- หน้าแรก
- ล็อกอินแปดปี สมบัติล้านล้านถูกเปิดเผย
- บทที่ 14 - ผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 14 - ผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 14 - ผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 14 - ผู้ยิ่งใหญ่
เห็นสาวสวยสองคนรุมล้อมเอาใจเย่ชิง แถมยังไม่ยี่หระเรื่องที่เขาตกงานเกาะที่บ้านกิน ซุนฮ่าวก็กัดฟันกรอดด้วยความริษยา
แม่งเอ๊ย หล่อแล้ววิเศษนักเหรอวะ?
"ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"
เห็นว่าสั่งอาหารเสร็จแล้ว ซุนฮ่าวเลยหาข้ออ้างปลีกตัว จริงๆ แล้วคือหนีไปสูบบุหรี่ระบายความอัดอั้นตันใจ
ระหว่างที่ทุกคนรอ อาหารเรียกน้ำย่อยก็ทยอยมาเสิร์ฟ
ไม่นาน พนักงานเสิร์ฟก็นำไวน์แดงสองขวดมาที่โต๊ะ
"คุณผู้ชาย จะให้เปิดไวน์เลยไหมคะ?"
เย่ชิงที่กำลังก้มหน้าเล่นมือถือตอบส่งๆ "เปิดเลยครับ"
พนักงานจึงใช้ที่เปิดไวน์จัดการเปิดขวดทั้งสอง
ซุนฮ่าวที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำเห็นพนักงานถือไวน์ที่เปิดแล้วในมือพอดี
พอเพ่งมองรูปลักษณ์ขวดไวน์ชัดๆ ใจเขาก็แทบวาย
เขาที่เข้าออกสถานที่หรูหราเป็นประจำ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไวน์สองขวดนี้ที่ห่อหุ้มมาอย่างดี ต้องเป็นไวน์ชั้นเลิศราคาแพงระยับแน่นอน
เมื่อกี้มัวแต่มองสาว เลยไม่ได้สนใจว่าเย่ชิงสั่งเหล้าอะไร
เขาหลงคิดว่าไอ้หมอนี่คงพอจะรู้จักกาลเทศะบ้าง ไม่น่าจะสั่งของแพงอะไร แต่ที่ไหนได้ เขาคิดผิดถนัด
ซุนฮ่าวรีบเข้าไปขวางพนักงาน ถามเสียงสั่น "เดี๋ยวๆ นี่ไวน์อะไร?"
พนักงานอธิบาย "อันนี้คือ ชาโต ลาตูร์ (Chateau Latour) ปี 1932 กับ โรมาเน-กงตี (Romanee-Conti) ปี 1998 ค่ะ"
พอรู้ปีของไวน์ ซุนฮ่าวสติแตกทันที
โรมาเน-กงตีปี 1998 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสองสามแสนหยวน ส่วนลาตูร์ปี 1932 ราคายิ่งไม่ต้องพูดถึง สูงลิ่วกว่านั้นแน่
ไอ้เวร เย่ชิง ไอ้คนตกงาน มันเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าสั่งไวน์แพงขนาดนี้?
ถึงเขาจะคุยโวว่ารายได้ปีละล้าน แต่เงินส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการสร้างคอนเนคชั่น ไม่งั้นด้วยความสามารถเพียวๆ เขาไม่มีทางไต่เต้ามาถึงตำแหน่งนี้ได้หรอก ตอนนี้เงินสดในมือเขารวมกันยังไม่ถึงล้านเลย จะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายค่าไวน์สองขวดนี้?
"สองขวดนี้ราคาประมาณเท่าไหร่?"
พนักงานตอบตามตรง "นี่เป็นไวน์สะสมของร้านเราค่ะ โรมาเน-กงตีขวดนี้แม้ปีจะไม่เก่ามาก แต่เป็นรุ่นสั่งทำพิเศษ ราคาอยู่ที่ 400,000 หยวนค่ะ"
"ส่วนลาตูร์ขวดนี้ ยิ่ง..."
ซุนฮ่าวกุมขมับ กัดฟันพูด "พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว คืนได้ไหม?"
พนักงานเปลี่ยนแววตา น้ำเสียงเริ่มแข็ง "เปิดขวดแล้ว คืนไม่ได้แน่นอนค่ะ"
ซุนฮ่าวหันขวับไปหาเย่ชิง ไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกแล้ว ตะโกนด่าอย่างบ้าคลั่ง "เย่ชิง! แกไอ้คนตกงาน ใครให้ความกล้าแกสั่งลาตูร์ สั่งโรมาเน-กงตี? ตั้งใจจะแกล้งฉันใช่ไหม?"
"ฉันหวังดีเลี้ยงข้าวแก แถมยังแนะนำงานให้ แกทำกับฉันแบบนี้เหรอ? นี่ไวน์ที่แกสั่ง ฉันไม่จ่ายนะโว้ย!"
ซุนฮ่าวชี้หน้าเย่ชิง แล้วหันไปบอกพนักงาน "ไอ้บ้านนอกคนนี้เป็นคนสั่งไวน์ ไม่เกี่ยวกับฉัน ไปเก็บเงินที่มันนู่น"
อวี๋อี้เห็นท่าไม่ดี ในใจก็ตกใจเหมือนกัน น้าของซูชิงเฉิงทำเกินไปจริงๆ
พนักงานเสิร์ฟลำบากใจ ไม่เอาก็ไปคุยกับผู้จัดการร้านสิ มาบอกพนักงานอย่างฉันจะมีประโยชน์อะไร?
เย่ชิงเองก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าไวน์ที่มาเสิร์ฟคือลาตูร์กับโรมาเน-กงตี
แต่ในเมนูเขาไม่ได้จิ้มสองขวดนี้นี่นา
"พวกคุณเสิร์ฟผิดโต๊ะหรือเปล่า? ผมไม่ได้สั่งสองขวดนี้นะ"
เย่ชิงไม่สนใจซุนฮ่าวที่กำลังเต้นเร่าๆ หันไปคุยกับพนักงาน
พนักงานเองก็งง "ผู้จัดการสั่งมาค่ะ ดิฉันมีหน้าที่แค่มาเสิร์ฟ ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันค่ะ!"
ทุกคนตกตะลึงอีกรอบ
ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมก็เดินเข้ามา
"ต้องขอประทานโทษด้วยครับ พอดีติดธุระนิดหน่อยเลยมาช้า"
"ไวน์สองขวดนี้ ผมมอบให้พวกคุณฟรีครับ"
ซุนฮ่าวกำลังหัวร้อน "คุณเป็นใคร ผมรู้จักคุณเหรอ? อย่ามาล้อเล่นนะ"
"ผะ... ผู้จัดการร้าน?" พนักงานข้างๆ อุทานลั่น
ผู้จัดการร้าน?
ซุนฮ่าวสะดุ้ง ผู้จัดการร้านเอากล้ามาให้พวกเขา? เขาไปรู้จักกับผู้จัดการร้านตอนไหน?
พวกเย่ชิงเองก็มองผู้จัดการร้านด้วยความสงสัย
"โอ้โห เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว กระผมซุนฮ่าวครับ ยินดีที่ได้พบท่านครับ"
ซุนฮ่าวรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม ยื่นมือออกไปหวังจะเช็กแฮนด์
ทว่า ผู้จัดการร้านกลับเดินผ่านซุนฮ่าว ตรงดิ่งไปหาเย่ชิง
"คุณผู้ชาย ไวน์สะสมสองขวดนี้ รสชาติกลมกล่อมมาก ผมเองยังไม่กล้าตัดใจดื่มเลย แต่วันนี้ขอมอบให้คุณครับ เดี๋ยวลองชิมดูนะครับ"
ซุนฮ่าวที่โดนเมินยืนหน้าแตกยับเยิน กลายเป็นตัวตลกให้คนเขาหัวเราะเยาะ แต่ที่เขาสงสัยมากกว่าคือ ทำไมผู้จัดการร้านถึงเอาไวน์ดีขนาดนี้มาให้คนตกงาน หรือว่าไอ้หมอนี่จะมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่?
เย่ชิงได้ยินดังนั้นก็แปลกใจ "ให้ผมเหรอ?"
ซูชิงเฉิงรีบถาม "ขอโทษนะคะผู้จัดการ ทำไมถึงมอบไวน์ขวดนี้ให้พวกเราล่ะคะ?"
ผู้จัดการอธิบาย "คืออย่างนี้นะครับ ในเน็ตมีคลิปที่หลานสาวคุณไลฟ์สดตอนคุณทำอาหารกำลังดังมาก ผมบังเอิญได้ดูพอดี ชื่นชมในฝีมือการทำอาหารของคุณมาก ไม่ทราบว่าสนใจจะมาร่วมงานกับคลับเฮาส์ของเราไหมครับ ผมยินดีมอบตำแหน่งเชฟใหญ่ให้ เงินเดือนคุณเรียกมาได้เลย"
พอได้ยินแบบนี้ ซุนฮ่าวก็ยกภูเขาออกจากอก
นึกว่าไอ้หมอนี่จะมีแบ็คใหญ่อะไร ที่แท้ก็แค่บังเอิญดังในเน็ต ผู้จัดการร้านเลยอยากได้ตัวมาเรียกลูกค้า
ไอ้บ้านี่มันจะโชคดีอะไรขนาดนั้น แค่ทำกับข้าวก็ดังได้?
ซุนฮ่าวเดาว่าฝีมือคงงั้นๆ แหละ แต่หน้าตามันดี พวกผู้หญิงบ้าผู้ชายเลยแห่กันไปคอมเมนต์แชร์ จนกลายเป็นเน็ตไอดอลไป
มิน่าล่ะ ไอ้คนตกงานถึงได้ทำท่าไม่ยี่หระ ที่แท้เพราะตัวเองกลายเป็นคนดังนี่เอง?
ลองคิดดู สเกลระดับสโมสรเทียนหนาน ถ้าเย่ชิงยอมมาเป็นเชฟใหญ่ อย่างต่ำๆ ค่าตัวต้องหลักล้านแน่ๆ
แค่พริบตาเดียว จากคนตกงานกลายมาเป็นคนระดับเดียวกับเขาซะงั้น?
ซุนฮ่าวเจ็บใจจนแทบกระอักเลือด โลกนี้แม่งดูที่หน้าตาจริงๆ สินะ
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูสโมสรเทียนหนาน
ชายใส่สูทหลายคนยืนรออยู่นานแล้ว รถไมบัค S-Class สีดำคันหนึ่งค่อยๆ แล่นเข้ามาจอด
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ทุกคนก็รีบเดินตรงเข้าไปหา
บอดี้การ์ดเปิดประตู ชายวัยกลางคนสวมสูทอาร์มานี่ ผมหวีเรียบแปล้ ใบหน้าอิ่มเอิบดูมีราศี ก้าวลงมาจากรถ
"ท่านประธานหลิว ในที่สุดท่านก็มาถึง"
"ท่านประธานหลิว เดินทางมาเหนื่อยๆ เชิญด้านในครับ"
"ท่านประธานหลิวให้เกียรติมาเยือน เป็นเกียรติแก่พวกเราจริงๆ ครับ!"
ชายที่ถูกเรียกว่าประธานหลิวเพิ่งลงจากรถ ฝูงชนก็กรูกันเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลัง พูดจาพินอบพิเทา แฝงไปด้วยการประจบสอพลอ
ประธานหลิวพยักหน้าให้ทุกคน ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมมากนัก กล่าวเรียบๆ ว่า "รบกวนให้ทุกท่านรอนาน ต้องขออภัยด้วย"
"ไม่เลยครับๆ ได้พบท่านประธานหลิวถือเป็นวาสนาของพวกเรา!"
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน
ประธานหลิวไม่พูดพร่ำทำเพลง กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นคนมาครบแล้ว "ไปเถอะ เข้าไปคุยข้างใน"
ทุกคนมองแววตาอันเฉียบคมของประธานหลิว หัวใจสั่นสะท้าน สีหน้ายิ่งเพิ่มความเคารพยำเกรง