เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53: หุบปากของเจ้าซะ

บทที่ 53: หุบปากของเจ้าซะ

บทที่ 53: หุบปากของเจ้าซะ


เมื่อหูเจียวเจียวมาถึงริมแม่น้ำ อิงหยวนก็กำลังรออยู่ที่นั่นพร้อมกับชายฉกรรจ์ที่มีกล้ามเป็นมัด ๆ อีก 10 คน

พอเหล่าภูตชายเห็นจิ้งจอกสาวเดินใกล้เข้ามา พวกเขาก็มองเธอด้วยสายตาไม่ดีนัก

หญิงสาวเองก็พอจะเดาท่าทีของคนพวกนั้นออก ในระหว่างที่เดินเข้าไป เธอชำเลืองมองชายทั้ง 10 เพื่อจดจำใบหน้าแต่ละคนเอาไว้อย่างเงียบ ๆ เผื่อในอนาคตเธออาจจะได้ใช้งานพวกเขาอีก

อิงหยวนเห็นจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์กำลังเดินเข้ามา แต่เขาไม่ได้พูดอะไรและทำเพียงจ้องพวกผู้ชายทั้งหลายด้วยสีหน้าเย็นชา

เมื่อผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มเดินมาถึง ชายหนุ่มก็เปิดปากพูดว่า “หูเจียวเจียว เจ้าต้องการให้เราทำอะไร รีบ ๆ บอกข้ามาเร็วเข้า ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าโกหกล่ะก็ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”

แม้ว่าภูตชายคนอื่น ๆ จะยังคงนิ่งเงียบ แต่พวกเขาก็มองไปที่หูเจียวเจียวด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

หญิงสาวไม่สงสัยเลย หากไม่ใช่เพราะนกอินทรีหนุ่มอยู่ที่นี่ ผู้ชายพวกนี้คงไม่มีใครยอมมาหรอก

ถัดมา หูเจียวเจียวชำเลืองมองอิงหยวนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชา "สิ่งที่ต้องทำมีเยอะแยะมากมาย ถ้าเจ้าอยากให้ทุกคนมีอาหารกินในฤดูหนาว ก็หุบปากของเจ้าไปเสีย เก็บแรงไว้ทำงานเถอะ”

หลังจากพูดจบ เธอก็หันกลับไปสำรวจสภาพพื้นดินโดยรอบ

ทางตอนใต้ของเผ่าเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ เดิมทีมันถูกเก็บเอาไว้ใช้เป็นสถานที่สำหรับรองรับการขยายตัวของจำนวนประชากร เนื่องด้วยมันมีภูมิประเทศเป็นที่ราบและอยู่ใกล้กับแม่น้ำ มันจึงเหมาะแก่การปลูกมันฝรั่งด้วยเช่นกัน

ส่วนในเรื่องของคุณภาพดินนั้น เนื่องจากคนที่นี่ไม่รู้จักการเพาะปลูก มันจึงยังอุดมสมบูรณ์ แต่ปัญหาหลักก็คือมีวัชพืชขึ้นอยู่เต็มไปหมด ซึ่งนี่เป็นงานที่หูเจียวเจียวต้องการใช้แรงของผู้ชาย

เมื่อแม่จิ้งจอกสำรวจสภาพแวดล้อมทั้งหมดแล้ว เธอก็วางแผนไว้ในใจคร่าว ๆ

ทางด้านอิงหยวนและพวกผู้ชายเห็นหูเจียวเจียวแค่เดินไปเดินมาอยู่ทั่วพื้นที่ บางครั้งก็ก้มลงสัมผัสดิน บางครั้งก็โบกมือไปมาในอากาศ

ทว่าท่าทางของจิ้งจอกสาวในสายตาของคนเหล่านี้มันดูแปลกประหลาดมาก จึงทำให้พวกเขารู้สึกร้อนใจขึ้นมา

"ทำไมเราต้องมาเสียเวลากับยัยจิ้งจอกนั่นด้วย ดูสภาพนางสิ นางจะปลูกผลไม้ดินได้จริง ๆ หรือ?"

"ข้าคิดว่านางแค่แกล้งหลอกเราเฉย ๆ"

"อิงหยวน ทำไมเจ้าไม่ลองไปคุยกับท่านผู้เฒ่าอีกสักครั้งล่ะ คำพูดของหูเจียวเจียวมันไม่น่าเชื่อถือเลยจริง ๆ..."

ยามนี้ใบหน้าของอินทรีหนุ่มหม่นหมองในขณะที่คิดว่า

ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยไปพูดกับท่านผู้เฒ่า

เมื่อคืนก่อน เขาไปหาหัวหน้าเผ่าอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงกลับไปอธิบายให้ลู่เมี่ยนเอ๋อฟัง แต่โชคดีที่ภรรยาสาวไม่โกรธ นางกังวลเพียงว่าเขาจะเป็นอะไรไปหากเข้าไปพัวพันกับหูเจียวเจียว

ตอนนี้ชายหนุ่มต้องเปิดโปงคำโกหกของนางมารร้ายให้ได้!

ไม่ไกลนัก หูเจียวเจียวโบกมือเรียกพวกภูตชาย

จากนั้นอิงหยวนเดินไปพร้อมกับผู้ชาย 2-3 คนด้วยใบหน้าเย็นชา

“อิงหยวน ข้าต้องการให้เจ้าขุดดินทั้งหมดในทุ่งนี้” หญิงสาวออกคำสั่งสั้น ๆ “ข้าได้ฝังกิ่งไม้เป็นเครื่องหมายกำหนดจุดที่พวกเจ้าจะต้องขุดดินแล้ว”

ในระหว่างที่อธิบาย เธอก็ชี้ไปตรงพื้นดินที่มีก้านไม้สีเขียวปักเอาไว้

หูเจียวเจียวปักไม้ไว้ในพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2 ไร่ เนื่องจากมันฝรั่งเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำ ดังนั้นสถานที่ปลูกมันฝรั่งจึงจะต้องอยู่ห่างจากแม่น้ำพอสมควร

ตามปกติใน 1 ฤดูใบไม้ร่วง คนในเผ่าสามารถขุดมันฝรั่งมาได้เพียงไม่กี่ร้อยกิโลกรัม แต่สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ ต้องใช้มันฝรั่งเป็นต้นกล้าประมาณ 300 กิโลกรัม หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี พวกเขาจะสามารถเก็บเกี่ยวมันฝรั่งได้ 3,000-4,000 กิโลกรัม ซึ่งในสายตาของภูต ผลผลิตปริมาณเท่านี้ถือได้ว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

นี่เป็นการปลูกมันฝรั่งครั้งแรกของหูเจียวเจียว แม้ว่าเธอจะได้รับคำแนะนำวิธีการปลูกมาจากในมิติ แต่เธอก็ไม่สามารถรับประกันผลผลิตได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงวางแผนที่จะปลูกมันฝรั่งในที่ดิน 2 ไร่เป็นการลดความเสี่ยง

ถัดมา อิงหยวนกวาดสายมองไปยังพื้นที่สีเหลี่ยมขนาดใหญ่ แล้วใบหน้าของเขาก็ขุ่นมัวทันที

ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างหลังเขาโกรธมากจนตะคอกออกมาเสียงดังเพราะเขารู้สึกว่าจิ้งจอกสาวจงใจทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้น "หูเจียวเจียว เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง! เจ้ารู้ไหมว่าใน 1 วันเราสามารถจับเหยื่อได้กี่ตัว แล้วเจ้าจะมาปล่อยให้เราขุดดินอยู่ที่นี่เนี่ยนะ! มันคุ้มค่าตรงไหน!"

ฝ่ายที่ถูกตวาดเหลือบมองไปที่คนพูด แต่เธอไม่ได้ตอบกลับอะไรก่อนจะหันหน้าไปมองชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าแทน

"อิงหยวน นี่คือคนที่เจ้าเลือกมาหรือ? ถ้าพวกเขาไม่อยากทำ รบกวนเจ้าช่วยหาผู้ชายที่สามารถทำงานได้โดยเร็วที่สุดมาแทน เพื่อไม่ให้การเพาะปลูกล่าช้าไปมากกว่านี้"

จิ้งจอกสาวพูดด้วยท่าทางไม่แยแส

ในขณะเดียวกัน อิงหยวนสังเกตเห็นท่าทีที่แปลกไปของหูเจียวเจียวแล้วเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ

ผู้หญิงคนนี้เสแสร้งเก่งจริง ๆ

“หูเจียวเจียว เจ้ามันหน้าไม่อาย!” อินทรีหนุ่มกัดฟันพลางมองค้อนหญิงสาวอย่างบึ้งตึง ก่อนจะหันกลับไปสั่งพวกผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังว่า “ทำตามที่นางบอกเถอะ”

เมื่อเหล่าภูตชายเห็นว่าอิงหยวนออกหน้ารับแทน พวกเขาก็ต้องกล้ำกลืนความโกรธของตัวเองเอาไว้

ที่ดิน 2 ไร่ไม่ได้ใหญ่หรือเล็กไป

แต่เนื่องจากพวกภูตไม่มีเครื่องมือในการเพาะปลูก มันเลยอาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อยในสายตาของชาวบ้านในเผ่า อีกทั้งหูเจียวเจียวไม่ได้คิดที่จะนำเครื่องมือในมิติมาให้คนพวกนี้ใช้ด้วย เพราะเธอต้องการเก็บมันไว้ใช้เฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกของตน

เวลาต่อมา กลุ่มแรงงานผู้ชายก็แปลงร่างเป็นสัตว์แล้วใช้กรงเล็บขุดดิน

รูปร่างของภูตที่กลางร่างเป็นสัตว์นั้นมีขนาดใหญ่กว่าขนาดของสัตว์ป่าเสียอีก เมื่อกรงเล็บของสัตว์ร้ายกระทบลงไป พื้นดินจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทันที ส่งผลให้การทำงานรวดเร็วมาก

เดิมทีหูเจียวเจียวต้องการจะบอกวิธีทำเครื่องมือหินเอาไว้ไถดิน แต่เมื่อเธอหันหน้าไปมองพวกภูตชาย เธอก็เห็นฉากในทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ร้ายอย่างเช่น หมาป่า หมี เสือและเสือดาวกำลังขุดดินอย่างหนัก

เอิ่ม...

ดูเหมือนว่ากรงเล็บของสัตว์จะดีกว่าเครื่องมือที่ทำจากหินเสียอีก

ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงล้มเลิกความคิดที่จะทำเครื่องมือหินทันที

แต่ว่าหลังจากไถดินแล้วเธอจะยังปลูกพืชลงดินไม่ได้ เนื่องจากวัชพืชพวกนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ เธอต้องรอให้วัชพืชที่ถูกขุดขึ้นมาแห้งตายไปเสียก่อน พอมันขาดน้ำมันก็จะตายไปเอง แล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ มันฝรั่งต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่ามันจะเติบโต

“อิงหยวน” หูเจียวเจียวเรียกชายหนุ่มซึ่งกำลังจะขุดดิน

“เจ้ามีอะไร?” ชายที่แปลงร่างเป็นนกอินทรีเดินเข้ามาด้วยสายตาไม่พอใจ

เขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะปลูกผลไม้ดินได้จริง ๆ แม้ว่าเขาเต็มใจที่จะเล่นตามน้ำ แต่ในใจเขาต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายในตอนที่นางไม่สามารถปลูกผลไม้ดินขึ้นมาได้

"เจ้าไปหาท่านผู้เฒ่า แล้วไปย้ายผลไม้ดินที่ขุดมาเมื่อวานไปไว้ในถ้ำที่ภูเขาด้านหลัง" หูเจียวเจียวไม่สนใจใบหน้าที่แสดงออกอย่างรังเกียจของอิงหยวน และออกคำสั่งแบบกระชับ

ดูสิ เจ้าคงจะซ่อนหางจิ้งจอกไว้ไม่ได้แล้ว หลังจากแสดงอยู่นาน ในที่สุดหางก็โผล่ ที่แท้นางอยากจะหลอกข้าไปที่ถ้ำหลังเขาให้ไปอยู่กับนาง 2 ต่อ 2 แล้วใช้ลูกไม้เดิม ๆ อีกครั้ง!

"หูเจียวเจียว นี่เจ้า—" อิงหยวนกำลังจะเปิดปากด่า แต่ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคมดั่งเหยี่ยวที่สดใสและชัดเจน ทำให้เขาผงะไปครู่หนึ่ง

ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงดูแตกต่างจากเมื่อก่อน?

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยามที่นางมองเขา สายตาของนางทำให้เขารู้สึกขยะแขยงมาก

หรือตอนนี้นางแค่กำลังเสแสร้งอยู่กันแน่?

ชายหนุ่มไม่ได้คาดคิดว่าแม่จิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์จะมีทักษะการแสดงที่ดีเช่นนี้ และเขาเกือบจะเชื่อนางแล้ว

“เจ้าเป็นอะไรไป หัวหน้าเผ่าบอกให้เจ้าเชื่อฟังคำสั่งของข้าไม่ใช่หรือ รีบย้ายผลไม้ดินไปไว้ในถ้ำเร็วเข้า ข้าจะคอยดูพวกเขาขุดดินอยู่ที่นี่เอง” หูเจียวเจียวพูดพร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย

เสียงของจิ้งจอกสาวฟังดูนุ่มนวลซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปร่างหน้าตาของเธอมากนัก แม้ว่าเธอจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แต่มันก็ยังดูเหมือนเด็กเสียมากกว่า

ภาพตรงหน้าทำให้ดวงตาของอิงหยวนเบิกกว้าง

อินทรีหนุ่มถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าหมายถึงจะให้ข้าไปคนเดียวงั้นรึ?”

นางอยากจะสร้างโอกาสที่จะได้อยู่ตามลำพังกับเขาเพื่อยั่วยวนเขาไม่ใช่หรือ?

หูเจียวเจียวชำเลืองมองคนพูดก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกระวนกระวายใจเล็กน้อย "ถ้าเจ้าไม่ไป เจ้าจะให้ข้าไปขนผลไม้ดินด้วยตัวเองหรือไง?"

ความจริงแล้วหญิงสาวจะใช้ใครไปขนมันฝรั่งก็ได้ สาเหตุที่เธอจงใจใช้เจ้าหมอนี่เป็นเพราะเธอแค่ไม่อยากอยู่ใกล้เขาเท่านั้น

แม้ว่าคำสั่งของหัวหน้าเผ่าจะขัดไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เช่นกัน

พออิงหยวนได้ยินอย่างนั้นก็พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่ใบหน้าของเขามีอารมณ์สลับซับซ้อนและดวงตาที่เฉียบคมดั่งนกอินทรีจับจ้องไปยังใบหน้าอันแสนมีเสน่ห์ของหูเจียวเจียว

“ตกลง ข้าจะไป”

ชายหนุ่มหันหลังเดินออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงทันที

แล้วในที่สุดเธอก็กำจัดไอ้คนหลงตัวเองออกไปให้พ้นสายตาได้แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 53: หุบปากของเจ้าซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว