เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85: เจียวเจียวเป็นคนมีเหตุผลแล้ว

บทที่ 85: เจียวเจียวเป็นคนมีเหตุผลแล้ว

บทที่ 85: เจียวเจียวเป็นคนมีเหตุผลแล้ว


ในตอนนี้มีผู้ชาย 4 คนแหวกฝูงชนออกมาจากตรงกลางซึ่งมีภูตวัยกลางคนทั้ง 2 ตามชายหนุ่มเหล่านั้นออกมาด้วย

ครู่ต่อมา ภูตทั้ง 6 ก็วิ่งไปหาหูเจียวเจียวแล้วขวางทุกคนเอาไว้

ใบหน้าของหูเฉียงเคร่งเครียดและเสียงที่ดังกังวานของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ "ใครที่มันกล้าแตะต้องลูกของข้า ข้าจะไม่เอาพวกเจ้าไว้แน่!"

บัดนี้ชายหนุ่มทั้ง 4 ยืนขวางทุกคนไว้ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตพลางจ้องมองภูตที่อยู่รายรอบด้วยสายตาดุดันพร้อมกับปกป้องหูเจียวเจียวที่อยู่ตรงกลางเอาไว้

ขณะที่ข้างในมีหูหมินกำลังร้องไห้กอดลูกสาวโดยใช้ร่างกายของตนปกป้องเธอไว้อีกที "เจียวเจียว ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไร ถ้าพวกเขาอยากจะพาตัวเจ้าไป พวกเขาต้องก้าวข้ามศพของแม่ไปก่อน!"

"ท่านพ่อ! ท่านแม่! พี่ชาย..."

เมื่อจิ้งจอกสาวเห็นคนกลุ่มนี้ เธอก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ปลายจมูกทำให้เสียงของเธอสั่นโดยไม่รู้ตัว

เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมที่ลุกขึ้นมาปกป้องตนเองในช่วงเวลาที่สำคัญ

“น้องเล็ก เจ้าไม่ต้องกลัว เราอยู่ที่นี่แล้ว เราจะไม่ปล่อยให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะช่วยเจ้าเอง!”

หูชิงซาน พี่ชายคนโตของหูเจียวเจียวเป็นคนพูดขึ้นมา เขามีร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกำยำ และคำพูดของเขาก็ทรงพลังมาก

ทันทีที่เขาพูดจบ ชายหนุ่มอีก 3 คนที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็พยักหน้ารับพร้อมเพรียงกันด้วยท่าทางที่ไม่ยอมแพ้ "พี่ใหญ่พูดถูก เราจะปกป้องเจ้าเอง จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกน้องสาวของเราได้!"

คนทั้ง 6 ในครอบครัวจิ้งจอกตามใจหูเจียวเจียวแบบไม่มีเงื่อนไข พวกเขาเชื่อใจหญิงสาวอย่างหมดใจมาตลอด

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจ ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร ภูตชาย 2 คนที่ถูกพวกเขาผลักออกไปก็กัดฟันด้วยความโกรธ

"หูเฉียง นางอยากจะฆ่าพวกเราทั้งหมด ถ้าพวกเจ้าเข้ามาขัดขวาง นางจะถูกขับไล่ออกจากเผ่า!"

ทันใดนั้น หูเจียวเจียวก็ตาสว่างขึ้นมาทันที

ใช่แล้ว! ในหนังสือบรรยายว่าครอบครัวนี้ประสบกับชะตากรรมที่น่าสลดใจเพราะเจ้าของร่างเดิม แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คล้าย ๆ แบบนี้ ปัจจุบันเส้นเรื่องเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์ต่อไปจะทำให้ตอนจบของพวกเขาแย่ลงกว่าเดิมหรือไม่

คราวนี้เธอต้องเป็นฝ่ายปกป้องพวกเขา!

“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร แค่ข้าต้องอยู่คนเดียวไม่กี่วันเท่านั้น ท่านไม่เชื่อหรือว่าข้าบริสุทธิ์? ข้าจะกลับมาเมื่อพวกอิงหยวนกำจัดภูตเร่ร่อนได้สำเร็จ”

หูเจียวเจียวดึงมือหญิงวัยกลางคนที่กอดตัวเธอไว้ออกไปและพูดด้วยสายตาจริงจัง

"แน่นอน เราเชื่อเจ้า แต่..."

“พอแล้ว ท่านรีบพาท่านพ่อและพี่ ๆ กลับไปก่อน ข้าจะไม่เป็นไร หัวหน้าเผ่ายังอยากให้ข้าพรวนดินปลูกต้นกล้าผลไม้ดินอยู่ ท่านไม่ต้องห่วง”

จิ้งจอกสาวโน้มตัวเข้าไปใกล้ ๆ หูของผู้เป็นแม่แล้วกระซิบเสียงเบาว่า "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับท่านเพราะข้าเป็นต้นเหตุ ข้าจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต"

หลังจากที่หูหมินได้ยินประโยคหลัง ในที่สุดนางก็สงบลง

ถัดมา แม่จิ้งจอกจับมือลูกสาวอีกครั้งเป็นการสั่งลา ในที่สุดนางก็ล่าถอยออกไปพร้อมกับสามีและลูกชายทั้ง 4 คน

ระหว่างนั้นภูตชายทั้ง 2 คนจ้องมองครอบครัวนี้อย่างไม่พอใจ ก่อนจะรีบพาตัวหูเจียวเจียวออกไป

จนกระทั่งแผ่นหลังของทั้ง 3 คนหายไปจากสายตา น้ำสีใสที่หูหมินกลั้นเอาไว้ก็ร่วงหล่นลงมาทีละหยด

หูเฉียงที่อยู่ข้าง ๆ จึงตื่นตระหนก เขารีบช่วยผู้เป็นภรรยาเช็ดน้ำตาพลางพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

“อย่าร้องไห้เลย คนขวางไม่ให้ข้าพาเจียวเจียวกลับมาก็คือเจ้า แต่พอเห็นนางไปแล้วเจ้ายังจะมาร้องไห้อีก ไม่อย่างนั้นข้าจะไปฉกตัวเจียวเจียวกลับมาดีไหม!”

เมื่อหูมินได้ยินแบบนั้นก็รีบคว้าตัวสามีและตบหลังเขา "หยุดนะ เจ้าห้ามไป ข้าแค่สงสารเจียวเจียว ฮือ... เจียวเจียวเป็นคนมีเหตุผลแล้ว ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้สร้างปัญหาให้นางอีก!"

"ตกลง ๆ ข้าฟังเจ้า" ชายวัยกลางคนพยักหน้าซ้ำ ๆ ให้กับภรรยาที่เข้มงวดของตน

อีกด้านหนึ่ง หลงอู่เดินไปที่ด้านข้างของหลงโม่และมองเขาอย่างเย้ยหยัน

"หลงโม่ เจ้าช่างไร้ประโยชน์เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องคู่ของเจ้าได้ แล้วปล่อยให้พวกเขาเอานางไปขังไว้ ขยะก็คือขยะวันยันค่ำ ไม่ว่าเจ้าจะไปอยู่ที่ไหน เจ้าก็เป็นขยะ..."

ฝ่ายที่ถูกเหน็บแนมเงยหน้าขึ้นจ้องมองคนพูดด้วยแววตาที่น่ากลัว ดวงตาสีทองคู่นั้นมีเพียงความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับปากเหวลึก

“อะไรกัน ดูเจ้าสิ ข้าพูดอะไรผิดไปงั้นรึ?” ดวงตาของหลงอู่เบิกกว้าง ก่อนที่เขาจะยกมือผลักไหล่ของหลงโม่

ขณะนั้นภูตมังกรตัวโตผู้หลงตัวเองจงใจออกแรง 10 ส่วน แต่มันไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายขยับเลย เมื่อได้เห็นอย่างนั้น เขาก็ขมวดคิ้วสงสัย ทั้ง ๆ ที่ไอ้สวะคนนี้ดูไร้ประโยชน์เหมือนเมื่อก่อนเลยไม่ใช่หรือ?

พลันใบหน้าของชายหนุ่มก็สว่างขึ้น

เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงคิดแบบเหยียดหยามอีกครั้ง

ไอ้ขยะไร้ค่าคนนี้คงกำลังกัดฟันทนอยู่สินะ มันคงกลัวที่จะเสียหน้าต่อหน้าลูก ๆ ของตัวเอง 

พอเขาคิดจบแล้วก็ยื่นมือออกไปตบบ่าหลงโม่พร้อมกับยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

"แต่ไม่เป็นไร ผู้หญิงตัวเล็กที่ขาวเนียนคนนี้ข้าจะทะนุถนอมเป็นอย่างดีเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ข้าจะช่วยนางสุดความสามารถและช่วยรักนางให้มากกว่าเจ้า ฮ่าๆๆ"

จังหวะนั้นดวงตาของมังกรหนุ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชา และนิ้วทั้ง 5 ที่ถูกกำจนแน่นขยับไปคว้าข้อมือของหลงอู่

“ปล่อย”

เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

ชายร่างบึกบึนชะงักค้างไปครู่หนึ่ง พอตั้งสติกลับมาเขาก็พยายามดึงมือออก ก่อนจะพบว่าตนขยับมือไม่ได้ เขาจึงชำเลืองมองชายกระหายเลือดตรงหน้าในขณะที่หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

ในวินาทีถัดมา หลงโม่สะบัดมืออีกฝ่ายออกแล้วหันกลับมาจับมือหลงหลิงเอ๋อ

"เราไปกันเถอะ กลับบ้านกัน"

จากนั้นหลงอู่ก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาผ่อนคลายลง และยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตนที่ปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็นเบา ๆ

เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?

ไอ้ขยะนั่นมีพลังขนาดนี้ได้อย่างไร?

หรือเขามองพลาดไป...

ใช่! ต้องผิดแน่ ๆ!

ถึงยังไงสวะก็คือสวะวันยังค่ำ มันไม่มีทางเอาชนะเขาได้หรอก ตอนนี้มันก็แค่เสแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งเวลาอยู่ต่อหน้าลูก ๆ เท่านั้น

ในเวลาเดียวกัน หลงหลิงเอ๋อสลัดมือของพ่อมังกรออกแล้วรีบวิ่งตามหลงอวี้ไปเดินเคียงข้างกับพี่น้องของตน

“ฮึ่ม! ท่านพ่อนิสัยไม่ดี แม้แต่ท่านแม่ก็ไม่สนใจ ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อมาจับ”

คำพูดของลูกสาวทำให้สีหน้าของหลงโม่หม่นหมองลง ก่อนที่เขาจะหันไปมองลูกคนอื่น ๆ

แต่เด็กพวกนั้นพากันหันหน้าหนีไปคนละทางโดยที่ไม่มีใครอยากจะมองหน้าเขาเลยสักคน

ในขณะนี้พี่น้องตระกูลหลงจับมือกันพร้อมกับช่วยพยุงหลงเซียวให้เดินไปข้างหน้า

ไม่มีลูกคนไหนอยากจะเดินใกล้ผู้เป็นพ่อเลยสักนิด

มังกรหนุ่มอดที่จะขมวดคิ้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก เขาก็ยังคงก้าวตามเหล่าลูกน้อยไปห่าง ๆ

ในอดีต หูเจียวเจียวและภูตในเผ่าแค่ไม่ชอบเขา แต่ชายหนุ่มไม่เคยคาดคิดว่าลูกที่สนิทสนมกับเขามาตลอดจะปฏิเสธตนมากขนาดนี้...

หลงโม่เฝ้ามองแผ่นหลังบอบบางของเด็ก ๆ ที่ร่วมมือกันต่อต้านเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน และเขารู้สึกว่าลูกทั้ง 5 ดูแตกต่างจากเมื่อก่อน

...

ณ สถานที่ที่หูเจียวเจียวถูกขัง

มันเป็นถ้ำที่ลู่หลีเคยพาตัวหลงหลิงเอ๋อมาทิ้งไว้ แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะแตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก บางทีหัวหน้าเผ่าอาจจะสั่งให้คนเข้ามาขับไล่งูและแมลงพิษทั้งหมดออกไปก่อนที่จะปล่อยให้ตนเข้ามาข้างใน

สถานที่คุมขังแห่งนี้จะมีชาย 2 คนคอยยืนเฝ้าอยู่ที่ปากถ้ำตลอดเวลา

ต่อมา จิ้งจอกสาวจุดไฟในถ้ำ ทำให้ถ้ำสว่างไสวด้วยแสงจากไฟ จากนั้นเธอก็ทำความสะอาดพื้นที่ เสร็จแล้วก็หยิบเบาะจากมิติมาปูบนพื้นเพื่อนั่งลง

"เฮ้อ..." ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสถึงความสงบสักที

ตอนนี้เธอไม่จำเป็นจะต้องเล่นบทพ่อแม่ลูก ไม่ต้องดูแลลูก ๆ ไม่ต้องทำงานบ้าน แล้วไม่ต้องฝืนยิ้มในยามที่เผชิญหน้ากับเจ้าจอมวายร้ายที่ต้องการจะฆ่าตัวเอง

ในฐานะคนที่ผ่านโลกมาในระดับหนึ่ง หูเจียวเจียวไม่รู้สึกว่าการถูกกักขังนี้เป็นการทรมานเลยสักนิด ในทางกลับกัน เธอรู้สึกว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขและมีอิสระมากกว่าเดิมเป็นไหน ๆ

แต่หญิงสาวก็ไม่อยากจะแสดงความสุขออกนอกหน้ามากนัก

เนื่องจากผู้ชาย 2 คนที่เฝ้าปากทางเข้าถ้ำเกลียดเธอมากจนแม้แต่การหายใจร่วมกับเธอก็ยังน่าขยะแขยง

เวลาถัดมา จิ้งจอกสาวหยิบขวดไวน์แดงจากมิติ จุดเทียนบนหิน วางแก้วไวน์ทรงสวยข้าง ๆ ฟัวกราส์ที่เสิร์ฟพร้อมเชอร์รี่เพื่อเพิ่มสีสัน

บัดนี้อาหารระดับมิชลินไกด์ก็เตรียมพร้อมให้เธอได้เฉลิมฉลองกับอิสรภาพที่ได้รับแล้ว

ขณะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าและเสียงเรียกแผ่วเบาก็ดังมาจากนอกถ้ำ

“เจียวเจียว...”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พอจะได้เสพสุขอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ก็โดนขัดจังหวะไปอี๊กกกก

จบบทที่ บทที่ 85: เจียวเจียวเป็นคนมีเหตุผลแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว