- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 191: การแข่งทีมก็คือ ฉัน อัดพวกแกทั้งหมด!
บทที่ 191: การแข่งทีมก็คือ ฉัน อัดพวกแกทั้งหมด!
บทที่ 191: การแข่งทีมก็คือ ฉัน อัดพวกแกทั้งหมด!
หลิงชิงเสวียน ฟางล่าปา และเจียงหงเหมียน สามคนที่เคยรุมเจียงฉานในรอบคัดเลือกแล้วแพ้ กลับมาคราวนี้ต่างคนต่างก็พัฒนาฝีมือขึ้น ตอนนี้รู้ใจกันโดยไม่ต้องนัดหมาย จับกลุ่มมายืนตรงข้ามเจียงฉาน ทั้งสามสาวทำหน้ากระหายอยากลองของ
ฮุ่ยหมิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง คราวก่อนโดนเจียงฉานต่อยฟันร่วงไปสองซี่ เมื่อกี้เข้ามาก็อยากจะหาเรื่องเจียงฉานอยู่แล้ว คราวนี้ได้โอกาสเหมาะเหม็ง เดินตรงไปเข้ากลุ่มหลิงชิงเสวียนอย่างไม่ลังเล
ส่วนหลัวซาน ตั้งแต่ตามครูฝึกหวังเข้ามายังไม่พูดสักคำ ตอนนี้เขาชำเลืองมองเจียงฉานที่เดินเข้ามา แววตาฉายความอำมหิต แล้วเดินตรงไปเข้ากลุ่มหลิงชิงเสวียน ครบห้าคนพอดี
ที่เหลืออย่างเซียวจิ้น ถังปัง ถานจิ้ง หยางเสี่ยวหม่าน... ก็ตกมาอยู่ทีมเจียงฉานโดยปริยาย
เทียบกับฝั่งหลิงชิงเสวียนที่แต่ละคนคันไม้คันมือ ฝั่งเจียงฉานกลับดูสงบนิ่งเป็นพิเศษ เซียวจิ้นยืนถือขลุ่ยยาว ปิดตาดูสุภาพเรียบร้อย เหมือนคนหลุดโลกที่ไม่ยุ่งทางโลก
หยางเสี่ยวหม่านสายตาหวาดกลัว ตัวหดไปหลบหลังเจียงฉาน ดูเหมือนเด็กสายศิลป์ที่หลงมาผิดกองถ่าย ถานจิ้งยืนชิดเจียงฉานหน้าตาย ส่วนเจ้าอ้วนถังปังทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัว นั่งกินลูกอมนมบนพื้นอย่างไม่แคร์สายตาใคร
สองทีมแยกกันคนละฝั่งในสนามฝึกซ้อม ห้าคนฝั่งหลิงชิงเสวียนดูเหมือนกองทัพที่ฮึกเหิมพร้อมรบ ส่วนห้าคนฝั่งเจียงฉานดูเหมือนกองโจรจับฉ่ายมารวมตัวกัน
หวังเหมิ่งที่ข้างสนามดูเวลาถอยหลังจนเป็นศูนย์ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ออกคำสั่งเสียงหนักแน่น
"เริ่ม!"
สิ้นเสียงหวังเหมิ่ง... ฟู่!!
ควันขาวหนาทึบของม่านมายาพวยพุ่งออกมาจากใต้เท้าเจียงฉานอย่างรวดเร็ว เหมือนตอนแข่งรอบคัดเลือกเปี๊ยบ ฝั่งตรงข้ามห้าคน มีสี่คนที่เคยเจอฤทธิ์เดชม่านมายานี้มาแล้ว ต่างเตรียมรับมือไว้อย่างดี
เห็นม่านมายาประหลาดแผ่ขยายออกมา สามสาวหลิงชิงเสวียนเรียกโลงวิญญาณขนาดใหญ่ออกมาด้านหลัง แล้วถอยทิ้งระยะห่างทันที แต่ฮุ่ยหมิงกลับทำตรงกันข้าม วิ่งตึงตังๆ พุ่งเข้าใส่ในม่านมายาอย่างบ้าบิ่น
ฮุ่ยหมิงจำตำแหน่งเจียงฉานไว้แม่น ระยะห่างมากสุดไม่เกิน 10 เมตร เขาเปิดใช้งานร่างธรรมสี่กร ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นจนสูงกว่า 3 เมตร สูงกว่าคราวก่อนเสียอีก นี่แหละคือไม้ตายที่ทำให้เขามั่นใจอยากจะซัดกับเจียงฉานให้รู้ดำรู้แดง
ระยะสิบเมตรแค่ก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึง แต่พอฮุ่ยหมิงพุ่งเข้าไปทุบหมัดลง กลับวืดเต็มเปา ทุบพื้นสนามจนสะเทือนเลือนลั่นดังตูม เขาขบกรามถ่มน้ำลายอย่างหงุดหงิด "มุกน่ารำคาญนี่อีกแล้ว!"
ดวงตาสีแดงคล้ำดั่งยักษ์ผมแดงกวาดมองรอบตัว เห็นแต่หมอกควันขาวโพลน ไร้เงาเจียงฉานและพรรคพวก เขาพยายามกลั้นหายใจเพ่งสมาธิจับความเคลื่อนไหวในม่านมายา แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น คราวก่อนเขายังพอจับตำแหน่งจากเสียงในม่านมายาได้
แต่คราวนี้... หมอกควันประหลาดไม่เพียงบดบังสายตา เหมือนจะปิดกั้นการได้ยินของเขาไปด้วย เขาเดินกระทืบเท้าตึงตังๆ วนหาในหมอกควันขาวโพลนรอบตัว แต่ได้ยินแค่เสียงหายใจหอบหนักๆ ของตัวเอง และเสียงหัวใจเต้นแรงดั่งกลองรัวในอก
ความอดทนของเขาขาดผึงทันที
"เจียงฉาน!"
"กล้าโผล่หัวมาสู้กับข้าตรงๆ มั้ยวะ?!"
สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงันดั่งความตาย
เจียงฉานเดินทอดน่องอย่างใจเย็นผ่านไปไม่ไกล ในมุมมองของเขา ฮุ่ยหมิงวิ่งผิดทิศตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้ก็แค่ระบายอารมณ์ใส่หมอกควันที่ว่างเปล่าอย่างน่าสมเพช
ปล่อยเจ้ายักษ์นี่ไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องไปปะทะตรงๆ รอให้เวลาร่างยักษ์ของมันหมด ก็ถึงเวลาที่มันต้องตกรอบ ตอนนี้ เจียงฉานมีเป้าหมายชัดเจน เดินตรงไปหาอีกร่างหนึ่ง...
"เกิดอะไรขึ้น??"
หลัวซานไม่เคยเห็น [เติงเยียนเสีย] ของเจียงฉาน ปฏิกิริยาเลยช้าไปครึ่งจังหวะ ถูกความขาวโพลนกลืนกินในพริบตา เขาตกใจโดยไม่มีสาเหตุ โลงม่วงด้านหลังสั่นสะเทือน ผีร่างทองแดงโบราณก้าวออกมาจากข้างในทันที
[ชื่อผี: อรหันต์ศพทองแดง]
[คุณภาพ: ระดับ A]
[ระดับ: ขั้นหนึ่ง ระดับเจ็ด]
ข้อมูลของผีตนนี้เด้งขึ้นมาในสายตาเจียงฉาน
สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่ บันทึกไว้ว่า:
"รัชศกเจียจิ้ง โจรสลัดญี่ปุ่นรุกราน วัดเส้าหลินใต้หล่อสิบแปดมนุษย์ทองคำพิทักษ์วัด พระนักบู๊ฉายา 'ปู้คง' ระบายความแค้นส่วนตัว หลอมหัวโจรสลัดญี่ปุ่นลงในน้ำทองแดง หล่อเป็นรูปอรหันต์ตาเบิกโพลง คาดไม่ถึง รูปทองแดงเกิดจุดดำคล้ายรอยศพ ออกอาละวาดดั่งศพเดินได้ยามค่ำคืน กัดกินพระสงฆ์ ทำลายวัด กระดูกทองแดงเอ็นเหล็ก ดาบหอกทำอันตรายไม่ได้"
"หาผีป้องกันระดับ A มาได้อีกแล้วเหรอ บ้านนายรวยจริงแฮะ แต่ถามหน่อย นายจะกลัวตายอะไรขนาดนั้น?" เสียงเย้ยหยันของเจียงฉานดังขึ้นในหมอกขาว หลัวซานหน้าบิดเบี้ยวทันที ชัดเจนว่านึกถึงความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"หุบปาก เจียงฉาน จะสู้ก็เข้ามา!"
ทันใดนั้น ผิวหนังของเขาก็ปรากฏสีทองแดงโบราณที่ดูแข็งแกร่ง พริบตาเดียวเขาก็กลายเป็นร่างอรหันต์ที่แผ่ไอผีออกมา แต่ [อรหันต์ศพทองแดง] ด้านหลังเขานั้นสูงใหญ่กว่า ไอผีเข้มข้นกว่ามาก
"ฉันยอมรับว่าสัตว์เลี้ยงผีระดับ SSS ของนายเก่ง แต่พระทองแดงของฉันก็ไม่ใช่เล่นๆ ความถึกทนของมันเกินกว่าที่นายจะจินตนาการได้!"
หลัวซานปากเก่ง แต่แววตาซ่อนความกลัวไว้ไม่มิด ภาพสยองที่โดนเจียงฉานทุบผีเละคามือสองตัวคราวก่อน กลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขา
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาพอจะมั่นใจได้บ้างคือ [อรหันต์ศพทองแดง] เป็นผีสายป้องกันแท้ๆ ความแข็งแกร่งเหนือกว่า [ผียักษ์แผลใต้] เสียอีก
บวกกับไพ่ตายที่กำไว้ในมือ เขามั่นใจ... ขอแค่เจียงฉานกล้าโผล่หัวออกมา เขาจะระเบิดพลังจัดการในรวดเดียว!
คิดได้ดังนั้น ความกลัวในตาหลัวซานก็สงบลง คราวนี้เขาไม่เพียงจะล้างอาย แต่จะยึดตำแหน่งหัวหน้าทีมเมล็ดพันธุ์มาด้วย! จะทำให้ไอ้คนอวดดีนี่รู้ซึ้งว่า ผู้มีความสามารถเท่านั้นถึงจะคู่ควร!
"นายมีผีแค่ตัวเดียวเหรอ?"
“AB” เจียงฉานหยุดห่างออกไปสามเมตร มองท่าทางระแวดระวังเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของหลัวซาน แล้วพูดต่อ "คราวก่อนนายมีระดับ A ตัวนึง ระดับ B ตัวนึง ด้วยนิสัยอย่างนาย หาของใหม่มาทั้งทีคงไม่แย่ไปกว่าเดิมหรอก ปล่อยออกมาพร้อมกันเลยสิ"
"เจาะเกราะพระทองแดงของฉันให้เข้าก่อนเถอะ!" หลัวซานไม่หลงกล
เจียงฉานแค่นหัวเราะตอบกลับ "ให้โอกาสแล้วไม่รู้จักใช้ งั้นก็นั่งชิงช้าเล่นไปคนเดียวเถอะ... เปาะ!"
เสียงดีดนิ้วดังกรุ๊บ ทันใดนั้น โซ่สนิมเขรอะสองเส้นก็ห้อยลงมาจากหมอกควันด้านบน คล้องคอหลัวซานกับ [อรหันต์ศพทองแดง] ของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วดึงลอยขึ้นกลางอากาศทันที
"แค่กๆๆๆ!!"
"ปล่อยกู... ลงไป!!"
หลัวซานในร่างทองแดงดิ้นรนถีบขาไปมาเหมือนหมาบ้า แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดแน่น โซ่เย็นเฉียบที่คอบาดลึกลงไปเรื่อยๆ
นี่มันโซ่ยมทูตชัดๆ รัดคอทองแดงของเขาจนบิดเบี้ยว [อรหันต์ศพทองแดง] ที่ถูกแขวนอยู่ข้างๆ ก็ดิ้นไม่หลุดเหมือนกัน คอค่อยๆ ถูกรัดจนกิ่วเหมือนนาฬิกาทรายทองแดง
เจียงฉานไม่เสียเวลาดูหลัวซานต่อ หมอนั่นเปิดร่างทองแดงอยู่ แขวนคอแป๊บเดียวไม่ตายหรอก "ถ้ามันเป็นคู่แข่งในการแข่งจริงก็ดีสิ พระทองแดงระดับ A ตัวนี้ต้องดรอปชิ้นส่วนแน่ๆ เสียดายระเบิดทิ้งไม่ได้"
ตามด้วยเสียงดีดนิ้วครั้งที่สอง ม่านมายาขาวโพลนแผ่ขยายออกไปจนสุด... สนามฝึกซ้อมกว้างยาวแค่ 120 เมตร แต่ [เติงเยียนเสีย] หลังเลื่อนเป็นระดับ A รัศมีครอบคลุมขยายไปถึง 200 เมตร
ดังนั้น สิ้นเสียงดีดนิ้วเปาะ ม่านมายาก็ปกคลุมทั่วสนามในพริบตา สามสาวหลิงชิงเสวียนที่ถอยหนีไปตอนแรก ตอนนี้ไม่มีที่ให้หลบอีกแล้ว
ชั่วพริบตา นอกจากหวังเหมิ่งที่ยืนอยู่ข้างสนาม ทุกคนในสนามฝึกซ้อมถูกความขาวโพลนกลืนกินจนหมดสิ้น