- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 165 - ชีวิตประจำวันยามบ่าย
บทที่ 165 - ชีวิตประจำวันยามบ่าย
บทที่ 165 - ชีวิตประจำวันยามบ่าย
บทที่ 165 - ชีวิตประจำวันยามบ่าย
พออารมณ์ดี คุณลุงก็ทำกับข้าวเพิ่มอีกหลายอย่าง ทั้งสามคนเลยทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านเสียเลย
แปลกแต่จริง คุณลุงกับลี่เฉียงพ่อของเด็กสาวนักเปียโน คุยกันถูกคออย่างน่าประหลาด
อาศัยเหล้าที่เจ้าของร้านคนเก่าทิ้งไว้ไม่ได้เอาไปด้วย
ชายวัยกลางคนสองคนดื่มจนหน้าแดงก่ำ พอเหล้าเข้าปาก ทั้งคู่ก็เริ่มส่งเสียงดังคุยโวถึงความหลังครั้งเก่า
ซูหยางมองดูคุณลุงสองคนที่กำลังดวลเหล้ากัน ก็อดขำไม่ได้ แบบนี้ก็คงไม่เลวมั้ง
บ่ายสามโมง
ซูหยางนั่งอยู่ในห้องตรวจ กำลังคิดเรื่องเปิดร้าน ลู่เฉินซีลางานด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ในห้องตรวจเลยเหลือแค่ต่งซิน
"หมอซูคะ เมื่อกลางวันทำไมไม่เห็นที่โรงอาหารเลยคะ"
ต่งซินมายืนข้าง ๆ ซูหยางแล้วถาม
"อ๋อ เพื่อนเปิดร้านน่ะ ผมเลยไปช่วยเขาเลือกทำเล"
ซูหยางกำลังคิดอยู่ว่า ควรจะคิดค้นเมนูใหม่ ๆ เพิ่มอีกสักหน่อยไหม แค่เนื้อวัวน้ำแดงอย่างเดียวคงไม่พอ
"เปิดร้าน? ร้านอะไรคะ"
ต่งซินถามด้วยความอยากรู้
"ก็ร้านอาหารจานเดียวธรรมดา เมนูหลักคือเนื้อวัวน้ำแดง"
ซูหยางตอบ ถือเป็นการโฆษณาไปในตัว
[โฮสต์ โปรดจดจ่ออยู่กับการเป็นสุดยอดแพทย์ อย่าสิ้นเปลืองพลังงานไปกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมากเกินไป]
ตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ระบบเป็นฝ่ายทักขึ้นมาก่อนโดยที่ซูหยางไม่ได้ถาม
[โฮสต์ ยาตัวใหม่ที่ผ่านการปรับปรุงโดยระบบ มีมูลค่าหลายหมื่นล้านในโลกนี้ โปรดอย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อย จนเบนความสนใจออกจากอาชีพแพทย์]
ระบบพูดขึ้นในหัวอีกครั้ง
[ระบบ นี่คือการเข้าสังคม มันมีส่วนช่วยให้สภาพจิตใจของฉันสมบูรณ์และแข็งแกร่งขึ้น การจะเป็นสุดยอดแพทย์ สภาพจิตใจที่เข้มแข็งก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่เหรอ]
ซูหยางตอบโต้ในใจ
[ติ๊ง! เริ่มวิเคราะห์ทฤษฎีของโฮสต์]
[ติ๊ง! จากการตรวจสอบฐานข้อมูลระบบ ระบบเห็นชอบกับการกระทำของโฮสต์ในเบื้องต้น]
[ติ๊ง! ในรางวัลที่จะมอบให้ในอนาคต ระบบจะเน้นไปที่การยกระดับสภาพจิตใจให้มากขึ้น โปรดรับทราบ]
จากนั้นเสียงของระบบในหัวซูหยางก็เงียบหายไป
ระบบนี้ ดูเหมือนจะเงียบ แต่จริง ๆ แล้วจับตามองเขาอยู่ตลอดเวลาสินะ
ซูหยางคิดในใจ
"หมอซูคะ หมอซู?"
ต่งซินถามต่อจากประโยคเมื่อครู่ว่าร้านอยู่ที่ไหน แต่ซูหยางกลับเหมือนเหม่อลอย ไม่ได้ยินเสียงเธอ
"อื้ม ว่าไงนะ"
ซูหยางเพิ่งได้สติ จึงขานรับต่งซิน
"หมอซูคะ ฉันจะถามว่าร้านชื่ออะไรคะ เดี๋ยวฉันช่วยโปรโมตให้"
เรื่องของซูหยาง ต่งซินมักจะให้ความสนใจเป็นพิเศษเสมอ
"เพิ่งได้ทำเลเอง ยังไม่ได้เปิดร้านเลย เดี๋ยวเปิดแล้ว คุณชวนเพื่อน ๆ ไปอุดหนุนที่ร้านหน่อยนะ"
ซูหยางตอบ
"อื้ม ได้เลยค่ะ"
ต่งซินรับคำเสียงหวาน
ทันใดนั้น มีคุณป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจ ด้านหลังมีหญิงสาวหน้าตาหมดจดอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดเดินตามมาด้วย
พอเข้ามาถึง คุณป้าก็พูดกับซูหยางว่า "หมอซู ที่แท้คุณก็มีห้องตรวจอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย"
"..."
ซูหยางหน้าชา ไม่รู้จะรับมุกนี้ยังไง
เขามองดู นี่มันคุณป้าที่เขาทำหัตถการจัดหินปูนในหูให้เมื่อวานไม่ใช่เหรอ
แต่คำพูดนี้ ฟังดูแปลก ๆ ชอบกล ผมเป็นหมอ ก็ต้องมีห้องตรวจของตัวเองสิ
หรือจะต้องให้ผมไปตั้งแผงลอยข้างถนน แล้วบอกว่าเป็นหมอเทวดาสูตรบรรพบุรุษ ยอมผิดกฎตระกูลเอาสูตรลับออกมาช่วยคนหรือไง
"หมอซู คือป้านึกว่าหมอเป็นลูกศิษย์ของยอดคนเร้นกายอะไรเทือกนั้น ที่ลงมาหาประสบการณ์ทางโลกน่ะ"
คุณป้าพูดเป็นตุเป็นตะ
"คุณป้าจะมาตรวจ หรือว่ายังไงครับ"
ซูหยางไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงเปลี่ยนเรื่องถาม
คุณป้าคนนี้ สงสัยสมัยสาว ๆ จะอ่านนิยายกำลังภายในมากเกินไป
จะไปมียอดคนเร้นกายเยอะแยะขนาดนั้นได้ที่ไหน
"หมอซู ลูกสาวป้าจะมาตรวจน่ะ"
คุณป้าพูดต่อ แล้วดึงลูกสาวให้นั่งลงบนเก้าอี้
ลูกสาวของคุณป้าดูเหมือนจะไม่เต็มใจมาหาหมอเท่าไหร่
"คุณหมอ สวัสดีค่ะ ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร แต่แม่คะยั้นคะยอให้มาดูค่ะ"
หญิงสาวพูดอย่างจนใจ
"เหวินเหวิน ไหน ๆ ก็มาแล้ว ให้หมอดูหน่อย แม่บอกแล้วไงว่าหมอซูเก่งมาก"
คุณป้าพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง
"ก็ได้ค่ะ"
หญิงสาวตอบแม่ของเธออย่างเสียไม่ได้
"คุณหมอ จริง ๆ ฉันไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรหรอกค่ะ"
หญิงสาวมองซูหยางแล้วพูด เธอยังมีงานวิจัยกองโตต้องกลับไปทำ แต่นี่โดนแม่ลากตัวมา
"ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว ก็เล่าอาการมาเถอะครับ"
ซูหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ว่าคนไข้จะเป็นอย่างไร ในเมื่อมาถึงห้องตรวจและนั่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เขาก็จำเป็นต้องทำหน้าที่หมอให้เต็มที่
"ก็ได้ค่ะ งั้นฉันจะเล่าให้ฟัง"
หญิงสาวเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "คุณหมอ คือช่วงนี้ฉันปวดกระเพาะนิดหน่อย แล้วก็ผมร่วง อาจจะเป็นเพราะอดนอนทำงานวิจัยดึก ๆ มั้งคะ ฉันยังเด็ก ไม่เป็นไรหรอก"
พอหญิงสาวพูดจบ คุณป้าก็รีบเสริมทันทีว่า "คุณหมอ ช่วงนี้เหวินเหวินผมร่วงเยอะมากเลยค่ะ"
ปวดกระเพาะ?
แล้วก็ผมร่วง?
สองอย่างนี้ ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษ
"ตรวจร่างกายมาหรือยังครับ"
ซูหยางถาม
"คุณหมอ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ทำงานเพิ่งจัดตรวจสุขภาพไปค่ะ ครั้งนี้ตรวจละเอียดมาก ไม่เห็นบอกว่าฉันมีปัญหาอะไรนะคะ"
หญิงสาวตอบ
มิน่าล่ะถึงไม่อยากมาหาหมอ เพราะเพิ่งตรวจสุขภาพไปนี่เอง
"คุณหมอ คุณดูสิ เหวินเหวินเพิ่งจะ 28 ทำไมผมถึงร่วงเยอะขนาดนี้ล่ะคะ"
คุณป้ายังคงกังวลใจ
"นอกจากสองอาการนี้แล้ว ยังมีตรงไหนที่ไม่สบายอีกไหมครับ ลองคิดดูดี ๆ นึกอะไรได้ก็บอกมาได้เลย"
ซูหยางถามต่อ สองอาการนี้ไม่ได้บ่งชี้โรคอะไรที่ชัดเจน
คนที่อดนอนทำงานหนักเป็นเวลานาน ร่างกายอยู่ในสภาวะกึ่งป่วย (Sub-health) ก็มักจะมีอาการแบบนี้ได้
"อืม..."
หญิงสาวครุ่นคิด แล้วพูดว่า "คุณหมอ ช่วงสองวันมานี้รู้สึกชาที่หน้านิดหน่อย อันนี้เกี่ยวไหมคะ"
"อะไรนะ เหวินเหวินทำไมไม่บอกแม่ล่ะลูก"
คุณป้าได้ยินลูกสาวบอกอาการที่ตัวเองไม่รู้ ก็บ่นอุบ
"แม่ ก็มันเป็น ๆ หาย ๆ น่าจะเพราะนอนกลางวันแล้วโดนลมเป่ามากกว่า"
หญิงสาวพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ปวดกระเพาะ ผมร่วง หน้าชา?
ต่อให้ซูหยางมีแพ็กเกจประสบการณ์การวินิจฉัยและรักษาโรคยากระดับกลางแล้ว แต่ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ยังไม่สามารถเชื่อมโยงอาการที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันสามอย่างนี้ เข้ากับโรคที่เป็นไปได้โรคใดโรคหนึ่ง
"มีอาการพวกนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ"
ซูหยางถามต่อ
"ประมาณสองอาทิตย์แล้วค่ะ"
หญิงสาวตอบ
"อาทิตย์ที่แล้วคุณตรวจสุขภาพที่ไหนครับ"
ซูหยางถาม
"คุณหมอ ก็ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพของโรงพยาบาลพวกคุณนี่แหละค่ะ แพ็กเกจ 2,688 น่ะค่ะ"
หญิงสาวตอบ
2,688?
รายการตรวจในแพ็กเกจนี้ ครอบคลุมการตรวจโรคทั่วไปเกือบหมดแล้ว สำหรับสามอาการที่หญิงสาวบอกมา
ปวดกระเพาะ - ระบบทางเดินอาหาร
ผมร่วง - แร่ธาตุ
หน้าชา - ระบบประสาท
การตรวจทั้งสามระบบนี้ รวมอยู่ในแพ็กเกจนั้นแล้ว
ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ
ซูหยางคิดในใจ
แต่ซูหยางยังรู้สึกตะหงิดใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ
มันเป็นสัญชาตญาณ
"โดยพื้นฐานแล้ว แพ็กเกจที่คุณตรวจ ครอบคลุมการตรวจร่างกายส่วนใหญ่ไปแล้ว"
ถ้าจะให้สั่งตรวจซ้ำ ซูหยางคิดว่าไม่มีความจำเป็น
หญิงสาวพยักหน้า หมอหนุ่มคนนี้เห็นใจคนไข้ดี
"หมอซู เป็นไปได้ไหมคะว่ายังมีตรงไหนที่ยังไม่ได้ตรวจ"
คุณป้าถามอีก