- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 176: ผีที่ฟันวิญญาณเป็นได้
บทที่ 176: ผีที่ฟันวิญญาณเป็นได้
บทที่ 176: ผีที่ฟันวิญญาณเป็นได้
ควันสีขาวหนาทึบพุ่งกระเพื่อมอย่างรุนแรง คมดาบที่ส่งเสียงหวีดหวิวพุ่งเข้าใส่จากด้านหลังศีรษะโดยไม่มีสัญญาณเตือน!
หนังตาเจียงฉานกระตุกวูบ รีบเหลือบไปมอง มันคือผีรูปร่างเหมือนเพชฌฆาตโบราณเปลือยท่อนบนกำยำ แต่ไม่มีหัว!
ดาบหัวผีเล่มยักษ์ในมือมัน เปล่งประกายแสงดาบประหลาดชวนขนลุก ฟันฉับลงมาที่หลังคอเจียงฉานอย่างโหดเหี้ยม ราวกับกำลังประหารนักโทษประหาร!
"โซ่ล็อกคอต้องใช้เวลาหย่อนลงมานิดหน่อย สลับที่เพลิงลวงตาใช้ได้ทันที..."
สองวิธีแล่นผ่านสมองเจียงฉานอย่างรวดเร็ว เขาไม่ลังเลที่จะสลับตำแหน่งกับ [อสูรเพลิงลวงตา] อีกครั้ง แม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก แต่ก็พอจะหลบการบั่นคอของผีตนนั้นได้... แต่ทว่า!
ดาบในมือผีตนนี้กลับเหมือนแม่เหล็กที่ดูดติดหลังคอเขา วิถีดาบที่ฟันลงมาหักเลี้ยวตามจังหวะการหลบของเขาทันที พร้อมกับแรงกดดันอันป่าเถื่อนดุดัน... ฟันฉับลงมา!
ราวกับการประหารชีวิตกลางตลาดตอนเที่ยงวัน!
"หลบไม่พ้นแล้ว!!"
รูม่านตาเจียงฉานหดเกร็งฉับพลัน!
ในสถานการณ์คับขัน ผิวหนังของเขาปรากฏเกราะสีเงินโบราณขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!
เขาทุ่มสุดตัวปกป้องยาหย่าในอ้อมกอด โก่งหลังรับคมดาบ!
วิ้ง...!
แสงดาบอันน่าสะพรึงกลัวพาดผ่านวูบเดียว... หัวยังอยู่!
แต่วิญญาณของเจียงฉานกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในร่างเนื้อ ต้องบอกว่าเกิดมาสองชาติภพ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสถึงการมีอยู่ของ 'ขวัญ' และ 'วิญญาณ' ได้ชัดเจนขนาดนี้
จากนั้น แสงสีทองเจิดจ้าไร้เทียมทาน ก็ระเบิดออกมาจากขวัญและวิญญาณของเขา...
ตู้ม!!
แสงสีทองอร่ามก่อตัวเป็นเงาภูเขาไท่ซานที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน สูงตระหง่านปกคลุมรอบกายเจียงฉาน ขับเน้นท่วงท่าของเขาให้ดูน่าเกรงขามไร้ผู้ต่อกร!
ทักษะผีติดตัว... ไท่ซานพิทักษ์วิญญาณ!
ในชั่วพริบตาที่เงาภูเขาไท่ซานสีทองพุ่งขึ้นมา ผีหัวขาดที่กำลังลงดาบใส่เจียงฉานก็เหมือนถูกสายฟ้าฟาด!
ราวกับดาบอันบ้าคลั่งของมัน ฟันฉับลงบนตัวมันเองอย่างจัง แถมยังรุนแรงเป็นทวีคูณ!
ไอผีอันดุร้ายบนตัวมันเหี่ยวเฉาลงทันที!
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น... นี่คือผลสะท้อนกลับจากการที่สัตว์เลี้ยงผีบาดเจ็บสาหัสส่งผลถึงปรมาจารย์โลงวิญญาณ!
"ผีปอดเหม็น... ขั้นสอง ระดับแปด!"
ตอนนั้นเอง เจียงฉานเพ่งมองผีรูปร่างเพชฌฆาตตนนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเด้งขึ้นมาในสายตา "ผีที่โจมตีวิญญาณ?"
สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่ บันทึกไว้ว่า:
"รัชศกเจียจิ้ง เพชฌฆาตถูจิ่วขุยแห่งซุ่นเทียนฝู่ ถือครอง 'ดาบดื่มเลือด' ทุกครั้งที่ประหาร ดาบต้องได้ดื่มเลือด เลื่องลือไปทั่ว ผู้คนขนานนามว่า 'ตุลาการยมโลก'
ปีฉงเจินที่สาม ฤดูใบไม้ร่วง ประหารขุนนางตงฉินโดยผิดพลาด
คืนนั้น หัวของถูจิ่วขุยถูกดาบเล่มนี้ตัดขาดคาเตียง ดาบดื่มเลือดมีชื่อเสียด้านความดุร้ายโด่งดังทันที ผู้คนเรียกขานว่า 'ดาบหัวผี' ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จึงฝังไปพร้อมศพเพชฌฆาต
สามวันให้หลัง มีคนเห็นศพไร้หัวร่างสูงใหญ่พังสุสานออกมา ถือดาบหัวผีตระเวนยามค่ำคืน คอยฟันสามขวัญเจ็ดวิญญาณของคนชั่ว"
(หมายเหตุเพิ่มเติม: นี่คือผีปอดเหม็น เชี่ยวชาญการฟันวิญญาณปอดเหม็น ในสามขวัญเจ็ดวิญญาณของคนเป็น ผู้ที่ถูกฟันเหมือนตายทั้งเป็น ไอเป็นเลือดศพ อาเจียนกลิ่นศพ เจ็ดวันถึงแก่ความตาย!)
กลิ่นอายโบราณอันยิ่งใหญ่กดดันลงมาจากเงาภูเขาไท่ซานด้านหลังเจียงฉาน [ผีปอดเหม็น] ขั้นสอง ระดับแปด ตนนั้นหมอบอยู่กับพื้นอย่างอ่อนแรงสุดขีด
ผลสะท้อนกลับทวีคูณจากดาบเมื่อครู่ ทำให้มันบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่ต้องสงสัย
เจียงฉานลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ซัด 'จันทร์พิฆาตอัสนี' ปิดบัญชี [ผีปอดเหม็น] ตนนี้
สมมุติว่าผีตนนี้ฟันได้ทั้งสามขวัญเจ็ดวิญญาณ เขาคงทำสัญญาด้วยทันทีโดยไม่ลังเล แต่ฟันได้แค่วิญญาณเดียวมันดูจำกัดไปหน่อย แถมเขาเองก็ไม่ได้ขาดแคลนวิชาโจมตีวิญญาณ
[ติ๊ง! ท่านสังหารผีปอดเหม็น ขั้นสอง ระดับแปด! แต้มภูตเทวะ +289!]
ตุ้บ...!
ไม่เสียเวลาชายตามอง [ผีปอดเหม็น] ที่ล้มลงไปอีก เจียงฉานเดินตรงไปยังทิศทางที่มีความเคลื่อนไหวอีกด้านทันที
ถือดาบพิฆาตผีเดินอ้อมแผงลอยขี้ผึ้งแถวหนึ่ง แล้วเขาก็เห็นชายชราผอมเกร็งในชุดนักพรต
นักพรตเฒ่าถือไม้เท้าหัวกะโหลกในมือ กำลังวิ่งพล่านเหมือนแมลงวันหัวขาดอยู่ในม่านมายาสีขาวหนาทึบ ชนแผงลอยหรือข้าวของที่เป็นขี้ผึ้งไปทั่ว
วินาทีที่ [ผีปอดเหม็น] ถูกฆ่า ผลสะท้อนกลับที่รุนแรงยิ่งกว่าก็ถาโถมเข้ามา เขาอาเจียนเป็นเลือดสีดำออกมาคำโตทันที ขาอ่อนแรงชนแผงลอยขี้ผึ้งศพเหนียวหนืดจนล้มคว่ำ... โครม!
"บัดซบ บัดซบ บัดซบ!!"
"พวกเฉินกั่งไปยั่วโมโหสัตว์ประหลาดตัวไหนมาวะเนี่ย? ผีปอดเหม็นของข้าฟันโดนมันชัดๆ แต่ความเสียหายกลับสะท้อนคืนมาสองเท่า หรือว่าบนตัวมันมีวัตถุอัศจรรย์คุ้มครองวิญญาณ?!"
เวลานี้ นักพรตเฒ่าหูรู้สึกเหมือนในสมองถูกเหล็กแหลมเผาไฟแทงเข้าไปอย่างจัง ความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยายทำให้สติของเขาแทบแตกกระเจิง เหลือเพียงสัญชาตญาณความกลัวเฮือกสุดท้าย ที่ทำให้เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นคิดจะหนี
เดิมทีเขาคิดว่าพวกเฉินกั่งก็เหมือนน้าเฉิง เป็นพวกโง่เง่าไม่มีสมอง พวกเก๋าเกมดันมาตกม้าตายเพราะเด็กเมื่อวานซืน ลึกๆ แล้วเขาไม่คิดว่านักเรียนที่เพิ่งปลุกพลังได้ครึ่งเดือนจะเก่งกาจอะไรนักหนา อย่างมากก็แค่อาศัยความได้เปรียบของอินซวีเล่นงานเฉินกั่งทีเผลอ
แต่ตอนนี้ได้เผชิญหน้ากับเจียงฉานจังๆ เขาถึงรู้ว่าความคิดตัวเองผิดมหันต์ขนาดไหน เวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาที สถานะผู้ล่ากับเหยื่อกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิง...!
"หลี่เชี่ยนกับจางหยวนเงียบกริบไปแล้ว สงสัยคงเสร็จมันไปแล้ว ข้าต้องรีบหนี! ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!!"
นักพรตเฒ่าหูเดินโซซัดโซเซ ชนซ้ายป่ายขวาในม่านมายาขาวโพลน เขาแยกทิศทางไม่ออกเลย ในสายตาเห็นแต่สีขาวสุดลูกหูลูกตา
ในสถานการณ์ที่แทบจะตาบอดแบบนี้ ในฐานะเหยื่อที่หนีตายอย่างไม่คิดชีวิต เขาหมดสิ้นความเจ้าเล่ห์เพทุบายที่มีก่อนหน้า เหลือเพียงความหวาดกลัวและสิ้นหวังลึกสุดใจบนใบหน้า
ตึก... ตึก...
จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังใกล้เข้ามา ราวกับเสียงกลองมรณะลอยเข้าหูนักพรตเฒ่าหู แววตาเขาฉายความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด แล้วปล่อยสัตว์เลี้ยงผีตัวที่สองของตัวเองออกมาทันทีอย่างไม่ลังเล รวบรวมความกล้าพูดกับม่านมายาตรงหน้าว่า
"สหายตัวน้อย ปล่อยวางสักครั้งได้ไหม? ถือว่าผูกมิตรกัน..."
สิ่งที่ตอบกลับนักพรตเฒ่าหู คือเสียงโซ่เหล็กเสียดสีกัน... เคร้งๆ!
เสียงสนิมเขรอะแนบชิดลำคอส่งความเย็นเยือกประหลาดมา หนังคอเหี่ยวย่นของเขาลุกชันเป็นหนังไก่ทันที