- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 161: ตำหนักที่สาม... เปิดแล้ว!
บทที่ 161: ตำหนักที่สาม... เปิดแล้ว!
บทที่ 161: ตำหนักที่สาม... เปิดแล้ว!
[ติ๊ง!]
[การอัปเกรดครั้งนี้สิ้นสุดลง รวมใช้แต้มภูตเทวะไปทั้งสิ้น 2300 แต้ม!]
อัปเกรดถึงขั้นสอง ระดับสาม เจียงฉานก็หยุดทันที สัมผัสถึงพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านและเลือดลมที่สูบฉีดในร่างกาย อยากจะตะโกนออกมาดังๆ ว่า... สะใจโว้ย!
แต่พอมองดูแต้มภูตเทวะที่ลดฮวบ เขาก็รู้สึกเหมือนเสียเงินก้อนโตไปฟรีๆ "ก็นี่มีกลิ่นศิโรกันไว้อยู่ไม่ใช่เหรอ? สภาพแวดล้อมหมอกผีบ้านป้าแกสิ..."
[เลเวลปัจจุบัน: ขั้นสอง ระดับสาม!]
[แต้มภูตเทวะปัจจุบัน 11886!]
"อัปตบะนอกเมืองไม่คุ้ม ที่เหลือเอาไปอัปสัตว์เลี้ยงผีดีกว่า"
พลังวิญญาณในร่างกายค่อยๆ สงบลง เจียงฉานรีบปรับแผนทันที "ตบะฉันขึ้นขั้นสองแล้ว เลเวลสัตว์เลี้ยงผีก็ต้องตามให้ทัน ถึงจะแสดงพลังขั้นสองออกมาได้"
[ติ๊ง!]
[เริ่มอัปเลเวลสัตว์เลี้ยงผี...]
[กำลังเพิ่มเลเวล...]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 1500 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ B 'เติงเยียนเสีย' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ รัศมีม่านมายาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขยายออกไปเป็น 180 เมตร!]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 1500 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ B 'จีผมกระหายเลือด' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ ความเหนียวและความต้านทานของเส้นผมเพิ่มขึ้น ความยาวและคุณสมบัติกระหายเลือดเพิ่มขึ้น!]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 1300 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ B 'ผีกรรไกร' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ ความคมเพิ่มขึ้น ระยะโจมตีเพิ่มขึ้น!]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 1800 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ A 'อสูรเพลิงลวงตา' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ ผลระเบิดของกระสุนไฟและรัศมีความเสียหายเพิ่มขึ้น อานุภาพการระเบิดตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ระยะสลับที่ขยายเป็น 40 เมตร!]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 1800 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ A 'ผีเกราะเงิน' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ ประสิทธิภาพการป้องกันเพิ่มขึ้น ผีระดับสองสองสามตัวเจาะเกราะไม่เข้า!]
[ติ๊ง! หลังจากใช้แต้มภูตเทวะ 2300 แต้ม สัตว์เลี้ยงผีระดับ S 'ราชาอสูรสายฟ้าอิน' ของท่านเลื่อนเป็นขั้นสอง ระดับสามสำเร็จ ไม่มีอะไรมาก แค่แกร่งขึ้น ผีระดับสองสี่ห้าตัวเข้าไม่ถึงตัว!]
[การอัปเกรดเสร็จสิ้น รวมใช้แต้มภูตเทวะไปทั้งสิ้น 10200 แต้ม!]
[คำวิจารณ์: ไม่ต้องสงสัย ท่านแกร่งขึ้นแล้ว! การอัปเกรดครั้งนี้เท่ากับเปลี่ยนท่านจากทหารเลวเป็นซามูไรเทพ อย่าดูถูกว่าท่านเพิ่งจะขั้นสอง ระดับสาม แต่ด้วยพลังรบรวม ท่านคือยอดฝีมือในระดับขั้นสองแน่นอน จะตบหลิงชิงเสวียนให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แค่กระดิกนิ้ว]
[แต้มภูตเทวะคงเหลือ: 1686!]
"ในคำวิจารณ์เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ ปนมาด้วยนะ?" เจียงฉานทำหน้าแปลกๆ มองคำวิจารณ์บรรทัดสุดท้าย แล้วข้ามไป
"ม่านมายาของเติงเยียนเสียขยายเป็น 180 เมตร ระยะสลับที่ของอสูรเพลิงลวงตาขยายเป็น 40 เมตร..."
กวาดตามองข้อมูลหลังอัปเกรดของสัตว์เลี้ยงผีแต่ละตัว เจียงฉานพยักหน้าอย่างพอใจ "อัปเกรดรอบด้านแบบนี้ ก็ถือว่าเปลี่ยนจากทหารเลวเป็นซามูไรเทพจริงๆ นั่นแหละ"
"รอผีธาตุสายฟ้าระดับ A หกตัวของหลิงชิงเสวียนมาถึง ก็จะเลื่อนขั้นราชาอสูรสายฟ้าอินระดับ S เป็นยมทูตสายฟ้าหกดินแดนร้างระดับ SS"
"คิดๆ ดูแล้ว ก็ชักจะตั้งตารอการแข่งกระชับมิตรอาทิตย์หน้าแล้วสิ..."
"เสียอย่างเดียวคือแต้มภูตเทวะผลาญเยอะไปหน่อย ได้มาสองหมื่น พริบตาเดียวเหลือพันหก"
เจียงฉานถอนหายใจเบาๆ ตัดสินใจเอาพันหกที่เหลือมาเรียน "กายาปุยเมฆ" ซะเลย
แต่ขณะที่กำลังจะหยิบวิชาตัวเบาระดับ A เล่มนี้ออกมาจากมิติสุสานดาบ ความรู้สึกคุ้นเคยก็ส่งผ่านมาจาโลงวิญญาณประจำตัว สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นดีใจทันที
"ตำหนักที่สาม...!"
"เปิดแล้ว!!"
ตอนนั้นเอง เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ก็ส่งเสียงฮือฮากันขึ้นมา
"ถึงแล้ว...!"
เมืองหนานเจียง ถึงแล้ว
แม้จะจากไปแค่หกวันสั้นๆ แต่กลับรู้สึกยาวนานเหมือนหกเดือน อารมณ์ของทุกคนในรถพุ่งพล่าน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันไปหมด บางคนตื่นเต้นจนน้ำตาไหล
ไม่ใช่แค่รถของเจียงฉาน นักเรียนฝึกพิเศษในรถคันอื่นก็เป็นเหมือนกัน
หมอกผีสีเทาขาวลอยล่อง ด่านทิศเหนือที่สูงตระหง่านตั้งอยู่ราวกับสัตว์ยักษ์นอนขวาง รถบรรทุกทหารยี่สิบคันที่บรรทุกกองกำลังเสริมและนักเรียนฝึกพิเศษเต็มคัน แล่นกระหึ่มมุ่งหน้าสู่ด่าน ตรวขบวนเพื่อรับการตรวจเช็ค
ออกเดินทางจากด่านเป่ยหมางตอนเที่ยง กลับถึงเมืองหนานเจียงก็เย็นย่ำ แสงอาทิตย์อัสดงสีแดงสาดส่องท้องฟ้าทิศตะวันตก คลุมกำแพงเมืองที่เย็นชาและเคร่งขรึมด้วยผ้าโปร่งสีแดงชั้นหนึ่ง
รถโรงเรียนของแต่ละโรงเรียนได้รับแจ้งล่วงหน้ามารรอรับที่ด่านแล้ว นักเรียนฝึกพิเศษผ่านการตรวจเช็คแล้วลงรถเปลี่ยนคัน บ้างร่ำลา บ้างอาลัยอาวรณ์ บ้างดีใจ... ด่านทิศเหนือที่เคร่งขรึมพลันคึกคักขึ้นมาเพราะเด็กหนุ่มสาวกลุ่มนี้
เจียงฉานร่ำลากับพวกเจียงหงเหมียน แล้วขึ้นรถโรงเรียน 1 ไปพร้อมกับหลิงชิงเสวียน ผิดคาดที่รถโรงเรียนไม่ได้ไปรวมพลที่โรงเรียน แต่ทยอยส่งนักเรียนฝึกพิเศษกลับบ้านตามเส้นทาง
สรุปว่า,
ห่างบ้านไปหกวัน ได้กลับบ้านแล้ว
"ไอ้เด็กนั่นผ่านอินซวีมาอีกรอบแล้วเหรอ??"
แสงยามเย็นย้อมย่านเมืองเก่าเป็นสีแดงฉาน ดาวประกายพรึกดวงหนึ่งลอยเด่นบนท้องฟ้า บนดาดฟ้าตึกเก่าซอมซ่อ พนักงานทำความสะอาดมอมแมมนั่งอยู่
เขานั่งห้อยขาอยู่ที่ขอบดาดฟ้าอย่างสบายอารมณ์ มือถือขาหมูตุ๋นหอมฉุย กัดกินคำโตอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์
ข้างกายมีแมวสามสีขนสวยนั่งอยู่ ดวงตาสองสีจ้องมองรถโรงเรียนที่แล่นผ่านไปช้าๆ บนถนนด้านล่างอย่างประหลาดใจ ปากพูดออกมาเป็นเสียงผู้หญิง "อินซวีมันกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่??"
พนักงานทำความสะอาดดูจะไม่ตกใจเท่าไหร่ เคี้ยวเนื้อขาหมูตุ้ยๆ พูดเสียงอู้อี้ "ไม่ใช่แค่นั้นนะ แข่งประลองรอบเดียว เขาคนเดียวบดขยี้นักเรียนฝึกพิเศษทุกคน อ้อใช่ เมื่อคืนยังแก้ปัญหาคลื่นผีได้อีกด้วย"
"??!"
แมวสามสีหันขวับกลับมา กระดิ่งสีทองที่คอดังกรุ๊งกริ๊งตามจังหวะ ดวงตาสองสีจ้องเขม็งไปที่พนักงานทำความสะอาดที่ทำหน้าเรียบเฉย "นายทำหน้าตายด้านพูดเรื่องพวกนี้ออกมาได้ยังไง?"
"เรื่องพวกนี้แค่เรื่องเดียวก็เหลือเชื่อแล้ว นี่เล่นรวมอยู่ที่คนคนเดียวหมด... เนี่ยนะ? นายแน่ใจนะว่ายัยนั่นไม่ได้เมา? ไม่ได้พูดเพ้อเจ้อกับนาย??"
พนักงานทำความสะอาดพอใจกับปฏิกิริยาของแมวสามสีมาก เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนตอนเผยเยี่ยนหลิงเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ความตกใจในใจเขามีแต่ตัวเขาเองที่รู้ ตอนนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย "ต่อให้มีเรื่องเหลือเชื่อกว่านี้เกิดขึ้นกับเขา ตอนนี้ฉันก็ไม่แปลกใจแล้ว"
"แต่พรสวรรค์ระดับนี้มันก็น่ากลัวเกินไปแล้ว...!"
"ภัยพิบัติผีเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว มีโลงโลหิตต้องห้ามแค่รายเดียว... เธอคิดว่าระดับต้องห้ามคืออะไรล่ะ?"
พนักงานทำความสะอาดใช้หลังมือเช็ดปากมันแผล็บ กลืนเนื้อลงคออย่างแรง แล้วพูดเสียงแหบพร่า
"ไอ้เด็กนี่เป็นตัวละครที่ถูกกำหนดให้จารึกชื่อในประวัติศาสตร์การปราบผี ไม่แน่ว่ายุคสมัยที่ผีร้ายอาละวาดนี้... อาจจะถูกเขียนใหม่ด้วยมือเขาจริงๆ ก็ได้"
แมวสามสีทวนคำพูดของพนักงานทำความสะอาดในใจเงียบๆ แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนรุนแรง มองรถโรงเรียนที่แล่นห่างออกไป ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงยามเย็น และดาวประกายพรึกที่แขวนอยู่สูงลิบ
เธอเหมือนจะเห็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่เจิดจรัสกำลังลอยเด่นขึ้น ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร กำลังจะถูกเปิดฉากขึ้นด้วยมือของดาวรุ่งดวงนี้...
"ช่างเรื่องไอ้เด็กนี่เถอะ"
สักพักใหญ่แมวสามสีถึงได้สติ สงบจิตใจลงแล้วพูดต่อ "ความเคลื่อนไหวนอกเมืองรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนี้ราชันย์ผีฟื้นคืนชีพติดๆ กันหลายตน ข้อจำกัดของเขตต้องห้ามหลายแห่งก็เริ่มคลายลง ผีรอบเมืองหนานเจียงคึกคักกันไปหมด คลื่นผีรอบนี้เกรงว่าจะไม่ธรรมดา...!"
พนักงานทำความสะอาดฟังจบ พูดเสียงทึบๆ ว่า "เพิ่งได้ข่าวจากยัยเฒ่าเผยเมื่อกี้ เมื่อคืนที่ด่านเป่ยหมางมีรอยแยกห้วงเหวผีเกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับยมทูตตนหนึ่ง"
พูดถึงตรงนี้เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เน้นเสียงเสริมว่า "ความผิดปกติของผีรอบเมืองหนานเจียง ต้องมีพวกบ้าลัทธิบูชาผีหนุนหลังอยู่แน่ๆ ที่ฉันกังวลที่สุดคือขนาดของคลื่นผีรอบนี้... เกรงว่าจะเป็นระดับล้างเมือง!"
"คลื่นผีระดับล้างเมือง?!"
แมวสามสีตกใจจนขนลุกซู่ "คลื่นผีระดับนี้สิบปีถึงจะเกิดสักครั้งไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ สิบปีครั้ง"
พนักงานทำความสะอาดพูดพลางฉีกเนื้อก้อนใหญ่จากขาหมู เคี้ยวช้าๆ แล้วถามว่า "เธอลองคิดสิว่าครั้งล่าสุดมันเมื่อไหร่?"
"ครั้งล่าสุด..."
แมวสามสีชะงัก รีบนึกอะไรขึ้นได้ รูม่านตาสองสีหดแคบลงทันที
"สิบหกปีก่อน... วันที่ไอ้เด็กนี่เกิดเหรอ?!"