เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 261: มะลิและไอ้ใบ้

บทที่ 261: มะลิและไอ้ใบ้

บทที่ 261: มะลิและไอ้ใบ้


สติของเจียงฉานล่องลอยอยู่ในความมืดที่สับสนวุ่นวายราวกับคนจมน้ำ เสียงที่ขาดๆ หายๆ และแสงเงาที่บิดเบี้ยวเหล่านั้นพลันชัดเจนขึ้นอย่างฉับพลัน กระชากเขาเข้าสู่ลานบ้านอันเงียบเหงาที่ทั้งหนาวเหน็บ ชื้นแฉะ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสื่อมโทรม...

เป็นวันที่ฝนตกพรำๆ บรรยากาศอึมครึม ตะไคร่น้ำชื้นๆ และเถาวัลย์เขียวชอุ่มปกคลุมกำแพงที่สีหลุดล่อนเป็นหย่อมๆ กลิ่นยาจีนฉุนจมูกลอยอวลอยู่ในอากาศไม่จางหาย

ร่างเล็กๆ ของมะลิเกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่างเก่าคร่ำคร่า ดวงตาคู่โตเกินวัยฉายแววเฉลียวฉลาดและความอยากรู้อยากเห็นที่เกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน มองออกไปที่ท้องฟ้าผืนเล็กแคบที่ถูกตัดแบ่งด้วยกำแพงสูง

ที่นั่น นกน้อยขนสวยงามกำลังกระพือปีกอย่างเปล่าประโยชน์ ใช้ร่างกระแทกตาข่ายลวดตาถี่เหนือลานบ้าน ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง

"ท่านแม่" เสียงใสแจ๋วของมะลิแฝงความสงสัย "ทำไมนกน้อยบินออกไปไม่ได้คะ?"

ที่หน้าเตียง หญิงสาวผอมโซแต่โครงหน้าสวยหมดจดไหวยักไหล่ ส่งเสียงไอกระด้างที่พยายามกลั้นไว้ เธอฝืนยิ้มอย่างอ่อนแรง เสียงเบาหวิวดั่งเทียนไขในสายลม "...มัน... มันคง... หลงทางเหมือนกัน... หา... ทางกลับบ้านไม่เจอ..."

สายตาที่หญิงสาวมองมะลิ เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความรู้สึกผิดที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับนกที่บินชนตาข่ายตัวนั้น คือภาพสะท้อนของแม่ลูกคู่นี้ในคฤหาสน์ลึกแห่งนี้

มะลิทำหน้าเหมือนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ยื่นมือเล็กๆ ไปแตะกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบเบาๆ ราวกับอยากปลอบประโลมนกน้อยที่ดิ้นรนอยู่กลางสายฝน

เสียงฝนตกเปาะแปะนอกหน้าต่างดังซ้ำซากและเย็นเยือก มุมมองที่เงียบงันของเจียงฉานถูกมือเล็กๆ ที่แปะกระจกทำลายลงอย่างแผ่วเบา สายฝนเย็นเฉียบและเสียงนกร้องสิ้นหวังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกอย่างรวดเร็ว ฉากถัดมาที่ลอยขึ้นมาแทนที่... คือวันที่มืดครึ้มและอบอ้าว

มุมเงียบสงบในสวนดอกไม้ตระกูลอิน ต้นไม้แก่แผ่กิ่งก้านสาขาคดเคี้ยว เต็มไปด้วยผลเล็กๆ สีเขียวสด มีเพียงยอดไม้เท่านั้นที่ซ่อนผลสีแดงสดเย้ายวนไว้ไม่กี่ลูก

มะลิที่โตขึ้นมาหน่อย เหมือนแมวป่าตัวน้อยจริงๆ เธอเท้าเปล่า ปีนป่ายกิ่งไม้ขรุขระอย่างคล่องแคล่ว หน้าตาเลอะเทอะมอมแมม แต่ดวงตากลับเป็นประกาย จ้องมองผลไม้สีแดงสุกปลั่งบนยอดไม้สูงสุด

"เก็บไปให้ท่านแม่กิน ท่านแม่กินแล้วจะได้หายไอ..."

เธอกัดฟัน พยายามเอื้อมมือขึ้นไปสุดแรง

"จุ๊ๆ ดูสิ นังเด็กป่าก็คือนังเด็กป่า ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!" หญิงรับใช้ที่ถือตะกร้ากดเสียงต่ำ แต่ก็ดังพอให้คนบนต้นไม้ได้ยิน

"เบาๆ หน่อย! เดี๋ยวแม่นั่นได้ยิน เป็นเสนียดเปล่าๆ!"

หญิงรับใช้อีกคนเบ้ปาก สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูถูกอย่างไม่ปิดบัง "เหมือนแม่ขี้โรคของมันไม่มีผิด เชื้อไพร่สันดานต่ำ! ไม่รู้ไปท้องกับชายชู้ที่ไหนมา ทำเอาตระกูลเรามีจุดด่างพร้อย..."

มะลิย่นจมูก ใส่หลังหญิงรับใช้ทั้งสอง เธอไม่สนคำพูดพวกนั้นหรอก เธอสนแค่ผลไม้ลูกใหญ่สีแดงสดบนยอดไม้เท่านั้น!

ตอนนั้นเอง ข้างภูเขาจำลองใต้ต้นไม้มีเสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยบาดหู เด็กชายแต่งตัวดีหลายคนกำลังรุมล้อมเด็กชายที่ผอมโซกว่า ผลักไสและแย่งของในมือเขา

เด็กชายคนนั้นก้มหน้า กำนกไม้แกะสลักหยาบๆ ในมือแน่น ปล่อยให้หมัดเหล่านั้นทุบตีร่างกายโดยไม่ส่งเสียงร้องสักแอะ มีเพียงน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงเผาะๆ

"นี่! พวกนายรังแกคนอื่นทำไม!"

มะลิบนต้นไม้เห็นแล้วของขึ้น เหมือนจอมยุทธ์หญิงผดุงความยุติธรรม มือเล็กๆ คว้าผลไม้ดิบแข็งๆ เล็งไปข้างล่าง "ไอ้พวกนิสัยเสีย! รับมือ!"

ฟึ่บๆๆ... ผลไม้พุ่งแหวกอากาศ แม่นยำราวกับจับวาง กระแทกใส่หัวและหลังของเด็กเกเรเหล่านั้น จนร้องโอดโอยและก่นด่า

เด็กชายพวกนั้นกุมหัวเงยหน้าขึ้น พอเห็น "ยักษ์มาร" บนต้นไม้ ก็ด่าทอแล้ววงแตกหนีไปคนละทิศละทาง

มะลิรูดตัวลงจากต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว เก็บผลไม้ที่ตกพื้น เดินไปหาเด็กชายที่ยังสะอื้นอยู่ ยัดผลไม้สีแดงใส่มือเขา "อะ ให้! ทำไมไม่สู้ล่ะ? เขาตีมา นายก็ตีกลับสิ!"

เด็กชายเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ใบหน้าเปรอะคราบน้ำตา แววตาว่างเปล่าและสับสน เขาอ้าปาก แต่มีเพียงเสียงลม "อา... อา..." ออกมาจากลำคอ เขากำผลไม้สีแดงและนกไม้ไว้แน่น ทำตัวไม่ถูก

มะลิอึ้งไปนิด ก่อนจะร้องอ๋อ "อ๋อ! ที่แท้นายก็พูดไม่ได้เหรอ?"

เธอเอียงคอมองเด็กชายบนพื้น ไม่มีความรังเกียจแม้แต่น้อย กลับมีความอยากรู้อยากเห็นเหมือนค้นพบทวีปใหม่ และความรับผิดชอบแบบ 'ลูกพี่ใหญ่' นิดๆ "งั้นต่อไปฉันเรียกนายว่าไอ้ใบ้แล้วกัน! ไม่ต้องกลัว ต่อไปฉันจะคุ้มครองนายเอง!"

มะลิตบหน้าอกตัวเอง รอยยิ้มเจิดจ้าเหมือนแสงอาทิตย์ทะลุเมฆ...

จากนั้น ดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นเมฆเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นปัดไปทางทิศตะวันตก ฉากรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

บ่ายฤดูร้อน สระบัวตระกูลอิน

ใบบัวเขียวชอุ่มดั่งคลื่น ดอกบัวชูช่อสง่างาม อากาศอบอวลด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมของบัว

"ไอ้ใบ้! เร็วเข้าๆ! พระอาทิตย์จะตกแล้ว!"

มะลิเอาใบบัวกลมๆ สีเขียวสดมาบังแดดแทนหมวก กระโดดโลดเต้นเหมือนนกน้อยเริงร่าไปตามทางเดินริมสระ ที่เอวสะพายกระเป๋าผ้าใบเล็กที่แม่เพิ่งเย็บให้ใหม่

ไอ้ใบ้วิ่งตามหลัง ท่าทางเงอะงะเชื่องช้าโดยธรรมชาติ เหมือนท่อนไม้ที่ขาดอะไรไปสักอย่าง เขาพยายามตามให้ทันมะลิ แต่สะดุดเนินดินเล็กๆ ล้มหน้าทิ่มพื้นโคลน เลอะเศษหญ้าเต็มตัว

"อุ๊ย!" มะลิหันกลับมา กำลังจะวิ่งไปประคอง ทันใดนั้น กบตัวใหญ่สีเขียวมันวับกระโดดพรวดออกมาจากกอบัว "แปะ" ลงจอดนิ่งสนิทบนหัวไอ้ใบ้!

ไอ้ใบ้ตัวแข็งทื่อ ตาเบิกโพลง ตัวสั่นระริก ไม่กล้าขยับ ราวกับบนหัวไม่ใช่กบ แต่เป็นตัวอะไรที่น่ากลัวมาก

มะลิตกใจก่อน แต่แล้วดวงตาคู่สวยก็สว่างวาบ เหมือนเจอของล้ำค่า เธอย่องเข้าไปใกล้ แล้วตะปบหมับ! จับกบยักษ์ตัวนั้นได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ!

"อ๊บ... อ๊บ...!!"

กบยักษ์ดิ้นในมือมะลิ ส่งเสียงร้องดังลั่น

มะลิไม่สนใจ กลับตบพุงป่องๆ ของกบอย่างชอบใจ พูดกับดวงตากลมโตของมันว่า "เจ้าตัวโต แกเท่ชะมัด! ต่อไปแกชื่อ 'ขุนพลเกรียงไกร' แล้วกัน! ส่วนฉันคือราชาดอกมะลิ!"

ค่อยๆ ยัด "ขุนพลเกรียงไกร" ที่ยังร้องประท้วงใส่กระเป๋าผ้า รูดซิบปิด เหลือช่องไว้ให้หายใจนิดนึง

จากนั้นดึงไอ้ใบ้ที่ยังนั่งงงอยู่ให้ลุกขึ้น แล้วขยิบตาให้

กระเป๋าตุงๆ แกว่งไปมาที่เอวเธอ ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"ตามฉันมา!"

ไอน้ำในสระบัวระเหยขึ้นเพราะแดดบ่าย มุมมองโปร่งใสของเจียงฉานเหมือนถูกผลักจากด้านหลัง ตามติดมะลิที่วิ่งไปอย่างรวดเร็วเข้าสู่ฉากต่อไป...

มะลิที่ดูเจ้าเล่ห์ลากไอ้ใบ้หน้าซื่อบื้อ แปะอยู่ข้างหน้าต่างลายฉลุเหมือนจิ้งจกสองตัว เธอค่อยๆ แง้มหน้าต่างออกนิดนึง... ข้างใน เด็กชายที่เคยรังแกไอ้ใบ้กำลังยืนกอดอกด่าคนรับใช้อย่างวางก้าม

มะลิแอบยิ้มร้าย ค่อยๆ เปิดกระเป๋า ปล่อยขุนพลเกรียงไกรเข้าไป

"ตุ้บ!"

เสียงทึบๆ ตามด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความกลัวและเสียงถ้วยชาแตกกระจาย "ว้าย! ตัวอะไรเนี่ย! ช่วยด้วย! เอามันออกไปที...!!"

ภาพตัดไปที่มะลิหัวเราะลั่นลากไอ้ใบ้วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว มุมมองไร้ตัวตนของเจียงฉานพุ่งเข้าสู่ทางเดินในสวน สาวใช้แต่งตัวจัดจ้านสองคนกำลังเดินถือตะกร้าผ่านมา ปากก็นินทาเจ้านายอย่างไม่อายฟ้าดิน

"นังลูกไม่มีพ่อคนนั้น... เหมือนแม่มันเปี๊ยบ ตัวซวยชัดๆ..."

"นั่นสิ... ไม่รู้อ่อยอีท่าไหน วันๆ ถึงได้ทำให้นายน้อยใบ้ปกป้องมันขนาดนั้น..."

"ใบ้? คิกคิกคิก... นั่นมันคนปัญญาอ่อนไม่ใช่เหรอ?"

มะลิที่แอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่หน้าบึ้ง รอจังหวะ ควักขุนพลเกรียงไกรออกจากกระเป๋า ขว้างใส่พวกนางเต็มแรง!

"อ๊บ!"

ขุนพลเกรียงไกรวาดโค้งสวยงามกลางอากาศ ตกใส่ตัวสาวใช้ที่กำลังหัวเราะร่าอย่างแม่นยำ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องหน้าซีดเผือดของทั้งสองนาง ทำเอามะลิกุมท้องหัวเราะงอหาย

ดวงตาที่เคยไร้อารมณ์ของไอ้ใบ้ สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกเล็กๆ แต่ชัดเจนเป็นครั้งแรก

จากนั้นก็เป็นสนามฝึกยุทธ์ ห้องเรียนเช้า หรือแม้แต่แอบเข้าไปในห้องไอ้ตัวแสบ เอาขุนพลเกรียงไกรไปซ่อนใต้หมอน... คฤหาสน์กว้างใหญ่ มะลิพาไอ้ใบ้เปิดฉากเอาคืนและแกล้งคนไปทั่ว มี 'ขุนพลเกรียงไกร' เป็นอาวุธลับ ไม่มีใครกล้ารังแกพวกเขาง่ายๆ อีกแล้ว

ไอ้ใบ้แม้ไม่พูด แต่ก็ตัวติดกับมะลิตลอดเวลา สายตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจและพึ่งพา บางครั้งยังปรบมืออย่างเก้ๆ กังๆ แสดงความดีใจแบบซื่อๆ ที่ 'แก้แค้น' สำเร็จ

เพียงแต่... ความสุขเช่นนี้อยู่ได้ไม่นาน...

ภาพตัดไปอีกครั้ง เข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง

ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดหวีดหวิว สระบัวที่เคยเขียวชอุ่มเหลือเพียงก้านแห้งๆ สีเหลืองและใบที่ร่วงโรย

มะลิกับไอ้ใบ้นั่งยองๆ ริมสระ ไอ้ใบ้ถือกล่องไม้เล็กๆ ที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ ในนั้นคือศพแข็งทื่อและเปื้อนโคลนของขุนพลเกรียงไกร... มันถูกเด็กเกเรที่เกลียดมะลิเข้าไส้ใช้ก้อนหินปาจนตาย

ตัวไอ้ใบ้สั่นเทาอย่างรุนแรง ดวงตาซื่อบื้อเริ่มมีไฟแห่งความโกรธลุกโชน เขาเงยหน้าขวับ เหมือนลูกสัตว์ที่โกรธจัด ส่งเสียงคำราม "ฮ่อๆ" ในคอ พุ่งเข้าใส่กลุ่มตัวต้นเหตุที่กำลังหัวเราะเยาะอย่างได้ใจไม่ไกลนัก!

แต่เขาตัวเล็กและอ่อนแอเกินไป

ความโกรธชดเชยความต่างของพละกำลังไม่ได้

พริบตาเดียวเขาก็ถูกเด็กโตกว่าผลักล้มลง หมัดและเท้าประดังเข้าใส่เหมือนห่าฝน

"ไอ้ใบ้!"

หัวใจมะลิบีบแน่น กรีดร้องแล้วกระโจนเข้าไปช่วย

เธอเหมือนสิงโตน้อย ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงทึ้ง ผลักไสคนที่รุมทำร้าย

"ปล่อยเขานะ! ไอ้พวกเลว!!"

ผมมะลิยุ่งเหยิง โดนต่อยเข้าหน้าจังๆ เลือดกำเดาอุ่นๆ ไหลทะลัก ตาพร่ามัว

ความเจ็บปวดและความโกรธเข้าครอบงำเธอ

เธอรู้สึกถึงพลังเย็นยะเยือกและมหาศาลถูกจุดระเบิดขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย!

ในวินาทีที่หมัดกำลังจะทุบใส่ไอ้ใบ้อีกครั้ง... วิ้ง!!

อากาศเหมือนหยุดนิ่ง!

แสงสีเขียวหยกที่นุ่มนวลแต่แฝงความน่าเกรงขามและความเก่าแก่ไร้ที่สิ้นสุด พุ่งขึ้นฟ้าจากด้านหลังมะลิ!

ในแสงเจิดจ้าใสกระจ่างนั้น เงาโลงศพขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนแกะสลักจากหยกเย็นบริสุทธิ์ ค่อยๆ ปรากฏขึ้น!

ผิวโลงมีรัศมีลึกลับไหลเวียน แผ่กลิ่นอายโบราณและยิ่งใหญ่ ปกป้องมะลิและไอ้ใบ้ไว้ข้างใน หมัดเท้าทั้งหมดที่สัมผัสรัศมีนั้นถูกดีดกระเด็นออกไป...

เด็กเกเรพวกนั้นถูกพลังที่มองไม่เห็นกระแทกจนล้มระเนระนาด หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด เหมือนเห็นผี

โลกเหมือนเงียบลงในนาทีนี้ เหลือเพียงแสงสลัวจากเงาโลงหยก ส่องใบหน้าเปื้อนเลือดแต่เด็ดเดี่ยวของมะลิ และไอ้ใบ้ที่ยืนนิ่งตะลึงงันอยู่ข้างหลัง สัมผัสถึงพลังแห่งการ "ปกป้อง" เป็นครั้งแรก

ทว่าการปรากฏของโลงหยกนี้ ไม่ใช่ลางดี แต่เป็นปฐมบทแห่งความสิ้นหวังและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่...!

มุมมองของเจียงฉานตัดไปที่ฉากต่อไปอย่างรวดเร็ว... นี่คือเขตใจกลางของคฤหาสน์ตระกูลอิน มะลิสวมชุดผ้าไหมหรูหรา นั่งบนเก้าอี้สลักลายปูเบาะนุ่ม แต่รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนมีมดไต่

ห้องตกแต่งหรูหราอลังการ ควันหอมลอยอวล แต่เหมือนกรงขังยักษ์ที่ไร้ความอบอุ่น

เธอฉวยโอกาสที่สาวใช้เผลอ ปีนหน้าต่างหนีออกมาอย่างคล่องแคล่วเหมือนเคย เท้าเปล่าวิ่งบนระเบียงทางเดินที่เย็นเฉียบ เธอแค่อยากหนีไปจากที่นี่ กลับไปที่เรือนหลังเล็กๆ ซอมซ่อแต่อบอุ่นที่มีแม่รออยู่

"คุณหนู! คุณหนูจะไปไหนคะ?!" สาวใช้กลุ่มหนึ่งตกใจหน้าตื่น ถลกกระโปรงวิ่งตาม

ที่ประตูวงพระจันทร์ในสวน มะลิวิ่งไปชนกับไอ้ใบ้ที่ถูกห้อมล้อมด้วยบ่าวไพร่ที่ก้มหน้าก้มตา เขาสวมชุดผ้าไหมหรูหรา แววตายังคงไร้อารมณ์เหมือนเดิม เหมือนหุ่นกระบอกที่แต่งตัวสวยงาม

มะลิตาลุกวาว พุ่งเข้าไปจับมือเขาโดยไม่สนอะไร "ไอ้ใบ้! ตามฉันมาเร็ว!"

เธอลากเขา อาศัยความชำนาญทางในคฤหาสน์ สลัดคนติดตามจนหลุด เหมือนนกน้อยสองตัวที่ได้รับอิสรภาพ วิ่งไปปีนป่ายไป จนในที่สุดก็นั่งหอบแฮกๆ อยู่บนหลังคากระเบื้องเคลือบของหอสมุดที่สูงที่สุดในคฤหาสน์

แสงยามเย็นปกคลุมลงมาอย่างอ่อนโยน ลมเย็นพัดผมหน้าม้าของมะลิปลิวไสว พัดเอาความกลัดกลุ้มในใจไปบ้าง เธอแกว่งขา มองดูคฤหาสน์ตระกูลอินที่กว้างใหญ่และกดดันราวกับกระดานหมากรุกอยู่เบื้องล่าง เริ่ม "สั่งสอน" เพื่อนเงียบๆ ข้างกายเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย...

"นี่ ไอ้ใบ้ นายว่าที่นี่น่าเบื่อไหม? สู้ตอนเราปีนต้นไม้เก็บผลไม้กินเมื่อก่อนไม่ได้เนอะ?"

"...ตอนนี้พวกเขาดีกับฉันมาก ให้ใส่ชุดสวยๆ กินของอร่อยๆ... แต่ท่านแม่ล่ะ? เขาไม่ให้ฉันเจอท่านแม่แล้ว..." มะลิพูดเสียงอ่อย แฝงความคิดถึงและความไม่เข้าใจ

"นายว่าทำไมจู่ๆ พวกเขาถึงดีกับฉันจัง เป็นเพราะฉันปลุกโลงวิญญาณได้เหรอ? แต่ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย..."

ไอ้ใบ้ไม่พูด แค่มองมะลิเท้าคาง แกว่งเท้า มองดูแสงสุดท้ายของวัน แววตาสับสนเหมือนกวางน้อยหลงทาง

"แต่ไม่เป็นไร!"

มะลิส่ายหัว ลุกขึ้นนั่งตัวตรง เหมือนจะสลัดความกังวลทิ้งไป ใบหน้าจิ้มลิ้มกลับมาสดใสอีกครั้ง แสงตะวันตกดินสะท้อนในตาเธอ ราวกับเปลวไฟแห่งความหวัง

"รอฉันทำสัญญากับผีที่เก่งเหมือนขุนพลเกรียงไกรได้ก่อน ฉันจะพาท่านแม่ แล้วก็นาย ออกไปจากที่บ้าๆ นี่ด้วยกัน! ไปหาที่ที่มีภูเขามีแม่น้ำ แล้วจับราชากบที่เท่กว่า 'ขุนพลเกรียงไกร' ให้นายอีกตัว..."

ทันใดนั้น เสียงเย็นชาและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านล่าง "นายน้อย คุณหนู ลงมาได้แล้วเจ้าค่ะ"

หญิงสาวผู้สง่างามและสูงศักดิ์ ยืนอยู่กลางลานบ้านท่ามกลางบ่าวไพร่ โดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ไอ้ใบ้เห็นหญิงงามคนนั้น ตัวแข็งทื่อ ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ก้มหน้า เหมือนเด็กทำผิดรอรับโทษ

คนรับใช้รีบปีนบันไดขึ้นมารับตัว หญิงงามยืนนิ่งในลาน เงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชาจ้องเขม็งไปที่มะลิบนหลังคา...

มะลิจำผู้หญิงคนนี้ได้... ผู้หญิงใจร้ายที่ขังแม่เธอไว้ในเรือนเล็กๆ นั่น แต่ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ตัวว่า ผู้หญิงที่น่ารังเกียจคนนี้... ดูเหมือนจะเป็นแม่ของไอ้ใบ้?

พอรู้ตัวว่าโดนมอง เธอก็จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เหมือนลูกแมวขู่ฟ่อ... แต่หญิงงามกลับยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มที่ดูลึกลับและมีความหมายแฝง

แสงสุดท้ายลับฟ้า ฉากตัดเข้าสู่ความมืดมิด หญิงงามผู้สูงศักดิ์พูดดีกับมะลิเป็นครั้งแรก ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นอย่างอ่อนโยน "มะลิ วันนั้นที่พา รุ่ยเอ๋อร์ ขึ้นไปตากลมบนหลังคา เขาป่วยหนักเลยนะ เพ้อเรียกแต่ชื่อเธอ ไปเยี่ยมเขาหน่อยสิ เผื่อเขาจะดีขึ้นบ้าง"

อินรุ่ย... คือชื่อจริงของไอ้ใบ้

มะลิที่เป็นห่วงไอ้ใบ้ไม่ทันสงสัย เดินตามผู้หญิงคนนั้นไป พลางถามอาการไอ้ใบ้อย่างร้อนรน ผ่านประตูลับที่มีคนเฝ้าแน่นหนา เดินลงบันไดหินวนที่แผ่ไอเย็นยะเยือก

อากาศเย็นลงเรื่อยๆ แสงสว่างน้อยลง ผนังสลักยันต์ที่เตรียมมาอย่างดี ดูแปลกประหลาด บิดเบี้ยว และอัปมงคล หัวใจมะลิเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ความกังวลเกาะกุมจิตใจเหมือนเถาวัลย์พันตัว

ในที่สุด พวกเธอก็มาถึงวังใต้ดินขนาดมหึมา

ตรงกลางมีแท่นบูชาหินสีดำทรงกลม บนนั้นสลักร่องเลือดลึก

แสงเทียนสีเขียวซีดเต้นระริกบนแท่นไฟรอบผนัง ส่องให้วังใต้ดินดูน่าขนลุกเหมือนนรก

ไอ้ใบ้นอนนิ่งอยู่กลางแท่นบูชา เปลือยท่อนบน ผิวขาวซีดผิดปกติภายใต้แสงสีเขียว เขาหลับตาแน่น ขมวดคิ้ว เหมือนจมอยู่ในฝันร้ายที่เจ็บปวด ข้างๆ แท่นบูชา มีที่ว่างขนาดเท่ากัน สลักยันต์เหมือนกันเตรียมไว้

"ไอ้ใบ้! ไอ้ใบ้เป็นอะไร? ตื่นสิ!" มะลิวิ่งเข้าไปจะเขย่าตัว แต่โดนความเย็นจัดของขอบแท่นบูชาจนสะดุ้ง

"รุ่ยเอ๋อร์ต้องการ 'โลงหยก' ของเธอถึงจะรอดนะ มะลิ" เสียงหญิงงามก้องกังวานในวังใต้ดิน เย็นชาไร้อารมณ์ "นี่เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยเขาได้"

"โลงหยก... ของฉัน?" มะลิหันขวับด้วยความตกใจ เห็นความอ่อนโยนจอมปลอมบนหน้าหญิงงามหายไปจนหมด เหลือเพียงความโลภและความเลือดเย็น

"ในฐานะนายน้อยตระกูลอิน รุ่ยเอ๋อร์กลับมีข้อบกพร่องแต่กำเนิด แล้วเขาจะสืบทอดตระกูลอินที่ยิ่งใหญ่ได้ยังไง? ลูกเมียน้อยอย่างแกดันเกิดมาปากดี แถมยังปลุกโลงหยกในตำนานได้อีก สู้ยกให้รุ่ยเอ๋อร์ซะ ใช้เลือดชั่วๆ ของแก ปูทางให้ลูกชายฉันดีกว่า!"

มะลิฟังจบก็เหมือนโดนฟ้าผ่า รีบจะหนีออกไป แต่ผู้หญิงคนนั้นถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ประตูหินหนาหนักของวังใต้ดิน "ตึง" ลงมา ปิดตายทางออกทันที!

"ไม่! ปล่อยฉันออกไปนะ! จะทำอะไร?!" มะลิทุบประตูหินด้วยความกลัว "ท่านแม่... ท่านแม่! ช่วยหนูด้วย!!"

ตอนนั้นเอง ไฟเทียนสีเขียวรอบแท่นบูชาลุกโชนขึ้น ร่างค่อมในชุดคลุมดำสกปรก ผอมแห้งเหมือนซากศพพันปี เดินออกมาจากเงามืด

ในมือถือมีดสั้นรูปทรงประหลาดทำจากกระดูกขาว เบ้าตาลึกโหลมีไฟผีสีเขียวเข้มเต้นระริก จ้องเขม็งไปที่มะลิที่กำลังหวาดกลัวสุดขีด

ริมฝีปากแห้งแตกขยับไร้เสียง ร่ายคาถาโบราณ... สติสุดท้ายของมะลิ คือดวงตาไฟผีคู่นั้นและแสงเย็นเยือกจากมีดสั้น... นั่นคือภาพสุดท้ายก่อนเธอจะจมดิ่งสู่ความมืดมิด

มีดสั้นคมกริบกรีดข้อมือและข้อเท้าของมะลิลึก เลือดไหลทะลักลงร่องเลือดบนแท่นบูชา ปลุกยันต์ทั้งหมดให้ทำงาน...

แท่นบูชาทั้งแท่นส่องแสงสีเขียวแสบตาที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน จากนั้นเงาโลงหยกใสกระจ่างของมะลิก็ถูกกระตุ้นออกมาจากร่าง ลอยอยู่เหนือแท่นบูชา แสงหมุนวน!

มะลิหลับตาแน่น แต่ปากกรีดร้องโหยหวน ขวัญและวิญญาณในร่างถูกฉีกกระชากออกทีละชั้น พร้อมกับตัดขาดความเชื่อมโยงกับโลงหยก!

มุมมองของเจียงฉานยังอยู่ในวังใต้ดิน แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองดูร่างมะลิชักกระตุกรุนแรงบนแท่นบูชาเย็นเฉียบ ดูพลังชีวิตของเธอไหลออกไปอย่างรวดเร็ว!

แสงโลงหยกเหนือแท่นบูชาสว่างขึ้นเรื่อยๆ แต่สติของมะลิเลือนลางลงทุกที ร่างกายเย็นชืด... เงาโลงหยกที่ถูกแยกออกมา ถูกพลังชั่วร้ายจากแท่นบูชาตรึงไว้ สั่นสะเทือน ลำแสงมหาศาลพุ่งเข้าไปในร่างของไอ้ใบ้อย่างบ้าคลั่ง...

ทันใดนั้น... ร่างไอ้ใบ้ที่หลับใหลก็กระตุกเฮือก!

อาจเพราะสายเลือดเชื่อมโยงกัน หรือเพราะเสียงกรีดร้องแทบขาดใจของมะลิทะลุเข้าสู่จิตสำนึก เขาฝืนลืมตาขึ้น!

แวบแรก เขาเห็นโลงหยกยักษ์ของมะลิลอยอยู่เหนือแท่นบูชา แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่อธิบายยากกับโลงหยกนั้น!

เขาหันหน้าอย่างยากลำบาก เห็นใบหน้าเล็กๆ ของมะลิที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและสีหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว เห็นเงาร่างค่อมข้างแท่นบูชาที่มีแววตาโลภโมโทสันและบ้าคลั่งลุกโชน...!

"ม่ายยย!!!"

เสียงแหบพร่า แตกพร่า แต่แฝงด้วยความโกรธแค้นที่พยายามดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการ ระเบิดออกมาจากคอไอ้ใบ้!

เสียงตะโกนนี้ เหมือนภูเขาไฟที่อัดอั้นมาสิบปีระเบิดออก!

เขาไม่ใช่หุ่นกระบอกเงียบๆ อีกต่อไป!

เขารวบรวมแรงทั้งหมดบังคับเงาโลงหยกที่ลอยอยู่ ให้ทุบใส่เงาร่างค่อมชั่วร้ายข้างล่างอย่างแรง... ตูม!!

ร่างผอมแห้งนั้นเหมือนโดนภูเขาทับ กระเด็นปลิวไปไกล... แสงสีเขียวของแท่นบูชาปั่นป่วนทันที เงาโลงหยกที่ลอยอยู่ไม่เสถียร แสงกระพริบวูบวาบ ขวัญและวิญญาณของมะลิที่ถูกแยกออกมาก็หม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว...

ท่ามกลางความโกลาหล แสงสีเขียวบริสุทธิ์กลุ่มหนึ่ง ห่อหุ้มขวัญและวิญญาณส่วนใหญ่ของมะลิที่กำลังแตกซ่าน พุ่งกลับเข้าไปในไหสีดำข้างแท่นบูชาอย่างรวดเร็วเหมือนลูกนกกลับรัง!

ปุ! ไหดำสั่นสะเทือน ผิวไหปรากฏลวดลายประหลาด... ไหใบนี้วางอยู่ข้างไอ้ใบ้ เดิมทีเตรียมไว้เป็นหลักประกันให้เขา... เรียกว่า... ไหเก็บวิญญาณ! ใช้เก็บวิญญาณชั่วคราวได้!

ไอ้ใบ้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ความเสียใจและความโกรธมหาศาลทำให้เขาระเบิดอารมณ์ ตะเกียกตะกายลงจากแท่นบูชา วิ่งไปกอดไหดำที่สั่นไหวนั้นไว้แน่น ปากไหส่องแสงสีเขียวจางๆ ในแสงนั้นปรากฏภาพไหล่และหัวของมะลิ...

มะลิหลับตาพริ้ม ขนตายาวงอน ใบหน้าไร้สีเลือด เหมือนหัวตุ๊กตาขาวซีดวางอยู่ปากไห... ผมยาวสีดำสลวยเหมือนมีชีวิต ทิ้งตัวลงมาพันรอบแขนไอ้ใบ้ที่กอดไหอยู่ ให้สัมผัสเย็นยะเยือก

"มะ... ลิ...!" ไอ้ใบ้กอดไหเย็นเฉียบ ใจจะขาด น้ำตาไหลพราก ส่งเสียงร้องขาดห้วงเหมือนเด็กหัดพูด ตอนนั้นเอง มีคนเปิดประตูหินเข้ามาด้วยความโกรธจัด พร้อมกับองครักษ์หน้าตาถมึงทึง...

ไอ้ใบ้ไม่ลังเล กอดไหแน่น เหมือนลูกสัตว์จนตรอก พุ่งชนองครักษ์พวกนั้นเพื่อหนีออกจากวังใต้ดิน! เขาระเบิดพลังและความเร็วที่น่าตกใจ ชนฝ่าวงล้อม วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ที่กำลังวุ่นวายอย่างไม่คิดชีวิต...

ตระกูลอินวุ่นวายไปหมด! คบไฟวูบวาบ เสียงคนตะโกนโหวกเหวก! ไอ้ใบ้กอดไหแน่น วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปตามทางเดินและศาลาที่คุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกตา มะลิในไหเหมือนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน เปลือกตากระตุกเบาๆ

ในที่สุด ไอ้ใบ้ก็วิ่งโซซัดโซเซออกจากประตูหลังบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลอิน หนีเข้าไปในตรอกซอยที่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกต มุมมองของเจียงฉานตามเขาไปจนหลงทาง เห็นเขาล้มลงหมดแรง แต่ยังกอดไหดำไว้แน่น

กลิ่นอายของมะลิในไหอ่อนลงเรื่อยๆ เส้นผมที่พันแขนไอ้ใบ้ก็เริ่มหมดเงา จางลงทีละนิด... เหมือนรอยดินสอบนกระดาษที่ถูกยางลบถูเบาๆ...

"ไม่... มะลิ... อย่า...!"

เสียงไอ้ใบ้แหบพร่า สิ้นหวัง

เขานั่งคุกเข่า กอดไหด้วยแรงทั้งหมดที่มี ราวกับนั่นคือโลกทั้งใบที่เหลืออยู่ของเขา...

"ส่งเธอมาให้ฉัน"

ทันใดนั้น เสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังขึ้น ชายวัยกลางคนสวมชุดขาว หน้าตาดีแต่แววตาเย็นชาจนน่ากลัว ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าไอ้ใบ้... คือหลี่เฉิงเกอที่รีบเร่งเดินทางมาถึง...

มองวิญญาณที่เหลือของมะลิในไห แววตาหลี่เฉิงเกอฉายความเจ็บปวดและโทสะที่รุนแรง แต่เสียงยังคงสงบนิ่ง "ไหใบนี้รักษาเธอไว้ได้ไม่นาน วิญญาณเธอกำลังสลาย และโดนไหชั่วร้ายนี่กัดกิน"

เขานั่งยองๆ จ้องไอ้ใบ้เขม็ง พูดทีละคำ "อยากช่วยชีวิตเธอ มีแค่วิธีเดียว... เอา 'โลงหยก' ส่วนที่ถูกยัดเยียดเข้าไปในตัวเธอแต่ยังไม่ผสาน รวมกับเศษวิญญาณของมะลิที่ติดอยู่กับมัน แยกออกมา... แล้วคืนให้เธอ!"

แยกโลงหยก... มือที่กอดไหของไอ้ใบ้สั่นเทา เขานึกถึงภาพสยองในวังใต้ดิน นึกถึงเสียงกรีดร้องของมะลิ... มันต้องเจ็บมากแน่ๆ ใช่ไหม?

แบบนั้น... ผมอาจจะตายด้วยใช่ไหม?

เขาก้มมองหน้ามะลิที่ขาวซีด สงบ แต่เปราะบางเหมือนจะหายไปได้ทุกเมื่อ มองเส้นผมที่พันแขนเขาซึ่งเกือบจะโปร่งใสแล้ว ภาพความทรงจำในอดีตไหลผ่านเข้ามา...

ผลไม้... ตะวันตกดิน... สระบัว... ขุนพลเกรียงไกร... ลมยามเย็น... หลังคา... ภาพต่างๆ ผุดขึ้นและแตกสลาย สุดท้ายกลายเป็นเสียงกรีดร้องแทบขาดใจบนแท่นบูชา...!

"!!"

ความเงียบงันที่ไม่เคยเอ่ยปากพูดจริงๆ มาสิบปี ถูกอารมณ์ที่พลุ่งพล่านถึงขีดสุดทำลายลงในวินาทีนี้!

เขาเงยหน้ามองหลี่เฉิงเกอ

ดวงตาที่เคยถูกมองว่า "ขาดอะไรไป" ตอนนี้กลับใสกระจ่าง มุ่งมั่นดั่งแสงดาวสะท้อนในบ่อน้ำเย็น

"ตกลง"

เขาเปล่งคำนั้นออกมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น ด้วยความกล้าหาญที่เด็ดเดี่ยวและความตั้งใจที่จะไถ่บาป

"คืนให้เธอ"

จบบทที่ บทที่ 261: มะลิและไอ้ใบ้

คัดลอกลิงก์แล้ว