เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201: สระสายฟ้า... เปิด!! (ตอนรวมสามบท)

บทที่ 201: สระสายฟ้า... เปิด!! (ตอนรวมสามบท)

บทที่ 201: สระสายฟ้า... เปิด!! (ตอนรวมสามบท)


[ติ๊ง!]

[แต้มภูตเทวะปัจจุบัน: 2583!]

[ใช้ 2000 แต้มภูตเทวะ เริ่มการหลอมรวมเพื่อเลื่อนขั้น...]

[ราชาอสูรสายฟ้าอินระดับ S + ชิ้นส่วน 'ศพสุนัขเห่าฟ้าห้าหัว' ระดับ A *18 + ชิ้นส่วน 'ยักษ์โครงกระดูกสายฟ้า' ระดับ A *18 + ชิ้นส่วน 'ซากอสูรสายฟ้าอิน' ระดับ A *18 + ชิ้นส่วน 'เล่ยเฉอ กุ้ยถัว' ระดับ A *18 + ชิ้นส่วน 'ผีสายฟ้าแล้ง' ระดับ A *36 กำลังหลอมรวม...]

หวิง หวิง—

โลงโลหิตขนาดมหึมาสั่นสะเทือน ร่างกำยำสีน้ำเงินเข้มลากกายงูขนาดใหญ่เลื้อยออกมา ทั่วร่างมีประจุไฟฟ้าสีม่วงที่ทรงอานุภาพแล่นพล่าน!

ราชาอสูรสายฟ้าอิน ระดับ S!

จากนั้นชิ้นส่วนอสูรผีจำนวนมากก็ลอยตามออกมาจากโลงโลหิต หมุนวนรอบร่างกำยำนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของมันทีละชิ้น!

กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวและกดดันยิ่งกว่าเดิม ก่อตัวและพุ่งสูงขึ้นจากร่างของมันอย่างรวดเร็ว กดดันจนไอหมอกสีขาวขุ่นในห้องฝึกซ้อมม้วนตัวตลบอบอวล!

เปรี้ยะ...!

ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของเจียงฉาน สายฟ้าสีม่วงบนร่างราชาอสูรสายฟ้าอิน ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นราวกับงูยักษ์ สีก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีม่วงดำดูลึกลับ!

งูสายฟ้าสีม่วงดำที่เปี่ยมด้วยแรงกดดัน แต่ละตัวเลื้อยพล่านไปมาในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ปลดปล่อยกลิ่นอายสยองขวัญที่ทำให้ใจเต้นระรัว!

ไม่ใช่แค่ห้องฝึกซ้อมห้องนี้ แต่ห้องข้างเคียงทั้งบนและล่าง ต่างถูกปกคลุมด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ กระจกหน้าต่างและหลอดไฟทยอยกันระเบิดแตกเพล้ง! ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก มองไปในทิศทางเดียวกัน!

"ใครอยู่ตรงนั้น?!"

ชั้นหกของตึกฝึกซ้อม... ทั้งชั้นนี้ถูกออกแบบให้เป็นห้องฝึกส่วนตัวของ 'ฉู่เตี้ยนเฉิน' รองหัวหน้าทีมเฉียนหลัว ตอนนี้เขานั่งขัดสมาธิเท้าเปล่าอยู่บนพื้นไม้

สวมเพียงกางเกงฝึกยุทธ์สีดำตัวโคร่ง ร่างกายท่อนบนสีทองแดงที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและความงดงามชุ่มไปด้วยเหงื่อ บนตักวางดาบศึกคมกล้าสีทองพาดขวางอยู่

"ดื่มซะ ตอนนี้แหละ!"

… หญิงสาวอีกคนที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนไม่แพ้กัน โยนขวดโลหะมาให้เขา ผู้หญิงคนนี้คือครูฝึกของทีมเฉียนหลัว... อู่จิง นอกจากจะมีระดับขุนพลโลงวิญญาณขั้นสี่แล้ว ยังเชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้และการฝึกฝนร่างกายหลากหลายรูปแบบ

ฉู่เตี้ยนเฉินบิดฝาขวด กลิ่นหอมจางๆ ลอยออกมา เห็นได้ชัดว่าเป็นยาที่ปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเสริมสร้างเลือดและกระดูก รวมถึงบรรเทาความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงขณะกระดกอึกๆ ดื่มจนหมดรวดเดียว มือก็บีบขวดโลหะหนาจนบุบบี้

"ถ้าพูดแค่เรื่องทักษะการต่อสู้ เธอคือนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยสอนมา เวลาแค่เดือนเดียวก็ฝึกเพลงดาบระดับ S นี้จนถึงขั้นเชี่ยวชาญได้ ต่อให้เทียบกับพวกอัจฉริยะในเมืองหลักก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่เลย"

อู่จิงถือผ้าขนหนูสะอาดเดินเข้ามา พาดไหล่ฉู่เตี้ยนเฉิน "บวกกับระดับขั้นสอง ระดับแปด และผีสี่ตัวของเธอ การแข่งครั้งนี้โอกาสชนะสูงมาก"

ฉู่เตี้ยนเฉินคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม แววตาเหมือนซ่อนสัตว์ร้ายระดับราชันย์ที่หยิ่งยโสเอาไว้ "แค่ทีมขยะที่ได้ที่โหล่มาสี่ปีซ้อน ยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าฉันดีๆ ก็ถือเป็นเกียรติของพวกมันแล้ว"

"อย่าประมาท!"

อู่จิงเตือนเสียงเข้ม "เท่าที่ฉันรู้ ปีนี้เมืองหนานเจียงมีคนได้โลงทองระดับสูงเหมือนกับเธอ! แถมยังมีโลงโลหิตต้องห้ามอีกคน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน!"

"โลงโลหิตต้องห้ามเหรอ? หึ แบบนี้ค่อยน่าเหยียบให้จมดินหน่อย รองอธิการบดีสถาบันขุยหวงท่านนั้นจะได้มองเห็น..." ทุกคำพูดและการกระทำของฉู่เตี้ยนเฉินเต็มไปด้วยความมั่นใจและพลังกดดัน เห็นอู่จิงจะพูดต่อ เขาก็ลุกขึ้นยืนตัดบท "พอเถอะ ครูฝึกอู่!"

"ผีคุณภาพสูงสี่ตัว เพลงดาบระดับ S ขั้นเชี่ยวชาญ บวกกับเพลงหมัดระดับ A ขั้นสมบูรณ์แบบ และวิชาตัวเบาระดับ A ขั้นสมบูรณ์แบบ ถ้าขนาดนี้ยังแพ้พวกบ้านนอกที่ได้ที่โหล่ทุกปี ครูเห็นผมฉู่เตี้ยนเฉินเป็นตัวอะไร?"

"ผมไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระอีก ครูฝึกอู่ มาซ้อมกันอีกสักยก ผมเพิ่งบรรลุอะไรใหม่ๆ ได้นิดหน่อย..."

ฉู่เตี้ยนเฉินพูดพลางคว้าด้ามดาบอีกครั้ง ดาบศึกที่องอาจในมือเขา ราวกับมีเลือดสีทองไหลเวียน... ทันใดนั้น กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งขึ้นมาจากชั้นล่าง... ตูม เพล้ง!!

หลอดไฟทั้งชั้นระเบิดแตกกระจาย สายฟ้าเล็กๆ สีม่วงดำแล่นพล่านออกมา กระจกทุกบานแตกละเอียดในพริบตา อู่จิงหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ "กลิ่นอายนี้มัน... ผีระดับ SS?!"

"ในทีมเฉียนหลัวไม่มีใครใช้ผีธาตุสายฟ้านี่...!" ใบหน้าคมเข้มของฉู่เตี้ยนเฉินเคร่งขรึมลง "ใครอยู่ข้างล่าง?"

ทั้งสองมองตากันด้วยความประหลาดใจ แล้วพุ่งลงไปชั้นล่างทันทีโดยไม่ลังเล!

ชั้นสอง

กลิ่นอายในห้องฝึกซ้อมที่ก่อตัวอย่างรวดเร็ว พุ่งทะยานถึงขีดสุด กระบวนการผลัดเปลี่ยนทั้งหมดกินเวลาครึ่งนาที จากนั้นข้อความแจ้งเตือนของระบบก็เด้งขึ้นในสายตาเจียงฉาน

[ติ๊ง!]

[เลื่อนขั้นสำเร็จ!]

[ยินดีด้วย ท่านได้รับสัตว์เลี้ยงผีตัวใหม่: ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง!]

[คุณภาพ: ระดับ SS!]

[ระดับ: ขั้นสอง ระดับหก!]

[ทักษะผี 1: สระสายฟ้าหกดินแดนร้าง!]

(ระยะครอบคลุม 120 เมตร สร้างความเสียหายจากการถูกสายฟ้ากัดกร่อนและสถานะอัมพาตแก่ศัตรูและภูตผีอย่างต่อเนื่อง พร้อมประทับตราสายฟ้าแห่งดินแดนร้างใส่ฝ่ายตรงข้าม!)

(หมายเหตุ: ภายในขอบเขตสระสายฟ้า จันทร์พิฆาตอัสนีสามารถโจมตีแบบกลุ่มและติดตามเป้าหมายที่มีตราประทับโดยอัตโนมัติ!)

[ทักษะผี 2: กายาสายฟ้าหกดินแดนร้าง!]

(เมื่อเปิดใช้งานกายาสายฟ้า จะได้รับบูสต์ธาตุสายฟ้า 180% ทันที ต้านทานความเสียหายธาตุสายฟ้า และสามารถสลับใช้อาวุธทัณฑ์สายฟ้าทั้งหกชนิดของยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้างได้ตามใจชอบ!)

(หมายเหตุ: หากเปิดใช้งานกายาสายฟ้าภายในขอบเขตสระสายฟ้า จะได้รับบูสต์ธาตุสายฟ้าทบต้นเป็น 360%!)

[คำวิจารณ์: อย่างที่เห็น นี่คือสัตว์เลี้ยงผีธาตุสายฟ้าระดับ SS ที่โคตรเทพ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่ดุดันหรือความสามารถที่เข้าขั้นโกง ก็เก่งกว่าราชาอสูรสายฟ้าอินเป็นสิบเท่า! มันไม่เพียงมอบสองทักษะผีสุดเท่ระเบิดให้ท่าน แต่ยังมอบอาวุธธาตุสายฟ้าทรงพลังหกชนิดให้อีกด้วย!

ในบรรดาอาวุธเหล่านั้น ตราประทับสายฟ้า, ทวนสายฟ้า, แส้สายฟ้า, หมุดสายฟ้า แบ่งเป็นอาวุธสี่ประเภทที่ต่างกัน ล้วนช่วยเพิ่มความเสียหายสายฟ้าได้ ที่น่าพูดถึงคือกลองสายฟ้าและยันต์สายฟ้า อย่างแรกสามารถตีกลองเพื่อสร้างเมฆสายฟ้าในสระสายฟ้าและผ่าสายฟ้าแห่งดินแดนร้างลงมา อย่างหลังเมื่อโจมตีโดนเป้าหมายจะระเบิดสร้างความเสียหายระลอกแรก พร้อมฝังสายฟ้ามืดลงในร่างเป้าหมาย เพื่อจุดระเบิดสายฟ้าระลอกสองได้!

ไม่ต้องสงสัยเลย ผีตัวนี้สามารถวางยาสลบคนทั้งตัวได้ และระเบิดผีให้กระจุยได้ด้วย! เปิดสระสายฟ้าเมื่อไหร่ ท่านก็คือราชาแห่งการหมาหมู่!]

[แต้มภูตเทวะคงเหลือ: 583!]

[...]

สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่ บันทึกไว้ว่า:

"ขุนพลสายฟ้าแห่งเมืองร้าง เผยหยวนเซ่า ยกทัพปราบมังกรบาปแม่น้ำจิง ลักลอบกลืนมุกมังกรจนตกสู่วิถีมาร ชักนำสายฟ้าสวรรค์เก้าชั้นมาทำลายกายทองคำ ไฟสายฟ้าเผากระดูก ความแค้นควบแน่นเป็นวิญญาณ กลายร่างเป็น 'ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง'"

ตอนนี้ หมอกล็อกคอสลายไปแล้ว

ผีที่ปรากฏต่อหน้าเจียงฉาน มีความสูงกว่าหนึ่งจั้ง (3.3 เมตร) หัวเกือบชนเพดานห้องฝึกซ้อม ชายโครงงอกแขนออกมาหกข้าง ถือ 'ทวนสายฟ้า', 'กลองศึก', 'แส้สายฟ้า'; 'ยันต์สายฟ้า', 'ตราประทับสายฟ้า', 'หมุดสายฟ้า' อาวุธหกชนิดที่มีแสงสายฟ้าเจิดจ้า ทั่วร่างมีสายฟ้าสีม่วงดำแล่นพล่าน ขนาดใหญ่ราวกับงู!

ท่อนบนสวมชุดเกราะที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเก่าแก่ ท่อนล่างเป็นลำตัวงูหลามขนาดใหญ่ ปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งแกร่งน่าเกรงขาม บนใบหน้าสวมหน้ากากโลหะ เขี้ยวยาวโง้ง เบ้าตาเผยให้เห็นลูกตาที่สว่างจ้าสีขาวอมฟ้าดุจธารลาวาสายฟ้า

บนศีรษะสวมเครื่องประดับ เหนือหัวมีวังวนสายฟ้าลึกล้ำรวมตัวอยู่ ผมยาวสีม่วงสว่างสยายไปด้านหลังราวกับน้ำตกสายฟ้า ภาพรวมที่เห็น เพียงแค่แรงกดดันที่แผ่ออกมาก็มากพอจะทำให้คนหายใจไม่ออก!

"นี่คือระดับ SS ของฉัน...!"

"ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง!!"

สายตาของเจียงฉานลุกโชน จ้องมองสัตว์ประหลาดมหึมาตรงหน้าตาไม่กะพริบ มองมันเลื้อยร่างงูอันกำยำ กลืนกินศพผีธาตุสายฟ้าหกตัวที่ถูกฟันเละบนพื้นทีละตัว พื้นที่มันเลื้อยผ่านแตกระแหงไหม้เกรียมเหมือนใยแมงมุม สายฟ้าแล่นพล่านไปทุกทิศทาง กลิ่นอายบนร่างยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ!

"อานุภาพขนาดนี้... ต้องบอกเลยว่าที่สัตว์เลี้ยงผีคุณภาพสูงมันหายาก ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลจริงๆ!" หัวใจเจียงฉานเต้นรัวเร็ว

ตามหลักการเลื่อนขั้นทั่วไป การเลื่อนจาก S ไป SS ยากเหมือนปีนขึ้นสวรรค์ อัตราล้มเหลวสูงกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน นี่คือเหตุผลที่หลิงชิงเสวียนรีบห้ามทันทีที่รู้ว่าเจียงฉานจะเลื่อนขั้น [ราชาอสูรสายฟ้าอิน]

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ... เจียงฉานมีโปรโกง

มองดู [ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง] กลืนศพผีทั้งหกตัวจนหมด เจียงฉานรีบสงบจิตใจ แล้วเก็บมันกลับเข้าโลงโลหิต เขาอยากลองพลังของผีตัวนี้ใจจะขาด แต่ห้องฝึกซ้อมนี้คงรับไม่ไหวแน่

"ไว้รอดูตอนแข่งพรุ่งนี้..."

มองสภาพห้องฝึกซ้อมที่เละเทะ เจียงฉานตัดสินใจหันหลังเดินออกมา พอเดินถึงบันได มือถือในกระเป๋าก็สั่น

หยิบออกมาดู เป็นเบอร์ของถานจิ้ง

พอกดรับ ก็ได้ยินเสียงร้อนรนของอีกฝ่ายทันที พร้อมกับเสียงรบกวนที่ดังหนวกหูมาก...

"นายอยู่ไหน?"

"พวกเราโดนล้อมอยู่ที่สนาม!"

"คนเยอะมาก!!"

เจียงฉานเลิกคิ้ว รีบเร่งฝีเท้าทันทีพร้อมถามกลับ "เกิดอะไรขึ้น?"

สิ่งที่เขาไม่เห็นคือ ทันทีที่เขาก้าวลงบันไดไป ก็คลาดกับร่างสองร่างที่พุ่งลงมาจากชั้นบนพอดี...

ฉู่เตี้ยนเฉินและอู่จิงรีบรุดมาถึงห้องฝึกซ้อมที่เจียงฉานเพิ่งใช้ แต่ข้างในกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยไหม้เกรียมบนพื้นและสภาพเละเทะ รวมถึงกลิ่นอายที่ทำให้ใจสั่นสะท้านหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย!

"เมื่อกี้ใครใช้ห้องนี้?"

ฉู่เตี้ยนเฉินถามคนที่เริ่มมุงดูรอบๆ พลังกดดันมหาศาลทำให้ผู้คนหวาดกลัว จนไม่มีใครกล้าตอบอยู่ครู่หนึ่ง สักพักถึงมีคนพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

"เหมือนจะเป็นหัวหน้าทีมหนานเจียง ก่อนหน้านี้ฉันเห็นเขาเดินเข้าโรงเรียน เขาเดินนำหน้าสุด ตอนขึ้นตึกมาเมื่อกี้ ฉันก็เจอเขาอีก..."

ได้ยินดังนั้น ดวงตาที่หยิ่งยโสของฉู่เตี้ยนเฉินก็หรี่ลงเล็กน้อย

เหนือสนามกีฬากว้างใหญ่ไพศาล ท้องฟ้าอาบย้อมด้วยแสงสีแดงระเรื่อ แสงสุดท้ายของดวงตะวันสาดส่องลงมายังสมาชิกทีมหนานเจียงทั้งเก้าคนที่ถูกคนนับร้อยล้อมกรอบจนมิดชิด

ตรงกลางวงล้อมมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น แขนถลอกนิดหน่อยไม่รู้ไปโดนอะไรมา แต่ปากร้องโวยวายเสียงดังลั่นราวกับเจ็บเจียนตาย คนอื่นๆ รอบตัวต่างแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว เรียกร้องให้หลิงชิงเสวียนรับผิดชอบ!

บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิด!

หลิงชิงเสวียนในฐานะรองหัวหน้าทีมหนานเจียง พยายามเจรจากับอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ ส่วนถานจิ้งที่อยู่ด้านหลังรีบฉวยโอกาสส่งข่าวให้เจียงฉาน...

เดิมทีต้องทนทุกข์บนรถไฟมาสองวันหนึ่งคืน ทีมหนานเจียงแค่อยากจะพักผ่อนให้สบาย แต่พอหัวถึงหมอน สนามข้างนอกก็ดันครึกครื้นเหมือนมีงานวัด

เหล่าปรมาจารย์โลงวิญญาณโขยงใหญ่เปิดโลงวิญญาณประจำตัว พาผีคู่กายมาเดินเบ่งอวดศักดา เดินพาเหรดผ่านหน้าต่างห้องพักพวกเขาราวกับเดินแฟชั่นโชว์ บางคนถึงขั้น 'ประลองฝีมือ' กันกลางสนาม งัดสารพัดวิธีมาสร้างความวุ่นวาย สรุปง่ายๆ คือไม่ยอมให้พวกเขาได้หลับได้นอน!

ทุกคนอั้นความแค้นจากการโดนสวี่คุนหลอกปั่นหัวมาทั้งบ่าย พอมาโดนรังแกหยามหน้ากันขนาดนี้ ฟางล่าปาผู้ใจร้อนก็ระเบิดลงทันที คว้าค้อนวิ่งออกไป 'คุยด้วยเหตุผล' เสียเลย!

แต่พอเธอโผล่ออกไป ไอ้หนุ่มนั่นก็ทิ้งตัวลงไปนอนร้องโอดโอยกับพื้น คนรอบข้างก็กรูเข้ามาล้อมเธอไว้ทันที หลิงชิงเสวียนและคนอื่นๆ รีบตามออกไป ผลคือโดนล้อมกันหมด...

"เจียงฉาน ไอ้สวี่คุนนั่นตั้งใจแกล้งเราตั้งแต่จัดให้พักที่นี่แล้ว แถมบังเอิญจริงๆ ครูฝึกหวังก็ถูกเรียกไปประชุม ติดต่อไม่ได้เลย ตอนนี้ทั้งสนามไม่มีอาจารย์สักคน นี่มันจงใจเล่นงานเราชัดๆ!"

เจียงฉานฟังสถานการณ์คร่าวๆ แล้วถามเสียงเข้ม "พวกมันมีกี่คน?"

"ร้อยกว่าคน...!"

บรรยากาศในสนามยิ่งเดือดพล่าน เสียงของถานจิ้งก็ยิ่งร้อนรน "นายอย่าผลีผลามนะเจียงฉาน! พวกมันฮั้วกับปรมาจารย์โลงวิญญาณจากโรงเรียนแถวนี้ไว้แล้ว คนเยอะมาก! นายมาก็สู้ไม่ไหวหรอก! รีบไปตามครูฝึกหวังมาเร็วเข้า หลิงชิงเสวียนบอกว่าเขาน่าจะประชุมอยู่ที่อาคารอเนกประสงค์!"

"โอเค เข้าใจแล้ว!"

เจียงฉานพูดจบก็วางสายทันที

ถานจิ้งกำมือถือที่วางสายไปแล้วแน่น มองหลิงชิงเสวียนที่กำลังเจรจาอย่างหนักอยู่ข้างหน้า และพวกที่กำลังฮึกเหิมบีบวงล้อมเข้ามาเรื่อยๆ ในใจได้แต่ภาวนาให้เจียงฉานรีบพาครูฝึกหวังมาไวๆ

"คนเมืองหนานเจียงไม่มีมารยาทกันขนาดนี้เลยเหรอ? พวกเราซ้อมกันอยู่ดีๆ ยัยทอมนี่ก็ถือค้อนออกมาทำร้ายคนของเราเฉยเลย! วันนี้ถ้าไม่รับผิดชอบ ก็อย่าหวังจะได้ออกไปไหนกันทั้งนั้น!" มีคนตะโกนใส่ร้ายป้ายสี แล้วก็มีเสียงสนับสนุนตามมาเป็นพรวนทันที

ฟางล่าปาอารมณ์ขึ้นปรี๊ด โลงม่วงลอยออกมาด้านหลังพร้อมเสียงหวิง "แม่งเอ๊ย! ใครไม่มีมารยาทรู้อยู่แก่ใจ! ใช้วิธีสกปรกยังจะมีหน้ามาเรียกร้องหาความรับผิดชอบ? มา! เข้ามา! ปู่แปดคนนี้จะให้คำตอบแกเอง!"

ใครจะคิดว่าพอเธอเปิดโลง รอบด้านก็มีเสียงหวิงๆๆ ดังระงม โลงวิญญาณจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้น ทุกคนกดดันเข้ามาอย่างไม่ฟังเหตุผล ทำเอาคนซื่อๆ อย่างเจ้าอ้วนถังปังแทบจะร้องไห้ "พวกนายเกินไปแล้ว! ถ้าหัวหน้าทีมเราไม่อยู่ล่ะก็ ป่านนี้ตบหน้าพวกนายคว่ำไปแล้ว!"

หลัวซานหน้าแดงสลับเขียว ก็พูดเสริมขึ้นมาบ้าง "ถ้าลูกพี่คนนั้นอยู่ที่นี่ จะถึงคิวพวกตัวตลกอย่างพวกแกมาเห่าหอนเหรอ? หมัดเดียวจอด ทุบสัตว์เลี้ยงผีพวกแกเละเป็นโจ๊กแน่!"

ตั้งแต่ครั้งก่อนที่โดนเจียงฉานทุบสัตว์เลี้ยงผีจนเละ หลัวซานก็ยังผูกใจเจ็บมาตลอด แต่ ณ วินาทีนี้... เขาแม่งอยากให้เจียงฉานอยู่ที่นี่กว่าใครเพื่อน แล้วซัดหน้าพวกสวะลูกหมานี่ให้ร่วงทีละคนจริงๆ!

"พวกบ้านนอกคอกนาซมซานมากันเป็นฝูง แต่ขี้โม้เก่งกว่าใครเพื่อน ฉันว่าไอ้หัวหน้าทีมเฮงซวยของพวกแกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด แอบหัวหดไม่กล้าโผล่หัวมาแล้วมั้ง?"

"ขำตายล่ะ! ยังจะมาโม้ว่าหมัดเดียวทุบสัตว์เลี้ยงผีพวกเราเละ? พวกบ้านนอกอย่างพวกแกเคยเห็นสัตว์เลี้ยงผีคุณภาพสูงเยอะขนาดนี้เหรอ? รู้จักชื่อครบทุกตัวรึเปล่าเหอะ?"

"อย่าพล่ามมาก ยัยทอมนั่นทำคนของเราเจ็บ ให้มันไสหัวออกมาให้พวกเรากระทืบสักที เรื่องจะได้จบ ไม่งั้นวันนี้พวกแกไม่ได้กลับออกไปสักคน!"

เสียงเอะอะโวยวายดังกระหึ่มเหมือนน้ำป่า กลบเสียงของทีมหนานเจียงจนมิด วงล้อมที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ กดดันจนพื้นที่ของพวกเขาหดเล็กลง นี่มันจงใจบีบให้คนทีมหนานเจียงลงมือชัดๆ!

หลิงชิงเสวียนโกรธมาก! แต่รู้ดีว่าถ้าลงมือเมื่อไหร่ อีกฝ่ายจะมีข้ออ้างสวนกลับทันที จำนวนคนต่างกันขนาดนี้ ฝั่งเราไม่มีทางชนะ!

เจียงฉานไม่อยู่ ในฐานะรองหัวหน้า เธอต้องคิดให้รอบคอบ! ดังนั้นเธอจึงได้แต่อดกลั้น และเตือนทุกคนข้างหลังว่าอย่าผลีผลาม แค่ถ่วงเวลาจนกว่าเจียงฉานจะพาครูฝึกหวังมาได้ก็พอ...

ทว่า สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น พวกมันเล็งเป้าไปที่ 'ถังระเบิด' อย่างฟางล่าปาและฮุ่ยหมิง ยั่วยุทั้งสองคนอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดระเบิดก็ทำงาน...

"ตูม!!"

สิ้นเสียงคำราม ฮุ่ยหมิงก็เปิดร่างธรรมสี่แขนสูงกว่าหนึ่งจั้ง กำหมัดเท่ากระสอบทรายเข้าแลกกับพวกมัน ฟางล่าปาก็ไม่ยอมน้อยหน้าคว้าค้อนออกมา ตามด้วยเจียงหงเหมียนและหลัวซาน...

"เวรเอ๊ย! ไอ้พวกบ้านนอกนี่กล้าลงมือทำร้ายคนเรอะ! ขี่หัวกันเกินไปแล้ว!"

"พี่น้อง เปิดโลงวิญญาณให้หมด! ให้ไอ้พวกเต่าล้านปีจากเมืองหนานเจียงมันเห็นเป็นบุญตาหน่อย ว่าโลงวิญญาณชั้นสูงแม่งเป็นยังไง! สัตว์เลี้ยงผีชั้นสูงแม่งเป็นยังไง!"

"รังแกกันเกินไปแล้ว! จัดการมัน!!"

ทันใดนั้น

สนามกีฬาก็กลายเป็นจลาจลย่อมๆ

สวี่คุนมองดูเหตุการณ์จากระยะไกล ใบหน้าเผยรอยยิ้มสมใจ "ไม่กลัวหรอกที่พวกแกลงมือ กลัวพวกแกไม่ลงมือมากกว่า!"

เขาสร้างกลุ่มแชตไว้ล่วงหน้า ติดต่อปรมาจารย์โลงวิญญาณจากโรงเรียนมัธยมแถวๆ นี้ แถมยังจัดตารางเวรยามไว้เสร็จสรรพ กะจะให้เปิดโลงโชว์ผีผลัดกันเล่นงานทีมหนานเจียงยันเช้า ให้พรุ่งนี้ไม่มีแรงแข่ง

แต่ไม่นึกว่าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฟางล่าปาก็ทนไม่ไหวออกมา 'คุยด้วยเหตุผล' ซะแล้ว เข้าทางเขาพอดีเป๊ะ "ถ้าพวกแกไม่กล้าลงมือ ก็เตรียมตัวคุกเข่าในการแข่งพรุ่งนี้ได้เลย..."

ตูม... กลางสนามระเบิดแสงสีทองอร่าม หลิงชิงเสวียนเปิดโลงทองประจำตัว กลิ่นอายอันแหลมคมกดข่มรัศมีรอบข้างลงทันที แม้จะอยู่ห่างออกไปเกือบครึ่งสนาม สวี่คุนก็ยังรู้สึกหนาวสะท้าน

"สมกับเป็นโลงทองจริงๆ... แต่จะใช้แค่นี้งัดกับคนเป็นร้อย จุ๊ๆ ไม่เจียมตัว!"

แผนของสวี่คุน แน่นอนว่าไม่ได้กะจะกำจัดทีมหนานเจียงทิ้ง เพราะพรุ่งนี้ทีมเฉียนหลัวยังรอใช้พวกบ้านนอกนี่เป็นบันไดเหยียบขึ้นไปอยู่

เขาทำแบบนี้ก็เพื่อตัดกำลังและสภาพร่างกายของทีมหนานเจียงให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งล้วงข้อมูลการจัดทัพสัตว์เลี้ยงผีของพวกนั้น รวบรวมส่งให้ทีมเฉียนหลัว

"เกาเจ๋อบอกว่าถ้าฉันจัดการเรื่องนี้ได้สวย เขาจะช่วยหาโควตาเข้าสถาบันเฉียนหลัวให้ พรสวรรค์ระดับฉันจะไปสถาบันชั้นนำอย่างเมืองขุยหวงคงฝันเกินตัว แต่สถาบันเฉียนหลัวก็ถือเป็นสถาบันชั้นหนึ่งเหมือนกันนะ... หึหึ"

สวี่คุนกำลังฝันหวาน จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่น ประตูเหล็กที่เขาแขวนป้าย 'ปิดชั่วคราว' ถูกเตะปลิวจากทางเข้าสนามไปไกลกว่าสิบเมตร เขาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เห็นร่างสูงสง่าก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในสนาม!

"เจียงฉาน?!"

สวี่คุนหนังตากระตุกรัว สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาน้ำแข็งทับอก เขาปล่อยโลงเขียวและสัตว์เลี้ยงผีออกมาทันทีโดยไม่ลังเล

ทว่าเจียงฉานเพียงแค่พลิกมือเบาๆ ตราประทับสายฟ้าอันเจิดจ้าก็ฟาดลงมาตูมสนั่น สัตว์เลี้ยงผีด้านหลังของเขาระเบิดเละ แรงสะท้อนกลับรุนแรงถาโถมเข้าใส่ทันที สวี่คุนหน้าซีดเผือดดั่งกระดาษทอง เลือดทะลักออกปากและจมูก!

ความลำพองใจบนใบหน้าเขาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวจนหมดสิ้น แต่เจียงฉานกลับไม่ชายตามองด้วยซ้ำ ตอนเดินผ่านก็เตะเปรี้ยงเข้าให้ ราวกับเตะหมาจรจัดข้างทาง... ผัวะ! เขาปลิวไปไกลหลายจั้ง นอนตายคาที่เหมือนหมาตาย!

ตั้งแต่เจียงฉานก้าวเข้าสนามจนเตะสวี่คุนปลิว กินเวลาแค่ไม่กี่วินาที กลุ่มคนที่ตะลุมบอนกันอยู่ข้างหน้าก็ถูกดึงความสนใจมาทางนี้ทันที...

"หัวหน้าเจียง!"

ใบหน้าของสมาชิกทีมหนานเจียงทั้งเก้าเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างที่สุด แม้แต่หลัวซานที่ในใจไม่พอใจเจียงฉานร้อยแปดพันเก้า วินาทีนี้เขาก็ยังตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น!

"ลูกพี่ ในที่สุดก็มาแล้ว!"

"พวกเราจะโดนยำตายอยู่แล้ว!!"

พวกเขาทั้งเก้าคนถูกขังอยู่ในสนาม หนีไปไหนไม่ได้ ต้องรับมือกับการรุมกินโต๊ะของคนนับร้อย ไม่นานก็เริ่มตึงมือ อีกฝ่ายไม่ได้กะเอาถึงตาย เน้นตัดกำลังและทรมาน เหมือนฝูงแมลงวันที่ตอมไม่เลิก!

ประเด็นคือพวกเขาไม่กล้าใช้ท่าไม้ตายด้วยสิ ตอนนี้มันคือการทะเลาะวิวาท แต่ถ้ามีคนตายขึ้นมามันจะเป็นคนละเรื่องเลย ทำได้แค่ตั้งรับ แรงกายและพลังวิญญาณก็ลดฮวบๆ!

ในตอนที่พวกเขามืดแปดด้าน เจียงฉานก็เตะประตูสนามที่ล็อกไว้อย่างแรงจนเปิดออก ราวกับพระมาโปรด ทุกคนดีใจจนน้ำตาแทบไหล!

แต่หลังดีใจได้แป๊บเดียว ถานจิ้งก็นึกขึ้นได้ "แล้วครูฝึกหวังล่ะ?"

"โรงเรียนเฮงซวยนี่ใหญ่เกิน ขี้เกียจหา"

เจียงฉานพูดเสียงขรึม ก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า "ตอนนี้ พวกเธอช่วยถอยไปหน่อย ที่เหลือให้ฉันจัดการไอ้พวกสวะนี่เอง!"

ฝีเท้าที่มั่นคงยังคงก้าวเดิน โลงโลหิตขนาดมหึมาลอยออกมาจากด้านหลัง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้น สยบรัศมีของโลงวิญญาณนับร้อยในสนามลงจนราบคาบในพริบตา!

นี่คือ... โลงโลหิตต้องห้าม!!

หลายคนหน้าถอดสีทันที แต่แล้วก็มีคนตะโกนขึ้น "แม่งเอ๊ย! กร่างนักนะ! พวกเราคนตั้งเยอะจะไปกลัวมันคนเดียวทำไมวะ?!"

ทันใดนั้นก็มีเสียงปลุกระดมตามมาอีกเพียบ "ทุกคนไม่ต้องกลัว! ไอ้เด็กนี่ก็แค่พวกบ้าเลือด! มีเวลาไม่ไปตามคนมาช่วย ดันวิ่งมาตายเองซะงั้น!"

"หัวหน้าทีมหนานเจียงสินะ? เมื่อกี้กูยังกล้าซัดกับโลงทองเลย ตอนนี้ขอลองของหน่อยซิว่าโลงโลหิตต้องห้ามของมึงจะมีน้ำยาแค่ไหน!"

"จัดมัน! ลุยพร้อมกันเลย!!"

ตูม!

ปรมาจารย์โลงวิญญาณกว่าร้อยคนโห่ร้องทิ้งหลิงชิงเสวียนและคนอื่น หันมากรูเข้าใส่เจียงฉานเป็นฝูงผึ้งแตกรัง กลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดทำเอาพื้นสนามสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทีมหนานเจียงเห็นแบบนั้นก็ใจหายวาบไปอยู่ที่ตาตุ่ม!

ทว่า เจียงฉานเผชิญหน้ากับภาพนี้ กลับกระตุกยิ้มเย็นที่มุมปาก "จะหมาหมู่เหรอ? งั้นมาลองเจอนี่หน่อย!"

สิ้นเสียง ร่างกำยำหกแขนถืออาวุธสายฟ้าครบมือ ก็เลื้อยออกมาจากโลงโลหิตด้านหลัง หัวหนุนวังวนสายฟ้า กายสวมเกราะสายฟ้า!

ระดับ SS... ยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้าง!!

มันปรากฏตัวด้านหลังเจียงฉานยืนตระหง่านดุจปีศาจ สายฟ้าสีม่วงดำขนาดใหญ่แล่นพล่านออกจากร่างกำยำ พื้นดินรอบๆ แตกระแหงไหม้เกรียมเป็นใยแมงมุม!

กลิ่นอายที่น่ากลัวสุดขีดปกคลุมไปทั่วสนามในพริบตา ฝูงชนที่กรูเข้ามาอย่างดุดันเมื่อครู่ ต่างหัวใจเต้นแรงขนลุกซู่ไปทั้งตัว! บางคนคิดจะถอยหนีทันทีโดยไม่ลังเล!

แต่ว่า... สายไปแล้ว!

ลาวาสายฟ้าหนืดสีม่วงดำ แผ่ขยายออกจากใต้เท้าเจียงฉานราวกับคลื่นยักษ์ พกพากลิ่นอายสายฟ้าแห่งดินแดนร้างที่ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ครอบคลุมรัศมี 120 เมตรในชั่วพริบตา กลืนกินคนส่วนใหญ่เข้าไปในนั้นทันที!

"หกดินแดนร้าง... สระสายฟ้า!!"

จบบทที่ บทที่ 201: สระสายฟ้า... เปิด!! (ตอนรวมสามบท)

คัดลอกลิงก์แล้ว