- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 171: ยาหย่าเป็นผีเหรอ??
บทที่ 171: ยาหย่าเป็นผีเหรอ??
บทที่ 171: ยาหย่าเป็นผีเหรอ??
"ฉันหลอกนาย เจียงฉาน"
ถานจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงที่จับอารมณ์ไม่ได้ "ในกลุ่มผู้รอดชีวิตไม่มีเด็กผู้หญิงที่นายพูดถึง ตอนนั้นถ้าฉันตอบนายว่าเธอไม่อยู่ นายอาจจะไม่เข้ามาช่วยคน ฉันเลยหลอกนายว่าเธออยู่"
ได้ยินถึงตรงนี้ แววตาของเจียงฉานก็เย็นชาลง ถานจิ้งสบตาเขาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ พูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ฉันเห็นเธอจริงๆ อายุประมาณสามสี่ขวบ ใส่กระโปรงลายกระต่ายการ์ตูน น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงที่นายพูดถึง"
"คิดจะหลอกฉันต่อ เพื่อให้ฉันพาพวกเธอออกไปงั้นเหรอ?" น้ำเสียงของเจียงฉานเย็นชายิ่งกว่าแววตาเสียอีก
"เปล่า" ถานจิ้งอธิบาย "ตอนฉันพาผู้รอดชีวิตผ่านโซนอาหารปรุงสุก ฉันเห็นเธอ ตอนนั้นฉันกะจะพาเธอไปด้วย แต่เธอคลานเร็วมาก..."
"คลาน?" เจียงฉานสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ใช่! ตอนฉันเห็นเธอ เธอกำลังหมอบกินอะไรสักอย่างอยู่ใต้แผงขายเป็ดย่าง ข้างๆ มีเจ้าของแผงที่เป็นทาสผีคุกเข่าอยู่ มันอันตรายมาก ฉันเลยบอกให้เธออยู่นิ่งๆ รอฉันเข้าไป แต่เธอเหมือนลูกหมาที่ตื่นตัว ใช้มือและเท้าคลานบนพื้นอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวก็มุดหายไปในหมอกผี"
ถานจิ้งพูดแล้วหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ฟังแล้วชวนขนลุกซู่ว่า "ฉันเดินเข้าไปดู นายทายซิว่าสิ่งที่เธอกำลังหมอบกินอยู่คืออะไร?"
"คืออะไร?"
"ศพ"
อารมณ์ความรู้สึกในฐานะคนเป็นของถานจิ้งหายไปพร้อมกับผมของเธอในอินซวีของผีร่ำไห้หน้าศพ ทำให้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรก็น้ำเสียงโทนเดียว ใบหน้าไร้ความรู้สึก แต่คำว่า 'ศพ' ที่หลุดเข้าหูเจียงฉาน ทำเอารูม่านตาเขาหดเกร็งทันที
"นั่นคือศพเจ้าหน้าที่สำนักพิฆาตผีคนหนึ่งที่มาจัดการเรื่องผีหน้าขี้ผึ้งพร้อมกับฉัน เดิมทีเขาน่าจะกลายเป็นทาสผีหน้าขี้ผึ้ง ใบหน้าละลายเป็นขี้ผึ้งศพ แต่ตอนฉันเดินเข้าไปดู ใบหน้าที่ละลายของเขาถูกกินเกลี้ยง นอนอยู่บนพื้น หัวเหลือแค่กะโหลกส่วนหลังที่ว่างเปล่า"
ฟังถานจิ้งจบ ในหัวเจียงฉานก็นึกภาพสยองขวัญอันเย็นเยือกขึ้นมาทันที ยาหย่าหมอบอยู่บนศพแทะกินใบหน้า กินของในกะโหลกจนเกลี้ยง เหลือแค่กะโหลกส่วนหลังเหมือนกะลาที่ขูดเนื้อหมดแล้ว
ฟังดูแล้วนี่มันพฤติกรรมของผีชัดๆ
แต่ยาหย่าจะเป็นผีไปได้เหรอ?
ในความทรงจำ ย่าอู๋จะพายาหย่ามาตั้งแผงทุกวัน บางทีก็ขายโจ๊ก บางทีก็ขายมันเผา หรือไม่ก็เก็บลังกระดาษ ร่างเดิมเจอบ่อยๆ เป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่มาหลายปีแล้ว
แถมคราวก่อนตอนเจียงฉานกลับจากเนินศิลาป่าช้า ก็ยังเจอสองยายหลานคู่นี้ ตอนนั้นยังทักทายกัน ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ... แล้วสิ่งที่ถานจิ้งพูดมานี้จะอธิบายยังไง?
คิดเร็วๆ แป๊บหนึ่ง เจียงฉานก็เอ่ยปาก "ที่เธอพูดมาฉันไม่เชื่อทั้งหมดหรอกนะ ยังไงซะที่นี่ก็เป็นอินซวีของผี ทุกอย่างที่เห็นอาจเป็นภาพลวงตาก็ได้"
"ตอนนี้ฉันจะไปตามหาเธอ ใครไม่อยากตายก็ตามมาเอง"
ประโยคหลังเห็นได้ชัดว่าพูดกับทุกคน แต่พอเขาสิ้นเสียง ก็มีคนโพล่งถามขึ้นมาทันที "หมายความว่า นายจะให้พวกเราทุกคนไปเสี่ยงอันตรายเพื่อเด็กคนเดียวที่วิ่งพล่านไปทั่วงั้นเหรอ?"
"นั่นสิ! ที่นี่มันน่ากลัวจะตายอยู่แล้ว ฉันไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว นายรีบส่งพวกเราออกไปสิ! แล้วนายอยากจะไปหาใครก็ตามสบาย ฉันไม่อยากเจอผีตัวนั้นอีกแล้ว!"
"เด็กบ้าอะไรล่ะ พวกแกไม่ได้ยินที่ยัยปรมาจารย์โลงวิญญาณนี่บอกเหรอ ว่าเด็กนั่นหมอบกินศพอยู่บนพื้น? ป่านนี้กลายเป็นผีไปแล้วแหงๆ!"
"ในฐานะปรมาจารย์โลงวิญญาณ นายมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องปกป้องความปลอดภัยของพวกเรานะ!"
เจียงฉานที่กำลังจะก้าวเดินชะงัก ถือเทียนมงคลหันกลับมามอง แววตาเย็นยะเยือกกวาดผ่านหน้าผู้รอดชีวิตพวกนั้นที่เพิ่งปากดีเมื่อกี้ทีละคน
ยิ่งผ่านเรื่องภูตผีปีศาจมามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักชัดเจนขึ้นเรื่องหนึ่ง นั่นคือไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ขาดแคลนคนปัญญาอ่อน ชอบมีพวกสมองขี้เลื่อยที่แยกแยะสถานการณ์ไม่ออก...
"เจียงฉาน นายจะไปหาเด็กคนนั้นจริงๆ เหรอ?"
เวลานี้ถานจิ้งพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเธอกลายเป็นผีไปหรือยัง แค่เรื่องนายพาคนธรรมดาจำนวนมากขนาดนี้ไปด้วย ถ้าเกิดไปเจอผีหน้าขี้ผึ้งอีก ทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย เราควรให้ความสำคัญกับการปกป้องคนส่วนใหญ่ก่อน..."
เจียงฉานฟังจบก็ยิ้ม
"เธอพูดถูก"
"ฉันพาตัวถ่วงไปเยอะขนาดนี้มันไม่สะดวกจริงๆ นั่นแหละ"
"พวกแกรออยู่นี่แล้วกัน ฉันจะไปหาคนเอง จะได้ไม่ต้องพาพวกแกไปเสี่ยง"
"วางใจเถอะ พอเจอคนแล้วฉันจะกลับมาพาพวกแกออกไป เงื่อนไขคือ... พวกแกต้องมีชีวิตรอดให้ถึงตอนนั้นนะ"
พูดจบก็หันหลังเดินไปเลย ใบหน้าไร้อารมณ์ของถานจิ้งกลับเผยความร้อนรน รีบพูดขึ้นว่า
"เจียงฉาน! นายเลิกเอาแต่ใจได้มั้ย! ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะสำคัญกับนายแค่ไหน นายจะทิ้งคนตั้งเยอะแยะเพื่อเด็กคนเดียวไม่ได้นะ! ในฐานะปรมาจารย์โลงวิญญาณ การปกป้องประชาชน คือหน้าที่ของพวกเรา!"
เจียงฉานยิ้มเยาะ "ได้ครับคุณพี่ผู้รับผิดชอบ คุณก็ดูแลพวกเขาให้ดีรอผมกลับมาแล้วกัน ตอนนี้ผมมีธุระ ขอตัว!"
"ส่งพวกเขาออกไปก่อน แล้วฉันจะกลับมาช่วยนายหาได้มั้ย?" ถานจิ้งคว้าแขนเจียงฉานไว้
มาถึงตรงนี้ ความอดทนเฮือกสุดท้ายของเจียงฉานก็หมดลง เขาสูดหายใจลึก แล้วพูดออกมาว่า
"ฟังนะถานจิ้ง อย่างแรกเรื่องที่เธอหลอกให้ฉันเข้ามาฉันก็ขยาดจะแย่ อย่างที่สอง เสียงเห่าของไอ้พวกปัญญาอ่อนเมื่อกี้ก็ทำฉันหงุดหงิด ฉันเป็นโรคแพ้ความโง่ อย่างสุดท้าย ที่ฉันตัดสินใจเข้ามาช่วยคน ไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้นสำคัญกับฉันมาก แล้วก็ไม่ใช่เพราะเธอ หรือไอ้ฝูงชนข้างหลังเธอนั่นด้วย"
"ที่เธอเห็นหัวฉันโผล่มาที่นี่ ก็เพราะเธอควรขอบคุณคนที่ฉันเจอและเรื่องที่ฉันผ่านมาระหว่างไปฝึกพิเศษที่ด่านเป่ยหมาง สิ่งที่บริสุทธิ์และจริงใจที่สุดในตัวคนพวกนั้น ทำให้ฉันรู้สึกว่าถ้ามันอยู่ในขอบเขตที่ฉันทำไหว ฉันก็จะลองเข้ามาดู แต่ถ้ามันเกินกำลังฉันเมื่อไหร่ ฉันก็จะถอยทันทีแบบไม่ลังเล"
"เธอมีจุดยืน เธออยากรับผิดชอบ เธอเตรียมจะเอาชีวิตตัวเองเบิกทางให้พวกมัน แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าถ้าเธอตาย สัตว์เลี้ยงผีของเธอก็จะหลุดจากสัญญาทันที ในอินซวีนี้ก็จะมีผีเพิ่มมาอีกตัว อันตรายที่พวกมันต้องเจอก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า"
"เอาล่ะ ที่พูดมาไม่ได้จะตัดสินว่าเธอทำถูกหรือผิด แค่อยากจะบอกว่า เธอจะทำอะไรมันเรื่องของเธอ แต่อย่าเอามรรยาทพวกนั้นมากดดันฉัน จบนะ โชคดี"
พูดจบ เจียงฉานก็สะบัดแขนหลุดจากมือถานจิ้ง ดับเทียนแล้วเดินออกไปทันที
แสงไฟสีแดงสลัวหายวับไปอย่างรวดเร็ว หมอกผีสีเหลืองเหนียวหนืดค่อยๆ กลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวางเจียงฉานอีก ได้แต่มองตาปริบๆ ดูร่างเงาอันเย็นชาเดินห่างออกไปจนลับตา
"จบกัน! ปรมาจารย์โลงวิญญาณคนเก่งไปแล้ว ถ้าเกิดผีตัวนั้นตามมาอีก เราไม่ตายกันหมดเหรอ?"
มีคนส่งเสียงสิ้นหวังออกมา
"โทษนังปรมาจารย์โลงวิญญาณคนนี้แหละ ทำให้คนเขาโกรธจนหนีไปแล้ว หล่อนก็ไม่มีปัญญาพาเราออกไป! ทีนี้เราจะทำยังไงกันดี?"
"จะทำยังไงได้ล่ะ? ก็ต้องรอขาใหญ่คนนั้นกลับมาไง หรือแกกล้าวิ่งมั่วซั่วในนี้ล่ะ?"
"แต่หมอกพวกนี้มันกัดกินร่างกายเราอยู่นะ มีแค่เทียนสีแดงนั่นที่คุ้มครองเราได้ รู้งี้ฉันน่าจะตามพี่ชายคนนั้นไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตามยัยปรมาจารย์โลงวิญญาณนี่ไปจะมีประโยชน์อะไร..."
ถานจิ้งฟังคำด่าทอต่างๆ นานาที่ลอยเข้าหูแต่ไม่มีแรงจะเถียง ในหัวฉายภาพคำพูดของเจียงฉานเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา ภายใต้ใบหน้าไร้อารมณ์กลับมีความขมขื่นและสับสนผุดขึ้นมา
"หรือว่า... ฉันทำผิดจริงๆ เหรอ?"