เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 246: SSS ตนแรกออกศึก! สะกดขวัญอย่างเกรียงไกร!!

บทที่ 246: SSS ตนแรกออกศึก! สะกดขวัญอย่างเกรียงไกร!!

บทที่ 246: SSS ตนแรกออกศึก! สะกดขวัญอย่างเกรียงไกร!!


พายุหมุนสองลูก สีแดงเลือดและสีเทาเหล็ก ราวกับเสายักษ์ค้ำฟ้าดินที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฉีกกระชากม่านฝนที่เทกระหน่ำ แหวกฝ่าหมู่เมฆที่ลอยต่ำ และฉีกทลายความมืดมิดอันชื้นแฉะ มุ่งตรงไปบดขยี้ฐานทัพของ[ทีมเฉียนหลัว]อย่างหยุดไม่อยู่!

กระท่อมมุงจากและต้นท้อโดยรอบถูกถอนรากถอนโคนขึ้นมาเสียงดังโครมคราม ถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้าแล้วโดนปราณดาบสีเลือดและคมดาบสีเทาเหล็กบดขยี้จนแหลกละเอียด พื้นโคลนถูกขุดจนเป็นร่องลึกราวกับบาดแผลเหวอะหวะ หมู่บ้านผีเถาหยวนครึ่งค่อนหมู่บ้านสั่นสะเทือนไปหมด!

ทว่า ในวินาทีต่อมา... กลิ่นอายอันน่าหวาดกลัวที่สั่นประสาทไปถึงวิญญาณก็พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าท่ามกลางม่านฝน เพียงชั่วพริบตา ราวกับว่าโลกใน[อินซวี]แห่งนี้สั่นสะท้านไปทั้งแถบ!

"กลิ่นอายนี้... ทำไมคุ้นจัง?!"

สีหน้าของฉู่เตี้ยนเฉินเปลี่ยนไปทันที หวังเจาที่อยู่ข้างๆ ร้องอุทานเสียงหลง "ดูบนฟ้าเร็ว!"

ในเวลานี้

เหนือท้องฟ้าครึ้มที่มีฝนเทกระหน่ำ ปรากฏภูเขาลูกหนึ่ง... เงาภูเขาโบราณที่สูงตระหง่านและยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต!

ฉู่เตี้ยนเฉินเงยหน้ามอง ดวงตาที่หยิ่งยโสพลันหดวูบลง... เมื่อสิบกว่านาทีก่อน เขาเพิ่งจะรับมือกับภูเขาแบบนี้จากเซียวจิ้นมา แต่ทว่า...!

ทว่าเงาภูเขาโบราณที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากฟ้าในตอนนี้ กลับใหญ่โตกว่าที่เซียวจิ้นปล่อยออกมาหลายเท่าตัวนัก! อานุภาพอันน่าหวาดกลัวนั้นมันคนละระดับกันเลย!!

"ระดับ SSS... นี่สิถึงจะเป็น[ทักษะผี]ระดับ SSS ของจริง!!"

บนตัวเขาสีดำทมึนอันกว้างใหญ่นั้น มีโซ่สีทองแดงพันรัดอยู่รอบๆ พร้อมกับอักขระยันต์สีทองหม่นสลักไว้! ที่ฐานอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดนั้น มีตัวอักษรโบราณอันทรงพลังและน่าเกรงขามสว่างวาบขึ้นมาลางๆ...

"ตราประทับจักรพรรดิตงเยว่[เจ้าแห่งเขาไท่ซาน]!!"

ทักษะผี... [ไท่ซานสะกดวิญญาณ]!!

เพียงชั่วพริบตา ราวกับมีตำหนักสวรรค์อันหนักอึ้งกดทับลงมา พร้อมด้วยความน่าเกรงขามที่ไร้คู่เปรียบ ครอบลงมายังหมู่บ้านผีเถาหยวนที่เต็มไปด้วยฝนและโคลนตมเบื้องล่าง!

หัวใจของฉู่เตี้ยนเฉินแทบจะกระดอนออกมาจากอก ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาตัวสั่นพลางรีบควักกระถางทองแดงม่วงใบเล็กออกมา แล้วอัดพลังปราณเข้าไปอย่างบ้าคลั่งราวกับมันไม่มีค่า...

วิ้ง!!

พริบตาเดียว เงากระถางทองแดงม่วงที่ชำรุดก็ขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม ปกป้องฉู่เตี้ยนเฉินและหวังเจาไว้ข้างใต้ได้อย่างมั่นคง...

วินาทีต่อมา...

ตูม!!!

ไท่ซานถล่มฟ้า ตราประทับกดหัว!

เงากระถางสีม่วงนั้นพังทลายลงราวกับทำจากกระดาษ กระถางที่ชำรุดในมือฉู่เตี้ยนเฉินถึงกับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ทันที!

เงาภูเขาไท่ซานอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต ราวกับตราประทับโบราณที่ประทับลงมา ฟาดลงมาอย่างแรง!

ชั่วขณะนั้น แม้แต่ฝนที่ตกหนักก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ พายุหมุนสังหารทั้งสองลูกนั้นก็แตกกระจายหายไปทันที!

แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงกระจายออกจากจุดนี้เป็นศูนย์กลาง แผ่ซ่านไปทุกทิศทางอย่างหนักแน่น ส่งต่อไปทั่วทั้งหมู่บ้านผีเถาหยวน...

ในวินาทีนี้ ผีทุกตัวในหมู่บ้านต่างก็สั่นคลอนอย่างรุนแรง!

รวมถึงหลัวซานและหยางเสี่ยวหม่านที่กำลังรีบเดินทาง ต่างก็หันไปมองทิศทางที่มาของแรงสั่นสะเทือนนี้พร้อมกัน...

ส่วนสองคนที่อยู่ใจกลางการร่วงหล่นของเงาภูเขาไท่ซาน... ฉู่เตี้ยนเฉินและหวังเจา... เหมือนลิงสองตัวที่โดนฝ่ามือพระยูไลกดทับ ถูกกดจมลงไปในโคลนทันที! ไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรน!

อานุภาพอันยิ่งใหญ่และหนักแน่นนี้ไม่ได้ทำร้ายร่างกายพวกเขาโดยตรง แต่มันเหมือนมีภูเขาโบราณมหึมาฟาดลงบนกระหม่อมจริงๆ... กระแทกเข้าสู่ดวงวิญญาณ!

เลือดสดๆ ร้อนๆ พุ่งออกมาจากทวารทั้งเจ็ดทันที วิญญาณสั่นคลอนจนแทบแตกสลาย... ทั้งสองหมอบราบคาบแก้วอยู่ในโคลนตม ไม่อาจรวบรวมสติได้เลย เหลือเพียงความสะกดขวัญ ความมึนงง และความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย!

ทันใดนั้น ร่างที่ถือดาบทองก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับนกกระเรียนยักษ์หุ้มเกราะทอง ด้วยความเร็วที่ถึงขีดสุด!

โฮก!!

ทักษะผี... [กระเรียนทะยานฟ้า]!!

แสงดาบสีทองอันงดงามส่องสว่างความมืดมิดของหมู่บ้านผี!

สายฝนที่เทกระหน่ำเริ่มตกลงมาอีกครั้ง!

ศีรษะที่มีเลือดอุ่นๆ ไหลนองสองหัวกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ!

หวังเจาตายตาไม่หลับ... ทำไมเจียงฉานถึงมีทักษะผีที่เหมือนกับเซียวจิ้นเปี๊ยบ? แถมอานุภาพยังน่ากลัวกว่าตั้งหลายเท่า!

ฉู่เตี้ยนเฉินก็ไม่เข้าใจเช่นกัน นอกจากนี้ เขายิ่งสับสนว่า... ทำไมเจียงฉานถึงมี[ผีนักรบเกราะทอง]อีกตัว? เหมือนกับตัวของเขาที่เพิ่งโดนทุบเละไปไม่มีผิด...

ในขณะเดียวกัน ที่สนามกีฬาซึ่งแน่นขนัดไปด้วยผู้คน เมื่อเห็นฉากที่ปรากฏบนภาพวาดมายาเหนือลานประลอง ทุกคนต่างก็ร้องฮือขึ้นมาพร้อมกัน!

ตอนแรก[ทีมเฉียนหลัว]ได้กฎไปก่อน อาศัยความได้เปรียบทางข้อมูลกำจัดคนของ[ทีมหนานเจียง]ไปได้หลายคน ในขณะที่เจียงฉานยังไม่รู้อะไรเลย เรื่องนี้ทำเอาคนเชียร์[ทีมหนานเจียง]ลุ้นจนตัวโก่ง และทำเอาคนเชียร์[ทีมเฉียนหลัว]ตื่นเต้นสุดขีด!

แต่ใครจะไปนึกว่า หลังจากนั้นจะเกิดเหตุการณ์พลิกผันมากมายขนาดนี้ ใครจะไปนึกว่าฉู่เตี้ยนเฉินจะมีผีที่คืนชีพได้หลายครั้งอยู่ในมือ!

ใครจะไปนึก... ว่าสัตว์เลี้ยงผีตัวที่สองที่หยางเสี่ยวหม่านซ่อนไว้ตลอดจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาได้เนียนกริบ กำจัดซ่งเปิ่นฉีได้โดยไม่ต้องออกแรง แถมยังหลอกถามข้อมูลมาได้จนหมด!

ใครจะไปนึก... ว่ากัปตันตัวจริงของ[ทีมเฉียนหลัว]จะเป็นเด็กน้อยวัยหกขวบ และที่ทำให้ทุกคนอึ้งที่สุดก็คือ เจียงฉานกลับครอบครอง[ผีนักรบเกราะทอง]ที่เหมือนกับของฉู่เตี้ยนเฉินเปี๊ยบ!

ตอนเห็นเจียงฉานสวมเกราะทองออกมาในตอนแรก ทุกคนก็งงไปตามๆ กัน ทว่าตอนที่เจียงฉานใช้[ไท่ซานสะกดวิญญาณ]ออกมา นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความช็อกที่แท้จริง...

ในการแข่งคู่เมื่อวาน เซียวจิ้นงัดไพ่ตายนี้ออกมาคว้าชัย จนทักษะผีนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเขาและถูกพูดถึงอย่างมาก!

แต่ในนาทีนี้ ทักษะนี้กลับถูกใช้ออกมาจากมือเจียงฉาน แถมยังมีเอฟเฟกต์ที่น่ากลัวกว่าเซียวจิ้นมาก อานุภาพระดับ SSS ของจริงนี้ทำให้คนทั้งสนามเดือดพล่าน เสียงอุทานดังระงมราวกับระลอกคลื่น...

"เชี้ย! [ทีมหนานเจียง]แม่งซ่อนของไว้ลึกชะมัด!"

"แข่งมาสองวันแล้ว กัปตันเจียงยังซ่อนผีระดับ SSS ไว้อีกตัว! ชัดเลยว่าการแข่งทีมเมื่อวานเขายังไม่ได้เอาจริง!"

"ทุกคน ใครจะไปเชื่อ? เมื่อกี้ฉู่เตี้ยนเฉินกับหวังเจาลอบโจมตีด้วยพายุหมุนคนละลูก ฉันยังแอบห่วงกัปตันเจียงอยู่เลย... ผลคือเขาตบทีเดียวจอดเฉย??"

"แม่งเอ๊ย! แค่[ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง]ระดับ SS ก็อิจฉาจะแย่แล้ว นี่โผล่ผีระดับ SSS มาอีกตัว... อ๊ากกก ความริษยามันค้ำคอ!"

"เดี๋ยวก่อนนะ! เมื่อวานกัปตันเจียงใช้ผีไปเจ็ดตัว วันนี้ใช้[ผีนักรบเกราะทอง]ระดับ S กับทักษะผีระดับ SSS อีก อยากรู้จริงๆ ว่าสรุปเขามีสัตว์เลี้ยงผีกี่ตัวกันแน่?!"

"ยังต้องถามอีกเหรอ? เกินสิบตัวชัวร์!"

"พวกนายลืมไปแล้วเหรอ เมื่อคืนที่[ตลาดผีดอกไม้แดง]มีคนโหดใช้ดาบทองถล่มเวทีประลองน่ะ? ฉันว่าแล้วต้องเป็นกัปตันเจียง!"

"โหดสัส! ไม่ใช่คนแล้ว!!"

"มีฉันคนเดียวที่อยากรู้เหรอว่าหลัวซานจะทำอะไร? ไอ้เด็กนี่มันหมาป่าชัดๆ กล้าลอบกัดเซียวจิ้น! แถมวิธีคุมศพของมัน พวกนายไม่คิดว่าเหมือน[ลัทธิบูชาผี]เหรอ?"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์อันดุเดือดดังสนั่นไปทั่วสนามกีฬาขนาดมหึมา กลางลานประลอง รถบัสสองคันจอดทแยงมุมกัน ทุกหน้าต่างมีร่างที่กำลังหลับใหลอยู่หนึ่งคน

ในตอนนี้ หน้าต่างของนักกีฬาที่ถูกคัดออกจะมืดลง รถบัสของ[ทีมเฉียนหลัว]เหลือเพียงหน้าต่างเดียวที่ยังสว่างอยู่ นั่นคือที่นั่งของฉู่เตี้ยนเฉิน ส่วนหนูมะลิไม่ได้อยู่บนรถ

รถบัสของ[ทีมหนานเจียง]มีหน้าต่างสว่างอยู่สามบาน คือเจียงฉาน หยางเสี่ยวหม่าน และหลัวซาน...

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลัวซานมีพิรุธ เรื่องนี้ไม่อาจหลบพ้นสายตานับหมื่นคู่ได้ และยิ่งไม่มีทางหลบพ้นหลี่เฉิงเกอ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งส่วนใหญ่มาจาก[สำนักพิฆาตผี] พุ่งตัวเข้าสนามทันที พวกเขาลากตัวหลัวซานออกมาจากรถบัส สวมกุญแจมือพิเศษ และคุมตัวแยกไว้ต่างหาก รอให้การแข่งจบลงก็จะถูกคุมตัวไปทันที

บนที่นั่งวีไอพี ฉู่เทียนสยงมองดูเหตุการณ์นี้โดยไม่พูดอะไร ได้แต่ปาดเหงื่อไม่หยุด... เจียงฉานมีผีระดับ SSS อยู่ในมือ นี่มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ!

ต่อให้ฉู่เตี้ยนเฉินจะมีผีที่คืนชีพได้ แต่นั่นก็แค่เพิ่มโอกาสรอดตาย ถ้าอยากจะชนะเจียงฉาน เกรงว่าคงต้องพึ่งวิชามารที่เขาเตรียมไว้ให้เท่านั้น

ทว่า เมื่อเห็นหลัวซานถูก[สำนักพิฆาตผี]คุมตัว ฉู่เทียนสยงก็รู้สึกคอแห้งผาก เขาได้แต่ภาวนาในใจให้ฉู่เตี้ยนเฉินฉลาดพอ ทางที่ดีอย่าให้ถึงขั้นต้องใช้ของสิ่งนั้นเลย แค่ใช้มะลิจัดการเจียงฉานให้ได้ก็พอ...

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่เทียนสยงก็เงยหน้ามองภาพวาดมายาที่มีฝนเทกระหน่ำอีกครั้ง เจียงฉานสวมเกราะทอง ในมือถือดาบทองท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ดูน่าเกรงขามราวกับเทพสงคราม

"ตายแบบนี้เลยเหรอ?"

หนูมะลิชะโงกหน้าวิ่งออกมาจากข้างหลัง มองดูฉู่เตี้ยนเฉินที่หัวหลุดกระเด็นอยู่บนพื้นด้วยความกลัวนิดๆ เธอเบะปากน้อยๆ "มะลินึกว่าปีศาจฉู่จะเก่งกว่านี้ซะอีก ดาบเดียวของกัปตันเจียงฉานยังกันไม่ได้เลย... กากจัง!"

พูดจบเธอก็จับมือเจียงฉานพลางเงยหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมองด้วยแววตาเป็นประกายเลื่อมใส "กัปตันเจียงฉานเก่งที่สุดเลย!"

"อย่าคิดว่าทำตัวน่ารักประจบแล้วฉันจะไม่จัดการเธอนะ..." เจียงฉานปรายตามองยัยเด็กแก่แดด "แล้วฉันไม่ได้บอกเหรอว่าให้อยู่ข้างในห้ามออกมา? ฝนตกหนักขนาดนี้..."

"ก็... บ้านโดนปีศาจฉู่ทำพังหมดแล้วนี่นา... โธ่... ยังไงก็ไม่ใช่ความจริง มะลิไม่เป็นหวัดหรอก..." หนูมะลิพูดยังไม่ทันจบ ลมเย็นๆ ก็พัดเอาละอองฝนวูบผ่านมา เธอจามออกมาทันที... ฮัดชิ้ว!

เจียงฉานหันไปมอง ฐานทัพของ[ทีมเฉียนหลัว]กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

เขาเก็บดาบอย่างอ่อนใจ แล้วอุ้มหนูมะลิขึ้นมาช่วยบังสายฝนที่เทกระหน่ำ "ฉันจะกลับฐานทัพ[ทีมหนานเจียง] เธอจะไปกับฉันไหม?"

"ไปค่าๆ~" หนูมะลิดีใจรีบคล้องคอเจียงฉานทันที "มะลิชอบอยู่กับกัปตันเจียงฉานที่สุดเลย..."

เจียงฉานไม่พูดอะไรต่อ เขาเงยหน้ามองหมู่บ้านผีเถาหยวนที่เต็มไปด้วยไอผีเบื้องหน้า บ้านแต่ละหลังส่องแสงสีเขียวสลัวท่ามกลางสายฝน เห็นเงาซากศพเดินได้เดินเพ่นพ่านไปมาลางๆ

เขาไม่รู้กฎกติกาที่แน่นอน ได้แต่เดาคร่าวๆ ว่าต้องกำจัดกันเอง? เขาไม่รู้ว่าตอนนี้[ทีมหนานเจียง]เป็นยังไงบ้าง เหลือคนกี่คน และไม่มีวิธีติดต่อเลย มีแต่ต้องรีบกลับไปดูเท่านั้น

แต่ฝนตกหนักเกินไป ตัวเขาสวมเกราะทองป้องกันไว้ทั้งตัวก็ไม่เท่าไหร่ แต่หนูมะลิที่ซุกอยู่ในอกเขาสั่นงกๆ ด้วยความหนาว ก่อนจะออกเดินทาง เขาคงต้องหาอะไรมาบังฝนให้เธอก่อน...

สายตาเขากวาดมองไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ศพของฉู่เตี้ยนเฉิน...

ปลิง

ปลิงขนาดเท่าหัวแม่มือมุดออกมาจากศพของฉู่เตี้ยนเฉิน พลิ้วไหวไปตามน้ำฝนที่เทกระหน่ำ ตัวที่หนึ่ง... สอง... พริบตาเดียวก็มีปลิงนับพันนับหมื่นตัวมารุมทึ้งกินศพฉู่เตี้ยนเฉินจนไม่เหลือซาก

จากนั้นตรงจุดนั้นก็ก่อตัวเป็นเนินดินเล็กๆ เหมือนหลุมศพที่เต็มไปด้วยปลิงสีดำคาวคลุ้ง ยั้วเยี้ยและขยับตัวไปมาพร้อมส่งกลิ่นเหม็นและไอประหลาด... เนินปลิงนี้ทำเอาขนหัวลุกชัน

เห็นภาพที่น่าสยดสยองนี้ เจียงฉานชะงักฝีเท้า เปลี่ยนมาอุ้มหนูมะลิด้วยมือเดียว อีกมือหนึ่งชักดาบทองออกมาทันที...

[ชื่อผี: พระโพธิสัตว์ปลิง!]

[คุณภาพ: ระดับ S!]

[ระดับ: ระดับสอง ขั้นแปด!]

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเด้งขึ้นมาในสายตาเจียงฉาน

สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่บันทึกไว้ว่า:

"ปีเซ่าติ้งที่สาม หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่งในฮกเกี้ยนเกิดโรคระบาดประหลาด ผู้ติดเชื้อจะมีร่างกายบวมเป่งและมีหนองไหล มีพระสงฆ์นามว่าหงจี้ ใช้ร่างกายตัวเองเลี้ยงปลิงเลือดเพื่อดูดหนองเลือดรักษาชาวบ้าน จนเป็นที่เลื่องลือ

หลังจากท่านมรณภาพ ชาวบ้านได้ทำพิธีส่งร่างท่านลงสู่ทะเลด้วยความเคารพ แต่กลับพบว่าปลิงเลือดนับหมื่นตัวรุมห่อหุ้มร่างท่านไว้ราวกับเสื้อผ้า แล้วมุดหายลงไปในน้ำ

หลังจากนั้น ชาวประมงท้องถิ่นมักฝันเห็นท่านในสภาพที่มีเลือดหนองท่วมตัวอย่างเจ็บปวด และมาขอเด็กชายหญิงเพื่อ 'ชำระเลือดปลิง' ไม่นานนัก คนทั้งหมู่บ้านก็มีปลิงเติบโตอยู่ในตัว และถูกพวกมันกัดกินจนร่างกายว่างเปล่า

จนกระทั่งยุคว่านลี่ราชวงศ์หมิง หมอคุณไสยจากเหมียวเจียงคนหนึ่งได้เปิดเผยความจริงว่า โรคระบาดที่ว่านั้นเป็นเพียงคุณไสยชนิดหนึ่งที่พระสงฆ์รูปนั้นแพร่กระจาย และอาศัยนามของผู้ช่วยรักษาภัยพิบัติ ทิ้งเชื้อปลิงไว้ในร่างกายของทุกคน

เป้าหมายของเขาคือการหลอมสร้างคุณไสยชั่วร้ายในตำราลับที่ชื่อว่า 'พระโพธิสัตว์ปลิง' หากวิชานี้สำเร็จ จะทำให้เป็นอมตะในอีกรูปแบบหนึ่ง

เมื่อตายไป จะสามารถคืนชีพผ่านเนินปลิงได้

ทว่าการจะรักษาพลังชีวิตของปลิงเหล่านี้ ต้องป้อนเลือดมนุษย์สดๆ ปริมาณมากให้พวกมันทุกวัน ถ้าพวกมันไม่อิ่ม มันจะกัดกินเนื้อหนังของเจ้าของร่างเอง เป็นวัตถุอัปมงคลที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง"

ฝนตกหนักสาดกระเซ็นใส่โคลนตม ภายใต้สายตาที่ระแวดระวังของเจียงฉาน เนินปลิงสีดำคาวนั่นแตกออก มีร่างเปลือยเปล่าร่างหนึ่งคลานออกมา...

"ปีศาจฉู่?" มะลิตาโตอุทานออกมา

ปลิงยั้วเยี้ยเลื้อยขึ้นตามขาของฉู่เตี้ยนเฉิน ก่อตัวเป็น 'เสื้อผ้า' หุ้มกายเขาไว้อย่างรวดเร็ว มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเยาะ ราวกับอยากเห็นสีหน้าที่ตกใจหรือไม่อยากจะเชื่อจากเจียงฉาน

แต่ใบหน้าของเจียงฉานถูกปิดบังด้วยหน้ากากและหมวกเกราะทองที่ดูคมกริบ จึงมองไม่เห็นอารมณ์ใดๆ... ฉู่เตี้ยนเฉินสงสัยมากว่าผีของเจียงฉานตัวนี้เกี่ยวข้องกับตัวของเขาที่โดนทุบเละไปไหม แต่เขาไม่มีหลักฐาน ได้แต่รู้สึกโกรธแค้น

"เจียงฉาน แกซ่อนผีระดับ SSS ไว้อีกตัวเนี่ยเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ แต่ลำพังแค่ของพรรค์นี้ฆ่าฉันไม่ได้หรอก..."

ดาบผีสีแดงเข้มราวกับเลือดที่กำลังไหลปรากฏขึ้นในมือฉู่เตี้ยนเฉิน สายตาหยิ่งยโสท่ามกลางสายฝนเต็มไปด้วยการยั่วยุ "ฉันคืนชีพได้ไม่จำกัด แล้วทักษะผีของแกจะใช้ได้สักกี่น้ำกันเชียว?"

"ฉันไม่เชื่อว่าแกจะคืนชีพได้ไม่จำกัด" เจียงฉานแค่นเสียงเย็น "อีกอย่าง แค่ผีระดับ S ตัวเดียวเนี่ยนะ ทำเอาแกกร่างได้ขนาดนี้?"

แน่นอนว่าฉู่เตี้ยนเฉินไม่มีทางคืนชีพได้ไม่จำกัด ความจริงคือการคืนชีพแต่ละครั้งจะกัดกินเนื้อหนังของเขาไปส่วนหนึ่ง

เขาพยายามจะข่ม แต่เจียงฉานกลับไม่หลงกลเลยสักนิด

วันนี้เขาใช้ความสามารถ 'คืนชีพ' ไปแล้วสามครั้ง ร่างกายที่ดูเหมือนปกติในตอนนี้ ความจริงบางส่วนถูกแทนที่ด้วยปลิงเลือดไปเรียบร้อยแล้ว

เขารู้ดีว่าถ้าใช้อีกไม่เกินสองครั้ง ร่างกายของเขาจะถูกพวกมันกินจนหมด และถูกสวมรอยอย่างสมบูรณ์

เขาต้องหา 'เหยื่อสด' มาสังเวยพวกมันปริมาณมาก เพื่อให้มันอิ่มและมาหล่อเลี้ยงร่างกายเขาคืน

ปกติฉู่เทียนสยงจะจัดหา 'เหยื่อสด' มาให้เขาทุกวันอย่างน้อยวันละคนเพื่อเลี้ยงพวกมัน แต่ยิ่งมันโตและแพร่พันธุ์ มันก็ยิ่งหิวโหยมากขึ้น จนคนเดียวเริ่มไม่พอ

แน่นอนว่าสำหรับอิทธิพลของตระกูลฉู่ที่ครองเมืองเฉียนหลัว เรื่องหาคนมาเพิ่มไม่ใช่ปัญหา... แต่ตอนนี้เขาอยู่ใน[อินซวี] ไม่มีเหยื่อสดๆ มาให้พวกมันกิน

แต่จะว่าไม่มีเลยก็ไม่เชิง...

สายตาของฉู่เตี้ยนเฉินชำเลืองมองศพของหวังเจาที่นอนจมโคลนอยู่แวบหนึ่ง ก็น่าจะพอแก้ขัดได้ แต่ถ้าได้คนเป็นๆ จะดีที่สุด

จากนั้น เขาก็เล็งไปที่เจียงฉาน... หรือพูดให้ถูกคือเล็งไปที่หนูมะลิในอ้อมแขนเจียงฉาน เมื่อถึงเวลาจำเป็น ยัยนั่นนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เขาคืนชีพได้อีกครั้ง

แต่ถ้าไม่จวนตัวจริงๆ เขาก็ไม่อยากใช้วิธีนี้

หมากตัวนี้ยังมีประโยชน์มากกว่านั้น... ความคิดต่างๆ แล่นผ่านสมองไปอย่างรวดเร็ว ฉู่เตี้ยนเฉินทำหน้าเคร่งขรึมและสั่งเสียงเด็ดขาด "กัปตันมะลิ มานี่! ตอนนี้พวกเราเป็นพวกเดียวกัน เจียงฉานคือศัตรูของเรา!"

"ไม่ไป!" หนูมะลิรีบกอดคอเจียงฉานแน่นกว่าเดิม "ปีศาจฉู่! มะลิไม่ชอบนาย!"

แววตาของฉู่เตี้ยนเฉินฉายความอำมหิต "ดี! งั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายจัดการเธอไปพร้อมกันเลยแล้วกัน...!"

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง กลิ่นอายระดับสอง ขั้นแปดระเบิดออกมาเต็มพิกัด [โลงทอง]อันหรูหราลอยเด่นขึ้นมาด้านหลังพร้อมการสั่นสะเทือน จากนั้นก็มีผีร่างยักษ์ผิดมนุษย์เดินออกมา

หัวของมันเป็นกะโหลกมนุษย์ มีไฟวิญญาณสีน้ำเงินลุกโชนอยู่ในเบ้าตา บนหัวมีเขาควายเย็นยะเยือกสองข้าง ข้างซ้ายหักไปครึ่งหนึ่ง เห็นรอยหักสีเหล็กดำและรูโหว่ลึก

รูปร่างของมันบรรยายยากมาก เป็นการผสมผสานระหว่างคนกับควาย ลักษณะเด่นคือมีขาเดียวที่กำยำ และที่หน้าอกที่แยกออก มีแตรกระดูกขาวขนาดมหึมาโผล่ออกมา...!

ผีตัวนี้ก้าวออกมาจากโลงทอง แล้วเชิดแตรยักษ์ที่หน้าอกขึ้นเป่าไปยังม่านฝนที่เทกระหน่ำ ไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด และไปยังหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยไอผีเบื้องหน้า ส่งเสียงแตรที่น่าขนพองสยองเกล้าออกมา...

"วู!!"

เสียงแตรอันหนักอึ้งแฝงไปด้วยความวิปริตที่ยากจะอธิบาย ในเวลานี้ พวกซากศพเดินได้ที่เดินเพ่นพ่านอยู่ในหมู่บ้าน ราวกับทหารที่ได้ยินเสียงรวมพล เพียงพริบตาเดียว พวกมันทั้งหมดก็พุ่งทะยานมาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง!!

นี่คือผีระดับ S ตัวที่สองของฉู่เตี้ยนเฉิน... ขุนพลเขาผี!

ที่มาของผีตัวนี้ ในสารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่มีบันทึกไว้เพียงสั้นๆ ว่า 'เดือนสาม ปีเจียจิ้งที่สิบแปด ขบวนรถผ่านเมืองหานตาน ได้ยินเสียงแตรกลางดึก รุ่งเช้าจึงวาดภาพภูตผีตนนี้ไว้'

นี่คือภาพที่วาดขึ้นครั้งแรกโดยจิตรกรนามว่าเสิ่นชิ่ง ในชื่อภาพ 'งานเลี้ยงฝูงผี'

ส่วนความสามารถของมันก็คือ... การเรียกชุมนุมฝูงผี!

น้ำฝนที่สาดซัดไม่อาจดับความคลั่งของพวกศพเดินได้ ภายใต้เสียงแตรที่กดดัน พวกมันทั้งหมดราวกับถูกฉีดเลือดไก่จนบ้าคลั่ง!

หนูมะลิเห็นภาพฝูงผีที่แห่กันมานับร้อย ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือดลงทันที เธอเบียดตัวซุกเข้าหาอกเจียงฉานด้วยความหวาดกลัว!

ทว่าเจียงฉาน... อ่านข้อมูลจากระบบด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น จ้องมองฝูงผีที่ถาโถมเข้ามาอย่างเงียบงัน ทันใดนั้น เจตจำนงแห่งดาบที่รุนแรงราวกับจะฉีกกระชากท้องฟ้าก็ระเบิดออกมาจากตัวเขา... วูบ!!

"งั้นขอกวาดสนามหน่อยแล้วกัน"

ทักษะผี... [หงส์ร่อนมังกรรำ]!!

จบบทที่ บทที่ 246: SSS ตนแรกออกศึก! สะกดขวัญอย่างเกรียงไกร!!

คัดลอกลิงก์แล้ว