- หน้าแรก
- ยอดนินจาผู้ช่วงชิงหัวใจฮินาตะ
- ตอนที่ 24 ทฤษฎีคาถาไฟ
ตอนที่ 24 ทฤษฎีคาถาไฟ
ตอนที่ 24 ทฤษฎีคาถาไฟ
ตอนที่ 24 ทฤษฎีคาถาไฟ
นอกจากนี้ คิโมโตะในตอนนี้ยังมีปริมาณจักระเพียงระดับเกะนิน
ต่อให้เขาเรียนรู้วิชานินจาที่ยากกว่านี้ ก็คงไม่สามารถรีดเร้นพลังออกมาใช้ได้จริง
คิโมโตะเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก ในขณะที่ซาสึเกะซึ่งแอบดูอยู่ไม่ไกลเริ่มจะง่วงนอน
แต่คิโมโตะยังคงจ้องมองนินจาทั้งสามคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
เพียงแค่จุดนี้ คาคาชิที่เฝ้าดูอยู่ก็รู้สึกชื่นชมเขามาก
อัจฉริยะจำเป็นต้องมีความอดทนจึงจะกลายเป็นยอดคนได้ หากปราศจากความอดทน เส้นทางในอนาคตย่อมสั้นลง
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้สำเร็จเพียงเพราะคุณเก่ง แต่ต้องรู้จักรอคอยและคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด
คาคาชิชื่นชมในจุดนี้ เพราะตัวเขาเองในวัยเด็กก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้
ความจริงแล้วคาคาชิเข้าใจคิโมโตะผิดไปถนัด เพราะตอนนี้คิโมโตะกำลังภาวนาให้นินจาพวกนั้นรีบใช้คาถาเสียที
เขารอจนเริ่มจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน
แต่เขาก็เดินเข้าไปบังคับให้อีกฝ่ายใช้คาถาไม่ได้
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดจูนินหนึ่งในสามคนนั้นก็ลุกขึ้นยืน
เขาเดินตรงไปยังท่อนไม้ฝึกซ้อมขนาดใหญ่
เขาสลัดความง่วงแล้วหลับตาลง คล้ายกำลังทบทวนเนื้อหาในม้วนคัมภีร์
วินาทีนั้น ดวงตาของคิโมโตะจับจ้องเขม็ง ท่าทางของเขาดูจดจ่ออย่างถึงที่สุด
จนแม้แต่ซาสึเกะและฮินาตะที่แอบดูอยู่ใกล้ๆ ยังพลอยรู้สึกตึงเครียดตามไปด้วย
คาคาชิสังเกตเห็นสีหน้าของคิโมโตะแล้วแอบยิ้ม
"เด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ ถ้าพวกนั้นไม่ยอมใช้คาถาออกมา วันนี้เขาคงจะอารมณ์เสียมากแน่ๆ"
หลังจากรอมานาน หากสุดท้ายต้องกลับบ้านมือเปล่า มันคงเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจไม่น้อย
ทว่าจูนินคนนั้นไม่ได้ทำให้อารมณ์ของคาคาชิหรือคิโมโตะผิดหวัง
เขาเปิดตาขึ้นและเริ่มประสานอินด้วยมือ
ความเร็วในการประสานอินไม่ได้รวดเร็วนัก เพราะเขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้วิชานินจาบทใหม่
เมื่อสิ้นสุดท่าประสานอิน นินจาคนนั้นก็ตะโกนก้อง
"คาถาไฟ: ลูกไฟยักษ์!"
พริบตานั้น ลูกไฟขนาดหนึ่งเมตรถูกพ่นออกมาจากปากพุ่งเข้าใส่ท่อนไม้อย่างจัง
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นจนดึงดูดความสนใจจากนินจาคนอื่นในสนามฝึก
แต่เมื่อเปลวไฟมอดลงและควันจางหาย ท่อนไม้นั้นกลับเพียงแค่ดำเป็นตอตะโกที่ผิวหน้า แตไม่ได้แตกละเอียด
คาคาชิไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
"ลูกไฟยักษ์งั้นเหรอ? วิชาระดับ D นี่มันวิชาไฟพื้นฐานสุดๆ เลยนะ"
"ไม่นึกเลยว่าเขาเพิ่งจะเริ่มเรียน คงกำลังพยายามพัฒนาวิชานินจาธาตุที่สองอยู่สินะ"
หลังจากถึงระดับจูนิน นินจาบางคนจะเริ่มพัฒนาจักระธาตุที่สองของตัวเอง
เพราะคนส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมกับจักระเพียงธาตุเดียวเท่านั้น
แต่การมีธาตุเดียวมันง่ายต่อการถูกแก้ทาง โจนินทั่วไปจึงมักจะฝึกฝนให้เชี่ยวชาญมากกว่าสองธาตุขึ้นไป
การมีธาตุเดียวติดตัวมาแต่เกิดไม่ได้หมายความว่าธาตุอื่นจะพัฒนาไม่ได้
เพียงแต่มันมีความยากค่อนข้างสูง ดังนั้นโดยปกติเมื่อถึงระดับโจนิน พวกเขาจะเริ่มศึกษาธาตุที่สองหรือสามหลังจากที่เชี่ยวชาญธาตุหลักของตนเองแล้ว
และจูนินคนนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังเรียนรู้วิชานินจาธาตุที่สองอยู่
ลูกไฟยักษ์บทนี้เป็นเพียงวิชาไฟขั้นพื้นฐานเท่านั้น
ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับคาถาเพลิงลูกไฟยักษ์ของตระกูลอุจิวะได้เลย
คิโมโตะมองออกทันที และเขาก็จดจำทั้งท่าประสานอินรวมถึงเส้นทางการโคจรจักระได้คร่าวๆ
สำหรับเขาแล้ว วิชานินจาไฟระดับพื้นฐานแบบนี้ไม่ได้สร้างแรงกดดันอะไรมากนัก
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา
"ค่าประสบการณ์ลูกไฟยักษ์ +1"
คิโมโตะถึงกับอึ้งไปเลย
"ฉันยังไม่ได้ลองใช้เลยนะ ทำไมถึงได้ค่าประสบการณ์มาแล้วล่ะ?"
เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่าระบบทำงานผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า
ไม่นานนัก ระบบก็ตอบกลับมา
"เนื่องจากเจ้าของทำความเข้าใจกลไกของลูกไฟยักษ์ได้อย่างชัดเจน และบรรลุถึงขั้นทฤษฎีโดยสมบูรณ์"
คิโมโตะเข้าใจในที่สุด เขาเปิดค่าสถานะขึ้นมาดู
เจ้าของ: คิโมโตะ [เกะนิน]
วิชานินจา: 107 [เกะนิน (วิชารีดเร้นจักระ, วิชาสามพื้นฐาน, ทฤษฎีลูกไฟยักษ์)]
วิชานินจาของเขาเพิ่มขึ้นมาสองแต้ม ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย
"แค่เข้าใจทฤษฎีก็ได้เพิ่มมาสองแต้มเลยเหรอ"
หลังจากได้แต้มเพิ่ม คิโมโตะพบว่าเขาเข้าใจโครงสร้างของวิชาลูกไฟยักษ์ลึกซึ้งกว่าเดิม
แม้แต่เส้นทางโคจรจักระบางจุดที่เคยไม่มั่นใจ ตอนนี้ทุกอย่างกลับสว่างวาบขึ้นมาในหัว
ที่สำคัญที่สุดคือ คิโมโตะจะไม่มีวันลืมมันได้เลย
นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
เมื่อเขาเรียนรู้จนถึงขีดสุด ขีดสุดนั้นจะกลายเป็นสภาวะปกติของเขาไปโดยปริยาย
คิโมโตะรู้สึกตกตะลึงกับการค้นพบนี้
"งั้นก็หมายความว่า ถ้าฉันเรียนวิชาไหนแล้วฝึกจนถึงขั้นที่เก่งที่สุด ต่อให้ทิ้งช่วงไปนานแค่ไหน กลับมาใช้ใหม่มันก็จะยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดงั้นเหรอ?"
ความสามารถนี้มันน่าสยดสยองมาก
เหตุผลที่นินจาต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ เพราะหลังจากเรียนวิชาไปแล้ว หากไม่ฝึกซ้ำให้ชำนาญก็จะลืมเลือนได้ง่าย
แต่คิโมโตะไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลย ร่างกายของเขาจะจดจำสภาวะที่ดีที่สุดไว้เสมอ
"แบบนี้ฉันก็แค่ต้องทำลายขีดจำกัดไปเรื่อยๆ สินะ"
แม้ร่างกายจะไม่สามารถอัปเกรดได้ไร้ขีดจำกัด แต่เมื่อใดที่ทำลายขีดจำกัดเดิมได้ สภาวะนั้นจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของร่างกายทันที
ในโลกใบนี้ เมื่อคนเราแก่ตัวลง สมรรถภาพการต่อสู้จะถดถอยลงอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น รุ่นที่สาม หรือโอโนกิ
ยิ่งอายุมากขึ้น พลังก็จะลดฮวบ จักระก็จะอ่อนแอลงเพราะมันมาจากเซลล์ในร่างกาย
คิโมโตะดึงสติตัวเองกลับมาและเลิกตกใจ เขาหันไปจดจ่อกับจูนินอีกสองคนที่เหลือแทน
"อยากรู้จังว่าอีกสองคนจะใช้คาถาแบบไหนออกมาให้ดู"