เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: ใครจะไปสนใจคำชมของนาง

บทที่ 17: ใครจะไปสนใจคำชมของนาง

บทที่ 17: ใครจะไปสนใจคำชมของนาง


“ไม่ ข้าปล่อยให้นางเอาเนื้อไปไม่ได้ ถ้านางหนีไปล่ะเราจะทำยังไง!” หลงจงคัดค้านขึ้นมาแบบไม่ต้องคิด

ในระหว่างที่พูด เขาก็จ้องมองหูเจียวเจียวอย่างเย็นชา "พี่ใหญ่ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าทุกครั้งที่นางได้เนื้อมา นางก็จะเอาไปให้อิงหยวน นางเต็มใจจะมอบมันให้กับคนอื่นมากกว่าเอามาแบ่งให้พวกเรา ข้าไม่ยอมให้นางไปหาหมอเด็ดขาด!"

เด็กหนุ่มคิดเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

ในเมื่อวันนี้พวกเขาได้เหยื่อมามากมาย หากเหล่าพี่น้องร่วมมือกันก็มีโอกาสที่จะฉกเหยื่อไปเก็บไว้กินเองได้บางส่วนแน่นอน

แล้วหลังจากนี้พวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้หญิงสารเลวคนนี้อีก

ถึงอย่างไรก็ตาม เด็กทั้ง 5 ก็ไม่มีบ้านให้อยู่มาตั้งนานแล้ว การที่จะไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอกอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าการทนทุกข์ทรมานอยู่ตรงนี้เป็นร้อยเท่า!

"เจ้าอย่ากังวลไปเลย แม่ไม่เอาเนื้อของเจ้าไปหรอก อีกอย่างแม่ไม่ตายง่ายขนาดนั้น" หูเจียวเจียวคิดถึงหมอที่ถูกบรรยายในนิยายแล้วเธอก็รู้สึกขยาดอยู่ในใจ

เธอจำได้ว่าหมอที่อยู่ในเผ่าแห่งนี้เป็นชายแก่หลังค่อมที่แค่ลำพังตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด แล้วคนที่เขารักษานั้นไม่เคยมีใครรอดชีวิตไปได้สักราย

ภาพเบื้องหน้าทุกคนคิดว่าเขาเป็นหมอ แต่แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นไส้ศึกที่ภูตจากดินแดนอื่นส่งมา!

หญิงสาวไม่กล้าให้หมอแบบนี้มารักษาเธอหรอก!

"อย่ามาทำเป็นพูดดี" หลงจงจ้องมองแม่จิ้งจอกเขม็งโดยทำท่าทางเหมือนกับว่าเขาจะกระโดดเข้าไปกัดถ้าเธอขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว

"แต่ท่านแม่..." หลงหลิงเอ๋อมองไปที่ผู้เป็นแม่อย่างเป็นกังวล

“หลิงเอ๋อ อย่าห่วงไปเลย แม่ไม่เป็นอะไรไปหรอก แม่จะอยู่ปกป้องเจ้าไปตลอดชีวิตเอง” หูเจียวเจียวก้มลงบีบแก้มที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกของสาวน้อยเบา ๆ

เด็กผู้หญิงคนนี้ผอมแห้งเกินไป

เธอต้องพยายามขุนลูก ๆ ให้อ้วนขึ้นเสียแล้ว!

“ว่าแต่…ของในบ้านเราหายไปไหนหมดล่ะ?”

ทันใดนั้นหูเจียวเจียวก็สังเกตเห็นว่าเครื่องครัวของเธอหายไป

คงไม่ใช่ว่าพวกสงฮวาขโมยไปหรอกใช่ไหม?

“ท่านแม่ พี่รองกลัวข้าวของเสียหาย พวกเราก็เลยขนของไปซ่อนไว้หลังบ้าน!”

หลงหลิงเอ๋อที่เริ่มรู้สึกหวาดกลัวแม่ของตนน้อยลงเอ่ยตอบอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ

จิ้งจอกสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหลงเซียวที่ยืนแอบอยู่ในมุมเงียบ ๆ

เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าลูกชายคนรองที่พยายามคาดคั้นถามถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอก่อนหน้านี้จะช่วยเธอปกปิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้

ในนิยาย หลงเซียวเป็นวายร้ายที่คิดรอบคอบที่สุด เธอเดาว่าอีกฝ่ายคงจะรู้อยู่แล้วว่าของพวกนี้มีต้นกำเนิดที่คลุมเครือ ดังนั้นเขาจึงให้คนอื่นนำมันไปซ่อนเพราะกลัวว่าพวกสงฮวาจะเห็นเข้าแล้วใช้มันเป็นข้ออ้างหาเรื่องพวกเขา

เมื่อหญิงสาวนึกถึงสิ่งนี้ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของตนเอง

“เซียวเซียว เจ้าทำได้ดีมาก ขอบคุณที่ช่วยซ่อนของพวกนั้นไว้ ไม่อย่างนั้นของของแม่คงจะพังไปหมดแล้ว!”

ในระหว่างที่พูดหญิงสาวก็ก้าวเข้าไปลูบหัวเล็ก ๆ ของหลงเซียวที่มองไม่เห็น พร้อมกันนั้นเธอก็พูดชื่นชมเด็กหนุ่มไม่ขาดปาก

พอเด็ก ๆ ได้ยินคำพูดของหูเจียวเจียว หูของแต่ละคนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างพร้อมเพรียงกัน

“ข้าไม่ได้ทำไปเพื่อท่าน ข้าแค่กลัวว่าท่านจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการทำร้ายเราต่างหาก…” หลงเซียวเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ทว่าดวงตาคู่เล็ก ๆ ของหลงหลิงเอ๋อโค้งจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าท่านแม่จะชมพวกนาง นี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่นางได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้!

ทางด้านหลงจง เขารีบหันหน้าออกไปอีกทาง

ใครจะไปสนใจคำชมของนางกันล่ะ! ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย…

ส่วนใบหน้าของหลงอวี้ยังคงเหมือนปกติที่ไม่แยแสสิ่งใดอีกเช่นเคย

แต่นิ้วเท้าทั้ง 10 กำลังจิกลงบนพื้นแน่น เผยให้เห็นร่องรอยของความรู้สึกที่แท้จริงของเจ้าตัว

และยามที่หลงเหยาได้ยินคำชม ดูท่าทางเขาจะเข้าใจคำพูดเหล่านั้นจึงบินมาตรงหน้าของผู้เป็นแม่

"แผล่บ~" จู่ ๆ เจ้ามังกรน้อยก็แลบลิ้นเลียใบหน้าของหูเจียวเจียวคล้ายกับกำลังประจบเธออยู่

ในเวลาเดียวกัน หางเรียวเล็กกระดิกไปมาเหมือนลูกสุนัขที่มีความสุขที่เจ้าของกลับมาบ้าน

ปัจจุบันความรู้สึกในใจของหูเจียวเจียวตอนนี้ผสมปนเปกันไปหมดจนไม่รู้ว่าเธอควรหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดีในระหว่างที่เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายบนใบหน้า

“พวกเจ้าเล่นกันอยู่ที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะไปจัดการเหยื่อที่แม่น้ำ แล้วแม่จะกลับมาทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเจ้ากิน”

หญิงสาวชำเลืองมองเหยื่อที่อยู่บนพื้น ก่อนจะลากกวางซิกาตัวเล็กไปที่แม่น้ำโดยไม่สนใจสุนัขจิ้งจอกขาวที่ตายอย่างอนาถที่สุด

เนื่องจากบ้านของพวกเธอพังไปแล้ว เธอจึงเข้าไปในมิติจากในบ้านไม่ได้ มิฉะนั้นคนอื่น ๆ จะสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น

เมื่อเหล่าเด็กน้อยที่ชาญฉลาดเห็นว่าแม่จิ้งจอกไปจัดการกับเหยื่อ พวกเขาก็ช่วยกันเก็บกวาดบ้านให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อย

ประกอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ 5 พี่น้องเหนื่อยล้ามากเพราะกว่าที่ทุกคนจะไล่สงฮวากับสามีออกไปได้ ตอนนี้พวกเขาจึงไม่อยากขัดแย้งกับหูเจียวเจียวให้ตัวเองเหนื่อยเพิ่มอีก

พอหญิงสาวมาถึงบริเวณข้างแม่น้ำ เธอก็หันไปตรวจสอบโดยรอบแล้วไม่เห็นใคร ไม่นานเธอก็หลบเข้าไปในมิติเพื่อหยิบผ้าสะอาดมาพันแผลให้ตนเอง

เมื่อเธอเข้ามาข้างในมิติแล้ว เธอก็พบว่าตอนนี้มีชั้นวางอีกชั้นหนึ่งที่สามารถหยิบของออกมาใช้ได้แล้ว เธอจึงรีบตรงเข้าไปสำรวจด้วยความดีใจ

ชั้นวางของที่เพิ่งเปิดใหม่นี้เต็มไปด้วยของจิปาถะมากมาย

หลังจากใช้เวลาสำรวจอยู่นาน ในที่สุดเธอก็พบกล่องยา

มาได้ทันเวลาพอดีเลย!

ต่อมา หูเจียวเจียวรีบใช้ยาในกล่องยารักษาบาดแผลของตัวเองก่อนจะพันแผลด้วยผ้าก๊อซ

แต่หลังจากที่หญิงสาวไตร่ตรองอยู่สักพัก เธอก็รู้สึกว่าถ้าเธอออกไปทั้งอย่างนี้ มันจะทำให้คนอื่นสงสัยว่าเธอไปเอาของจำพวกนี้มาจากไหน เธอจึงใช้หนังสัตว์ผืนหนึ่งพันศีรษะตนไว้

เพียงแค่นี้ก็ไม่มีใครเห็นผ้าก๊อซที่เธอพันแผลไว้แล้ว

ตอนนี้ทางที่ดีที่สุดก็คือ เธอไม่ควรให้ใครเห็นสิ่งของที่นำออกมาจากมิติ หากคนที่ไม่หวังดีอย่างเช่นสงฮวาเห็นมัน พวกนางอาจจะวางแผนทำอะไรบางอย่างไม่ดีกับเธอแน่นอน

พอทำความสะอาดบาดแผลของตัวเองเรียบร้อยแล้ว จิ้งจอกสาวก็ออกจากมิติทันที

ขณะที่เธอกำลังใช้มีดปลายแหลมผ่าท้องกวางอยู่นั้น เธอก็ครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

แน่นอนว่าจะต้องเป็นเรื่องในมิติ ครั้งสุดท้ายที่เธอเข้าไปในนี้ เธอสามารถหยิบของได้จากชั้นวางแรกเท่านั้น แล้วทำไมวันนี้ถึงมีชั้นวางเพิ่มขึ้นมาเสียล่ะ? เป็นไปได้ไหมว่ามีบางอย่างที่ส่งผลต่อมิติ?

“หรือเป็นเพราะว่าลูก ๆ?” จู่ ๆ หูเจียวเจียวก็คิดถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เป็นไปได้

เมื่อคิดถึงท่าทีของพวกเด็กน้อยที่มีต่อเธอเปลี่ยนไป ความคิดแวบหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของหญิงสาว

ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็หมายความว่าหากเธอสามารถพิชิตใจลูก ๆ ได้ เธอจะสามารถปลดล็อกชั้นวางในมิติเพิ่มได้เช่นกัน!

อีกด้านหนึ่งในลานบ้าน หลงหลิงเอ๋อเฝ้าดูผู้เป็นแม่เดินไปที่แม่น้ำ แต่ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางกลับเต็มไปด้วยความเศร้า

ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตายใช่ไหม?

นางเคยเห็นคนในเผ่าตายเพราะได้รับบาดเจ็บแบบนี้มาก่อน เมื่อนึกถึงว่าหูเจียวเจียวเปลี่ยนไปมากแค่ไหนในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกสับสนในใจมากขึ้น

ถึงแม้ว่าในอดีตผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจมากจริง ๆ แต่ถ้าอีกฝ่ายจะตายก็ควรตายด้วยน้ำมือของพี่น้องของนาง!

จะปล่อยให้นางตายไปง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร!

ในตอนนั้นเอง หลงหลิงเอ๋อชำเลืองมองพี่น้องของนางก่อนจะแอบออกไปจากบ้านในขณะที่คนอื่นไม่ได้สนใจตน

“พี่ใหญ่ เมื่อกี้หลิงเอ๋อแอบออกไปจากบ้านแล้ว ข้าจะไปพานางกลับมา!” เป็นหลงจงที่สังเกตเห็นท่าทางแปลกประหลาดของน้องสาว

"ปล่อยนางไปเถอะ เราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว" หลงอวี้พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะท่าทางที่เกินวัยของเขาทำให้เขาไม่ต่างจากชายชราที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

แม้ว่าหลงจงจะไม่พอใจ แต่เขาก็ยังเชื่อฟังคำพูดของอีกฝ่ายอยู่ ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงมองตามหลังหลงหลิงเอ๋อไป  "พวกผู้หญิงนี่ชอบสร้างปัญหากันเสียจริง…"

ในเวลานี้หูเจียวเจียวจัดการแล่กวางซิกาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะล้างมันในแม่น้ำจนเลือดไหลไปตามทาง

จากนั้นเธอก็นำเนื้อกวางมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของตน

เนื่องด้วยเวลาที่มีไม่มาก เธอจึงวางแผนที่จะจัดการกับเหยื่อที่เหลือในวันพรุ่งนี้ แล้วใช้เวลาของวันนี้ในการซ่อมแซมบ้านไม้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้ทุกคนจะต้องนอนอยู่ข้างนอก

ทันทีที่หญิงสาววางเนื้อกวางลง เธอก็ได้ยินเสียงกังวลดังมาจากด้านหลัง

“ลูกเอ๋ย ลูกรักของแม่ ลูกเจ็บตรงไหนบ้าง มาให้แม่ดูหน่อย ใครมันกล้ามาทำร้ายลูกแม่ แม่จะไปหักขามัน...”

หูเจียวเจียวหันหลังไปมองต้นเสียง และเห็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างเพรียวบาง ตามมาด้วยผู้ชายอีก 2 คนโดยที่คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนที่มีร่างกายแข็งแรงสมส่วน แล้วอีกคนเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำ

ในระหว่างที่เธอกำลังงุนงง ผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเธอแล้ว

จากนั้นนางก็จับมือหูเจียวเจียวพลางน้ำตาคลอ ก่อนที่นางจะมองสำรวจไปทั่วตัวของหญิงสาวอย่างกระวนกระวายใจ

“ลูกแม่ ให้แม่ดูหน่อยว่าเจ้าบาดเจ็บตรงไหน แม่จะพาเจ้าไปหาหมอเอง แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องลำบากแน่นอน!”

จบบทที่ บทที่ 17: ใครจะไปสนใจคำชมของนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว