เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121: ข้าจะใช้ชีวิตนี้เพื่อปกป้องเจ้าและลูก ๆ

บทที่ 121: ข้าจะใช้ชีวิตนี้เพื่อปกป้องเจ้าและลูก ๆ

บทที่ 121: ข้าจะใช้ชีวิตนี้เพื่อปกป้องเจ้าและลูก ๆ


หลังจากที่หูเจียวเจียวได้ยินสิ่งที่หลงโม่พูด เธอก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้

เธอไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเล่าอดีตของตัวเองให้ตนฟัง

ในนิยายเล่มนี้ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอดีตของวายร้าย แต่หญิงสาวรู้ดีว่านักเขียนคงจะจัดเตรียมอดีตที่เลวร้ายเอาไว้ให้เขาอย่างแน่นอน เพราะนอกจากลูกรักอย่างอิงหยวนแล้วก็ไม่มีใครมีชีวิตที่ดีเลยสักคน แม้กระทั่งนางเอกของเรื่อง

จิ้งจอกสาวนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าในอดีตมังกรหนุ่มผ่านอะไรมาบ้างเพื่อเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นวายร้ายที่โหดเหี้ยม กระหายเลือด เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก และฆ่าคนเป็นผักปลา

การที่เจ้าของร่างเดิมทรยศหลงโม่นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ไปเร่งให้จิตใจของเขาดำมืดเร็วขึ้น การกลายร่างเป็นจอมวายร้ายของเขาถูกกำหนดมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ประโยคข้างต้นผุดขึ้นมาในความคิดของหูเจียวเจียว

ทันใดนั้น เธอก็ส่ายหัวขับไล่ความคิดเลวร้ายนี้ออกไป

“ข้าอาจจะ...ไม่แข็งแกร่งนัก แต่ข้าจะใช้ชีวิตนี้เพื่อปกป้องเจ้าและลูก ๆ” มังกรหนุ่มเอ่ยคำสัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง

วันนี้เท่านั้นที่หลงโม่รู้สึกว่าเขามีตัวตนในสายตาใครสักคน แล้วเห็นว่าเขาก็เป็นภูตคนหนึ่ง

เขาไม่ใช่ขยะ เขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ เขาไม่ใช่ศพเดินได้

เมื่อหูเจียวเจียวได้ยินคำสัญญาของชายหนุ่ม เธอก็กะพริบตาถี่พลางรู้สึกแสบที่ปลายจมูกจนน้ำตารื้น

ที่ผ่านมาเธอมักจะกังวลอยู่เสมอว่าจะจัดการกับเจ้าวายร้ายผู้นี้ได้อย่างไร แต่เธอไม่คาดคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จโดยการมอบเสื้อผ้าหนังสัตว์ให้อีกฝ่ายเพียงชุดเดียว

แต่ทำไมเธอกลับไม่รู้สึกมีความสุขอย่างที่คิดเอาไว้เลย...

ต่อมา หูเจียวเจียวสูดจมูกก่อนจะเผยรอยยิ้มที่สดใสและอ่อนโยนให้คนตรงหน้า “เจ้าแข็งแกร่งไม่ต่างจากภูตมังกรคนอื่น เจ้าแค่ต้องการเวลาที่จะพัฒนาตัวเอง และในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นภูตที่แข็งแกร่งกว่าอิงหยวนอย่างแน่นอน ข้าเชื่อในตัวเจ้า”

คำพูดเหล่านี้กลายเป็นน้ำทิพย์ชโลมให้หัวใจที่ด้านชาของหลงโม่พองโตขึ้น

ในอนาคตเขาจะแข็งแกร่งกว่าอิงหยวนอีกหรือ?

นาง...คิดแบบนั้นจริงหรือ?

“อีกอย่าง เจ้าจะไม่ได้แค่เสื้อผ้าชุดเดียว นับจากนี้ข้าจะทำเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้ากับลูก ๆ ทุกปี” พอจิ้งจอกสาวเห็นมังกรหนุ่มยืนอยู่กับที่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปทำงานอื่นต่อ

เธอกลัวว่าเขาจะจมอยู่กับความทรงจำเลวร้ายในอดีต

จากนั้นสายตาของหลงโม่ที่มองตามหลังหูเจียวเจียวก็ฉายแววแน่วแน่ และเขาก็ปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าเขาจะต้องกลายเป็นภูตที่แข็งแกร่งกว่าอิงหยวนให้ได้

เขาจะไม่ทำให้นางผิดหวัง!

เมื่อถึงเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เด็กตระกลูหลงทั้ง 5 คนก็กลับมาที่บ้าน

ทางด้านหูเจียวเจียวเตรียมปลาย่างวางไว้บนโต๊ะกินข้าวแล้ว โชคดีที่โต๊ะอาหารของพวกเธอมีขนาดใหญ่พอที่จะวางปลา 7 ตัวที่มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัมได้

หลังจากที่เจ้าตัวเล็กทั้งหลายออกไปตะลอนอยู่ข้างนอกทั้งวัน พวกเขาก็หิวกันมากแล้ว พอกลับมาถึง ทุกคนก็ตรงไปล้างมือตัวเองอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเดินไปนั่งตัวตรงเรียงแถวอยู่หน้าโต๊ะอาหาร

ขณะนี้กลิ่นปลาย่างหอมตลบอบอวลในอากาศ แล้วปลาในจานถูกราดด้วยกระเทียมสับกับข้าวฟ่างปรุงรสเล็กน้อยที่เพิ่งถูกเอาออกจากเตานึ่งร้อน ๆ

นี่คือรสชาติโปรดของเหล่าเด็กน้อย

เมื่อแม่จิ้งจอกเห็นลูกทั้ง 5 คนจ้องปลาตามันวาวแล้วเกือบน้ำลายไหล เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ทำไมวันนี้พวกเจ้ากลับมาช้าจัง ตอนนี้ข้างนอกมืดแล้ว คราวหน้าพวกเจ้ากลับมาให้เร็วหน่อยล่ะ ไม่งั้นจะไม่ทันกินข้าวเย็นกัน” จิ้งจอกสาวเตือนพวกเขาด้วยท่าทางสบาย ๆ พลางยื่นตะเกียบสำหรับเด็กให้แต่ละคน

“เรื่องนี้ต้องโทษหลิงเอ๋อ…” หลงจงยู่ริมฝีปากและพึมพำด้วยเสียงต่ำ

“อะไรนะ?” หูเจียวเจียวได้ยินไม่ชัดจึงหันไปถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรท่านแม่” หลงหลิงเอ๋อตอบแทรกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม “พี่สามเพิ่งบอกว่าท่านแม่เก่งมาก ท่านจับปลาตัวใหญ่มาได้ตั้งเยอะเลย เราที่ออกไปจับทั้งวันยังไม่ได้ปลาเยอะขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ!”

แม่จิ้งจอกยิ้มกว้างยามที่ได้ยินคำพูดของลูกสาว ก่อนจะเหลือบมองไปทางลูกชายคนที่ 3 ด้วยแววตาฉงน “จริงหรือ?”

เนื่องจากเธอไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะพูดยกย่องแม่…

“แน่นอน พี่สาม ท่านคิดอย่างนั้นใช่ไหม?” หลงหลิงเอ๋อยิ้มหวานพลางหันไปมองพี่ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

จังหวะนั้นหลงจงรู้สึกเพียงว่าต้นขาของเขาถูกบีบอย่างแรง เขาจึงอ้าปากแล้วก็หุบปากแบบคนที่หายใจไม่ออกทันที

“อึก...อืม!”

หูเจียวเจียวทำสีหน้าประหลาดใจ เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าท่าทางของเด็กคนนี้มันแปลก ๆ...

“ท่านแม่ ข้าหิวมาก ท้องของเสี่ยวเหยาแทบจะแบนแล้ว เรามากินข้าวกันเถอะ!” สาวน้อยเอียงศีรษะมองผู้เป็นแม่พร้อมพูดกระตุ้นด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา

หลงเหยาที่อยู่อีกด้านหนึ่งพยักหน้าระรัว

“อ้าาา~”

กินเนื้อ! กินเนื้อ! พี่สาวของข้าสัญญาว่าจะแบ่งเนื้อให้ข้าด้วย!

ขณะเดียวกัน หลงโม่ที่ช่วยหูเจียวเจียวยกอาหารมาที่โต๊ะเดินมาถึงทันเวลาที่เห็นฉากนี้พอดี จากนั้นสายตาคมก็มองไปทั่วใบหน้าของหลงหลิงเอ๋อ

ทว่าเมื่อเขาเห็นแม่จิ้งจอกดูเหมือนจะอารมณ์ดี เขาก็ทำเหมือนกับว่าไม่เห็นอะไร

ให้เจ้าลูกชายตัวแสบยอมเจ็บตัวสักหน่อยจะเป็นไรไป?

บัดนี้ใบหน้าของหลงจงขุ่นมัว เขากัดฟันกลั้นไม่ให้ปล่อยเสียงกรีดร้องออกมา เขารู้ดีว่าหากสาวน้อยคนนี้โกรธ มันจะไม่เป็นผลดีกับเขาในอนาคต

ทางด้านหลงเซียวผู้เงียบขรึมเผยรอยยิ้มบนใบหน้าที่มักจะเศร้าหมองเพราะเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหารเย็น

ขณะนั้นหลงอวี้จะคอยช่วยหยิบก้างปลาออกให้น้องรองเป็นครั้งคราว เด็กคนนี้เป็นพี่ใหญ่ที่มีมโนธรรมและเป็นคนดีจริง ๆ

หูเจียวเจียวเห็นลูกชายคนโตช่วยหยิบก้างปลาออกให้ลูกชายที่ตาบอดจึงชมเชยอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อวี้เอ๋อรู้ความจริง ๆ เจ้ารู้วิธีดูแลน้องชายของตัวเองด้วย”

หากเป็นเมื่อก่อน หลงเซียวอาจจะปฏิเสธน้ำใจของพี่ใหญ่ เขารู้สึกว่าพี่น้องคอยช่วยเหลือเขามากเกินไปเพราะพวกเขาคิดว่าตนไร้ประโยชน์

แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มยอมรับมันอย่างง่ายดาย จิ้งจอกสาวมองว่านี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี

เมื่อหลงอวี้ได้ยินคำชมของผู้เป็นแม่ เขาก็เผลอทำตะเกียบในมือหล่น และใบหน้าไร้เดียงสาของเขาก็ตึงเครียดราวกับว่าเขากำลังยอมรับภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง

“ขอโทษ ข้าจะไปล้างเดี๋ยวนี้แหละ” พี่คนโตรีบหยิบตะเกียบขึ้นจากพื้นแล้วเดินไปที่ถังน้ำอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ

ระหว่างนั้นหูเจียวเจียวคอยสังเกตท่าทางของหลงอวี้ เธอกะพริบตาแสดงความสงสัยว่าทำไมวันนี้เขากับหลงจงถึงทำตัวแปลก ๆ?

เป็นเพราะออกไปเล่นกันทั้งวันจนเหนื่อยหรือเปล่า?

ทางด้านหลงโม่ที่อยู่ข้าง ๆ พอได้ยินคำพูดของหญิงสาว ดวงตาของเขาก็มืดลง

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้กินปลา ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าปลาก็ยังต้องแคะกระดูกออกเหมือนกัน เขามองดูวิธีแกะกระดูกปลาที่หลงอวี้ทำ จากนั้นเขาก็มองไปยังปลาที่อยู่ตรงหน้าจิ้งจอกสาว ก่อนที่เขาจะขยับตะเกียบยื่นออกไป..

แต่ทว่า...

ปั่ก!

หูเจียวเจียวตีตะเกียบของมังกรหนุ่มด้วยตะเกียบของเธอ และถามอย่างสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้น? เจ้ากินข้าวไม่อิ่มหรือ เจ้าจะทำอะไรกับปลาของข้า?”

“...”

จากนั้นครอบครัว 7 คนก็กินข้าวเย็นกันอย่างมีความสุข…?

หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันเสร็จแล้ว ลูกทั้ง 5 กับหูเจียวเจียวก็อาบน้ำและพากันเข้านอน ส่วนหลงโม่มองไปทางบ้านไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงจันทร์ ไม่นานเขาก็ถอนหายใจก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงส่วนตัวของเขา—ซึ่งนั่นก็คือบนต้นไม้

วันถัดมา

จิ้งจอกสาวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยบทสนทนาที่ดูเหมือนว่ากำลังกระวนกระวายใจ

เธอขยี้ตาแล้วมองออกไปนอกบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาเช้าแล้ว เธอจึงลุกขึ้นออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่หูเจียวเจียวเดินออกมาจากบ้าน เธอก็พบหลงโม่อยู่ในลานบ้าน และมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เขา

หญิงสาวจำได้ว่านั่นคือภูตชายที่มักจะติดตามหัวหน้าเผ่า เมื่อเห็นท่าทางกังวลของเขา เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที

“หลงโม่ เกิดอะไรขึ้น?” จิ้งจอกสาวรีบเดินเข้าไปถาม

หลงโม่ที่ได้ยินเสียงของหูเจียวเจียวหันกลับมาเห็นว่าเธอยังคงงัวเงียอยู่ และมีรอยยับสีชมพูเล็กน้อยบนใบหน้ารูปไข่ พอเขารู้ว่าอีกคนเพิ่งตื่นนอน ริมฝีปากที่เม้มแน่นของเขาก็คลายออก และกำลังจะพูดว่าไม่ต้องกังวล

แต่ผู้ชายที่อยู่ด้านข้างเชื่อใจหญิงสาวมากและโพล่งออกมาก่อน

“เกลือของเผ่าหายไป หัวหน้าเผ่ากำลังร้อนใจ เขาก็เลยขอให้ทุกคนหาทางช่วยกันแก้ไข”

“เกลือหายไปหรือ!?” แล้วหูเจียวเจียวก็ตาสว่างทันที

เนื่องจากภารกิจไปแลกเปลี่ยนเกลือทะเลที่ริมชายหาดครั้งล่าสุดทางเผ่าไม่ได้รับเกลือกลับมาเลย เธอได้ยินจากหัวหน้าเผ่าว่าเกลือที่เหลืออยู่นั้นก็แทบจะไม่พอให้ภูตหญิงอยู่รอดไปตลอดฤดูหนาวนี้ แต่แล้วทำไมจู่ ๆ มันถึงหายไปเสียล่ะ?

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โอ๊ย ใครเอาเกลือไปอีก ยิ่งมีน้อย ๆ อยู่ T_T

จบบทที่ บทที่ 121: ข้าจะใช้ชีวิตนี้เพื่อปกป้องเจ้าและลูก ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว