่ห์จนไม่อาจละออกไปได้

มังกรหนุ่มไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าวันหนึ่งเขาจะตื่นขึ้นมาในลักษณะนี้

เขาไม่ต้องอยู่ในถ้ำที่มืดและชื้นแฉะ หรือออกไปนอนตามป่าเขาอีกต่อไป ปัจจุบันเขาได้อาศัยอยู่ที่บ้านอันแสนอบอุ่นโดยมีคู่ครองอยู่ในอ้อมกอด

ขณะนี้ริมฝีปากที่มักจะแสดงความบึ้งตึงอยู่เสมอเผยรอยยิ้มอยู่เป็นเวลานาน

ดวงตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนเคลื่อนไปทางลำคอระหงผ่านไปยังแขนเรียวที่มีจุดสีน้ำเงินอมม่วง แล้วหลงโม่ก็รู้สึกเสียใจอยู่พักหนึ่ง

ในครั้งสุดท้ายที่พวกเขามีสัมพันธ์กัน เขาจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่รู้ว่าผิวของนางจะบอบบางขนาดนี้ เขาจำได้ว่าเมื่อคืนตนสัมผัสอีกคนอย่างทะนุถนอม แต่คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่ามันจะทิ้งรอยแบบนี้เอาไว้

ครั้งหน้าเขาจะเบามือกว่านี้แน่นอน

สายตาของชายหนุ่มยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าอันงดงาม และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ขยับลุกขึ้นจากเตียงอย่างไม่เต็มใจ

เพราะว่าในฐานะภูตชาย เขาไม่สามารถหยุดงานล่าสัตว์เพียงเพราะตนหวงแหนช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ได้

เขาต้องการกักตุนอาหารให้เพียงพอเพื่อนางและลูก ๆ ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง

เมื่อหลงโม่ลุกขึ้นจากเตียง เขาก็มองไปทางเสื้อผ้าหนังสัตว์ที่ขาดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ซึ่งภาพนั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบบริเวณหว่างคิ้ว พร้อมกับรู้สึกถึงความเจ็บปวดในหัวใจ

นี่คือชุดหนังสัตว์ที่จิ้งจอกสาวทำให้เขา…

ในเวลาเดียวกัน

เด็กตระกูลหลงทั้ง 5 ถูกนาฬิกาชีวิตปลุกให้ตื่น จากนั้นทุกคนก็พากันลงไปชั้นล่างเพื่อล้างหน้าล้างตา แต่พอพวกเขาตามหาจนทั่วบ้านแล้วกลับไม่พบพ่อแม่ของตัวเอง อีกทั้งเด็กน้อยไม่ได้กลิ่นอาหารโชยไปทั่วบ้านเหมือนทุกที ดังนั้นพวกเขาจึงเดินขึ้นไปชั้นบนก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าห้องของหูเจียวเจียวกับหลงโม่ทีละคน

“ท่านแม่ ทำไมวันนี้ท่านยังไม่ตื่น ท้องของเสี่ยวเหยามันคำรามเสียงดังแล้ว…”

หลงเหยานั่งพิงกำแพงอยู่ข้างประตู พลางเอามือป้อมสั้นจิ้มพื้นแล้วพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่หางรูปสามเหลี่ยมด้านหลังสะบัดไปมาอย่างกระวนกระวายใจ

“ปกติท่านแม่จะตื่นก่อนเวลานี้เสมอ” หลงหลิงเอ๋อขยี้ตายืนอยู่ข้าง ๆ ชายคนเล็กด้วยใบหน้าที่ยังง่วงงุน ซึ่งแตกต่างจากเจ้าตัวเล็กที่มักจะมีพลังมากขึ้นในยามที่นึกถึงของกิน

“บางทีนางอาจจะเหนื่อยเกินไป เราลงไปกันเถอะ อย่ารบกวนนางเลย” หลงอวี้ลูบหัวหลงเหยา ซึ่งน้ำเสียงเด็กของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่โตเกินวัย

คนตัวเล็กลูบท้องตัวเองอย่างไม่พอใจ “แต่เสี่ยวเหยาหิวมาก”

ครู่มาต่อ หลงจงดึงแขนน้องชายให้ลุกขึ้น “อยู่กับพวกเรา เจ้าจะอดตายได้ยังไง”

“เสี่ยวเหยาไม่อยากให้ท่านแม่นอนหลับสบายหรือ?” หลงเซียวใช้มือพยุงผนังอีกด้านหนึ่งและถามขึ้นมาในขณะที่หลับตา

หลงเหยาส่ายหัวทันที

“ไม่ เสี่ยวเหยาต้องการให้แม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่”

ไม่ว่าคนตัวเล็กจะห่วงกินแค่ไหน เขาก็รู้ว่าแม่จิ้งจอกยุ่งอยู่กับการทำงานในบ้านรวมถึงนอกบ้านทุกวัน นางคอยเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวตัวเองมาโดยตลอด และเขารู้สึกเห็นใจนาง

แต่เด็กน้อยไม่สามารถควบคุมเสียงท้องที่กำลังดังประท้วงของตนได้

“เอาแบบนี้นะ พี่ใหญ่จะทำเนื้อย่างให้เจ้าดีไหม?” หลงอวี้ส่งสายตาเอ็นดูไปให้น้องชายคนสุดท้อง พลางลูบหัวที่มีผมดกดำของอีกคน

จังหวะที่เด็กทั้ง 5 กำลังจะลงไปข้างล่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดจากด้านใน

ดวงตาของเด็กทุกคนเป็นประกายทันที และพวกเขาก็หันไปมองทางต้นเสียง

ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นหูเจียวเจียวที่ตื่นแล้ว

แต่เมื่อเด็กน้อยทั้งหลายหันกลับไป ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นผู้ชายที่มีใบหน้าบูดบึ้งแทนที่จะเป็นคนที่พวกตนคิด นั่นทำให้พวกเขายืนชะงักนิ่งมองภาพตรงหน้าไป 3 วินาที ประกอบกับมุมปากที่กำลังจะยกยิ้มก็ถูกดึงลงอย่างกะทันหัน

หางของหลงเหยาที่ยกขึ้นในตอนนี้ก็ลดต่ำลงเช่นกัน

“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” หลงโม่ชำเลืองมองลูก ๆ ด้วยสายตาเย็นชา

เจ้าตัวเล็กทั้ง 5 ส่ายหัวตอบพร้อมกัน “เปล่า ไม่มีอะไร”

สิ้นเสียงของทุกคน ท้องของลูกชายคนเล็กก็คำรามเสียงดัง ซึ่งมันดังก้องไปในทางเดินที่เงียบสงบ

ตามปกติแล้ว ความเชื่อของพ่อมังกรในการเลี้ยงลูกก็คือการปล่อยให้พวกเขาพึ่งพาตนเองเสมอ แต่หลังจากที่เขาได้ยินเสียงท้องร้องของหลงเหยา เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าหูเจียวเจียวเป็นคนที่คอยทำอาหารให้ลูก ๆ กินในเวลานี้เป็นประจำ

“เจ้าหิวหรือ?”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นพลางมองไปที่ลูกทั้ง 5 ราวกับว่าเขาจำอะไรบางอย่างได้

“ไม่ เราไม่หิว เราไม่หิว…” เด็กตระกูลหลงรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที พวกเขาแสดงสีหน้าต่อต้านและตื่นตระหนก

แต่หลงโม่ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าตัวเล็กปฏิเสธ เขายกมือขึ้นบีบข้อมือและเดินลงบันไดไปโดยพูดทิ้งทายว่า

“พ่อจะไปทำอาหารให้พวกเจ้า” เสียงฝีเท้ามั่นคงดังขึ้นไม่หยุดพร้อมกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการขู่เตือน “พวกเจ้าอย่าไปรบกวนแม่เลย ปล่อยให้นางได้พักผ่อนเถอะ”

มังกรหนุ่มจะใช้โอกาสนี้ในการฝึกทักษะการทำอาหารของตัวเอง

เขาจะไม่ยอมให้ในอนาคตอาหารที่ตนทำมีรสชาติแย่จนหูเจียวเจียวกินไม่ได้

ตอนนี้เขาควรฝึกฝนกับเจ้าเด็กน้อยไปก่อน นี่ถือว่าเป็นการดูแลลูก ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของนาง แถมยังได้ฝึกฝนทักษะการทำอาหารไปพร้อมกันด้วย ซึ่งมันไม่ต่างจากการขว้างก้อนหิน 1 ก้อนได้นก 2 ตัวเลยสักนิด

ทันทีที่พ่อมังกรเข้าไปในครัว ทุกอย่างก็เริ่มปั่นป่วน

ส่วนลูก ๆ 5 คนยืนตัวแข็งกลายร่างเป็นรูปปั้นหินทันที

เมื่อกี้ท่านพ่อพูดว่าอะไรนะ?

เขาอยากวางยาพิษให้พวกเราตาย!

ต้องรีบหนีไปให้ไกล ๆ!

“พี่ใหญ่ เสี่ยวเหยาหนีไปตอนนี้ได้ไหม...” หลงเหยาจับหางของตัวเองแบบประหม่า ใบหน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัว เนื่องจากเขาหวาดผวากับอาหารที่ผู้เป็นพ่อทำมากจริง ๆ

ในขณะที่หลงอวี้ผู้สุขุมรอบคอบไม่ค่อยแสดงออกกำลังทำหน้าเจ็บปวด และถามอย่างช่วยไม่ได้ว่า “เจ้าวิ่งเร็วกว่าท่านพ่อไหมล่ะ?”

“เอิ่ม เหมือนจะไม่นะ...”

“แล้ววันนี้เสี่ยวเหยาไม่หิว ยังไงก็...” ท่าทางของคนตัวเล็กกระสับกระส่ายมากขึ้น

“ข้าคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก” หลงจงพยักหน้า

ขณะที่น้องชายคนเล็กเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ เขาก็ได้ยินพี่สามพูดต่อว่า “แต่ข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อคิดอะไรอยู่”

“…”

คำตอบคือไม่!

หลังจากเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง

ยามนี้เด็กตระกูลหลง 5 คนถูกบังคับให้นั่งบนโต๊ะอาหารในสวนหลังบ้าน โดยที่ทุกคนจ้องมองอาหารสีเหลือง, เขียวและดำในชามตรงหน้า ซึ่งอาหารพวกนี้มองอย่างไรก็ไม่น่าจะกินได้

“ท่านพ่อ ตัวเหลือง ๆ นี่มันตัวอะไรหรือ?”

หลงเหยาคนส่วนผสมในชามด้วยช้อน ขณะที่มือข้างหนึ่งบีบจมูกแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้

มันดูเหมือนขี้เลย…

“กินสิ แม่ของเจ้าเก็บมันมาให้เจ้าก่อนหน้านี้” หลงโม่ตอบอย่างเฉยเมย

เขาหยิบมันมาจากห้องครัว มันเป็นข้าวฟ่างที่หูเจียวเจียววางไว้ในครัว และนางเคยทำโจ๊กข้าวฟ่างให้ลูกกินในตอนเช้า

เจ้าตัวเล็กทั้ง 5 ต่างก็รู้สึกหดหู่กับคำตอบของพ่อมังกร

พวกเขามองไม่เห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากับอาหารเช้าที่แม่จิ้งจอกทำให้เลยสักนิด

“แล้วอันที่เป็นสีดำล่ะ?” หลงเหยาชี้ไปที่สิ่งสีดำในชามอีกครั้งด้วยมือเล็ก ๆ น่ารัก

คนที่ทำอาหารเหลือบมองก่อนจะตอบเสียงเบาว่า “นั่นคือเนื้อย่างของเมื่อวาน เจ้าบอกว่ามันแข็งเกินไป พ่อคิดว่าพอเอาไปต้มแล้วมันคงไม่แข็งเหมือนเดิมแล้วล่ะ”

“...” เด็กน้อยที่ได้ยินเช่นนั้นนิ่งเงียบไปทันที

เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

“พวกเจ้าไม่กินหรือ ลองชิมดูสิ ถ้าไม่อร่อยเดี๋ยวพ่อทำให้ใหม่”

หลงโม่ชำเลืองมองไปยังลูกน้อยทั้งหลาย และน้ำเสียงที่ใช้พูดประโยคข้างต้นก็ให้ความรู้สึกกดดัน

“กิน…”

บัดนี้ลูกทั้ง 5 ตื่นตระหนก ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินของในชามขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าที่ขมขื่นและน้ำตาซึม

ภายในห้องชั้นบน

เมื่อหูเจียวเจียวตื่นขึ้น พระอาทิตย์ก็ลอยขึ้นสูงเหนือฟ้าแล้ว

เธอพยายามฝืนยกเปลือกตาที่หนักอึ้ง ตอนนี้เธอรู้สึกเพียงว่าหัวของตัวเองปวดจนแทบระเบิดรวมถึงปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ก่อนที่ภาพเมื่อคืนจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความทรงจำ

ทันใดนั้นดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง พอหญิงสาวตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ เธอจึงปิดปากด้วยความตกใจเพื่อปิดกั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงกรีดร้องออกมา

ดูเหมือนว่าเธอจะนอนกับเจ้าจอมวายร้ายเมื่อวานนี้!

ก่อนที่จิ้งจอกสาวจะทันได้คิดอะไรต่อ เสียงโอดครวญจากชั้นล่างก็ดึงสติเธอกลับคืนมา...

จบบทที่ บทที่ 181: เมื่อคืนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะนอนกับตัวร้าย...

คัดลอกลิงก์แล้ว