เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147: หูเจียวเจียวจับตามองนางอย่างใกล้ชิด

บทที่ 147: หูเจียวเจียวจับตามองนางอย่างใกล้ชิด

บทที่ 147: หูเจียวเจียวจับตามองนางอย่างใกล้ชิด


ในวันนี้แม่กวางเฒ่ากำลังพาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนออกไปพบหมอ

ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พวกนางถูกทำร้าย ลู่หลีก็มีปัญหาบางอย่าง โดยที่เขามักจะเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ยอมออกไปไหนเหมือนเคย เขาชอบซุกตัวอยู่ตรงมุมกำแพงทั้งวันท่ามกลางกองอุจจาระและปัสสาสะของตน

พ่อกวางแม่กวางทนรับสภาพของลูกชายไม่ไหวจึงตัดสินใจพาเขาไปหาหมอ

ขณะนี้ครอบครัวตระกูลลู่ทั้ง 3 กำลังเดินทางไปบ้านหมอ ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นหูเจียวเจียวเดินมาทางพวกตนอยู่ไม่ไกล

แล้วขาที่ควบคุมไม่ได้ของ 2 สามีภรรยาก็เริ่มอ่อนแรง มันสั่นเทาจนแทบจะรับน้ำหนักเจ้าตัวไม่ไหว

ในขณะที่ลู่หลียืนตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้น พร้อมกับที่มีน้ำสีเหลืองไหลลงมาตามขาของเขา

ทางด้านหูเจียวเจียวนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทั้ง 3 คน

เธอสังเกตเห็นจมูกรวมถึงใบหน้าของลู่มู่มีรอยฟกช้ำดำเขียว มันบวมเป่งไม่ต่างจากหัวหมู แถมท่าเดินของนางยังแปลก ๆ อีกด้วยเพราะนางเดินกะโผลกกะเผลกผิดธรรมชาติ

สภาพของอีกฝ่ายทำให้จิ้งจอกสาวรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง

เธอจำได้ว่าครั้งที่แล้วเธอไม่ได้ลงมือรุนแรงกับแม่กวางขนาดนี้ แล้วทำไมหน้าอีกคนถึงดูบวมกว่าเดิมล่ะ?

นอกจากนี้ลู่หลียังมีสภาพที่น่าสมเพช ใบหน้าของเด็กหนุ่มเหยเกดูทุกข์ทรมาน ปากเบี้ยว หน้าตาตื่นตระหนกหวาดกลัวและแม้กระทั่งกางเกงของเขาก็ยังเปียกชุ่มส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์

“ใครทุบตี 3 คนนั้นกันนะ แต่พวกเขาถูกทำร้ายจนสภาพเป็นแบบนี้ คนที่ลงมือใจร้ายมาก...”

หูเจียวเจียวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทว่าเธอไม่ได้แสดงความเห็นใจหรือสงสารแต่อย่างใด

ตอนแรกเธอคิดว่าครอบครัวอันธพาลจะเข้ามาหาเรื่องตนอีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินอ้อมคนพวกนี้ไป แต่ในวินาทีถัดมา พ่อกวางแม่กวางกลับวิ่งหนีไปโดยที่แบกลูกชายไว้บนไหล่

ถ้าเป็นในการ์ตูน บนใบหน้าของจิ้งจอกสาวคงจะมีเครื่องหมายคำถามสีดำโผล่ขึ้นมากลางอากาศ

นี่มันหมายความว่าอย่างไร?

3 คนนี้...ทำไมพวกเขาถึงทำท่าเหมือนกับเห็นผี?

ทางด้านตระกูลลู่ ขณะที่กำลังเดินหลบหนีแม่จิ้งจอกไปทางอื่น ลู่มู่ก็กำชับว่า

“เร็วเข้า ๆๆ เดี๋ยวโดนนังนั่นตีอีกแน่ถ้าเราช้ากว่านี้”

นางไม่ต้องการเห็นครอบครัวปีศาจของหูเจียวเจียวอีกเลยในชีวิต

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พวกเขาทั้ง 3 คนก็หายไปจากสายตาของแม่จิ้งจอก

“???”

หูเจียวเจียวเพิ่งรู้สึกว่าในวันนี้พ่อแม่ลูก 3 คนผิดปกติมาก แต่เธอคิดว่ายังมีสิ่งสำคัญที่ต้องไปทำมากกว่ามัวมาคิดมากเกี่ยวกับเรื่องของอีกฝ่าย ดังนั้นเธอจึงไม่หยุดฝีเท้าที่มุ่งหน้าเพื่อตรงไปที่บ้านของตน

ไม่นานหลังจากกลับถึงบ้าน หญิงสาวก็เห็นหลงโม่กลับมาพร้อมกับแผ่ออร่าเย็นชาออกมารอบตัว

สายตาของทั้งคู่ประสานกัน และจิ้งจอกสาวก็เหลือบไปทางกลุ่มภูตที่กำลังง่วนอยู่กับการสร้างบ้านหินอยู่ไม่ไกล ก่อนที่เธอจะพูดกับมังกรหนุ่มเสียงเบาว่า “เข้าไปคุยกันในบ้าน”

ชายร่างสูงพยักหน้าและเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในกระท่อมหลังเล็ก

นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่หลงโม่เข้ามาในห้องของหูเจียวเจียว พอรู้สึกถึงสัมผัสที่แผ่วเบาใต้ฝ่าเท้า เขาก็เดินเข้าไปข้างในเพียง 2 ก้าวและหยุดอยู่แค่ตรงนั้น

เนื่องจากชายหนุ่มกลัวว่าตนจะเผลอไปเหยียบสิ่งของในห้องจนสกปรกเข้า

ผู้หญิงคนนี้รักความสะอาดมาก ภายในกระท่อมนอกจากจะสะอาดเรียบร้อยแล้วยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ อีกด้วย เขาจึงไม่อยากให้มันแปดเปื้อน

ทางด้านหูเจียวเจียว หลังจากที่เธอเข้าไปในกระท่อมแล้ว เธอก็ค้นหาบางอย่างอยู่ตรงมุมห้อง โดยที่เธอไม่ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกประหลาดของหลงโม่

ในไม่ช้าเธอก็หยิบสิ่งของที่ห่อด้วยหนังสัตว์สีดำออกมา

“สิ่งที่อยู่ข้างในสามารถช่วยให้เจ้าหลบหนีได้อย่างราบรื่น หากเจ้าเผชิญหน้ากับภูตคนอื่น” จิ้งจอกสาวส่งห่อหนังสัตว์สีดำให้มังกรหนุ่มแล้วบอกวิธีใช้มัน

คนตัวสูงรับห่อจากอีกฝ่ายมาอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีทองของเขาฉายแววอ่อนโยน และน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ทุ้มต่ำ

“ข้าจะพาพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย เจ้าไม่ต้องห่วง”

ระหว่างทางไปบ้านของหัวหน้าเผ่า หลงโม่ตัดสินใจแล้วว่าจะไปช่วยเหลือทุกคนด้วยตัวเอง และขอให้ท่านผู้เฒ่าส่งภูตไปที่นั่นเพื่อล่อคนทรยศก่อนเท่านั้น

ในเผ่าแห่งนี้ นอกจากอิงหยวนแล้ว คงไม่มีภูตคนไหนที่เร็วกว่ามังกรหนุ่มอีก

แม้ว่าเป้าเฟิงจะส่งข่าวได้เหมือนกัน แต่หูเจียวเจียวก็ยังกังวลใจอยู่ดี ดังนั้นเธอจึงหยิบบางสิ่งที่สามารถช่วยให้หลบหนีจากภัยอันตรายออกจากมิติมา แล้วขอให้หลงโม่เอามันติดตัวไปด้วย หากกลุ่มภูตที่ออกไปทำภารกิจขนดอกเกลือเปลี่ยนเส้นทางแล้วยังถูกศัตรูซุ่มโจมตี อย่างน้อยพวกเขาก็ยังหนีรอดมาได้

นอกจากนี้ แม้ว่าหวงเยว่ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างปัญหาอะไร แต่เธอก็ยังคงจับตามองนางอย่างใกล้ชิด

“ขอบคุณนะหลงโม่” จิ้งจอกสาวพยักหน้า “อีกอย่าง...เจ้าควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเองด้วย อย่าให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ”

“ในนั้นมียาอยู่ ถ้าเจ้าบาดเจ็บก็อย่าลืมใช้ให้ถูกเวลา และอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป”

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะพูดเตือนสติมังกรหนุ่มสัก 2-3 ประโยค จากนั้นจึงบอกวิธีใช้และสรรพคุณของยาให้เขาฟังแบบระมัดระวัง

ก่อนที่เธอจะรู้ตัว เธอก็เคยชินกับการมีหลงโม่อยู่ที่บ้าน แล้วปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง

“อืม”

ชายร่างสูงตอบรับสั้น ๆ

ขณะนี้ดวงตาที่ลึกล้ำของเขากำลังไล้มองใบหน้าของหูเจียวเจียว

ใบหน้าที่เรียวเล็กงดงามนั้นขาวไม่ต่างจากหิมะ มันทั้งนุ่มนวลและมีเสน่ห์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภูตจิ้งจอก ดวงตาเรียวคู่นั้นเปล่งประกายดุจคริสตัล คิ้วโค้งสวยงามราวกับใบหลิว ซึ่งยามนี้มันกำลังขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพราะความกังวล

ชายหนุ่มขยับปลายนิ้วไปข้างหน้าเหมือนต้องมนตร์สะกด ด้วยความคิดที่อยากจะคลายคิ้วสวยตรงหน้าออกจากกัน

“แล้วก็!”

จู่ ๆ จิ้งจอกสาวก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงอย่างจริงจัง

มังกรหนุ่มรีบชักมือออกอย่างรวดเร็วแล้วเอาไปไพล่ไว้ด้านหลังพลางถูนิ้วไปมาด้วยความประหม่า

“อย่าไปเก็บผู้หญิงที่ไหนมาจากข้างนอกอีกล่ะ เจ้าต้องจำไว้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่มีคู่และมีลูกแล้ว”

หลงโม่ที่ได้ยินเช่นนั้นขมวดคิ้วฉับ พร้อมอธิบายด้วยน้ำเสียงทื่อ ๆ “ข้าไม่ได้เก็บใครมา นางตามข้ามาเอง พวกเขายืนยันที่จะพานางกลับมาด้วย”

สัญชาตญาณบอกกับตัวเขาเองว่าเขาต้องกำจัดผู้หญิงคนนั้นทิ้งให้เร็วที่สุด

“จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยคำสัญญาเสียงทุ้ม

ดูเหมือนว่านางจะไม่ชอบที่มีผู้หญิงตามเขากลับมา…

ครั้งต่อไปหากมีภูตหญิงติดตามตนกลับเผ่า เขาจะต้องฆ่านางก่อนที่จะมีใครเห็นหน้านาง

เนื่องจากหลงโม่รีบตอบอย่างกะทันหัน หูเจียวเจียวจึงตกใจนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

การที่เขายอมรับความผิดพลาดถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสินะ

หญิงสาวคิดในใจ อีกทั้งเธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้งี่เง่าและสามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผลได้ หวังว่าในอนาคตเธอกับเขาจะไม่มีเรื่องบาดหมางให้ต้องทะเลาะกันอีก

เวลาต่อมา ในตอนที่ทั้ง 2 คนเดินออกจากกระท่อมก็ถูกลูกทั้ง 5 คนพบเสียก่อน

“ท่านแม่ ท่านพ่อจะไปไหน?” ดวงตารูปทรงอัลมอนด์ของหลงหลิงเอ๋อเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

สัมผัสที่ 6 ของสาวน้อยนั้นแม่นยำมาก และนางสามารถบอกได้ทันทีว่าพ่อมังกรไม่ได้ออกไปล่า

ส่วนเด็กอีก 4 คนที่เหลือพอได้ยินว่าผู้เป็นพ่อกำลังจะออกไปข้างนอก ดวงตาของแต่ละคนก็เป็นประกาย ก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองแม่จิ้งจอกโดยพร้อมเพรียงกัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มทั้งหลายให้ความสนใจกับการกระทำของหลงโม่

“พ่อของพวกเจ้าต้องออกไปข้างนอก 2-3 วัน เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำ” หูเจียวเจียวลูบหัวของหลงหลิงเอ๋อพลางตอบอย่างอ่อนโยน

ลูกของเธอช่างเอาใจใส่จริง ๆ และนางเป็นห่วงเป็นใยพ่อของตัวเองด้วย

“ไม่กี่วันเองหรือ…” หลงจงก้มหัวลงและพึมพำเบา ๆ

เหล่าเด็กน้อยรู้ว่าไม่กี่วันหลังจากที่พ่อมังกรกลับมา พวกเขาจะต้องทุกข์ทรมานอีกครั้ง สู้ให้เขากลับไปอาศัยอยู่ในป่าเหมือนเดิมเสียยังจะดีกว่า!

ทางด้านหลงโม่ถือห่ออะไรบางอย่างพลางชำเลืองมองลูกชายคนที่ 3 ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “พ่อจะกลับมาให้เร็วที่สุด”

คำพูดของคนเป็นพ่อทำให้เด็กหนุ่มทั้ง 4 ตกใจมาก

เร็วที่สุด? ไม่กลับมาเลยจะดีกว่า...

ต่อมา หูเจียวเจียวรู้สึกถึงลมกระโชกที่พัดผ่านแก้มของตัวเอง แล้วมังกรดำตัวใหญ่ก็บินขึ้นไปในอากาศโดยมีของที่ห่อด้วยหนังสัตว์แขวนที่อุ้งเท้าหน้าของเขาซึ่งไม่เข้ากับร่างกายอันดุดันนั้นสักนิด

ก่อนจะออกเดินทาง มังกรหนุ่มหันมามองดูจิ้งจอกสาวอย่างลึกซึ้ง ไม่นานเขาก็สะบัดหางบินไปทางทิศตะวันตกของเผ่า

ในเวลาเดียวกัน ห่อหนังสัตว์ขนาดเล็กที่ห้อยอยู่กับกรงเล็บมังกรแกว่งไปมาเพราะแรงลม ราวกับมันกำลังโบกมือลาเธอ...

จบบทที่ บทที่ 147: หูเจียวเจียวจับตามองนางอย่างใกล้ชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว