เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: ไม่ต้องคุกเข่าขอโทษข้า

บทที่ 22: ไม่ต้องคุกเข่าขอโทษข้า

บทที่ 22: ไม่ต้องคุกเข่าขอโทษข้า


เผ่าของพวกเขาเป็นเผ่าผสม มีภูตหลากหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ในเผ่านี้ แล้วพวกเขาก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติมาโดยตลอด หากใครมีปัญหาอะไร ทุกคนในเผ่าก็ยินดีที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกันและกัน

แต่เมื่อเหล่าภูตได้ยินคำพูดของสงฮวา กลุ่มคนที่เข้ามาช่วยดับไฟก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที

“นี่พวกเราเข้ามาช่วยเจ้าดับไฟนะ ทำไมถึงมาพูดจาอะไรไร้เหตุผลอย่างนี้”

“ถ้าอย่างนั้นข้าไม่ช่วยเจ้าแล้วดีกว่า เจ้าไปตักน้ำมาดับไฟเอาเองเถอะ!”

หลังจากที่ชาวบ้านพูดจบ พวกเขาก็ขว้างถังหินลงกับพื้นด้วยความโกรธก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ส่วนพวกผู้หญิงที่ถูกสงฮวาผลักล้มลงก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นางอีก โดยที่ทุกคนพยายามรักษาระยะห่างจากนางเอาไว้

เมื่อสงฮวาเห็นว่าไม่มีใครช่วยเหลือตนแล้ว นางก็ทรุดตัวลงไปคร่ำครวญอยู่กับพื้น "ลูกแม่... คนพวกนี้ไม่ยอมช่วยเจ้า… ถ้าลูกของข้าตาย ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่...”

ในเวลาเดียวกัน หูเจียวเจียวเข้าไปในป่าเพื่อไปรับเด็กทั้ง 4 คนกลับบ้าน แล้วเธอก็บังเอิญได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในขณะที่เธอกำลังเดินผ่านบ้านของสงฮวา

ทันใดนั้นเองเธอก็เผยรอยยิ้มออกมา

การที่เธอจะทำให้พวกภูติในเผ่าปฏิบัติต่อครอบครัวของพวกเธอดีขึ้นอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่การที่จะทำให้ชาวบ้านในเผ่าเกลียดชังสงฮวานั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ในขณะเดียวกัน เด็กทั้ง 4 คนก็แสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม "สมน้ำหน้ามัน!"

หลงหลิงเอ๋อจับมือหูเจียวเจียวในขณะที่นางเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ท่านแม่ ท่านทำยังไงให้พวกเขาดับไฟไม่ได้?"

ตั้งแต่ที่แม่ใจร้ายคนนี้เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่านางจะเก่งกาจมากขึ้น!

นอกจากนางจะทำอาหารอร่อยแล้ว นางยังช่วยขับไล่คนที่มาระรานพวกเขาออกไปและช่วยสั่งสอนคนเลวพวกนั้นด้วย

“ไม่ใช่ว่ามันดับไม่ได้ แต่เป็นเพราะแม่เพิ่มบางอย่างที่สามารถทำให้ไฟลุกไหม้ได้เร็วขึ้นเท่านั้น และพวกเขาจำเป็นจะต้องใช้น้ำปริมาณมากกว่าเดิมในการดับไฟ” หูเจียวเจียวอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

"ช่างทรงพลังอะไรเช่นนี้!" สาวน้อยกะพริบตาด้วยความประหลาดใจประกอบกับใบหน้าที่แสนจะตื่นเต้น

มือเล็ก ๆ นั้นกำแน่นโดยหวังว่านางจะได้ลองจุดไฟแบบนี้ดูบ้าง

“ท่านแม่ ท่านช่วยมอบของที่ทรงพลังนี้ให้ข้าหน่อยได้ไหม ในอนาคตถ้ามีใครมารังแกข้าอีก ข้าจะโยนมันใส่คนพวกนั้นแล้วเผามันให้ตาย!”

"..."

สมกับเป็นวายร้ายตัวน้อยจริง ๆ ความคิดของเจ้าตัวเล็กพวกนี้มันเกินจินตนาการของเธอไปมาก

“หลิงเอ๋อ สิ่งนี้ใช้ตามอำเภอใจไม่ได้ เว้นแต่คนนั้นจะเป็นคนเลวมาก ๆ คนแบบนี้เจ้าสามารถเผามันให้ตายได้เลย เอาไว้รอให้เจ้าโตขึ้นกว่านี้ก่อน แล้วแม่สอนเจ้าใช้” หูเจียวเจียวอธิบายอย่างจริงจัง

เป้าหมายของเธอคือพิชิตใจเหล่าวายร้ายตัวน้อย ไม่ใช่เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นฆาตกรบ้าคลั่ง

เธอจะต้องรีบสั่งสอนให้เด็กพวกนี้รู้จักกับความเมตตาเสียหน่อยแล้ว!

"โธ่... " เมื่อหลงหลิงเอ๋อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ณ ขณะนี้

สงฮวาซึ่งนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นหันไปเห็นหูเจียวเจียวอยู่ในฝูงชน

ทันใดนั้นนางก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาแม่จิ้งจอกด้วยความโกรธ

“หูเจียวเจียว ต้องเป็นเจ้าแน่! เจ้าขโมยวิธีการจุดไฟของหัวหน้าเผ่าและจงใจมาเผาบ้านข้า ถ้าลูกข้าตาย ข้าจะฆ่าเจ้า!”

แม่หมีแยกเขี้ยวพร้อมกับกางกรงเล็บออกตั้งท่าจะทำร้ายหูเจียวเจียว

ในเวลาเดียวกัน เด็กทั้ง 4 รู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นสงฮวาพุ่งเข้ามา แต่จู่ ๆ จิ้งจอกสาวก็ดึงพวกเขาหลบไปอีกทาง

จากนั้นเธอก็ยกเท้าขึ้นเตะข้อพับคู่กรณีอย่างแรง

"โอ๊ย!"

สงฮวาคุกเข่าลงกับพื้นทันที

"สงฮวา เจ้าจะทำอะไร แม้ว่าเจ้าจะทำลายบ้านของข้าจนพังยับเยินและเข้ามาทุบตีเด็กตัวเล็ก ๆ 5 คนถึงในบ้านของข้า แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าขอโทษข้าแบบนี้ ในเมื่อวันก่อนเจ้านำเหยื่อ 2 ตัวมาขอโทษ ข้าก็ยกโทษให้เจ้าแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นนี้หรอก"

หูเจียวเจียวแสร้งทำท่าหวาดกลัวพลางมองดูผู้หญิงตรงหน้ากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจ

เมื่อคนในเผ่าได้ยินคำพูดของหญิงสาว พวกเขาก็ไม่สนใจลูกเตะของเธอก่อนหน้านี้

นอกจากสงฮวาจะไปพังบ้านคนอื่นแล้ว นางยังไปทุบตีลูกของคนอื่นถึงในบ้านอีกหรือ?

แม้ว่าทุกคนจะเกลียดหูเจียวเจียว แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้พวกเขาเกลียดสงฮวาขึ้นมาในเวลาเดียวกัน

เมื่อเจ้าของบ้านที่ถูกเผาจนวอดวายสัมผัสได้ถึงสายตาที่น่ารังเกียจจากรอบด้าน นางก็รู้สึกอับอายขึ้นมา

“หูเจียวเจียว นังสารเลว เจ้าต้องมาเผาบ้านเพื่อแก้แค้นข้าแน่ ๆ ข้าจะล้างแค้นแทนสงชิวลูกของข้า!”

ในตอนนี้นางหวังว่าตัวเองจะสามารถหักคอของแม่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ให้ตายคามือทันที

นางพูดจบแล้วก็ตั้งท่าจะพุ่งเข้าต่อสู้กับหูเจียวเจียว

ถึงแม้ว่ารอบ ๆ จะมีคนในเผ่าเฝ้าดูอยู่มากมาย แต่ก็ไม่มีใครอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยจิ้งจอกสาวอยู่ดี

พอหูเจียวเจียวเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่ลง เธอก็วางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของหลงอวี้และบอกเขาว่า "อวี้เอ๋อ พาน้อง ๆ กลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวแม่จะตามไป"

จากนั้นหญิงสาวก็ผลักลูกทุกคนออกจากฝูงชนไป

เธออยากจะต่อสู้กับสงฮวาที่ร่างใหญ่และแข็งแรงดูสักตั้ง

จากการอนุมาน เธอคิดว่าคงไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยตน และเธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายด้วย ตอนนี้หญิงสาวไม่อยากให้เด็ก ๆ เห็นภาพแม่ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ดังนั้นเธอจึงบอกให้พวกเขากลับบ้านไปก่อน

ทางด้านหลงอวี้จูงมือหลงหลิงเอ๋อกับหลงจง โดยมีหลงเหยานอนอยู่บนไหล่ของเขา หลังจากถูกผลักออกจากฝูงชน คนเป็นพี่ใหญ่ก็หันกลับไปมองหูเจียวเจียวด้วยท่าทางลังเล

หญิงใจร้ายคนนี้กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายด้วยตัวเอง...

ถ้าเป็นในอดีตเขาจะหันหลังกลับและจากไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

แต่เด็กหนุ่มจำได้ว่าเพื่อช่วยเขากับน้อง ๆ ล้างแค้น แม่จิ้งจอกแนะนำให้พวกเขาไปจัดการกับสงชิวกันเองเพื่อระบายความโกรธแค้น

หากไม่ใช่เพราะแผนการของผู้หญิงชั่วร้ายคนนี้ พวกเขาคงจะถูกสงชิวรังแกไปตลอดชีวิต

"พี่ใหญ่ ท่านจะลังเลอะไรอีก พวกเรารีบกลับกันเถอะ ... "

เมื่อหลงจงเห็นพี่ชายคนโตไม่เคลื่อนไหว เขาก็ดึงมือของอีกคนไปข้างหน้า

หลงอวี้ขมวดคิ้วหันมามองน้องชายแล้วดึงมือของอีกฝ่ายออก ก่อนจะผลักเขาเบา ๆ "เจ้าพาหลิงเอ๋อกับน้องกลับไปก่อน"

“พี่ใหญ่ ท่านคงไม่ได้คิดที่จะเข้าไปช่วยผู้หญิงสารเลวคนนั้นใช่ไหม?” ดวงตาของหลงจงเบิกกว้าง และรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบนใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย

"ข้าบอกให้เจ้ากลับไปก่อน" เด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านออกคำสั่งเสียงเข้ม

ในบรรดาลูกทั้ง 5 คน หลงอวี้เป็นคนที่น้อง ๆ เชื่อฟังมาก…

ท่าทางของพี่ชายทำให้หลงจงมองดูเขาราวกับว่าตนมองเห็นเงาของพ่อ

คนเป็นน้อยชายจึงกัดฟันหันหลังและพาหลงหลิงเอ๋อกับหลงเหยากลับบ้านไป

เมื่อหลงอวี้เห็นน้องทั้ง 3 คนออกไปแล้ว เขาก็หันกลับมา

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างมาเกาะไหล่ เขาเลยหันศีรษะไปมองก่อนจะเห็นว่ามังกรดำตัวเล็กกำลังแกว่งหางไปมาอย่างมีความสุข

รูม่านตาสีแดงคู่หนึ่งกะพริบราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าติดตามผู้หญิงคนนั้นไปแล้วข้าจะได้กินเนื้อ ท่านพี่อย่าพยายามไล่ข้าไปเลย~’

"..."

"ตามใจเจ้าเถอะ" หลงอวี้พลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ "อะแฮ่ม เสี่ยวเหยา เจ้ายัง...เอามันออกมาได้อีกไหม?"

หลงเหยาที่ได้ยินคำถามของพี่ชายกลอกตาไปมา ก่อนจะหลับตาลงในขณะที่เขาพยายามสัมผัสถึงความปั่นป่วนในท้องอย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

...

หลังจากที่หูเจียวเจียวส่งลูก ๆ ออกไปจากที่เกิดเหตุแล้ว สงฮวาก็กระโจนเข้าใส่เธอพร้อมกับที่มือทั้ง 2 ข้างของนางเปลี่ยนเป็นอุ้งเท้าหมีสีน้ำตาล

ในขณะนั้นกรงเล็บหมีขนาดใหญ่ถูกเล็งไปที่หน้าผากของหญิงสาวตัวเล็ก

ถ้าฝ่ามือนี้ตบลงบนหัวของเธอจัง ๆ ล่ะก็ สมองของเธออาจจะกระจุยออกมาเลยก็เป็นได้

ทันทีที่หูเจียวเจียวหันกลับมา เธอเห็นอุ้งเท้าหมีขนนุ่มที่มีกรงเล็บแหลมคมอยู่ใกล้แค่เอื้อม!

ฉิบหายแล้ว!

ฉันแปลงร่างไม่เป็น!

เธอคิดเพียงว่าจะต้องได้ต่อสู้กับสงฮวา แต่เธอลืมไปว่านี่คือโลกของปีศาจ เหล่าภูตจะกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายในยามที่ต่อสู้กัน

หญิงสาวกำลังจะหลบการโจมตีของอีกฝ่าย ทว่าจู่ ๆ ก็มีมือที่แข็งแรงปรากฏขึ้นมาคว้าอุ้งมือของแม่หมีไว้ก่อน

“สงฮวา เจ้ากล้าทำร้ายน้องสาวข้างั้นรึ!”

หูเจียวเจียวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ และเห็นชายร่างสูงรูปงามยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“พี่รอง?” จิ้งจอกสาวผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเรียกชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่แน่ใจ

พี่ชายคนที่ 2 ของร่างเดิมนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น เขาหล่อที่สุดในบรรดาพี่ชายทั้ง 4 แม้แต่ในเผ่า เขาก็เป็น 1 ในผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 22: ไม่ต้องคุกเข่าขอโทษข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว