- หน้าแรก
- ซูเปอร์ด็อกเตอร์ เส้นทางเทพเริ่มจากการเช็กอิน
- บทที่ 12 - การตรวจฉุกเฉิน
บทที่ 12 - การตรวจฉุกเฉิน
บทที่ 12 - การตรวจฉุกเฉิน
บทที่ 12 - การตรวจฉุกเฉิน
ขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินออกไป หญิงสาวสวมชุดสูทกระโปรงทำงานก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ถามด้วยความร้อนรนว่า "ลูกค้าท่านไหนก้างปลาติดคอคะ?"
"ร้านพวกเธอนี่มันยังไงกัน ถ้าเมิ่งเมิ่งเป็นอะไรไป ฉันไม่จบแค่นี้แน่"
หญิงวัยกลางคนเห็นคนของร้านอาหารมา ก็เริ่มโวยวายอีกครั้ง
"ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ดิฉันเป็นผู้จัดการร้าน ชื่อหลินเวย ค่ะ ตอนนี้จะไปตรวจที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ ดิฉันขอไปด้วยค่ะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางร้านยินดีรับผิดชอบค่ะ"
ผู้จัดการร้านหลินเวยโค้งตัวขอโทษไม่หยุด หากมีลูกค้าเกิดอุบัติเหตุก้างปลาติดคอในร้าน ไม่ว่าจะเป็นความผิดของร้านหรือไม่ ผลกระทบที่ตามมานั้นเลวร้ายมาก ร้านนี้ตกแต่งหรูหรา กลุ่มลูกค้าคือคนมีรายได้สูง ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน เธอเองก็ไม่ง่ายกว่าจะได้มาเป็นผู้จัดการร้านอาหารระดับหรูแบบนี้
"เอาล่ะ ไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"
หลินเฟิงเห็นหญิงวัยกลางคนจะยื้อยุดฉุดกระชากกับผู้จัดการร้านอีก จึงขมวดคิ้วพูดห้าม
"ใช่ ๆ ค่ะ หัวหน้าหลิน พวกเราไปโรงพยาบาลกันเดี๋ยวนี้เลย"
หญิงวัยกลางคนพอรู้ว่าหลินเฟิงเป็นสามีของหวงอวิ๋น ท่าทีก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า
คนทั้งกลุ่มไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวแล้ว จึงพากันไปโรงพยาบาล เพื่อดูว่าสิ่งที่ซูหยางพูดนั้น ร้ายแรงขนาดนั้นจริงหรือไม่
ออกจากร้านอาหาร ซูหยางและเจียงเสี่ยวฉีเดินรั้งท้ายมาด้วยกัน
"เสี่ยวซู เธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหน เธอต้องรู้นะว่าสถานการณ์ที่เธอพูดถึง โอกาสที่ก้างปลาจะไปติดอยู่ใกล้เส้นเลือดแดงที่คอขนาดนั้น มันน้อยมาก ๆ วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะภรรยาของหัวหน้าหลินเป็นคู่ค้ากับผู้หญิงคนนั้น เธอคงโดนเล่นงานหนักแน่"
เจียงเสี่ยวฉีสงสัยมาก แม้แต่หมอที่มีประสบการณ์สูง เจอสถานการณ์แบบนี้ อย่างมากก็แค่สงสัย แต่เธอดูท่าทางของซูหยางแล้วกลับมั่นใจมาก เหมือนมองทะลุผิวหนังและเนื้อเยื่อเห็นตำแหน่งก้างปลาจริง ๆ
"หัวหน้าเจียง คิดซะว่ามันเป็นสัญชาตญาณพิเศษของผมเถอะครับ"
ซูหยางไม่รู้จะอธิบายยังไง เรื่องที่หมอระดับหัวหน้ายังไม่มั่นใจ จะให้บอกว่าเขามีระบบ สแกนภาพสามมิติร่างกายมนุษย์ได้งั้นเหรอ?
"ถ้าเมื่อกี้เป็นครั้งแรกที่ฉันเจอเธอ ฉันคงคิดว่าเธอเป็นบ้า แต่สัญชาตญาณบอกฉันว่า เธอมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองมาก"
เจียงเสี่ยวฉีรู้สึกว่าซูหยางคนนี้ น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
สี่สิบนาทีต่อมา
ห้องฉุกเฉิน
อวิ๋นเมิ่งนอนอยู่บนเตียงตรวจ พ่นยาชาที่คอแล้ว ตอนนี้เลยรู้สึกไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่
อีกด้านหนึ่งของห้องฉุกเฉิน หลินเฟิงหยิบฟิล์ม CT scan ของคอขึ้นมาดู สีหน้าเคร่งเครียด
"หัวหน้าหลิน เมิ่งเมิ่งเป็นยังไงบ้างคะ?"
หญิงวัยกลางคนเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหลินเฟิง ก็รู้ว่าสถานการณ์อาจจะไม่ดี
หลินเฟิงยังไม่ตอบหญิงวัยกลางคนทันที เขาหันไปมองซูหยางแวบหนึ่ง แล้วชี้ไปที่จุดหนึ่งบนฟิล์ม พูดอย่างจริงจังว่า "พวกคุณดู ตรงกระดูกสันหลังส่วนคอข้อที่ 6 มีเงาทึบแสงยาวประมาณ 2.31 ซม. วัตถุรูปร่างแบบนี้ เป็นไปได้อย่างเดียวคือก้างปลา และปลายด้านซ้ายของวัตถุนี้ทิ่มทะลุผนังหลอดอาหาร จ่ออยู่ที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอ ระยะห่างจากเส้นเลือดแดงใหญ่ เหลือเพียง 2 ถึง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น หากก้างปลาที่แหลมคมทิ่มทะลุเส้นเลือดแดง จะทำให้เกิดการตกเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้"
"อะไรนะ!"
"ถึงแก่ชีวิต?"
หญิงวัยกลางคนตอนแรกยังตั้งใจฟังอยู่ เพราะเป็นศัพท์แพทย์เลยยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่สองคำหลัง เธอฟังรู้เรื่อง ถึงแก่ชีวิต!
ตาของเธอเหลือกขึ้น ร่างกายอ่อนยวบลงทันที กำลังจะล้มลง อวิ๋นเฟยตาไวมือไว รีบเข้าไปประคอง แล้วใช้นิ้วโป้งกดจุดเหรินจง (ร่องจมูกเหนือริมฝีปาก) อย่างแรง
ครู่ต่อมา หญิงวัยกลางคนก็ฟื้นคืนสติ
"หัวหน้าหลิน ตอนนี้ต้องทำยังไงคะ? ถ้าเมิ่งเมิ่งเป็นอะไรไปฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ฉันขอร้องล่ะ ช่วยเธอด้วยนะคะ"
หญิงวัยกลางคนพูดด้วยความตื่นตระหนก ตั้งแต่หย่าร้างเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอเลี้ยงลูกสาวมาคนเดียว ลูกสาวคือที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวของเธอ ถ้าลูกสาวเป็นอะไรไป เธอไม่รู้ว่าจะมีคามกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม
"หัวหน้าหลิน สถานการณ์ตอนนี้ มีแต่ต้องส่องกล้องหลอดอาหารคีบก้างปลาออกแล้วครับ"
หมอเว่ยเฉิง แผนกฉุกเฉินพูดขึ้น วันนี้เขาเข้าเวร ไม่นึกว่าจะเจอเคสยากขนาดนี้
"เสี่ยวซู คุณว่าไง"
หลินเฟิงพยักหน้า แต่ยังไม่ตอบ กลับจงใจหันไปถามซูหยาง
ซูหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยความมั่นใจว่า "หัวหน้าครับ วิธีส่องกล้องคีบออกโดยตรงเสี่ยงเกินไป ก้างปลาอยู่ใกล้เส้นเลือดแดงใหญ่มาก มีโอกาสสูงที่จะไปกระตุ้นให้ก้างปลาทิ่มทะลุผนังหลอดอาหาร ทำให้เส้นเลือดฉีกขาดและเลือดออกรุนแรงครับ"
"โอ้? งั้นคุณลองว่ามาสิ มีแผนที่ดีกว่านี้ไหม?"
หลินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ ถามต่อด้วยความชื่นชม
"ผมคิดว่าควรผ่าเปิดด้านข้างคอ แหวกผ่านโครงสร้างที่ซับซ้อนของคอ โดยไม่ทำลายกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และเส้นประสาทปกติ ทำการแยกและป้องกันเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอและผนังหลอดอาหารไว้ก่อน จากนั้นค่อยส่องกล้องหลอดอาหารในท่าคุกเข่า เพื่อคีบก้างปลาออกมาครับ"
พอซูหยางพูดจบ เว่ยเฉิงก็ถึงบางอ้อ ดวงตาของเจียงเสี่ยวฉีเป็นประกาย
แผนการนี้ช่างแยบยล แม้จะไม่ใช่วิธีที่เขียนไว้ในตำราเรียน แต่ครอบคลุมรอบด้าน ความเป็นไปได้สูงมาก และที่สำคัญที่สุด แผนการนี้ปลอดภัยมาก หลีกเลี่ยงความเสี่ยงสูงสุดไปได้
อวิ๋นเฟยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พอได้ยินซูหยางพูด สีหน้ากังวลก็คลายลงทันที เธอพูดกับหญิงวัยกลางคนว่า "คุณป้าคะ อาการของเมิ่งเมิ่งแม้อันตราย แต่ตอนนี้หมอซูเสนอแผนการผ่าตัดที่ปลอดภัยมาก ลดความเสี่ยงลงได้เยอะเลย เมิ่งเมิ่งจะไม่เป็นไรค่ะ"
ได้ยินอวิ๋นเฟยพูดแบบนั้น หญิงวัยกลางคนก็ผ่อนคลายลง หัวใจที่บีบคั้นในที่สุดก็วางลงได้บ้าง เธอหันไปมองซูหยางด้วยความละอายใจ แล้วพูดช้า ๆ ว่า "หมอซู ขอบคุณนะคะ ก่อนหน้านี้ ฉันเข้าใจคุณผิดไป ขอแค่เมิ่งเมิ่งไม่เป็นไร ฉันจะขอขมาคุณเรื่องก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนค่ะ"
ซูหยางมองหญิงวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยลูกสาว แล้วไม่ได้พูดอะไร
เห็นหญิงวัยกลางคนที่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ ตอนนี้ยอมลดตัวลงมาอ้อนวอนเพื่อลูกสาว จู่ ๆ ซูหยางก็รู้สึกอิจฉาลูกสาวคนนี้ แม้แม่ของเธอจะไร้มารยาท วางอำนาจ และดูไร้การศึกษาไปบ้าง แต่แม่ของเธอก็รักเธอมาก
"หัวหน้าหลิน การผ่าตัดครั้งนี้ฉันขอลงมือเองนะคะ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ต่างประเทศ ฉันผ่าตัดบริเวณคอบ่อยที่สุด คุ้นเคยกับตำแหน่งทางกายวิภาคดีค่ะ"
เจียงเสี่ยวฉีรับช่วงต่อ ในเมื่อคนไข้มาที่แผนกฉุกเฉิน ก็ควรให้แผนกฉุกเฉินจัดการก่อน จะให้แผนกศัลยกรรมทั่วไปแย่งเคสไปอีกไม่ได้
"อืม ผมก็ได้ยินมาว่าหัวหน้าเจียงทำผ่าตัดยาก ๆ มาเยอะตอนอยู่ต่างประเทศ ครั้งนี้ผมคงต้องขอเรียนรู้ด้วยคน"
หลินเฟิงพยักหน้า ในเมื่อเจียงเสี่ยวฉีจะผ่าตัด เขาก็ไม่มีความเห็นอื่น
"เสี่ยวซู เธอมาเป็นผู้ช่วยฉัน"
เจียงเสี่ยวฉีหันไปมองซูหยาง สายตาแฝงแววชื่นชม ประหลาดใจ และที่มากไปกว่านั้นคือความอยากรู้อยากเห็น
"ครับ"
ได้ร่วมผ่าตัดกับหัวหน้า ซูหยางย่อมยินดีอยู่แล้ว
"อวิ๋นเฟย เธอพาญาติคนไข้ไปพักเถอะ เซ็นใบยินยอมผ่าตัดให้เรียบร้อย เราจะเริ่มผ่าตัดทันที สถานการณ์ฉุกเฉิน รอไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว"
เจียงเสี่ยวฉีเริ่มสั่งการ
"ค่ะ หัวหน้าเจียง"
อวิ๋นเฟยพยักหน้า
"คุณป้าคะ เราไปรอข้างนอกกันเถอะ"
อวิ๋นเฟยประคองหญิงวัยกลางคนออกมาที่ระเบียงทางเดิน อวิ๋นเฟยร่างหนังสือยินยอมผ่าตัด หญิงวัยกลางคนเซ็นโดยไม่อ่านเลย ประสบการณ์ในสนามธุรกิจหลายปีทำให้เธอรู้ว่า เรื่องบางเรื่องรอไม่ได้
นั่งรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน อวิ๋นเฟยและหญิงวัยกลางคนรอคอยอย่างกระวนกระวาย
"เสี่ยวเฟย หมอซูคนนี้ มีที่มาที่ไปเป็นยังไง?"
หญิงวัยกลางคนเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้ว แม้ก่อนหน้านี้เขาจะไร้มารยาทกับเธอจนเธอโกรธมาก แต่พอนึกย้อนกลับไป ถ้าไม่มีเขา ลูกสาวเธออาจจะตายคาที่ไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้เธอจึงรู้สึกขอบคุณการกระทำที่ดูไร้มารยาทของเขาเมื่อครู่นี้แทน
"ก่อนวันนี้ ก็เป็นแค่แพทย์หมุนเวียนแผนกฉุกเฉินคนหนึ่งค่ะ"
"แพทย์หมุนเวียน? แล้วทำไมฉันเห็นหัวหน้าทั้งสองคนดูจะให้ความสำคัญกับเขาจัง?"
หญิงวัยกลางคนไม่เข้าใจ
"คุณป้าคะ นั่นเพราะคุณป้าไม่เห็นการแสดงออกของหมอซูในห้องผ่าตัดวันนี้ ความเด็ดขาด ความแน่วแน่แบบนั้น หนูอยู่ห้องผ่าตัดมาหลายปี ไม่เคยเห็นใครเป็นแบบเขามาก่อน ในช่วงเวลาที่คนไข้ใกล้ตาย เขายังกล้ารับช่วงต่องานยากที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองโดยไม่ลังเล ความรับผิดชอบแบบนี้หายากมากค่ะ"
พอพูดถึงซูหยาง อวิ๋นเฟยก็เล่าเป็นฉาก ๆ พูดจาน้ำไหลไฟดับ
"แล้วหมอซูคนนี้ เป็นคนคนที่ไหน? ที่บ้านมีใครบ้าง?"
หญิงวัยกลางคนฟังอวิ๋นเฟยเล่า ก็เริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านขึ้นมาอีก
"อันนี้ไม่ทราบค่ะ ได้ยินว่าเป็นเด็กกำพร้า โตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้เพราะเงินบริจาค"
"ไม่ธรรมดาจริง ๆ หมอซูคนนี้"
หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ ตลุยวงการธุรกิจมาหลายปี เจอคนมาสารพัด คนที่เริ่มจากศูนย์ แต่มีความสามารถเฉพาะตัวและกล้าตัดสินใจแบบนี้ จะต้องมีอนาคตไกลแน่นอน