เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104: ผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างหลังหลงโม่

บทที่ 104: ผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างหลังหลงโม่

บทที่ 104: ผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างหลังหลงโม่


ทันทีที่ภูตชายถูกกรงเล็บของมังกรจับไว้ ลาวาร้อนก็ปกคลุมพื้นที่ที่เขายืนอยู่ทันที

“เร็วเข้า! วิ่ง!”

ในเวลาเดียวกัน ภูตคนอื่น ๆ หวาดกลัวมาก พวกเขาสับเท้าวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่คำนึงถึงเสบียงอีก

ภูตที่แปลงร่างเป็นสัตว์ที่วิ่งได้เร็วก็หนีกันชุลมุนอยู่บนพื้น ส่วนภูตที่เชื่องช้าได้รับการช่วยเหลือจากหลงโม่และอิงหยวน เมื่อจำนวนสหายบนตัวทั้งคู่เพิ่มขึ้น ความเร็วของพวกเขาก็ค่อย ๆ ช้าลง

ขณะนี้พื้นดินที่อยู่ข้างใต้ถูกปกคลุมไปด้วยลาวาจนหมดแล้ว หากพวกเขาไม่ทันระวังก็จะได้รับอันตราย

ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ภูตบางคนหันกลับไปมองทางค่ายพักแรมที่พวกเขาทิ้งของไว้

“แย่แล้ว... มันจบสิ้นแล้ว...”

“ถ้าไม่มีเสบียง เราจะไปริมทะเลเพื่อแลกเกลือกันได้ยังไง…”

ในเผ่า

ณ ลานบ้านเล็ก ๆ ที่สะอาดเป็นระเบียบ หูเจียวเจียวที่นั่งบนเก้าอี้หินกำลังขะมักเขม้นเย็บเสื้อผ้าหนังสัตว์อยู่

“เจียวเจียว ข้าปักเสร็จแล้ว เจ้าคิดว่ามันสวยไหม” ลู่เมี่ยนเอ๋อคลี่เสื้อผ้าหนังสัตว์ของตัวเองออก แล้วส่งให้อีกคนดูอย่างมีความสุข

ตอนนี้หนังสัตว์สีเทาถูกนำมาทำเป็นเสื้อกั๊กพร้อมกับปักลายนกอินทรีสีดำขนาดเล็กไว้ตรงหน้าอก

เดิมทีจิ้งจอกสาวกำลังจะทำเสื้อผ้าให้กับหลงโม่ แต่พอลู่เมี่ยนเอ๋อกับหู่จิงมาพบเธอที่บ้าน นางก็ขอร้องให้เธอสอนนางตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเดียวกัน ดังนั้นตอนนี้ทุกคนจึงมานั่งเย็บปักถักร้อยกันอยู่ที่ลานบ้านของหูเจียวเจียว

ก่อนหน้านี้หญิงสาวหยิบเข็มที่ทำจากกระดูกสัตว์พร้อมกับด้ายหยาบออกมาจากมิติ เพื่อเป็นการปกปิดไม่ให้ชาวบ้านคนอื่นสงสัยที่มาของสิ่งของพวกนี้

ในขณะที่หูเจียวเจียวหันมาตามต้นเสียง แต่เธอยังไม่ทันได้ตอบอะไร หู่จิงก็พูดขัดจังหวะขึ้นมา “โห มันเหมือนกับร่างสัตว์ของอิงหยวนทุกประการเลย เมี่ยนเอ๋อ เจ้าเก่งมาก!”

คนถูกชมหน้าขึ้นสีพลางส่ายหัวเบา ๆ

“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเจียวเจียว ขอบคุณที่เจ้าเต็มใจสอนข้านะ” กวางสาวพูดขอบคุณ ก่อนจะพูดเสียงเบาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อว่า “อิงหยวนน่าจะชอบ…”

“เจ้าทำเอง เขาต้องชอบมันแน่ ๆ ลองไม่ชอบดูสิ!” เสือสาวกำหมัดแน่นพร้อมกับทำสายตาดุดัน

จิ้งจอกสาวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี หู่จิงคนนี้ยังคงเกลียดเธอเช่นเคย และไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไร

“หู่จิง ข้าขอดูของเจ้าหน่อยสิ” หูเจียวเจียวตั้งใจถามออกมา

“ข้า…ข้ายังทำไม่เสร็จ...” รอยยิ้มของคนถูกถามแข็งทื่อไปทันที แล้วนางก็พยายามซ่อนเสื้อกั๊กไว้ข้างหลังตัวเอง แต่ลู่เมี่ยนเอ๋อคว้ามันไปในวินาทีต่อมา

สิ่งที่หู่จิงทำคือเสื้อกั๊กหนังวัวสีดำที่มีลวดลายเสือที่ปักด้วยด้ายสีเหลือง เนื่องจากตอนนี้นางยังไม่มีคู่ ดังนั้นนางจึงปักมันเป็นรูปสัตว์ชนิดเดียวกับของตัวเอง

แต่ว่าลายปักเสือน้อยตัวนี้ดูบิดเบี้ยวไม่ปราณีตเหมือนของกวางสาว

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นลวดลายบนเสื้อกั๊ก เธอก็กลั้นยิ้มจนหน้าแดง

ก่อนหน้านี้หญิงสาววาดลวดลายไว้บนเสื้อกั๊กให้ล่วงหน้าแล้ว จากนั้นก็ปล่อยให้คนอื่นใช้ด้ายปักตามลายที่ตนวาดไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าฝีมือการปักผ้าของหู่จิงจะพอ ๆ กับเด็กนักเรียนประถมแบบนี้

“หู่จิง เสือตัวนี้ดูคล้ายกับเจ้ามากทีเดียว...”

ลู่เมี่ยนเอ๋อพูดแหย่เพื่อนสาวพลางแอบปิดปากและยิ้มจาง ๆ

ทันใดนั้นเสือสาวก็หน้าแดงก่ำ ก่อนจะคว้าเสื้อกั๊กกลับไปซ่อนไว้ด้านหลังของตัวเอง และโต้กลับอย่างไม่พอใจ

“ข้าไม่ได้ขี้เหร่นะ!”

“งานนี้มันยากเกินไป ข้าไม่ทำแล้ว...” เข็มกับด้ายผู้น่าสงสารถูกกระแทกลงบนโต๊ะหิน ในระหว่างนั้นมีเสียงแกร๊กเบา ๆ ก่อนที่รอยแตกยาวจะปรากฏขึ้นบนโต๊ะ

“...”

มุมปากของหูเจียวเจียวกระตุก หู่จิงคนนี้เป็นภูตหญิงที่ดุดันมากจริง ๆ สมควรแล้วที่อีกฝ่ายเป็นสหายคนสนิทของนางเอกในนิยาย นางแข็งแกร่งมาก!

หลังจากที่ทั้งคู่ขอตัวกลับ จิ้งจอกสาวก็เก็บเสื้อผ้าที่ตัดเย็บขึ้นใหม่ทั้งหมดไปไว้ในบ้าน นอกจากเย็บเสื้อผ้าใหม่ให้หลงโม่ 2 ชุดแล้ว เธอยังทำอีกชุดหนึ่งสำหรับครอบครัวตระกูลหู โดยที่เสื้อกั๊กแต่ละชุดนั้นปักลายจิ้งจอกที่เป็นร่างสัตว์ของแต่ละคน

ในชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปแล้วถึง 20 วัน เธอไม่รู้ว่าการเดินทางของพวกหลงโม่เป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่

ช่วงเวลานี้ นอกจากตรวจดูต้นกล้ามันฝรั่งทุกวันแล้ว หูเจียวเจียวยังปลูกผักแปลงเล็ก ๆ 2 แปลงไว้ข้างบ้านของตัวเอง โดยใช้เมล็ดในมิติมาปลูกหัวไชเท้ากับผักกาดก้านขาว

เหตุผลที่เธอเลือกพืช 2 ชนิดนี้เป็นเพราะหัวไชเท้าสามารถนำมาดองเก็บไว้กินนาน ๆ ได้ ส่วนผักกาดก้านขาวสามารถนำมาคั้นน้ำมันคาโนลา*ได้ หากเธอสามารถปลูกพืชได้ที่นี่ ในปีต่อ ๆ ไป เธอวางแผนว่าจะปลูกพวกมันให้มากขึ้น แล้วพืชเหล่านี้จะช่วยทำให้ชีวิตของคนในเผ่าดีกว่าที่เคยเป็น

* น้ำมันคาโนลา หรือบางครั้งเรียกสั้น ๆ ว่า คาโนลา เป็นน้ำมันพืชที่ได้มาจากผักกาดก้านขาว (rapeseed)

กว่าที่หญิงสาวจะทำทุกอย่างเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี

ตอนนี้เด็กตระกูลหลงทั้ง 5 ใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาและกระฉับกระเฉงมากกว่าเดิม ตั้งแต่ที่แม่จิ้งจอกทำปลาย่างให้กิน พวกเขาก็ติดใจรสชาติของปลาย่างไม่เคยลืม ส่งผลให้ทุกวันนี้เด็กน้อยทั้งหลายลากหลงเซียวไปหาปลาที่แม่น้ำตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครกลับมา

ทางด้านหูเจียวเจียวหลบเข้าไปนั่งอยู่ใต้ร่มไม้เพื่อพักผ่อน พร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องที่ตนฝันถึงเมื่อ 10 วันก่อน

ในความฝัน หลงอู่ตั้งใจจะฆ่าหูชิงหลู่ โชคดีที่หลงโม่ไปช่วยได้ทันเวลา เขาจึงไม่มีอันตรายใด ๆ แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้น

ลาวาสีแดงที่แผดเผาพ่นออกมาทั่วท้องฟ้า ภัยพิบัติที่น่าสะพรึงกลัวทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นทันที แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่ฝันถึงเหตุการณ์นี้อีกเลย

และดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างหญิงสาว เพราะในความฝันเธอเห็นหลงโม่กำลังหลบหนีจากระยะการระเบิดของภูเขาไฟได้สำเร็จ

ก็แค่...ทุกครั้งที่เธอฝันถึงเรื่องที่จะเกิดในอนาคต เธอมักจะฝันเกี่ยวกับเรื่องความเป็นและความตายของคน ๆ หนึ่ง แต่ครั้งนี้มังกรหนุ่มไม่มีอุบัติเหตุอะไร แล้วทำไมเธอถึงฝันถึงมันกันล่ะ?

“หูเจียวเจียว! อิงหยวนกับคนอื่น ๆ กลับมาแล้ว ท่านผู้เฒ่าบอกให้ข้ามาเรียกเจ้า”

ในขณะที่เธอกำลังเป็นกังวล เสียงตะโกนของภูตคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกบ้าน

พวกอิงหยวนกลับมาแล้ว!

เป็นไปได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มที่ออกไปแลกเปลี่ยนเกลือ!

หูเจียวเจียวรีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียง มันเป็นเสียงของภูตที่มักจะติดตามหัวหน้าเผ่า เธอจึงยืนขึ้นตอบว่า

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

จิ้งจอกสาววิ่งไปจนสุดทางก่อนจะเห็นว่าภูตคนนั้นดูรีบร้อนและเหงื่อซ่กไปทั้งร่าง

“เกิดอะไรขึ้น การเดินทางไปแลกเปลี่ยนเกลือต้องใช้เวลา 3 เดือนถึงจะกลับมาไม่ใช่หรือ ทำไมพวกเขากลับมาเร็วแบบนี้ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลงโม่หรือเปล่า?” หูเจียวเจียวเอ่ยปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน หัวหน้าเผ่าขอให้ข้ามาเรียกเจ้าเท่านั้น” ภูตที่มาหาเธอส่ายหัวเบา ๆ

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้หูเจียวเจียวขมวดคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นรีบไปกันเถอะ”

เพื่อเป็นการร่นระยะเวลาในการเดินทาง ผู้ชายคนนั้นกลายร่างเป็นเสือแล้วให้หญิงสาวนั่งอยู่บนหลังเขา

เนื่องจากหูเจียวเจียวไม่ค่อยคุ้นกับการนั่งบนหลังภูตในร่างสัตว์ ครั้งสุดท้ายที่เธอกลับมาจากรังของภูตเร่ร่อน เธอนั่งอยู่บนหลังของหูชิงหลู่ โดยที่พี่ชายคนที่ 3 เดินช้า ๆ และคอยระมัดระวังไปตลอดทางเพื่อให้เธอได้นั่งอย่างสบายใจ

แต่วันนี้เสือโคร่งรีบร้อนมาก เขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย

ในระหว่างที่ภูตเสือวิ่งไปข้างหน้า จิ้งจอกสาวเกือบจะลื่นหลุดตกจากหลังของเขาอยู่หลายครั้ง เธอจึงทำได้เพียงจับขนเสือเอาไว้พร้อมกับหลับตาแน่น สถานการณ์ในตอนนี้มันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าการนั่งรถไฟเหาะเสียอีก!

พอทั้งคู่ไปถึงที่หมาย หูเจียวเจียวก็กระโดดลงจากหลังเสือในสภาพท้องไส้ปั่นป่วนและวิงเวียนศีรษะ

มันทำให้เธอไม่อยากขี่หลัง ‘สัตว์’ อีกเลย

“หูเจียวเจียว เจ้ามาแล้ว” เมื่อหัวหน้าเผ่าเห็นจิ้งจอกสาวลงจากหลังเสือโคร่ง เขาก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง

“ท่านผู้เฒ่า หลงโม่อยู่ที่ไหน?” หูเจียวเจียวกุมหัวตัวเองแล้วรีบถาม “เกิดอะไรขึ้นกับหลงโม่หรือเปล่า?”

พอชายชราเห็นท่าทางกังวลของจิ้งจอกสาวจึงรีบปลอบโยนเธอ “ไม่ต้องห่วง หลงโม่สบายดี”

หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าหลงโม่กับอิงหยวนยืนอยู่ไม่ไกล พลันสีหน้าของเธอก็สดใสขึ้นและยกมือทักทายพวกเขา

“หลงโม่—”

หูเจียวเจียวเปิดปากพูดยังไม่จบประโยค เธอก็สังเกตเห็นหญิงสาวอ้อนแอ้นดูน่าทะนุถนอมคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังมังกรหนุ่ม นางกำเสื้อหนังสัตว์ของเขาอย่างเขินอาย ซึ่งดูเหมือนทั้งคู่จะสนิทสนมกันมาก

จบบทที่ บทที่ 104: ผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างหลังหลงโม่

คัดลอกลิงก์แล้ว