เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156: แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ

บทที่ 156: แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ

บทที่ 156: แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ


“พี่จะทำอย่างนั้นได้ยังไง น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้หญิง พี่ปล่อยให้เจ้าดูแลท่านแม่คนเดียวไม่ได้หรอก!” หูชิงเกาผู้เป็นพี่รองปฏิเสธทันที

“ถูกต้อง เราจะปล่อยให้เจ้าดูแลท่านแม่คนเดียวได้ยังไง เรา 3 คนดูไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลยหรือ?” หูชิงหยวน พี่ชายคนที่ 4 ขมวดคิ้วพลางโต้ตอบน้องสาวอย่างไม่เห็นด้วย

“น้องเล็ก ไม่ต้องกังวลหรอก เจ้ากลับไปเถอะ พวกพี่จะเตรียมอาหารให้ท่านแม่เอง” หูชิงหลู่ พี่ชายคนที่ 3 ให้คำมั่นแก่น้องคนสุดท้อง

ขณะนี้พี่ชายทั้ง 3 คะยั้นคะยอผลักหูเจียวเจียวให้เดินออกจากบ้านไป

จิ้งจอกสาวจึงหันหน้ากลับไปมองพวกเขาด้วยความสงสัย

“พวกท่านจะทำอาหารให้ท่านแม่เองหรือ?”

เธอจำได้ว่านอกเหนือจากฝีมือการทำเนื้อย่างของหูเฉียงผู้เป็นพ่อแล้ว ฝีมือการทำอาหารของ 4 พี่น้องตระกูลหูอยู่ในระดับเดียวกับหลงโม่

3 พี่น้องจิ้งจอกพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน

“ใช่ พวกเรา—”

“แบบนั้นอาการของท่านแม่แย่ลงกว่าเดิมแน่ วันนี้ข้าจะดูแลนางเอง พวกท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ”

ก่อนที่พวกพี่ชายจะพูดจบ หูเจียวเจียวก็ปฏิเสธพวกเขาอย่างไม่ไยดี

“แต่—”

“ท่านแม่จะต้องหายป่วยในเร็ว ๆ นี้แน่นอน พวกท่านไม่ต้องห่วง”

“...” คำพูดของคนเป็นน้องสาวทำให้ชายหนุ่มทั้ง 3 ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก

เวลาต่อมา ในที่สุดทั้ง 4 คนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

เมื่อจิ้งจอกสาวเดินกลับบ้านไปแล้ว 3 พี่น้องตระกูลหูที่คิดว่าน้องสาวเป็นหมอผีก็ตื่นเต้นจนไม่สนใจที่จะกลับไปพักผ่อนกันเลยสักคน ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปอวดให้ชาวบ้านรับรู้ว่าน้องเล็กของตัวเองเป็นหมอผี

จนกระทั่งเกือบจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เหล่าภูตชายในเผ่าก็เริ่มจุดไฟและย่างเนื้อให้คู่ของตน ในขณะที่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างฉุนเฉียวอยู่นอกลานบ้าน

“จริงหรือที่เทพอสูรมอบนิมิตบางอย่างให้นางทำถ่าน แล้วนางก็แทบรอไม่ไหวที่จะอวดอ้างนำมาเป็นความดีความชอบของตัวเอง”

“นางมันก็แค่คนที่ชอบโอ้อวด แล้วอีกอย่าง วันนี้ข้าได้ยินมาว่าหูหมินป่วย ถ้าหูเจียวเจียวมีความสามารถมากขนาดนั้น ทำไมนางไม่รักษาอาการป่วยของแม่ตัวเองด้วยล่ะ?”

ยามนี้ผู้หญิง 2 คนที่กำลังนินทาคนอื่นกันอย่างออกรสมีอายุประมาณ 30 ปี พวกนางเคยหัวเราะเยาะหูหมินที่ปฏิบัติต่อหูเจียวเจียวผู้เป็นลูกสาวที่เอาแต่ใจและไร้เหตุผลเหมือนกับสมบัติล้ำค่า แต่ตอนนี้จิ้งจอกสาวกลับกลายเป็นคนสำคัญในเผ่า ทั้งคู่จึงเริ่มรู้สึกอิจฉาริษยาอีกฝ่าย

แถมลูกชาย 4 คนของหูหมินยังกตัญญูมาก เพราะพวกเขามักจะเอาอาหารรวมถึงหนังสัตว์กลับไปส่งให้แม่ของตนที่บ้านตลอด

ไหนจะเรื่องที่ลูกชายคนโตของตระกูลหูแข็งแกร่งรองจากอิงหยวน ส่วนลูกชายคนที่ 3 ถูกคัดเลือกให้ไปแลกเปลี่ยนเกลือกับอิงหยวน และลูกชายคนรองยังได้รับความไว้วางใจให้เรียนรู้วิธีทำถ่าน ในขณะที่ลูกชายคนที่ 4 แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่เขาก็มีความสามารถเช่นเดียวกับลูกคนอื่นในครอบครัวของตนที่ทำมาหากินเองได้

ทันทีที่หญิงวัยกลางคนทั้ง 2 พูดจบ ผู้หญิงรูปร่างท้วมคนหนึ่งก็ยืนขึ้นชี้หน้าของพวกนางแล้วตะโกนว่า

“พวกเจ้ามันปากไม่มีหูรูด ทำเป็นแค่ดูถูกคนอื่น ถ้าแน่จริง ในยามที่ฤดูหนาวมาเยือน พวกเจ้าก็อย่าใช้ถ่านที่เจียวเจียวทำสิ แล้วมาดูกันว่าเจ้า 2 คนจะแข็งตายหรือไม่!”

“เจียวเจียวสามารถให้เทพอสูรมาฝากนิมิตได้ เพราะเทพอสูรเห็นคุณค่าในตัวนาง นั่นก็บ่งบอกชัดเจนแล้วว่านางมีความสามารถ ไม่งั้นทำไมไม่เห็นเทพอสูรมาให้นิมิตกับพวกเจ้าล่ะ?”

“นอกจากมานั่งนินทาลับหลังคนอื่นทุกวัน หรือผลาญเสบียงในเผ่าแล้ว ข้าไม่เห็นพวกเจ้าทำประโยชน์อะไรให้เผ่าเลย สมควรแล้วที่ยังมีสภาพแบบนี้!”

คนที่พูดประโยคข้างต้นทั้งหมดก็คือโหวเซียงนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีลูกลิงตัวเล็กขนปุย 2 ตัวนอนอยู่บนไหล่ของนาง โดยที่พวกเขาตบมือพลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนขี้อิจฉา

เมื่อภูตหญิงวัยกลางคนทั้ง 2 ได้ยินคำพูดของโหวเซียง ใบหน้าของพวกนางก็น่าเกลียดขึ้นทันที

“การที่เจียวเจียวส่งของให้แม่มันผิดอะไร? ในใจพวกเจ้าก็คงไม่อยากให้ลูก ๆ ทิ้งขวางแล้วปล่อยให้ดูแลตัวเองหรอกใช่ไหม? ถ้าพวกเจ้ามีเวลาว่างมากนัก ทำไมพวกเจ้าไม่กลับไปบอกให้ผู้ชายในบ้านตัวเองทำงานให้หนักขึ้นล่ะ?”

ภูตลิงสาวไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โต้กลับเลย มิหนำซ้ำ คำพูดทุกคำของนางมันตรงมากจนคนพวกนั้นเถียงไม่ได้สักคำและได้แต่ยืนหน้าแดงด้วยความอับอาย

“ใช่ ข้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่านั่นเป็นสิ่งที่ผิด...”

“ใครมีลูกแล้วไม่อยากให้ลูกตัญญูบ้าง เจ้ากำลังกล่าวหาข้าอยู่นะ!”

ผู้หญิง 2 คนพูดพร้อมกับจ้องมองโหวเซียงด้วยความโกรธ

อีกฝ่ายมองว่าพวกนางต่อต้านหูเจียวเจียวอย่างนั้นหรือ? ทั้งคู่ก็แค่อิจฉาหูหมินที่มีลูกเอาการเอางานเท่านั้น

หลังจากที่ภูตหญิงเหล่านี้พูดจบ พี่น้อง 3 คนของตระกูลหูที่เพิ่งบอกลาหูเจียวเจียวก็วิ่งไปทั่วเผ่าเพื่ออวดทุกคนที่พวกตนพบเจอไม่หยุด

“น้องสาวของข้าเป็นหมอผี!”

“น้องสาวคนเล็กของข้าเพิ่งรักษาอาการป่วยของท่านแม่!”

“หมอผีที่หายากกว่าหมอ พวกเจ้าเคยเจอไหม? น้องสาวของข้าคือหมอผี!”

เรื่องราวนี้ถูกเล่าซ้ำเป็นร้อย ๆ ครั้งจากปากผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่รู้จักเบื่อ ชายหนุ่มทั้ง 3 วิ่งไปทั่วเผ่าแล้วตะโกนป่าวประกาศให้ภูตทุกคนรู้

ในเวลาเดียวกัน สีหน้าของหญิงวัยกลางคนทั้ง 2 ที่กำลังพูดอย่างฉุนเฉียวก็ยืนตัวแข็งทื่อทันที

หมอผี!?

สถานะของหมอผีในเผ่านั้นสำคัญพอ ๆ กับสถานะของหัวหน้าเผ่า! หูหมินในชาติก่อนคงทำบุญทำทานเอาไว้มากถึงมีเรื่องดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น

นางคลอดลูกสาวผู้โชคดีออกมา!

ครู่ต่อมา อารมณ์ของภูตหญิง 2 คนก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเป็นความอิจฉาหรืออะไร

“หมอผี?” ทางด้านโหวเซียงเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ผงะไปชั่วขณะ จากนั้นนางก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “พวกเจ้าได้ยินไหม เจียวเจียวรักษาอาการป่วยของแม่ตัวเองแล้ว!”

“เจียวเจียวมีความสามารถจริง ๆ ตอนนี้พวกเจ้ายังอยากพูดอะไรอีกไหม?”

บัดนี้ภูตหญิงขี้อิจฉา 2 คนได้แต่รู้สึกละอายใจ

พอทั้งคู่คิดถึงลูกในครอบครัวของตัวเองที่ทำเป็นแค่กิน เล่น นอนแล้วก็ขี้ พวกนางก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

อิจฉางั้นรึ?

ไร้สาระ!

ถ้าข้ากลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ ข้าจะจับลูกมาขัดเกลานิสัยใหม่ ให้พวกมันทำงานหนักเพื่อข้า! ไอ้พวกลูกไม่ได้ความ แม้แต่กับผู้หญิงก็ยังเทียบไม่ได้!

ในขณะเดียวกัน ลูก ๆ ของพวกนางที่กำลังนอนอยู่ที่บ้านรู้สึกเย็นวาบไปทั่วหลัง...

อีกด้านหนึ่ง

ยามที่หูเจียวเจียวกลับถึงบ้าน พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าจนท้องฟ้าครึ่งหนึ่งทอแสงสีแดง

ขณะนี้พวกโหวเสี่ยวเตียวเพิ่งทำงานเสร็จ หญิงสาวจึงเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าของบ้านหิน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วพวกเขาก็พากันแยกย้ายกลับไป

วันนี้ลูกของหูเจียวเจียวอยู่ที่บ้านอย่างเชื่อฟัง ทันทีที่พวกเขาเห็นผู้เป็นแม่กลับมาที่บ้าน หลงหลิงเอ๋อกับหลงเหยาก็เดินตามหลังเธอต้อย ๆ ส่วนพวกหลงอวี้ก็ออกไปดูแม่จิ้งจอกเช่นกัน พอเห็นว่าเธอสบายดี พวกเขาจึงถอยกลับไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้เข้าไปใกล้อีกฝ่าย

หลังจากที่หญิงสาวยืนส่งเหล่าภูตคนงานกลับบ้านแล้ว ลูกชายคนสุดท้องก็กางแขนป้อมสั้นออกพลางพูดด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย

“ท่านแม่ กอด~”

ในขณะที่เขากำลังเฝ้ารออ้อมกอดแสนอบอุ่นจากแม่ หางรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ก็สะบัดไปด้านหลังบั้นท้ายอย่างคาดหวัง

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นหลงเหยาตัวน้อย ดวงตาของเธอก็ฉายแววอ่อนโยนทันที และความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันก็หายไปจนสิ้น ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปโอบกอดเขา

“เหยาเอ๋อ วันนี้อยู่บ้านเป็นเด็กดีไหม?”

เห็นได้ชัดว่าลูกตระกูลหลง 5 คนนี้เกิดพร้อมกัน แต่หลงเหยาโตช้าเนื่องจากขาดสารอาหารและดูมีอายุน้อยกว่าลูกอีก 4 คนมาก ทำให้คนนอกที่ไม่รู้คงคิดว่าเธอมีลูกกับชายอื่น

เนื่องจากพัฒนาการที่เชื่องช้า จิตใจของลูกชายคนเล็กจึงยังไม่โตเต็มที่เหมือนกับพี่น้องคนอื่น ๆ

หูเจียวเจียวเลยปฏิบัติต่อหลงเหยาเหมือนเขาเป็นเด็กอายุ 3 ขวบ

อืม... ในขณะที่ลูกชายคนโตที่อายุมากกว่าดูเหมือนจะอายุแค่ 5 ขวบเท่านั้น

ทว่าทำไมความคิดและการกระทำของทั้งคู่ถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้?

“เสี่ยวเหยาเชื่อฟังและช่วยท่านแม่ดูแลพี่ชายกับพี่สาวไม่ให้วิ่งเพ่นพ่านไปมา เสี่ยวเหยาก็ทำงานเหมือนกัน”

หลงเหยาพยักหน้าระรัว

เหตุใดเจ้าตัวเล็กคนนี้ถึงว่านอนสอนง่ายขึ้นมา?

ไม่นานหูเจียวเจียวก็รู้สึกโล่งใจ ทว่าจนกระทั่งเธอได้เห็นเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนยื่นอุ้งมืออ้วน ๆ ออกมา “ท่านแม่ ท่านมีค่าจ้างสำหรับการทำงานหนักของเสี่ยวเหยาไหม?”

ปากสีชมพูของหลงเหยายิ้มกว้างเผยให้เห็นฟัน 2 ซี่ และเขาก็ต่อรองเสียงอ่อย

“เสี่ยวเหยากินไม่เยอะหรอก แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ!”

“...” คนเป็นแม่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ฉันไม่ควรคาดหวังสูงกับเจ้าเด็กจอมตะกละคนนี้!

จบบทที่ บทที่ 156: แค่เนื้อถุงเดียวก็พอ

คัดลอกลิงก์แล้ว