เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 - ตัวตลกคือฉันเอง

บทที่ 150 - ตัวตลกคือฉันเอง

บทที่ 150 - ตัวตลกคือฉันเอง


บทที่ 150 - ตัวตลกคือฉันเอง

เหล่าคณะกรรมการบริหารเห็นดังนั้น ก็รีบเดินตามมา

พวกเขาทักทายเย่ชิงด้วยความนอบน้อม

อธิการบดีที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึง เพราะเขารู้ดีว่าคณะกรรมการเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลสำคัญระดับแนวหน้าของเมืองเจียงเฉิง

แต่พวกเขากลับแสดงท่าทีเคารพรักนบน้อมต่อชายหนุ่มคนนี้

เบื้องหลังของชายหนุ่มคนนี้ต้องน่ากลัวขนาดไหนกันเชียว?

ขณะที่อธิการบดีกำลังตกตะลึง เย่ชิงมองชูอิ๋งและคนอื่นๆ โบกมือแล้วพูดว่า "พวกคุณก็มาดูการแสดงเหมือนกันเหรอ?"

เหล่าผู้บริหารรีบอธิบาย "พวกเราเป็นกรรมการบริหารของที่นี่ มาดูงานราตรีจริงๆ ครับ แล้วคุณเย่ล่ะครับ?"

เย่ชิงยิ้ม "อ้อ ผมมาดูหลานสาวแสดงน่ะ"

พูดจบ เย่ชิงนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อชานม

"ผมมีธุระ ขอตัวก่อนนะ พวกคุณเดินเล่นกันไปก่อนเถอะ"

พูดจบ เย่ชิงก็หันหลังเดินไปทางร้านชานม

ทุกคนรู้กาละเทศะ จึงไม่ได้ตามไป

แต่ในใจทุกคนต่างตื่นตระหนก หลานสาวของคุณเย่ก็มาร่วมแสดงด้วยเหรอ?

ใช่ซูชิงเฉิงหรือเปล่า?

เธอร้องเพลงไม่เป็นไม่ใช่เหรอ?

ทุกคนสงสัย แต่ตอนนี้หาคำตอบไม่ได้ คงต้องรอดูสถานการณ์ในงานราตรีแล้วล่ะ

รอไปอีกสิบกว่านาที ในที่สุดช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง

งานราตรีเริ่มต้นขึ้น พิธีกรขึ้นเวที กล่าวเปิดงาน

จากนั้นการแสดงชุดแรกก็เริ่มขึ้น เป็นการแสดงเต้นรำ มีแต่หนุ่มหล่อสาวสวย เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมในงานได้กระหึ่ม

ตอนนี้ผู้คนแน่นขนัด ไม่ต่างจากคอนเสิร์ตขนาดย่อมๆ เลย

ต่อด้วยการแสดงร้องเพลงและเต้นรำชุดแล้วชุดเล่า ผู้ชมดูอย่างสนุกสนาน

แต่ป้ายไฟที่ทุกคนชูสูง และชื่อที่ทุกคนตะโกนเรียก ยืนยันได้ชัดเจนว่าใครคือตัวเอกที่ทุกคนรอคอยในวันนี้

หลังจบการแสดงชุดหนึ่ง พิธีกรก็ประกาศ

"ต่อไปขอเชิญ หลินเซวียน, จางน่า, เฉินฟาง... มามอบบทเพลง: 'ผู้ตามหาแสง'"

สิ้นเสียงประกาศ เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วลาน

แปะ แปะ แปะ

"การแสดงฟินาเล่มาแล้ว เทพธิดาสวยมาก ตะลึงไปเลยทั้งฉันและเพื่อนๆ"

ฟังเสียงเชียร์จากด้านล่าง จางน่ารู้สึกเคลิบเคลิ้ม แต่จู่ๆ ก็รู้สึกทะแม่งๆ

"ดีงามมาก หลินเซวียนจื่อออกมาแล้ว! เทพธิดา เทพธิดา อู้ววว~ อู้ววว~"

"ว้าว ฟังสดหลินเซวียน รีบฟังตอนยังฟรี ต่อไปบัตรคงหาซื้อไม่ได้แล้ว"

"หลินเซวียนสู้ๆ เธอคือแสงสว่างในใจ พวกเราคือผู้ตามหาแสง"

จางน่าใจหายวาบ ผู้ชมดูเหมือนจะตะโกนเรียกแต่ชื่อหลินเซวียน และที่ชัดเจนที่สุด บนป้ายไฟที่พวกเขาถือ ล้วนเขียนชื่อหลินเซวียน เธอไม่เห็นแฟนคลับของเธอสักคนเดียว

จางน่ารู้สึกจุกอก ไม่พอใจขึ้นมา

แต่เธอไม่มีเวลาคิดมาก เพราะดนตรีอินโทรดังขึ้นแล้ว

หลินเซวียนเคาะจังหวะ พอถึงท่อนของตัวเอง เธอก็ยกไมโครโฟนขึ้นเริ่มร้อง

[ฉันยินดีจะตามหลังเธอไป

เหมือนเงาที่ละเมอตามแสง

ฉันยินดีจะรอที่ทางแยกนี้

ไม่ว่าเธอจะผ่านมาหรือไม่

ทุกครั้งที่ฉันเงยหน้ามองเธอ

แม้น้ำตาก็ยังรู้สึกเป็นอิสระ]

เสียงหวานใสไพเราะดังกังวานไปทั่วลานกว้าง

ทุกคนหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจฟังเสียงสวรรค์ขับกล่อม

ความหงุดหงิดที่เกิดจากจางน่าลืมเนื้อร้องก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น จิตใจของทุกคนราวกับได้รับการชำระล้าง

หลินเซวียนร้องท่อนนี้จบ เสียงปรบมือดั่งสายฟ้าฟาดก็ระเบิดขึ้น

"เพราะมาก! เสียงสวรรค์ชัดๆ! ร้องไห้อีกแล้วกู"

"เทพธิดาหลินเซวียน ขอให้เธอสวยแบบนี้ตลอดไปนะ"

"อ้าปากก็กราบเลย ซีดีเดินได้ชัดๆ เซวียนเซวียนจื่อ ฉันติดค่าตั๋วเธอใบนึงนะ"

หลินเซวียนแค่เปิดปาก ก็สร้างกระแสคลื่นความนิยม เสียงชื่นชมดังกระหึ่ม

[ได้ครอบครองพร้อมกับสูญเสีย

เธอดูสิ ฉันช่างเล็กจ้อยเพียงใด

เพราะมีเธอให้ฝันถึง

บางทีเธออาจจะไม่หยุดเพื่อฉัน

งั้นขอให้ฉันได้ยืนอยู่ข้างหลังเธอ]

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังฟังเพลินๆ เสียงที่ไม่ค่อยเข้าพวกก็แทรกเข้ามา

ทุกคนมองดู ก็เห็นว่าเป็นจางน่านั่นเอง

ตอนนี้ทุกคนเพิ่งนึกขึ้นได้

อ๋อ นี่มันร้องคู่นี่นา

แต่พวกเขาอยากฟังหลินเซวียนร้องเดี่ยวมากกว่า

และทุกคนสังเกตเห็นว่า จางน่ายังร้องข้ามเนื้อไปท่อนหนึ่งด้วย

หลินเซวียนไม่ได้ร้องท่อนนั้นแทนเธอ เพราะเธอไม่อยากถูกตราหน้าว่าแย่งซีน

จางน่าจะร้องหรือไม่ร้องก็เรื่องของเธอ

แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าจางน่าลืมเนื้อ

"ร้องเหี้ยอะไรเนี่ย เข้าผิดจังหวะไม่รู้ตัวเหรอ? ยังจะมาดัดเสียงร้องอีก อ่อยใครวะ? ฟังแล้วจะอ้วก"

"เมื่อกี้ลืมเนื้อก็ช่างแม่ง ตอนนี้เสือกเพี้ยนอีก เพลงนี้ควรจะเป็นตำนานแท้ๆ กลายเป็นเดอะริงเฉยเลย ขยะแขยงชิบหาย อีเวร"

"นี่คือฝีมือดารากระแส? กลับไปเล่นหนังห่วยๆ ของหล่อนไม่ดีกว่าเหรอ? ร้องไม่เป็นก็อย่าร้อง นึกว่าฟังคนละเพลงซะอีก"

พอได้ยินเสียงจางน่าร้อง เสียงก่นด่าจากผู้ชมก็ดังระงม

ชั่วพริบตา จางน่าหน้าชา

เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองร้องเพลงเก่งมาก ไม่ถึงขั้นระดับตำนาน แต่อย่างน้อยก็คงชนะพวกนักศึกษาพวกนี้ขาดลอย

และเธอก็คิดมาตลอดว่า คืนนี้เธอคือตัวเอก

แต่ทันทีที่เธอร้องจบ เธอเพิ่งรู้ตัวว่า เธอมาเป็นแค่ตัวประกอบให้หลินเซวียน หรือเผลอๆ จะเป็นตัวถ่วงด้วยซ้ำ?

และตลอดทั้งเพลง พอถึงท่อนหลินเซวียนร้อง ด้านล่างก็จะเฮลั่น แต่พอถึงตาจางน่าร้อง ก็จะเงียบกริบ ราวกับการประท้วงเงียบ

เพลงจบ เนื่องจากท่อนสุดท้ายหลินเซวียนเป็นคนร้อง เสียงปรบมือจึงดังกึกก้องยาวนานอีกครั้ง

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงเชียร์ จางน่าและหลินเซวียนพร้อมแดนเซอร์ทยอยลงจากเวที

เย่ชิงและพวกก็เดินไปที่หลังเวที

ชูอิ๋งและคนอื่นเห็นดังนั้น ก็เดินตามไป

เย่ชิงเจอหลินเซวียน ก็ยิ้มบอก "การแสดงสมบูรณ์แบบมาก ไป ไปฉลองกัน"

แม้หลินเซวียนจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เพราะการร้องคู่ครั้งนี้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เธอทำเต็มที่แล้ว ถือว่าไม่เสียใจภายหลัง

"ค่ะ ไปกันเถอะ" หลินเซวียนพยักหน้า แล้วเดินตามพวกเย่ชิงออกไป

ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครสนใจจางน่าที่ดูหงอยเหงาอยู่ด้านหลังเลย

ทางด้านชูอิ๋ง ยืนส่งพวกเย่ชิงด้วยสายตาอยู่ไม่ไกล แต่ไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปรบกวน

และตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจแล้วว่า หลินเซวียนคนนั้นคือหลานสาวที่มาร่วมแสดงที่เย่ชิงพูดถึง

จากนั้น ชูอิ๋งหันไปมองอธิการบดี แล้วให้เขาพาเข้าไปหลังเวที

เวลานี้ จางน่าและคนของสภานักศึกษากำลังพักผ่อนอยู่ ทีมผู้จัดการของจางน่ากำลังพยายามปลอบใจเธอ

จางน่านั่งเงียบกริบ เพราะเธอโดนตอกหน้าเข้าอย่างจัง ต่อให้เธอจะหลงตัวเองแค่ไหน แต่หูของเธอก็ฟ้องว่า ทักษะการร้องของหลินเซวียนนั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ส่วนเสียงร้องระดับคาราโอเกะของเธอเมื่อกี้ มันเหมือนตัวตลกชัดๆ

จบบทที่ บทที่ 150 - ตัวตลกคือฉันเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว