- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอมีขุนพลเทพคุ้มกัน
- บทที่ 71 - ข้อตกลงลงตัว
บทที่ 71 - ข้อตกลงลงตัว
บทที่ 71 - ข้อตกลงลงตัว
บทที่ 71 - ข้อตกลงลงตัว
ไม่นานนักจ้าวฮั่นจือก็พาบัณฑิตและผู้ติดตามทั้งสองกลับเข้ามาในห้องรับรอง แต่แม่นางหรูฮุ่ยไม่ได้กลับมาด้วย เมื่อจ้าวฮั่นจือนั่งลงที่โต๊ะกลม เขาก็กล่าวกับหลิวจีทันที "ท่านแม่ทัพหลิว ราคาที่ท่านเรียกมามันสูงเกินไป ตระกูลจ้าวของเราสามารถให้ได้เต็มที่แค่ครึ่งเดียวของที่ท่านขอ ท่านแม่ทัพคิดเห็นอย่างไร ราคานี้ถือว่าไม่น้อยเลยนะ"
หลิวจีส่ายหน้า "ท่านนายอำเภอ มีข่าวหนึ่งที่ท่านอาจจะยังไม่ทราบ กองโจรเดนตายใต้สังกัดของจางติ่งมังกรค้ำฟ้ามีจำนวนเกินสามหมื่นคนแล้ว นี่ยังไม่นับรวมพวกคนแก่ผู้หญิงและเด็กที่ถูกกวาดต้อนมาอีกนะ"
"อะไรนะ สามหมื่นคน เป็นไปไม่ได้ กลุ่มโจรของจางติ่งมีชายฉกรรจ์แค่มื่นห้าพันคนเท่านั้น!" จ้าวฮั่นจือปฏิเสธเสียงแข็ง
ตอนนั้นเองหลานซินก็เอ่ยเสียงหวานแทรกขึ้นมา "ท่านนายอำเภอ จางติ่งมีสมุนโจรสามหมื่นคนจริงๆ เจ้าค่ะ ข่าวนี้หอหมิงเย่ว์ของเราสืบมาได้ เชื่อถือได้แน่นอน เห็นแก่ที่ท่านนายอำเภออุดหนุนหอหมิงเย่ว์มาหลายปี ข่าวนี้เราขอมอบให้ท่านฟรีๆ เจ้าค่ะ"
จ้าวฮั่นจือหันไปสบตากับบัณฑิตด้านหลัง คิ้วของทั้งคู่ขมวดมุ่น หอหมิงเย่ว์แม้ฉากหน้าจะเป็นหอนางโลม แต่เบื้องหลังมีอิทธิพลไม่น้อย ไม่อย่างนั้นจ้าวฮั่นจือที่จ้องจะฮุบหอหมิงเย่ว์ตาเป็นมันคงจัดการไปนานแล้ว และการขายข่าวสารก็เป็นรายได้หลักทางหนึ่งของหอหมิงเย่ว์
หลิวจีถอนหายใจ "ท่านนายอำเภอเห็นไหม โจรเดนตายตั้งสามหมื่น หากข้าตัดสินใจไปช่วยเมืองชางหยวน มีหวังได้เอาชีวิตทหารชายแดนของข้าไปทิ้งไว้ที่นั่นหมดแน่ หากท่านนายอำเภอไม่สามารถตกลงตามเงื่อนไขของข้าได้ ก็ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ท่านคงต้องไปหาคนอื่นที่มีฝีมือดีกว่าข้าแล้วล่ะ"
ผู้ติดตามชุดนักบู๊ด้านหลังจ้าวฮั่นจือได้ยินหลิวจีพูดจาเช่นนั้น ก็ระงับโทสะไม่อยู่ ตวาดใส่หลิวจีเสียงดังลั่น "สามหาว! อายุแค่นี้บังอาจมาพูดจาสามหาวกับนายท่านของข้า!"
เฉินฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหลังหลิวจีเห็นมีคนกล้าตะคอกเจ้านาย ก็ของขึ้นทันที ตวาดกลับไปว่า "ไอ้ลูกเต่า อยากตายหรือไง กล้ามาตะคอกเจ้านายข้า เอ็งลองแหกปากอีกทีสิ พ่อจะทุบให้เละเป็นเนื้อบดเลย!"
"หลี่ก้วน หุบปาก!" จ้าวฮั่นจือหน้าเปลี่ยนสี รีบยกมือห้ามลูกน้องทันที
หลิวจีหันไปบอกเฉินฮ่าว "ไม่เป็นไร ให้เขาตะโกนไปเถอะ ตะโกนใส่ก็ไม่ได้ทำให้เนื้อหลุดสักก้อน"
จากนั้นหลิวจีก็หันมาถามจ้าวฮั่นจือ "ท่านนายอำเภอ ท่านลองพิจารณาดูอีกที ข้ากับลูกน้องจะขอกลับไปก่อน หากท่านตกลงตามเงื่อนไข พรุ่งนี้ข้าจะเคลื่อนทัพไปเมืองชางหยวน แต่ถ้าท่านไม่ตกลง พรุ่งนี้เช้าข้าก็จะนำทัพเดินทางต่อไปยังชายแดนเฉียนโจว"
จ้าวฮั่นจือนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกัดฟันตอบ "ตกลง! ท่านแม่ทัพหลิว เงื่อนไขของท่าน ข้าในนามตระกูลจ้าวแห่งเก๋อซานยอมรับทั้งหมด แต่ตอนนี้ข้าสามารถมอบให้ท่านได้ก่อนเพียง ทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง ม้าศึกสองร้อยตัว เกราะเหล็กหนึ่งร้อยชุด เกราะหนังสามร้อยชุด ธนูเจ็ดโต่วสองร้อยคัน และลูกธนูสามหมื่นดอก นี่คือทั้งหมดที่ข้าสามารถรวบรวมได้ในเมืองชวีหยางตอนนี้แล้ว ม้าศึกและอาวุธพวกนี้เดิมทีข้าเตรียมไว้ขยายกองทัพ ไม่อย่างนั้นข้าคงหามาให้ท่านไม่ได้แน่!"
จ้าวฮั่นจือเว้นจังหวะแล้วกล่าวต่อ "ส่วนของที่ยังขาดอยู่ ขอเพียงแก้ล้อมเมืองชางหยวนได้ ตระกูลจ้าวแห่งเก๋อซานจะรีบจัดหามามอบให้ท่านด้วยสองมือ ท่านแม่ทัพหลิวว่าอย่างไร ตระกูลจ้าวของเราจริงใจมากแล้วนะ"
หลิวจีหันไปมองซูเลี่ย ซูเลี่ยพยักหน้าให้โดยไม่ลังเล ในเมื่อหลิวจีมีความคิดจะขยายอิทธิพลด้วยการปราบโจรอยู่แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี แถมตระกูลจ้าวยังยอมจ่ายหนักขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
ส่วนเรื่องโจรสามหมื่นคนนั้น ซูเลี่ยไม่ได้หนักใจ ทหารสองพันห้าร้อยนายของพวกเขาผ่านการฝึกมาช่วงหนึ่งแล้ว เริ่มฉายแววความเก่งกาจ พอจะใช้โจรสามหมื่นคนนี้เป็นหินลับมีดได้
หลังจากนั้นหลิวจีและจ้าวฮั่นจือก็บรรลุข้อตกลง จ้าวฮั่นจือรับปากว่าจะส่งของส่วนแรกไปให้ที่ค่ายนอกเมืองพรุ่งนี้เช้า และเพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือเมืองชางหยวน หลังมื้อเที่ยงวันพรุ่งนี้ กองทัพของหลิวจีและกองทัพเมืองชวีหยางจะออกเดินทางสู่เมืองชางหยวนพร้อมกัน
เมื่อตกลงกันได้ หลิวจีก็ขอตัวลากลับ เขาบอกลาหลานซิน แล้วพาซูเลี่ย เฉินฮ่าว และฮัวหยงออกจากหอหมิงเย่ว์ ขี่ม้าฝ่าความมืดกลับค่ายพัก
เดิมทีจ้าวฮั่นจือเตรียมจะจัดสองสาวงามระดับสูงของหอหมิงเย่ว์ไว้ปรนนิบัติหลิวจีในคืนนี้ แต่ถูกหลิวจีปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทัพ ต้องรีบกลับไปเตรียมการ
หลังจากหลิวจีกลับไป เจิ้งซานเหนียงก็เดินเข้ามา นางยิ้มให้จ้าวฮั่นจือ "ใต้เท้าจ้าว หรูฮุ่ยรอท่านอยู่ที่ห้องแล้วเจ้าค่ะ"
จ้าวฮั่นจือส่ายหน้า "พรุ่งนี้กองทัพจะไปช่วยเมืองชางหยวน คืนนี้ข้ายังมีงานต้องสะสางอีกมาก วันหลังข้าค่อยมาใหม่ ฝากบอกหรูฮุ่ยด้วย ไว้ข้าจะมาหา"
จากนั้นจ้าวฮั่นจือก็พาลูกน้องกลับไป พอคล้อยหลังกลุ่มจ้าวฮั่นจือ เจิ้งซานเหนียงก็กระซิบถามหลานซินเสียงเบา "คุณหนูรอง เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"
หลานซินแค่นหัวเราะเย็นชา "ข้าบอกข้อมูลเรื่องโจรสามหมื่นให้จ้าวฮั่นจือกับแม่ทัพแซ่หลิวนั่นรู้แล้ว แต่ดูเหมือนจะมีคนอยากรนหาที่ตายเยอะเหลือเกิน แม่ทัพหนุ่มนั่นพอขูดรีดตระกูลจ้าวได้ก้อนโต ก็ตกลงจะส่งทหารไปช่วยเมืองชางหยวนแล้ว"
เจิ้งซานเหนียงถอนหายใจ "คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร เสียดายกองทัพชายแดนกลุ่มนี้จริงๆ อุตส่าห์ดูเป็นผู้เป็นคนกว่ากลุ่มอื่น ยังไม่ทันได้ไปรบกับคนเถื่อน ก็ต้องมาจบชีวิตในมือจางติ่งมังกรค้ำฟ้าเสียแล้ว"
หลานซินกล่าวอย่างดูแคลน "นั่นก็เพราะเขาหาเรื่องเอง เพื่อรอแก้แค้นให้ตระกูล ข้ากับท่านพี่รอมาตั้งหกปี ครั้งนี้ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะช่วยจ้าวหมินเฉิงไอ้แก่สารเลวนั่นได้!"
เจิ้งซานเหนียงลังเลเล็กน้อยก่อนถาม "คุณหนูรอง ครั้งนี้เพื่อให้จางติ่งยอมเคลื่อนทัพ คุณหนูใหญ่ถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลกกับหัวหน้าโจรนั่น มันจะคุ้มจริงๆ หรือเจ้าคะ"
หลานซินกัดฟันแน่น "เดิมทีเงื่อนไขของจางติ่งคือต้องการตัวข้า แต่ท่านพี่ไม่อยากให้ข้าแปดเปื้อน เลยยอมเปิดเผยใบหน้าจริงให้จางติ่งดู จนมันเปลี่ยนใจไปเอาท่านพี่แทน! เพื่อล้างแค้นให้วิญญาณคนตระกูลโจวนับร้อย ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนแพงแค่ไหน พวกเราพี่น้องก็ยอม!"
เจิ้งซานเหนียงอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะถอนหายใจเงียบๆ
หลังจากออกจากหอหมิงเย่ว์ จ้าวฮั่นจือก็รีบกลับไปที่ว่าการอำเภอ สั่งการให้ลูกน้องเร่งตรวจนับทองคำ เกราะเหล็ก เกราะหนัง ธนู และม้าศึก จากคลังที่บ้านและคลังของอำเภอ เพื่อเตรียมส่งไปให้ค่ายหลิวจีในวันรุ่งขึ้น
บัณฑิตแซ่ซุนเดินเข้ามาหาจ้าวฮั่นจือที่มีสีหน้าเคร่งเครียด "นายท่าน แม่ทัพแซ่หลิวผู้นั้นช่างละโมบนัก ไม่กลัวจะท้องแตกตายหรือขอรับ"
"หึ... ให้มันช่วยแก้ล้อมเมืองชางหยวนให้ได้ก่อนเถอะ พอเมืองชางหยวนปลอดภัยเมื่อไหร่ ข้าจะทำให้ไอ้แซ่หลิวมันรู้ว่า เงินของตระกูลจ้าวแห่งเก๋อซาน ไม่ใช่ใครจะมาไถกันได้ง่ายๆ!"
บัณฑิตแซ่ซุนไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับคิดว่า หากหลิวจีสามารถแก้ล้อมเมืองชางหยวนได้จริง เจ้านายของตนคงทำอะไรหลิวจีไม่ได้ง่ายๆ หรอก ยุคสมัยนี้ใครมีปืนมีทหาร คนนั้นก็เสียงดัง!
[จบแล้ว]