- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 120 - เด็กชายที่ตัดสินใจผ่าตัด
บทที่ 120 - เด็กชายที่ตัดสินใจผ่าตัด
บทที่ 120 - เด็กชายที่ตัดสินใจผ่าตัด
บทที่ 120 - เด็กชายที่ตัดสินใจผ่าตัด
หลังจากทำความเข้าใจกันพอสมควร ซุนตานก็ยอมรับในฝีมือของซูหยางแล้ว แต่การจะผ่าตัดให้ซุนตานนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรื่องนี้สำหรับวงการกีฬาถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นซุนตานและโค้ชหวงต้องกลับไปรายงานต่อการกีฬาแห่งชาติก่อน ถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะให้ซูหยางผ่าตัดหรือไม่
แต่ตราบใดที่ซุนตานตกลง และยังมีอาวุโสเว่ยหนุนหลัง นี่ก็เป็นแค่เรื่องขั้นตอนทางเอกสารเท่านั้น
หลังจากซุนตานและโค้ชหวงกลับไป ซูหยางและหลินเฟิงก็กลับมาที่แผนก
ในห้องทำงาน หลินเฟิงมองซูหยางแล้วพูดอย่างพึงพอใจว่า "เสี่ยวซู เรื่องวันนี้คุณรับมือได้ดีมาก รู้จักวางตัว ดูท่าคุณจะพัฒนาด้านนี้ขึ้นเยอะเลยนะ"
"หัวหน้าครับ มีบทเรียนแล้ว ก็ต้องเติบโตขึ้นสิครับ"
ซูหยางเคยเจ็บหนักเรื่องการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์มาก่อน ตอนนี้เขาเลยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ
"ดีมาก จุดอ่อนของคุณถูกอุดแล้ว ขอแค่ตั้งใจพัฒนาฝีมือการตรวจรักษาและผ่าตัด ต่อไปต้องไปได้ไกลแน่นอน"
หลินเฟิงปลื้มใจมาก คนระดับเขาหาลูกศิษย์ที่ถูกใจยากมาก ซูหยางดีทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องการเข้าสังคม
ตอนนี้เห็นการรับมือของซูหยางในวันนี้ ที่ไม่ยอมอ่อนข้อจนเสียเกียรติ แต่ก็ไว้หน้าอาวุโสเว่ย เขาถึงได้วางใจ
เดินออกจากห้องทำงานของหลินเฟิง ซูหยางครุ่นคิด ในฐานะหมอ ทักษะการสื่อสารก็สำคัญมากจริงๆ
พอเดินมาถึงเคาน์เตอร์พยาบาล ซูหยางก็เห็นสองพ่อลูกที่มาตรวจขาเมื่อวาน นั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าเคาน์เตอร์
พอเห็นซูหยางเดินมา พ่อของเด็กหนุ่มก็รีบลุกขึ้น ทักทายซูหยาง "หมอซูครับ"
"ครับ"
ซูหยางพยักหน้า ถามว่า "เป็นไงครับ ตัดสินใจผ่าตัดแล้วเหรอ?"
มะเร็งกระดูกของเด็กหนุ่ม รอไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นถ้าลุกลามไปที่อื่น จะไม่ใช่แค่เรื่องตัดขาแล้ว
"หมอซูครับ ขาของแก... รักษาไว้ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ?"
พ่อของเด็กหนุ่มมองซูหยางด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
"ต้องดูหน้างานตอนผ่าตัดครับ ถ้าไม่มีการลุกลามหรือกระจายตัว ตัดเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้องอกออกก็น่าจะได้ครับ อาการเขาเพิ่งแสดงมาสองอาทิตย์ คิดว่าสถานการณ์น่าจะยังไม่แย่ลงมาก"
ซูหยางพูดได้เท่านี้
"ครับๆ หมอซู เพิ่งเจอแค่สองอาทิตย์ เสี่ยวซ่วยต้องเก็บขาไว้ได้แน่ๆ"
พ่อของเด็กหนุ่มพูดเหมือนปลอบใจตัวเอง และปลอบใจลูกชายไปพร้อมกัน
ตอนนี้น เด็กหนุ่มก้มหน้าเงียบกริบ ไม่พูดไม่จา ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งร้ายแรงและอาจต้องตัดขา สำหรับเด็กหนุ่มอายุสิบแปด มันยากจะรับไหว
เขารักการวิ่งในสนามแข่งขนาดไหน เขาฝันอยากจะเป็นเหมือน 'หลิว เซียง' ที่คว้าเหรียญทองในเวทีระดับโลก!
"ไม่ต้องกังวลนะ โอกาสเก็บขาไว้ได้ยังมีสูงมาก"
ซูหยางตบไหล่เด็กหนุ่ม ปลอบใจเขา
"ต้องรีบผ่าตัด ตอนนี้ทำเรื่องแอดมิทก่อน วันนี้ตรวจร่างกายให้ครบ พรุ่งนี้ผมจะจัดตารางผ่าตัดให้"
ปกติคิวผ่าตัดโรงพยาบาลซื่ออีจะแน่นมาก แต่อาการของเด็กหนุ่มรอไม่ได้แม้แต่วันเดียว การผ่าตัดที่ไม่ใช่เคสฉุกเฉิน แต่ได้คิวผ่าวันรุ่งขึ้นเลย ถือว่าเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว
"ขอบคุณครับ ขอบคุณครับหมอซู"
พ่อของเด็กหนุ่มขอบคุณไม่หยุด
เมื่อวานพอกลับไปบ้าน เขาไปปรึกษาญาติที่เป็นหมอ ญาติคนนั้นบอกว่า ถึงจะเป็นมะเร็งกระดูก แต่โชคในความโชคร้ายคือเจอเร็วขนาดนี้ ถ้าช้าไปอีกเดือนสองเดือน จะรักษาชีวิตไว้ได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย
"ครับ ไปทำเรื่องแอดมิทเถอะ"
ซูหยางกำชับเรื่องการแอดมิทให้พ่อเด็กหนุ่ม แล้วเดินไปที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก วันนี้เขาเข้าเวรเช้า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซูหยางนั่งรอคนไข้ในห้องตรวจ พยาบาลสาวต่งซินยืนอยู่ข้างๆ ท่าทางอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไร
"เป็นอะไรไปเสี่ยวต่ง?"
ซูหยางดูออกว่าต่งซินมีเรื่องจะพูด จึงเอ่ยถาม
"หมอซูคะ คุณช่วยพูดกับหัวหน้าให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากเข้าอบรมพยาบาลส่งเครื่องมือแพทย์น่ะค่ะ"
ต่งซินพูดอย่างระมัดระวัง ตอนนี้ซูหยางเป็นคนโปรดของหัวหน้าแผนก
"คุณอยากเข้าห้องผ่าตัด?"
ซูหยางถาม
พยาบาลห้องผ่าตัด คัดเลือกมาจากพยาบาลในแผนกต่างๆ แล้วนำไปอบรม เพราะการเป็นผู้ช่วยแพทย์ผ่าตัด ต้องใช้สภาพจิตใจที่เข้มแข็งกว่า ความเป็นมืออาชีพและความรู้ที่สูงกว่าพยาบาลทั่วไป และแน่นอน เงินเดือนก็สูงกว่าด้วย
อย่างหัวหน้าพยาบาล โดยปกติก็มาจากพยาบาลส่งเครื่องมือแพทย์ที่อายุมากแล้ว แรงเริ่มไม่ไหว ถึงออกมาเป็นหัวหน้าพยาบาลตามแผนกต่างๆ
เรียกได้ว่า ถ้าได้เข้าห้องผ่าตัด อนาคตในสายอาชีพพยาบาลจะดีมาก การเลื่อนขั้นก็จะเร็วขึ้นด้วย
แต่ละแผนก ไตรมาสหนึ่งจะมีโควตาแค่ไม่กี่คน
"อื้ม"
ต่งซินพยักหน้าหงึกๆ
"งั้นคุณก็ไปขอหัวหน้าพยาบาลสิ?"
ซูหยางสงสัย เรื่องพยาบาลก็ต้องไปขอหัวหน้าพยาบาลสิ มาขอหัวหน้าแผนกทำไม ปกติหัวหน้าแผนกไม่ยุ่งเรื่องพยาบาลอยู่แล้ว
"คือ... หมอซูคะ การคัดเลือกนี้มีข้อหนึ่งที่ต้องฟังความเห็นจากพยาบาลทุกคนในแผนก ฉันกลัว..."
ต่งซินทำหน้าลำบากใจ
ต่งซินเป็นคนเก่ง ซูหยางดูออก ระดับความเป็นมืออาชีพและสภาพจิตใจของเธอไม่มีปัญหา เพียงแต่การทำงานในห้องผ่าตัด ต้องประสานงานกับหมอ ทักษะการสื่อสารจึงสำคัญมาก
"คุณกลัวอะไร?"
ซูหยางถามอย่างแปลกใจ
"หมอซู ฉันบอกตามตรงนะคะ ในบรรดาพยาบาลทั้งแผนก ฉันโดนแบนค่ะ ฉันกลัวพวกนั้นจะใส่ร้ายฉัน ทำให้ฉันไม่ผ่าน"
ต่งซินกัดฟันพูดออกมา ถึงจะน่าอายไปหน่อยก็เถอะ
"โดนแบน?"
ซูหยางมองต่งซิน แล้วนึกถึงเรื่องฐานะทางบ้านที่เคยได้ยินมา ก็พอจะเข้าใจ
รูปร่างหน้าตาของต่งซิน พูดง่ายๆ คือ ขาว สวย หมวย อึ๋ม ขาเรียวยาว บุคลิกดี แถมยังเป็นคนท้องถิ่น บ้านมีที่ดินรอเวนคืนตั้งหลายที่ ถ้าพูดถึงโปรไฟล์ ถือว่าดีมาก
ในหมู่พยาบาลสาวๆ ด้วยกันน่ะนะ
ความอิจฉาริษยามันเป็นเรื่องปกติ
"ปกติคุณทำตัวเด่นเกินไปหรือเปล่า?"
ซูหยางถามต่อ
"ก็ไม่ได้ขนาดนั้นนะคะหมอซู"
นิสัยของต่งซินค่อนข้างจะเป็นตัวของตัวเอง การกระทำก็ค่อนข้างโดดเด่น แถมยังชอบอวดรวยแบบไม่ตั้งใจ เช่น อาทิตย์ก่อน เธอสะพายกระเป๋า LV รุ่นใหม่ล่าสุดมาทำงาน เงินเดือนพยาบาลน้อยกว่าหมออยู่แล้ว
กระเป๋าใบนั้น ราคาเท่ากับเงินเดือนพยาบาลคนอื่นหลายเดือนรวมกัน
บวกกับนิสัยเชิดๆ เริ่ดๆ ของต่งซิน ในสายตาคนอื่น เธอเลยกลายเป็นพวกคุณหนูขี้อวดไปซะงั้น
"คุณแน่ใจนะว่าผมพูดกับหัวหน้าแล้วจะได้ผล?"
ร่วมงานกันมานาน ซูหยางรู้ดีว่าต่งซินเป็นคนยังไง ถ้าเป็นการแนะนำ ซูหยางคิดว่าก็พอไหว
"ได้ผลแน่นอนค่ะหมอซู สถานะของคุณในแผนกศัลยกรรมทั่วไปตอนนี้ เป็นรองแค่หัวหน้ากับผอ.เจียงเองนะคะ!"
ต่งซินพูดอย่างตื่นเต้น ขอแค่ซูหยางเอ่ยปากกับหัวหน้า ต่อให้พยาบาลคนอื่นจะมีปัญหายังไง เรื่องอบรมของเธอก็ผ่านฉลุย
"ตัวคุณเองก็ต้องขยันด้วย ถ้าคุณผ่านการอบรม ก็มาช่วยผ่าตัดกับผมได้"
มีคนที่คุ้นเคยมาช่วยผ่าตัด ย่อมดีกว่า
รอให้ลู่เฉินซีที่บ้าการผ่าตัดย้ายมา ทีมงานเล็กๆ ของซูหยางก็น่าจะครบทีม
"ค่ะๆ"
ต่งซินรีบพยักหน้า การผ่าตัดของซูหยาง มีแต่เคสยากระดับเทพ ตอนนี้คนในโรงพยาบาลไม่รู้ตั้งกี่คนอยากจะมาเป็นผู้ช่วยเขา
โดยเฉพาะครั้งนี้ มือหนึ่งทีมชาติอย่างซุนตานจะมาให้ซูหยางผ่าตัด
ถ้าได้ร่วมผ่าตัดเคสนี้ พูดออกไปก็เป็นเกียรติประวัติแล้ว!