เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43: ถึงเขาจะมองไม่เห็น แต่แสงไม่เคยหายไป

บทที่ 43: ถึงเขาจะมองไม่เห็น แต่แสงไม่เคยหายไป

บทที่ 43: ถึงเขาจะมองไม่เห็น แต่แสงไม่เคยหายไป


ในส่วนลึกของถ้ำอันมืดมิด รูม่านตาสีทองคู่หนึ่งเปิดออกอย่างช้า ๆ และมีร่องรอยของความสงสัยในสายตานั้น

คิดถึงเขา?

ผู้หญิงคนนี้กำลังทำบ้าอะไรอยู่?

ในตอนแรก นางหาทางสารพัดเพื่อขับไล่เขาออกจากเผ่าเพราะนางอยากจะมีลูกกับอิงหยวน แล้วยังข่มขู่ไม่ให้เขากลับเข้าไปในชีวิตของนางอีก

เมื่อนึกถึงท่าทางอันแสนรังเกียจ ใจร้าย และก้าวร้าวของจิ้งจอกสาว ดวงตาสีทองก็หลุบลงต่ำ

ทางด้านโหวเสี่ยวเตียวที่อยู่นอกถ้ำรู้สึกกังวลเมื่อเห็นว่าหลงโม่เงียบไปนาน

ชายผู้นี้คงไม่เชื่อที่เขาพูดใช่ไหม?

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หูเจียวเจียวเองเป็นคนขับไล่เขาออกจากเผ่า ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขาอันโหดร้ายเหมือนภูตเร่ร่อนเท่านั้น

ขณะที่ลิงหนุ่มกำลังระดมสมองหาคำพูดดี ๆ มาพูดแทนจิ้งจอกสาว และกำลังจะอธิบายให้หลงโม่ฟัง ทว่าเสียงเย็นชานั้นก็กระซิบออกมาแผ่วเบา

“เข้าใจแล้ว ครั้งหน้าข้าจะนำเหยื่อกลับไปเอง”

เขาเห็นด้วย!

สีหน้าของโหวเสี่ยวเตียวสดใสขึ้น จากนั้นเขารีบพูดว่า "ตกลง งั้นข้ากลับก่อนนะ"

พอเขาพูดจบแล้วก็รีบเข้าไปในป่าโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีก

อันที่จริงเขาไม่อยากมาเยือนสถานที่น่าขนลุกนี้อีกเลย

ภายในถ้ำ รูม่านตาสีทองขนาดใหญ่เหมือนดวงอาทิตย์ 2 ดวงกำลังจ้องมองที่ทางเข้าถ้ำเป็นเวลานาน จากนั้นแสงเย็นยะเยือกก็แล่นผ่านดวงตาก่อนจะหายวับไป

ลืมมันไปเถอะ แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ชอบเขา แต่นางก็ยังเป็นคู่ครองของเขาที่ต้องเลี้ยงลูก 5 คน ดังนั้นการที่นางร้องขอแบบนี้ก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลก

เขาจะทำเช่นเดียวกัน ถ้าหญิงสาวทรมานเด็ก ๆ อีกหรือทำให้ลูกของเขาเจ็บตัว เขาจะฆ่านางด้วยมือของเขาเองอย่างแน่นอน!

...

ในเผ่า ณ บริเวณนอกบ้านไม้

หูเจียวเจียวต้องการชดเชยให้กับหลงจง ดังนั้นเธอจึงทำอาหารอร่อย ๆ เอาไว้เยอะกว่าปกติ

วันนี้เธอมีเวลาเหลือมากพอที่จะทำอาหารหม้อใหญ่ มื้อนี้เธอทำผัดผัก, เนื้อกวางตุ๋น, เนื้อกวางผัด, เนื้อวัวราดซอสและปรุงน้ำแกงกระดูกกวาง 1 หม้อเพื่อเสริมสารอาหารให้กับเด็กทั้ง 5

นอกจากนี้เธอยังตัดเนื้อส่วนคอของวัวมาทำลูกชิ้นเพื่อใส่เข้าไปในน้ำแกงกระดูกกวาง

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน อาหารเย็นก็พร้อมเสิร์ฟ

แม่จิ้งจอกหรี่ไฟลงโดยต้มน้ำแกงในหม้อด้วยไฟอ่อน ๆ แล้วเธอเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองลืมเอามันเทศที่ย่างไว้เมื่อเช้าออก แต่โชคดีที่มันไม่ไหม้ไปเสียก่อน ดังนั้นเธอจึงเอามันเทศใส่เข้าไปในเตาเพื่ออุ่นมันให้ร้อนด้วยไฟอ่อน

แม้ว่ารสชาติจะไม่ดีเท่ากับตอนอบใหม่ แต่มันก็ยังกินได้

ขณะเดียวกัน หลงเซียวนั่งอยู่ในบ้านไม้พลางฟังการเคลื่อนไหวในลานบ้านอย่างเงียบ ๆ และได้ยินว่าเธอยุ่งตลอดเวลาจนแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย

ในใจของเด็กหนุ่มอยากจะเข้าไปช่วยผู้เป็นแม่ แต่พอคิดว่าตัวเองตาบอดคงช่วยอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงนั่งเงียบอยู่ที่เดิม

ขณะนั้นความเศร้าปกคลุมใบหน้าซีดของเขา

“เซียวเซียว” ทันใดนั้นเสียงของหูเจียวเจียวดังมาจากลานบ้าน ทำให้หัวใจของหลงเซียวกระตุก

หญิงสาวพูดต่อเสียงเบาว่า "แม่จะออกไปตามคนอื่น ๆ มากินข้าวเย็น ลูกอยู่ที่บ้านช่วยแม่เฝ้าบ้านหน่อยนะ"

ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินออกไปจากลานบ้าน

ภายในบ้านไม้ หลงเซียวกำแท่งไม้ยาวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ช่วยนางเฝ้าบ้านงั้นหรือ?

นางไม่คิดว่าเขาไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากการนั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน แต่ดูเหมือนว่านางไม่ได้คิดว่าเขาไร้ค่า...

ริมฝีปากสีซีดของเด็กหนุ่มผู้มองไม่เห็นเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยืนขึ้นพร้อมกับใช้ไม้ยาวในมือคลำทางเดินไปในลานบ้าน

ในตอนนี้แสงสุดท้ายของวันตกกระทบลงใบหน้าของหลงเซียว

แก้มที่เคยเป็นสีซีดจนเห็นเส้นเลือดกำลังถูกย้อมไปด้วยสีแดงเรื่อ ซึ่งเขาเองก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจาง ๆ แผ่กระจายออกมา

แต่จังหวะนั้นหนุ่มน้อยที่ไม่คุ้นเคยกับสัมผัสนี้รู้สึกงุนงง พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะแก้มอุ่น ๆ ก่อนจะตระหนักได้ว่า แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่แสงนั้นยังคงส่องมาที่ตัวเขาเสมอไม่เคยหายไปไหน...

ข้อมูลในหนังสือเขียนไว้ไม่มีผิด

หูเจียวเจียวพบเด็ก ๆ เล่นอยู่ที่ริมแม่น้ำทันที

ส่วนหลงจงหลังจากที่อยู่คนเดียวสักพัก อารมณ์ของเขาก็กลับมาคงที่ พอเด็กหนุ่มได้ยินเสียงเรียกของแม่ใจมาร เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินกลับมาพร้อมกับหลงอวี้และหลงหลิงเอ๋อ

ในขณะที่หลงเหยาทำตัวเป็นปลิงเกาะติดผู้เป็นแม่ไม่ยอมปล่อย

มังกรตัวเล็กตัวนี้มีน้ำหนักแค่ 2-3 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวของเขาทั้งนุ่มและเบามาก หญิงสาวจึงไม่ได้ไล่เขาออกไปแล้วให้เขาทำตามใจได้เต็มที่

ทางด้านหลงหลิงเอ๋อมองภาพนั้นด้วยสายตาอิจฉาริษยา นางเองก็อยากจะกลายร่างเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ แล้วไปพันอยู่รอบคอของแม่บ้าง...

...

อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันยิ่งโหวเซียงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้นางยังได้ยินกลุ่มผู้หญิงที่อยู่นอกประตูเติมเชื้อไฟให้นางหึงหวงมากยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า โหวเสี่ยวเตียวเอาหนังสัตว์ 3 ผืนไปให้หูเจียวเจียว แล้วนางก็ต้องรู้สึกโกรธมากไปอีกเมื่อกลับบ้านมาค้นพบว่าหนังสัตว์ในบ้านหายไป 3 ผืนจริง ๆ

ดังนั้นภูตลิงสาวจึงมาดหมายในใจว่า ก่อนที่ผู้เป็นสามีจะกลับมา นางจะต้องไปชำระบัญชีกับหูเจียวเจียวถึงที่บ้านก่อน

พอมาถึงที่หมาย โหวเซียงก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปในลานบ้านของคู่กรณี แต่นางพบเพียงเด็กชายตาบอดอยู่ข้างใน แล้วไม่เห็นใครอีกจึงคิดว่าแม่จิ้งจอกซ่อนตัวอยู่ในบ้าน นางจึงตะโกนเรียกด้วยความคับแค้นใจ

“หูเจียวเจียว ออกมานะ!”

“นังผู้หญิงไร้ยางอาย เจ้ามันช่างไร้ศีลธรรมเสียจริง บังอาจมาคิดเกินเลยกับโหวเสี่ยวเตียว วันนี้ข้าจะฉีกหนังหน้าเจ้าซะ!”

ในเวลาเดียวกัน หูเจียวเจียวกำลังเดินกลับมาพร้อมกับลูก ๆ  ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยตะโกนสาปแช่งดังมาจากทางบ้านของเธอ

เมื่อคิดถึงครั้งสุดท้ายที่สงฮวามาสร้างปัญหา ลูกของเธอทุกคนถูกทำร้าย และตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่อยู่ในบ้านก็คือหลงเซียว

พอคิดได้เช่นนั้น สีหน้าของแม่จิ้งจอกเปลี่ยนไปทันที และเธอก็รีบวิ่งกลับบ้านไปด้วยความเป็นห่วงจับใจ

ที่ด้านหลัง เด็ก 3 คนหันไปมองหน้ากันแล้วรีบจ้ำเท้าตามแม่ไปติด ๆ

ทันทีที่หญิงสาววิ่งเข้าไปบริเวณบ้าน เธอก็เห็นผู้หญิงร่างอวบอ้วนคนหนึ่งยืนเท้าสะโพกอยู่ตรงลานบ้าน นางกำลังตะโกนเรียกหูเจียวเจียวด้วยใบหน้าที่น่ากลัว

วินาทีนั้นหัวใจของคนเป็นแม่ตกลงไปอยู่ตาตุ่ม เธอรีบผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะพบว่าหลงเซียวยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีส่วนไหนบุบสลาย เธอจึงวิ่งเข้าไปกอดเขาอย่างโล่งใจ

“เซียวเซียว ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่แล้ว”

เด็กหนุ่มผู้มองไม่เห็นขมวดคิ้วมุ่น เขากำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงกับผู้หญิงแปลกหน้า แต่พอเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของแม่ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปทันที

หากเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายคนเดิม นางจะต้องตำหนิเขา แล้วยังโทษพวกพี่น้องคนอื่นว่าทำให้นางต้องลำบากเพราะโดนคนอื่นรังแก

ถัดมา หลงเซียวหันหน้าหนีและกำลังจะตอบว่า ‘ข้าไม่เป็นไร’ แต่ประโยคที่พูดออกไปจากปากกลับเป็น "นางบอกว่านางจะฉีกหน้าท่าน"

น้ำเสียงนั้นเย็นชาและเฉยเมย แฝงไปด้วยความหม่นหมอง ซึ่งไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่กำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยสักนิด

เมื่อหูเจียวเจียวมองดูใบหน้าซีดเผือดและเสียงอู้อี้ของลูกชายคนรอง เธอก็คิดว่าเขากำลังหวาดกลัว เธอจึงตบหลังเขาเบา ๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อย่ากลัวไปเลย แม่จะปกป้องเจ้าเอง"

หลังจากที่จิ้งจอกสาวปลอบใจเด็กหนุ่มแล้ว เธอก็ยืนขึ้นเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่อยู่นอกลานบ้าน "ข้าก็อยากจะรู้ว่าเจ้าจะฉีกหน้าข้าเป็นชิ้น ๆ ได้ยังไง"

ผู้หญิงคนนี้มาที่นี่เพื่อหาเรื่องเธอโดยไม่มีเหตุผล นอกจากนี้เธอไม่ใช่คนอ่อนแอที่ยอมปล่อยให้คนอื่นมารังแกได้ง่าย ๆ

เมื่อโหวเซียงเห็นหูเจียวเจียวกล้าเผชิญหน้ากับตัวเอง นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้น ก่อนที่นางจะชี้หน้าของอีกฝ่ายแล้วดุว่า "หูเจียวเจียว เจ้ามันหน้าไม่อาย ในขณะที่เจ้ากำลังยั่วยวนอิงหยวน เจ้ายังกล้ามาล่อลวงโหวเสี่ยวเตียวของข้าอีก"

“ต่อให้เจ้ามอบเนื้อให้เขามากกว่านี้ เขาก็ไม่หลงกลเจ้าหรอก! ใครจะไปสนใจเนื้อเน่า ๆ ของเจ้ากัน!”

พอจิ้งจอกสาวได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า ในที่สุดเธอก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด

ปรากฎว่าผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของโหวเสี่ยวเตียวซึ่งในอดีตเคยโด่งดัง เมื่อโหวเซียงเห็นเนื้อสัตว์ที่ผู้เป็นสามีนำกลับบ้าน นางอาจเข้าใจผิดว่าเธอต้องการล่อลวงเขา

จากนั้นเธอก็อธิบายอย่างใจเย็นว่า "โหวเซียง ข้าอาจจะเคยยั่วยวนอิงหยวนมาอย่างที่เจ้าบอกเพราะว่าเขายังไม่ได้ตกลงปลงใจกับใคร แต่ตอนนี้เขากับลู่เมี่ยนเอ๋ออยู่ด้วยกันแล้ว ข้าจึงไม่ยุ่งกับอิงหยวนอีก และมันก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่ข้าจะไปยุ่งกับโหวเสี่ยวเตียว เจ้ากำลังเข้าใจผิด”

หญิงสาวใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรวม พร้อมกับอธิบายเหตุผลว่าทำไมเธอถึงหยุดเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับอิงหยวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

หลังจากที่โหวเซียงได้ยินสิ่งนี้ ความโกรธที่แสดงออกบนใบหน้าของนางก็ลดลงเล็กน้อย

สิ่งที่หูเจียวเจียวพูดนั้นถูกต้อง ปกติผู้หญิงจะเข้าหาผู้ชายที่ไม่มีคู่ ซึ่งการจะได้ครองคู่กับอีกฝ่ายขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง และไม่มีกฎว่าผู้หญิงคนอื่นจะไม่สามารถเข้ามาพัวพันได้

แล้วก็เป็นความจริงที่นางเคยได้ยินมาว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จิ้งจอกสาวไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับอิงหยวนอีก

เป็นไปได้ไหมว่านางกำลังเข้าใจผิด?

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ตัวร้ายเปิดตัวได้สมกับเป็นตัวร้ายมาก ส่วนแม่จิ้งจอกมีเรื่องมาให้ปวดหัวแทบไม่เว้นวัน เป็นหูเจียวเจียวนี่มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 43: ถึงเขาจะมองไม่เห็น แต่แสงไม่เคยหายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว