เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77: นางหิวมากหรือไง?

บทที่ 77: นางหิวมากหรือไง?

บทที่ 77: นางหิวมากหรือไง?


ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น หลงโม่ก้าวเข้ามาในกระท่อมไม้แล้วย่อตัวลงสัมผัสพื้น

ทำไมพื้นนิ่มขนาดนี้?

สัมผัสที่เขารู้สึกไม่เหมือนกับพื้นที่ถูกปูด้วยหญ้าแห้งหรือหนังสัตว์ หูเจียวเจียวใส่อะไรไว้ใต้พื้นกันแน่?

ครู่ถัดมา เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวและเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง หลังจากยืนยันว่าบนพื้นเป็นเพียงขนนุ่ม ๆ ที่ไม่มีอันตรายอะไร เขาก็ผ่อนคลายลงก่อนจะเอนตัวนอนบนพื้นที่ปูด้วยหนังสัตว์

กระท่อมไม้หลังนี้อบอุ่นสบาย ซึ่งไม่หนาวอับชื้นเหมือนกับการอาศัยอยู่ในถ้ำ อีกทั้งในนี้ยังมีแสงจันทร์นวลอ่อนส่องผ่านประตูเข้ามา

ยามนี้มังกรหนุ่มนอนราบกับพื้นนุ่ม ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายในความมืดขณะจับจ้องไปที่หลังคาพลางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

หูเจียวเจียวต้องการทำอะไรกันแน่?

เป็นไปได้ไหมว่านางต้องการรอให้เขาปรับตัวเข้ากับชีวิตในเผ่าจนตายใจ แล้วฉุดเขาลงมาจากก้อนเมฆที่นุ่มสบายโดยการขับไล่เขาออกจากเผ่าเหมือนครั้งที่แล้ว?

นัยน์ตาสีทองของหลงโม่มืดลงและเขาคิดว่า

หูเจียวเจียว ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้มีโอกาสทำอย่างนั้นแน่!

ไม่นานเขาก็หลับตาลงเตรียมนอนพักผ่อน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากนอกประตู

ชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่ลืมตาขึ้นทันที แล้วเขาก็สังเกตความเคลื่อนไหวนอกประตูอย่างเงียบเชียบ

หูเจียวเจียว? นางมาทำอะไรที่นี่?

นางไม่ได้ไปนอนกับลูก ๆ หรอกหรือ?

เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีคนเข้ามาในห้อง ตอนนั้นหลงโม่กำลังจะลุกขึ้น ทว่าเขารู้สึกเจ็บตึงที่แผลจึงชะงักไปครู่หนึ่ง และก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัวอีกครั้ง เขาก็เห็นเงาดำกดทับลงมาบนตัวเขาแล้ว

หลังจากนั้นเสียงตกใจปนหวาดกลัวของหูเจียวเจียวก็ดังขึ้น

ในเวลาเดียวกัน มังกรหนุ่มเอามือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแล้วใช้มืออีกข้างยันพื้นไว้ จากนั้นเสียงพูดลอดไรฟันเย็นยะเยือกราวกับเพิ่งออกมาจากห้องเก็บน้ำแข็งใต้ดินก็ดังขึ้น

"ซี๊ด... หูเจียวเจียว! เจ้ากำลังทำอะไร!?"

เขาไม่ได้เจอนางมาหลายปีแล้ว นางหิวมากหรือไง?

"หลง...หลงโม่ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?"

ทันทีที่จิ้งจอกสาวได้ยินเสียงของชายหนุ่ม เธอก็ผงะไปชั่วขณะก่อนจะลุกออกไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างเพื่อคลำหาตำแหน่งของอีกคน

“เจ้าเป็นอะไรไหม เมื่อกี้ข้าทับแผลเจ้าหรือเปล่า? ขอข้าดูหน่อย...”

พอเธอคิดว่าเมื่อกี้นี้น้ำเสียงของหลงโม่ฟังดูเจ็บปวดมาก เธอจึงตำหนิตัวเองในใจ

มังกรหนุ่มยังคงเป็นคนอ่อนแอที่แผลหายยาก มันอาจจะยิ่งแย่เข้าไปอีกถ้าเธอเผลอไปทำเขาแผลปริ

ตอนนี้หลงโม่ที่กำลังทนกับความเจ็บปวดจู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็น ๆ ที่คอของตัวเอง และมือที่นุ่มนวลก็ลูบคลำตัวเขาไปมาสะเปะสะปะ ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“หยุดนะ อย่าขยับ!” เสียงเข้มพูดเหมือนคนที่กำลังพยายามระงับความโกรธ

หูเจียวเจียวที่ถูกตะคอกชะงักไปโดยที่ไม่กล้าขยับตัวอีก ต่อมา เธอรีบดึงมือของตัวเองออกแล้วไปยืนกุมมือเหมือนลูกศิษย์ที่กำลังถูกอาจารย์ดุ

“ถ้าเจ้าไม่สบายใจ เราจะออกไปดูแผลข้างนอกก็ได้ ถ้าเจ้าตกลง งั้น…”

“ข้าไม่เป็นไร… ข้าไม่เป็นไรแล้ว” เส้นเลือดบนขมับของชายหนุ่มปูดขึ้น พร้อมกับที่เขากัดฟันตอบอีกฝ่าย

ทำไมนางถึงทำท่าทางแบบนั้น?

นางอยากใช้วิธีนี้แกล้งเขางั้นหรือ?

ทางด้านจิ้งจอกสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่ามังกรหนุ่มไม่เป็นอะไรมาก เขาคงไม่อยากให้เธอช่วยจริง ๆ

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปนอนกับลูก ๆ สิ นี่เป็นห้องของข้า”

จากนั้นเธอก็เอ่ยปากขับไล่แขกไม่ได้รับเชิญทันที

"..."

ให้เขาไปนอนกับลูก ๆ?

นี่นางไม่ได้ตั้งใจล่อลวงเขามาที่นี่หรอกหรือ?

เมื่อหูเจียวเจียวเห็นว่าอีกคนยังไม่ขยับ เธอก็เกาแก้มตัวเองและถามอย่างลังเลว่า "มีอะไรหรือเปล่า? เจ้าเป็นอะไรไป ลุกไม่ได้หรือ?"

“เปล่า” หลงโม่ยืนขึ้นพลางกุมหน้าอกตัวเอง แล้วเดินออกจากกระท่อมหลังเล็กไป

หลังจากที่หญิงสาวเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงหายไปในแสงจันทร์ เธอก็ทิ้งตัวลงนอนลงบนพรมนุ่ม

“เขาทำให้ฉันกลัวแทบตาย โชคดีที่เจ้าจอมวายร้ายยังไม่เข้าสู่ด้านมืด เขาดูเป็นคนที่คุยง่ายกว่าที่คิดแฮะ ขนาดว่าฉันทับเขา ๆ ยังไม่โกรธเลย เขาแค่มีอารมณ์แปลก ๆ...”

หูเจียวเจียวตบหน้าอกเบา ๆ พร้อมพึมพำกับตัวเองด้วยความกลัวที่ยังไม่หายไปจากใจ

เนื่องจากบ้านไม้หลังเดิมที่ลูกนอนนั้นค่อนข้างใหญ่ อีกทั้งเธอได้จัดเตียงใหม่ขึ้นมาเป็นพิเศษ ดังนั้นมันจึงไม่น่าเป็นปัญหาสำหรับหลงโม่

เขาไม่ได้เจอเด็ก ๆ มานานแล้ว เขาน่าจะอยากอยู่กับลูกตัวเอง!

อีกด้านหนึ่งของนอกประตู ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องของพวกเด็กแสบด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง

หลังจากที่เขายืนลังเลอยู่ตรงหน้าประตูสักพัก สุดท้ายเขาก็ถอยกลับไปที่ลานบ้านและใช้เวลาทั้งคืนนอนบนฟางที่กองอยู่บนฟืน

ในบ้านไม้ เมื่อลูกน้อยทั้ง 5 คนเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวจากพ่อกับแม่เป็นเวลานาน ทุกคนจึงคิดว่าพวกเขากำลังนอนด้วยกันและทั้งคู่ก็นอนหลับไปแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ความจริงว่าพ่อมังกรนอนอยู่ตรงลานบ้านทั้งคืน

วันถัดมา

เมื่อหูเจียวเจียวตื่นขึ้น เธอเห็นหลงโม่กำลังสับฟืนอยู่บริเวณลานบ้านภายใต้แสงยามเช้า ด้วยแรงที่ถูกส่งจากแขนอันแข็งแกร่งส่งผลให้ไม้แยกออกเป็น 2 ส่วน และใบหน้าที่หล่อเหลาของชายคนนั้นก็สะดุดตามาก

"หลงโม่ตื่นเช้าจัง เมื่อคืนเจ้าหลับสบายไหม?"

เธอเดินตรงไปที่ลานบ้านพลางยกมือขึ้นทักทายอีกฝ่ายแบบแกน ๆ

หลังจากใช้ชีวิตมานานกว่า 20 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเห็นผู้ชายคนหนึ่งในตอนที่เธอตื่นขึ้นมา และเขาก็เป็นชายหนุ่มที่น่าดึงดูดมาก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าอายเมื่อคืนนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกเขินมากขึ้นไปอีก

ทางด้านหลงโม่มองไปที่จิ้งจอกสาวด้วยสายตาเย็นชาเช่นเคย

เขาลงแรงเหวี่ยงไปที่ท่อนฟืนตามความโกรธของตัวเอง ถัดมาเศษไม้ก็กระเด็นผ่านหน้าของหูเจียวเจียวไปแบบเฉียดฉิว

แม่จิ้งจอกหดคอตัวเกร็งแข็งค้างไปทันที เธอยิ้มแหย ๆ และพึมพำกับตัวเองว่า "ดูเหมือนว่าเขาจะนอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้ามาเลยอารมณ์บูดขนาดนี้..."

จากนั้นหูเจียวเจียวก็เริ่มไปเตรียมอาหารเช้าโดยไม่ได้คุยกับหลงโม่อีก

วันนี้เธอทำต้มถั่วเขียวใส่เม็ดบัว 1 หม้อใหญ่ มะระผัดและไข่เป็ดต้มใบใหญ่ไว้ให้คนละ 3 ฟอง อาหารทั้งหมดนี้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีสรรพคุณดับร้อนและล้างพิษ

ในเวลานี้เด็กทุกคนมานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะพลางมองอาหารที่แม่จิ้งจอกเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“ท่านแม่ ทำไมน้ำแกงวันนี้ถึงเป็นสีเขียว? ข้าไม่เคยเห็นใครกินของที่มีสีเขียวเลย” หลงหลิงเอ๋อเอ่ยถามขึ้นก่อนใคร

"นี่ไม่ใช่น้ำแกง แต่เป็นต้มถั่วเขียวที่แม่ไปเก็บมาจากในป่า  นี่เป็นของที่กินแล้วดีต่อสุขภาพของเจ้า รีบกินข้าวกันเถอะ"

หูเจียวเจียวยิ้มอย่างอ่อนโยน และเสิร์ฟต้มถั่วเขียวให้ลูกทีละคน

เมื่อเจ้าตัวเล็กทั้งหลายได้ยินว่ามันดีต่อสุขภาพจึงหยุดพูด

ถัดมา พวกเขาก้มหน้าก้มตากินอาหารที่มีหน้าตาสีเขียวนี้อย่างจริงจัง

ตอนนี้ในใจของเด็กทุกคนคิดอยากจะโตให้เร็วกว่านี้เพราะจะได้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะไม่ถูกคนอื่นมองว่าเป็นสวะไร้ประโยชน์อีก

ต่อไปหากผู้หญิงใจมารคนนี้ถูกใครรังแก พวกเขาก็จะมีแรงมากพอในการช่วยเหลือนาง

หลงจงเป็นคนที่กินหมดเร็วที่สุด เขาสามารถกินข้าวหมดชามภายใน 2-3 คำเท่านั้น

ไม่นานเขาก็ใช้ช้อนตักมะระขึ้นมา 1 ชิ้นแล้วยัดเข้าปาก ทันใดนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

"ถุยๆๆๆ! นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ขมชะมัด..."

เด็กหนุ่มพ่นมะระออกมาจากปากจนหมด ในขณะที่เขาย่นหน้าแลบลิ้นอย่างรังเกียจเพราะในปากของเขาเต็มไปด้วยรสเฝื่อนของมะระ

"จงเอ๋อ อย่ากินทิ้งกินขว้าง"

หลังจากที่หลงโม่เห็นการกระทำของลูกชายคนที่ 3 เขาก็ขมวดคิ้วพูดตำหนิอีกฝ่าย

“แต่มันขมมาก...” หลงจงหดคอตอบเสียงอุบอิบ

ใบหน้าของพ่อมังกรเย็นชาและจริงจัง "เจ้าเป็นลูกผู้ชาย ทำไมเจ้าทนความยากลำบากแค่นี้ไม่ได้ นี่เจ้ายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า?"

“โทษที ข้าผิดเองที่ไม่ได้บอกให้เด็ก ๆ รู้ก่อนว่ามันขม”

เมื่อหูเจียวเจียวสัมผัสได้ว่าบรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเริ่มตึงเครียด ราวกับว่าพวกเขากำลังสนทนาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชีวิตและความตาย เธอจึงรีบพูดไกล่เกลี่ย

จากนั้นเธอก็เดินไปหยิบหม้อที่ใส่มะระผัดมาวางลงตรงหน้าหลงโม่

“มันมีรสขม ข้าจึงเรียกมันว่าแตงขม ถ้าไม่อยากกินก็ไม่ต้องกินก็ได้” หลังจากพูดจบ เธอก็ยิ้มให้มังกรหนุ่ม “ข้าเตรียมสิ่งนี้มาให้เจ้าโดยเฉพาะ มันจะช่วยดับร้อน”

แล้วเธอก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า

"เจ้าเองก็อย่ากินทิ้งกินขวางนะ"

หลงโม่ขมวดคิ้วจนใบหน้าคมคายของเขาเกิดรอยย่นในขณะที่มองหูเจียวเจียวที่มีหน้าตายิ้มแย้ม ก่อนที่เขาจะตอบอย่างเย็นชาว่า "ข้าจะกินทิ้งกินขว้างได้ยังไง มีเพียงผู้หญิงและเด็กเท่านั้นที่ชอบทิ้งขว้างอาหารให้สูญเปล่า"

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ลูกงง แม่งง พ่อก็งง สรุปพ่อมังกรต้องไปนอนตรงไหนนะ…

จบบทที่ บทที่ 77: นางหิวมากหรือไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว