เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152: ในที่สุดก็พบพวกหูชิงซาน

บทที่ 152: ในที่สุดก็พบพวกหูชิงซาน

บทที่ 152: ในที่สุดก็พบพวกหูชิงซาน


หูเจียวเจียวเช็ดน้ำลายของคนตัวเล็กที่ยังคงหลับใหลไม่ตื่น ก่อนจะลุกขึ้นไปที่ลานบ้านเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย

เธอจินตนาการถึงภาพที่แขนขาป้อมสั้นเวลาสวมใส่กางเกง ซึ่งมันคงยากลำบากสำหรับหลงเหยา ดังนั้นเธอจึงตัดเย็บกระโปรงหนังสัตว์ขึ้นมา 2 ตัว

ถ้าเด็กชายตัวน้อยได้สวมผ้ากันเปื้อนคงจะดูน่ารักมาก แม่จิ้งจอกเลยตัดสินใจทำผ้ากันเปื้อนเพิ่มอีก 2 ผืน ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เย็บง่ายมาก แล้วทุกอย่างก็เสร็จสรรพภายในเวลา 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีลายมังกรดำปักอยู่ที่มุมเสื้อด้านซ้ายบน

เนื่องจากอากาศในโลกของภูตจะเย็นลงมากยามฤดูหนาวมาถึง แต่อุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้ต่ำมากนัก ถ้าได้สวมผ้ากันเปื้อนผืนเล็กมันคงจะช่วยบรรเทาความหนาวลงได้บ้าง

หลังจากที่หูเจียวเจียวตัดเย็บเสื้อผ้าและเอาเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน เธอก็เห็นว่าครั้งนี้หลงเหยากำลังพลิกตัวนอนคว่ำหน้าอยู่

ขณะที่หางรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ยกขึ้นส่ายไปมาเบา ๆ

นั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าร่างกายกับหางของภูตเหมือนไม่ใช่ส่วนเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวยังคงหลับอยู่ แต่หางกลับส่ายไปส่ายมาเสียอย่างนั้น

ทันทีที่คนตัวเล็กได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหว ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้น ต่อมา เขายกบั้นท้ายด้วยความยากลำบาก ก่อนจะพลิกตัวตะแคงไปด้านข้าง แล้วตาข้างหนึ่งก็หรี่มองผู้เป็นแม่อย่างงัวเงีย

“ท่านแม่~”

เสียงแหลมเล็กบ่งบอกได้เลยว่าเจ้าของเสียงกำลังง่วงนอน

แถมยังมีคราบน้ำลายแห้งติดบนใบหน้าสีชมพูเนียนใสอีกด้วย

“เหยาเอ๋อตื่นแล้วหรือ? มาเร็ว เดี๋ยวแม่จะเปลี่ยนชุดใหม่ให้เจ้า”

หูเจียวเจียวแทบละลายกับความน่ารักของหลงเหยา เธอก้าวไปบีบแก้มอ้วน ๆ ของเด็กน้อย และช่วยเขาสวมกระโปรงหนังสัตว์

เนื่องจากคนตัวเล็กยังไม่ยอมลุกขึ้นจากที่นอนเพราะง่วงนอนมาก ดังนั้นแม่จิ้งจอกจึงยังไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนให้อีกคน ดังนั้นเขาจะไม่เปลี่ยนผ้ากันเปื้อนในตอนนี้

ระหว่างนั้นเด็กหนุ่มยกมือขึ้นลูบมือของคนเป็นแม่เบา ๆ ก่อนจะพลิกตัวแล้วหลับต่อไปบนเบาะนุ่ม

อาจเป็นเพราะเมื่อวานเขาเหนื่อยเกินไป หูเจียวเจียวจึงไม่รบกวนเขา เมื่อเธอจัดการสวมชุดกระโปรงหนังสัตว์ให้ลูกชายเสร็จแล้ว เธอก็ออกไปทำอาหารเช้า

อาหารมื้อนี้หญิงสาวตั้งใจทำโจ๊กมันเทศหม้อใหญ่ แต่ถ้าไม่มีเนื้อเด็ก ๆ จะรู้สึกไม่ชอบใจ จิ้งจอกสาวจึงหั่นเนื้อใส่ลงไปครึ่งหม้อ แล้วต้มจนมันเทศเละกลายเป็นโจ๊กข้น เพียงเท่านี้อาหารเช้าก็พร้อมทานแล้ว

ขณะที่หูเจียวเจียวกำลังปรุงโจ๊ก เธอหยิบไข่ 1 ถาด นมหลายขวด และน้ำตาล 1 ถุงออกจากมิติ

เธอยังจำได้ว่าเมื่อวานนี้ตนสัญญากับหลงเหยาว่าจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เขา

ครั้งนี้จิ้งจอกสาวกำลังจะทำซวงผีหน่าย* แต่เนื่องจากหลงโม่ไม่อยู่บ้าน อีกทั้งเด็ก ๆ ไม่เคยสงสัยเรื่องที่เธอทำเลยสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องพยายามอธิบายว่าของพวกนี้ได้มาจากไหน

*ซวงผีหน่าย (双皮奶) เป็นขนมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มีต้นกำเนิดในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน ลักษณะขนมเหมือนพุดดิ้งนม

ต่อมา เธอจัดการแยกไข่ขาวออกมาใส่น้ำตาล จากนั้นเธอนึ่งนมเป็นเวลา 10 นาที หลังจากที่นมเย็นลง เธอก็ใส่ไข่ขาวลงไปแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน ก่อนจะนำไปนึ่งต่ออีก 15 นาที พอนำออกมาพักให้มันหายร้อนแล้ว เธอก็เติมแยม ลูกเกดกับมะม่วงไว้ด้านบน

เพียงแค่นี้ซวงผีหน่ายก็พร้อมเสิร์ฟ

ด้วยความเป็นห่วงว่าเด็ก ๆ อาจกินไม่อิ่ม หูเจียวเจียวจึงหยิบห่อเนื้อวัวอีก 2 ห่อออกมาจากมิติ ก่อนจะแกะมันออกแล้วนำไปย่างแบ่งให้เด็กทั้ง 5 คน

แม้ว่าอาหารพวกนี้จะถูกเตรียมไว้สำหรับหลงเหยา แต่ลูกทุกคนจะต้องได้กินเหมือนกันโดยไม่มีการให้เด็กคนใดคนหนึ่งได้มากกว่าคนอื่น

“โชคดีที่มีเสบียงพวกนี้ ไม่อย่างนั้น ท่ามกลางโลกภูตที่กันดาร ฉันคงได้กินดินแทนข้าวจริง ๆ” หูเจียวเจียวพูดกับตัวเองพลางโยนเนื้อในมือเล่นด้วยความพึงพอใจ

แต่ถ้าเธอต้องการให้เผ่าพัฒนาก้าวหน้าไปอีกขั้น เธอจะพึ่งพาวัตถุดิบในมิติอย่างเดียวไม่ได้

ทันทีที่หญิงสาวทำอาหารเสร็จ เด็ก 4 คนก็ขยี้ตาเดินออกมาจากบ้านไม้

“ท่านแม่~”

ก่อนที่เธอจะทันได้ทักทายเด็กพวกนั้น เธอก็เห็นเด็กน้อยตัวจ้ำม่ำวิ่งออกจากกระท่อมอีกหลังและพุ่งเข้าหาตนด้วยความเร็วปานจรวด

“หอมจัง! อาหารอร่อย ๆ ของเสี่ยวเหยาอยู่ที่ไหน~”

คนตัวเล็กกอดขาของแม่จิ้งจอกพลางยืดคอเพื่อดูชามในมือของผู้เป็นแม่

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นท่าทางตื่นเต้นของหลงเหยา เธอก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเด็กคนอื่น ๆ เติบโตสมวัยแล้ว ทว่าทำไมเจ้าตัวน้อยคนนี้จึงคิดถึงแต่อาหาร

ในเวลาเดียวกัน เด็กตระกูลหลงทั้ง 4 ยืนหน้าแดงด้วยความอับอายอยู่พักหนึ่ง

เนื่องจากเจ้าน้องเล็กคนนี้กระปรี้กระเปร่ากว่าใครเพราะเขาคิดถึงแต่เรื่องของกิน

ที่โต๊ะอาหาร หูเจียวเจียวแจกจ่ายซวงผีหน่ายและเนื้อให้กับลูกทั้ง 5 คน ปรากฏว่าเด็ก ๆ ชอบกินของหวานที่เธอทำให้มาก

หูเจียวเจียวเองก็ลองชิมขนมหวานเช่นกัน สัมผัสของมันนุ่มละมุน แถมยังมีกลิ่นหอมของนมจาง ๆ ในปาก แล้วรสชาติก็เหมือนกับตอนที่เธอทำกินเองที่บ้าน

หลังจากที่แม่ลูกทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย โหวเสี่ยวเตียวกับกลุ่มภูตที่สร้างบ้านหินกลุ่มเดิมก็มาทำงานต่อ

ทางด้านจิ้งจอกสาวลูบหัวเล็ก ๆ ของหลงเหยาพลางมองดูผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของเขา ก่อนจะจับอีกฝ่ายมาผูกผมเป็นเปียเล็ก ๆ แล้วพูดกับเขาว่า

“แม่จะออกไปทำงานก่อน พวกเจ้าก็เที่ยวเล่นอยู่ใกล้ ๆ บ้านนะ อย่าเถลไถลไปไหนไกลล่ะ”

แม้ว่าปัจจุบันภูตในเผ่าจะปฏิบัติกับหญิงสาวดีมากขึ้น แต่กับเด็กคนอื่นในเผ่าและเด็กตระกูลหลงทั้ง 5 ยังเข้ากันได้ไม่ดีนัก

เหล่าลูกน้อยพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

“ท่านแม่ เสี่ยวเหยาเป็นเด็กดีเชื่อฟังท่าน” ลูกชายคนเล็กทำหน้าว่านอนสอนง่าย พร้อมกับหางสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างหลังเขากำลังขยับเบา ๆ

เมื่อหูเจียวเจียวลูบหัวลูกทีละคน เธอก็เดินไปที่บ้านหิน

พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็จัดการสร้างส่วนฐานรากเสร็จ

เดิมทีภูตทุกคนเก่งในการสร้างบ้านอยู่แล้ว ยกเว้นโครงสร้างของบ้านหินและการใช้วัสดุต่าง ๆ ที่แปลกใหม่ จิ้งจอกสาวจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกระบวนการสร้างบ้านเลย

หลังจากที่หูเจียวเจียวสอนวิธีใช้วัสดุให้กลุ่มคนงานไประยะหนึ่ง เธอก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงอะไรอีก

พอหญิงสาวเห็นว่าไม่มีอะไรต้องทำแล้ว เธอจึงตัดสินใจไปหาหัวหน้าเผ่าทันที

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ท่านผู้เฒ่าให้คนไปเก็บไม้มามากมาย และเธอก็ได้ศึกษาวิธีการทำถ่านมาอย่างละเอียดแล้ว ระหว่างที่กำลังสร้างบ้านหิน เธอจึงคิดว่าจะหาเวลาไปทำถ่านพร้อมกันด้วย

ทางด้านผู้นำสูงสุดของเผ่าเมื่อเห็นหูเจียวเจียวกำลังเดินมา ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเขาก็แสดงรอยยิ้มอบอุ่น

“เจียวเจียว เจ้ามาแล้วหรือ?”

ชายสูงวัยเอ่ยถามพร้อมกับถูมือเข้าด้วยกันอย่างประหม่า

“วันนี้... จะไม่มีข่าวร้ายอีกใช่ไหม?” เป็นเพราะเขาทั้งกลัวและชื่นชมจิ้งจอกสาวในเวลาเดียวกัน

“วันนี้ไม่มีข่าวร้าย” หูเจียวเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ แล้วอธิบายว่า “ท่านผู้เฒ่าเคยบอกว่าอยากจะลองเผาถ่านดูสักครั้งไม่ใช่หรือ วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ท่านจะลองทำดูเลยไหม?”

เมื่อหัวหน้าเผ่าได้ยินเช่นนี้ ความกังวลบนใบหน้าของเขาก็จางหายไป ก่อนจะแทนที่ด้วยแววตาแห่งความสุข

“เจ้ามาหาข้าเพราะเรื่องนี้สินะ ข้าพร้อมตั้งนานแล้ว แค่รอให้เจ้ามาสอนเท่านั้น”

อารมณ์ของชายชราผู้นี้เปลี่ยนเร็วเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะ

ครั้งนี้คนเป็นหัวหน้าเผ่าพาภูตจำนวนหนึ่งมาคอยช่วยงานหูเจียวเจียวด้วย

เมื่อเทียบกับการสร้างบ้านหินหรือการล่าสัตว์แล้ว การเผาถ่านไม่ถือว่าเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายเยอะ ผู้อาวุโสของเผ่าจึงเรียกภูต 4 คนที่พอจะทำงานพวกนี้ได้มาช่วย รูปร่างของภูตแต่ละคนจึงผอมเพรียว

1 ในนั้นคือ ‘หูชิงเกา’ พี่ชายคนที่ 2 ของหูเจียวเจียว

“พี่รอง?” หญิงสาวไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่ และตอนที่เธอกำลังอ้าปากค้าง ก็มีของบางอย่างถูกยัดใส่มือตน

พอเธอก้มลงไปมองของในมือก็พบว่ามันคือผลไม้สีแดงสด 2 ลูกที่มีลักษณะคล้ายกับแอปเปิล

!?

ขณะนั้นชายหนุ่มรูปหล่อตรงหน้ายิ้มกว้างและพูดอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกำลังมอบสมบัติให้เธอ “พี่เพิ่งเก็บมันมาเมื่อวานนี้ น้องเล็ก เจ้าลองชิมดูสิ”

ปฏิกิริยาของจิ้งจอกสาวตอนนี้เหมือนเด็กที่โดนผู้ใหญ่แอบยัดขนมใส่มือให้

ไม่เพียงแค่นั้น หูชิงเกายังแอบเอามือปิดผลไม้ประหนึ่งว่าตนกลัวคนอื่นมาเห็นเข้าและฉกมันไป

“ขอบคุณ พี่รอง” หูเจียวเจียวรู้สึกอบอุ่นปนขบขันกับท่าทางของเขา ขณะที่เธอถือผลไม้ไว้ในฝ่ามืออย่างหวงแหน

ทางด้านภูตอีก 3 คนที่อยู่ถัดจากชายหนุ่มทำหน้าตาอิจฉาที่จิ้งจอกสาวมีพี่ชายที่ดีขนาดนี้!

ไม่น่าเชื่อว่าหูชิงเกาผู้งดงามดั่งเป็นลูกรักของเทพอสูรกลับชาติมาเกิดเป็นพี่ชายของหูเจียวเจียว

เมื่อจิ้งจอกหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาของภูตทั้ง 3 คน เขาก็ขยับไปขวางตรงหน้าน้องสาวสุดที่รักพร้อมทำท่าเหมือนกับปกป้องสมบัติ โดยบดบังสายตาของพวกเขาเอาไว้

แม้ว่าหลงโม่คนนั้นจะไร้ประโยชน์ แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดเรื่องอันตรายกับท่านพ่อและพี่น้องของตน เขาก็ยินดีที่จะออกไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เขาเองก็จะต้องช่วยหลงโม่ปกป้องหูเจียวเจียวในตอนที่อีกฝ่ายไม่อยู่!

อีกด้านหนึ่ง

เป้าเฟิงวิ่งจนขาแทบขวิด และในที่สุดเขาก็พบพวกหูชิงซาน

“รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า หัวหน้าเผ่าบอกว่าพวกเจ้าไม่ควรใช้ทางลัด เพราะจะมี—”

ก่อนที่ชีตาห์หนุ่มจะพูดจบ ภูตทั้ง 9 ก็หันไปมองคนพูดด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

9 คน!?

เป้าเฟิงตกตะลึง พอเขาเห็นหลงโม่อยู่ในนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

“หลงโม่?! เจ้ามาที่นี่ได้ไง?”

จบบทที่ บทที่ 152: ในที่สุดก็พบพวกหูชิงซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว