- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 196: เธอหลงตัวเองไปหน่อยนะ
บทที่ 196: เธอหลงตัวเองไปหน่อยนะ
บทที่ 196: เธอหลงตัวเองไปหน่อยนะ
"กายาปุยเมฆของนายนี่มัน...?"
"ขั้นสมบูรณ์แบบ??!"
"ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะว้อย!!!"
เวลานี้ ความรู้สึกของหวังเหมิ่งพลิกคว่ำคะมัน!
ตอนแรกเขาแค่คิดจะกู้หน้าตัวเองสักหน่อย กะว่าเรื่องโลงวิญญาณฉันสอนนายไม่ได้ งั้นฉันสอนเรื่องจุดอ่อนนายก็คงได้ใช่มั้ยล่ะ?
แต่พอเจียงฉานเอาดาบพาดคอเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็เริ่มรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังดื้อรั้นจะเอาชนะ จนกระทั่งสงบสติอารมณ์ได้ ถึงรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน... กายาปุยเมฆ!
"ความเชี่ยวชาญใน 'กายาปุยเมฆ' ของเจียงฉานทิ้งห่างฉันไปสิบแปดช่วงตึก ที่เขาเชี่ยวชาญคือ... กายาปุยเมฆขั้นสมบูรณ์แบบ!!"
หวังเหมิ่งเปรียบเทียบความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในวิชานี้ของตัวเองเป็นแค่บ่อน้ำ ถ้าอย่างนั้นความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของเจียงฉานก็คือมหาสมุทร ดังนั้นไม่ว่าเขาจะพลิกแพลงยังไง ก็ถูกขอบเขตพลังของเจียงฉานครอบงำได้ทั้งหมด!
แต่ว่า... เจียงฉานเพิ่งได้คัมภีร์วิชานี้มานานแค่ไหนกันเชียว??
หวังเหมิ่งฝึกฝนวิชานี้มาหลายปี เขาย่อมรู้ดีถึงความซับซ้อนและลึกซึ้งของมัน ขนาดฝึกมา 12 ปี เขายังแค่บรรลุขั้นต้น เพิ่งจะแตะขอบขั้นที่สอง 'กายาเกล็ดหิมะ' ได้อย่างยากลำบาก
วรยุทธ์ ก็คือความพยายามที่สะสมวันแล้ววันเล่าแบบนี้แหละ
แต่เจียงฉานทำยังไงถึงฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบได้ในเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน? นี่มันทำลายความรู้ความเข้าใจของหวังเหมิ่งอย่างสิ้นเชิง!
แต่พอลองคิดดูอีกที จู่ๆ เขาก็นึกถึงตอนอยู่ด่านเป่ยหมาง เจียงฉานก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันฝึก 'สามกระบวนท่าพิฆาตผี' จนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบไม่ใช่เหรอ? แถมยังต่อยอดไปถึงท่าที่สี่ ท่าที่ห้าได้อีก!
"หรือว่าไอ้หนูนี่จะเป็นอัจฉริยะจริงๆ? ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ด้านโลงวิญญาณที่ไม่เคยมีมาก่อน พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ก็หาตัวจับยากด้วย!"
หวังเหมิ่งย่อมรู้จักคำว่า 'บรรลุฉับพลัน' ดี แถมยังรู้ซึ้งกว่าพวกหลิงชิงเสวียนเสียอีกว่าสภาวะนี้หายากแค่ไหน อย่างน้อยตัวเขาเองที่คลุกคลีกับวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก จนป่านนี้สี่สิบปีแล้ว ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนั้นเลยสักครั้ง
จากนั้น เขาก็นึกถึงความอวดดีของตัวเองเมื่อครู่ ที่จะสอนให้เจียงฉานเข้าใจคำว่า 'กายาปุยเมฆ' พอนึกถึงตรงนี้หน้าแก่ๆ ของเขาก็ร้อนผ่าว เมื่อกี้มั่นหน้าไว้แค่ไหน ตอนนี้หน้าก็แหกยับแค่นั้น...
"ครูฝึกหวัง ดูให้ดีๆ อย่าเหม่อ!"
เสียงราบเรียบของเจียงฉานดึงสติหวังเหมิ่งกลับมา เขาตั้งใจจะหยุดแล้วยอมแพ้ แต่ตอนนั้นเองกลับพบว่า ท่าเท้าของเจียงฉานจงใจชี้นำเขา...
ทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้าง เขาติดแหง็กอยู่หน้าประตูขั้นที่สอง 'กายาเกล็ดหิมะ' มาหลายปีแล้ว ก้าวข้ามไปไม่ได้สักที แต่ตอนนี้ พอมองการเคลื่อนไหวที่เจียงฉานจงใจทำให้ช้าลง ในใจเขากลับเกิดปัญญาญานวูบหนึ่งขึ้นมา
"ครูฝึกหวัง ตาครูไล่จับผมบ้าง!"
เจียงฉานพูดจบก็เก็บดาบพิฆาตผี ร่างกายพลิ้วไหวราวกับเกล็ดหิมะต้องลม หวังเหมิ่งหายใจถี่ รีบก้าวเท้าตามจังหวะของเจียงฉานไปทันที
ในมุมมองของพวกเจียงหงเหมียน ท่าเท้าหนักอึ้งเหมือนพายุพัดใบกล้วยของหวังเหมิ่ง จู่ๆ ก็ดูเบาสบายขึ้นมา เหมือนได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง สีหน้าทุกคนเริ่มแปลกๆ
"ให้ตายสิ! ตกลงใครสอนใครกันแน่วะเนี่ย??"
เวลานี้หวังเหมิ่งจิตใจจดจ่อแน่วแน่ ไม่สนแล้วว่าใครจะคิดยังไง สมาธิทั้งหมดอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงท่าเท้าของเจียงฉาน
เขาเดินตามหลังเจียงฉานทุกฝีก้าว การเคลื่อนไหวของเท้าลื่นไหลขึ้นเรื่อยๆ ปัญญาญานในใจชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ประตูบานนั้นที่เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูมานานหลายปี ในที่สุดวินาทีนี้ มันก็เปิดอ้ารับเขาอย่างกึกก้อง...
"ขั้นที่สอง... กายาเกล็ดหิมะ!"
หวังเหมิ่งตื่นเต้นจนแทบจะคุกเข่ากราบเจียงฉานกลางสนาม!
คนดูรอบๆ แม้จะไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกับหวังเหมิ่ง แต่ก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเขาได้ไม่ยาก
มองแวบแรก รัศมีพลังของเขาดูเบาสบายและคล่องแคล่วกว่าความเคร่งขรึมหนักแน่นแบบเดิม ชัดเจนว่าเข้าใจ 'กายาปุยเมฆ' ลึกซึ้งขึ้น ระดับฝีมือยกระดับไปอีกขั้น!
ภาพนี้ทำเอาพวกหลิงชิงเสวียนนั่งไม่ติด ครูฝึกสอนนักเรียนเป็นเรื่องปกติ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนักเรียนสอนครูฝึก แถมยังทำให้ครูฝึกบรรลุขั้นได้กลางสนามเนี่ยนะ??
ไม่รอช้า หลายร่างพุ่งเข้าไปกลางสนามพร้อมกัน หลิงชิงเสวียนชักกระบี่ดังเช้ง ขอให้เจียงฉานสอนท่า 'กระเรียนทะยานฟ้า' ให้เดี๋ยวนี้!
เจียงหงเหมียนรีบเอาทวนขวาง อยากจะแลกเปลี่ยนวิชาทวนกับเจียงฉาน ส่วนฟางล่าปากับฮุ่ยหมิงนั้นง่ายกว่ามาก คนหนึ่งแบกค้อน อีกคนกำหมัดเท่ากระสอบทราย คำเดียวสั้นๆ... ท้าดวล!!
อย่าถาม
ถามไปก็ตอบได้แค่ว่า ทุกคนกระหายความก้าวหน้าเหลือเกิน!
ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว เที่ยงวันหวังเหมิ่งสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดมาส่ง ทุกคนรีบกินรีบจัดการ แล้วช่วงบ่ายก็มาฝึกซ้อมกับเจียงฉานต่อ จนถึงหกโมงเย็น ครูฝึกหวังถึงประกาศเลิกซ้อม
เห็นทุกคนยังทำท่าเสียดาย เจียงฉานรีบชิ่งหนีทันที วันนี้เกือบโดนสูบจนแห้ง แต่ก็ถือว่าช่วยยกระดับฝีมือโดยรวมของตัวจริง... และครูฝึกได้ระลอกหนึ่ง
เดินออกจากสนามกีฬา พระอาทิตย์ตกดินย้อมเมืองหนานเจียงเป็นสีส้มแดง เจียงฉานสูดหายใจลึกเข้าปอดมองท้องฟ้าสีแดงระเรื่อ ลมเย็นๆ พัดปะทะใบหน้า รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าหายไปเยอะ
"พี่สะใภ้คนสวยต้องทำกับข้าวอร่อยๆ รอฉันอยู่แน่ๆ..."
พ่นลมหายใจ เขารีบเดินไปที่ป้ายรถเมล์ แต่มีเสียงฝีเท้าไล่หลังตามมา
ตึกตึกตึก... ถานจิ้งวิ่งมาทันเจียงฉาน เดินเคียงข้างเขา
"มีอะไร?"
เจียงฉานปรายตามอง ขาไม่หยุดเดิน
ถานจิ้งเดินตามเขาตอบว่า "เมื่อเช้านายบอกให้ฉันมาหาเป็นการส่วนตัว"
"อ้อ... ลืมไปเลย"
เจียงฉานตบหน้าผาก แล้วหยิบสมุดเย็บเล่มฉบับคัดลอกออกมาจากมิติสุสานดาบ
"เอาไป"
"?!"
พอมองเห็นของที่เจียงฉานยื่นให้ สายตาของถานจิ้งก็ชะงักค้าง "วิชาบำเพ็ญเพียร... ระดับสอง... คุณภาพ A...?!"
นี่คือ เคล็ดวิชาคลื่นกำเนิด ระดับ A ที่เจียงฉานแลกมาในคืนสุดท้ายของการฝึกพิเศษที่ด่านเป่ยหมาง เดิมทีเขาคิดจะเก็บไว้เป็นไพ่ตาย แต่ตอนนี้เขามี บทอรรถาธิบายที่แท้จริงแห่งทวารปฐพีและบัญญัติสวรรค์เสวียนหวง ระดับ SSS แล้ว
"ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก!"
ถานจิ้งเหมือนเผลอไปแตะขอบหม้อน้ำแกงเดือด หดมือกลับทันที เอามือไพล่หลังอย่างเกรงใจ
"เรื่องมากจริง!"
เจียงฉานขี้เกียจพูดมาก คว้ามือถานจิ้งมายัดของใส่มือเธอ เห็นท่าทางต่อต้านสุดฤทธิ์ของเธอ ก็นึกอะไรขึ้นได้ แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำไม? กลัวฉันชวนเธอผสานหยินหยางรึไง?"
"ไม่ใช่นะ..."
แก้มไร้อารมณ์ของถานจิ้งขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ พูดเสียงเบาว่า "วิชาบำเพ็ญเพียรเล่มนี้มันแพงเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้..."
วิชาบำเพ็ญเพียรระดับสอง คุณภาพ A ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้าน เจียงฉานยื่นให้ง่ายๆ แบบนี้ ทำเอาถานจิ้งตกใจมาก
เธอติดอยู่ที่ขั้นหนึ่ง ระดับเก้ามาหลายวัน จะบอกว่าไม่อยากได้ก็คงโกหก
แต่หลักการและขอบเขตของเธอ ไม่อนุญาตให้รับของมีค่าขนาดนี้ฟรีๆ โดยไม่มีเหตุผล
"เธอหลงตัวเองไปหน่อยนะ ฉันขายให้ ไม่ได้ให้ฟรี ไม่ใช่ญาติใช่เชื้อจะให้ฟรีทำไม ฉันไม่ได้บ้านะ?"
"ห๊ะ?" ถานจิ้งงง
"ฉันเห็นแก่ที่เธอเป็นตัวสำรองทีมเมล็ดพันธุ์ ถือเป็นเพื่อนร่วมทีมครึ่งคน เลยกะจะขายให้ 880,000 กะว่าให้เธอเอาไปอัพเกรดฝีมือ เผื่ออาทิตย์หน้าแข่งจริงจะได้มีบทบาทบ้าง นึกไม่ถึงว่าเธอจะไม่เห็นค่า ไม่ซื้อก็ช่าง"
เจียงฉานทำท่าจะเก็บคืน ถานจิ้งรีบยื่นมือไปคว้าไว้... ยื่นสองมือไปคว้า "แต่... ฉันมีเงินไม่พอ..."
"เขียนสัญญากู้ยืม ผ่อนจ่ายฉัน แถมอีกข้อ ในฐานะเจ้าหนี้ ก่อนจะใช้หนี้หมด เธอต้องเชื่อฟังฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข ปฏิบัติตามคำสั่งฉันทุกอย่าง ทำได้มั้ย?"