- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 311 - ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ความน่าสะพรึงกลัวของแม่ชีจิ้งเยว่
บทที่ 311 - ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ความน่าสะพรึงกลัวของแม่ชีจิ้งเยว่
บทที่ 311 - ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ความน่าสะพรึงกลัวของแม่ชีจิ้งเยว่
บทที่ 311 - ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ความน่าสะพรึงกลัวของแม่ชีจิ้งเยว่
"อะไรเป็นความจริงหรือ"
คุณชายหลิงที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ความง่วงงุนยังไม่ทันหายดี เขาได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่าง จึงต้องฝืนทำตัวให้ตื่นตัว
"ผู้อาวุโสเฉียว มีเรื่องอะไรถึงได้ตกใจหน้าถอดสีขนาดนี้"
เฉียวเสอปรายตามองเขา เปลือกตากระตุกอยู่หลายครั้ง ความตกตะลึงบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมลึกล้ำ
เขาครุ่นคิดหาคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอย่างช้าๆ
"ทางฝั่งเขาพายุทมิฬ เมื่อวันก่อนมีคนพบเห็นแม่ชีจิ้งเยว่..."
"แม่ชีจิ้งเยว่แห่งสำนักชีสุยเย่ว์งั้นหรือ"
คุณชายหลิงหาวหวอดหนึ่งที สติเริ่มกลับมาแจ่มใสขึ้นอีกนิด
เขานึกถึงคำพูดของเฉียวเสอเมื่อคืนนี้ว่า เมื่อครั้งที่โบราณสถานถ้ำชิงหยวนปรากฏขึ้น แม่ชีจิ้งเยว่ได้พาตู้ปิงเยี่ยนศิษย์เอกเข้าไปข้างในด้วย
ตอนนี้ตู้ปิงเยี่ยนก็ออกมาจากโบราณสถานแล้ว แถมยังมาอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์หมอบนี่อีก
การที่แม่ชีจิ้งเยว่จะรอดชีวิตออกมาจากโบราณสถานได้ ก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไรนี่นา
แล้วทำไมผู้อาวุโสเฉียวถึงต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นด้วยล่ะ
หรือว่าเป็นเพราะเมื่อคืนเขานำกำลังบุกค่ายกลางภูเขาไม่สำเร็จ แถมยังต้องสูญเสียทหารม้าสิงห์ดำชั้นยอดไปเป็นร้อยนาย พอโดนข้าตำหนิเข้าหน่อย ก็เลยจงใจหาเรื่องมาป่วนเพื่อแก้แค้นงั้นหรือ
คุณชายหลิงเป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้ว เพียงชั่วพริบตาเดียว ในหัวก็คิดไปร้อยแปดพันเก้า เขาจึงถามกลับไปอย่างแนบเนียน
"หรือว่าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นทางฝั่งพี่สาม"
ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมสีดำปกปิดร่างกายมิดชิด ร่างทั้งร่างกลืนหายไปในเงามืดจนมองเห็นหน้าตาไม่ชัดเจน
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
"คุณชายสาม... สิ้นชีพเมื่อวันก่อนขอรับ"
"พี่สามทำเรื่องผิดพลาด เสด็จพ่อต้องลงโทษ... หืม เจ้าว่าไงนะ"
คุณชายหลิงพูดยังไม่ทันจบก็เพิ่งตั้งสติได้ เขาเบิกตากว้างจ้องมองผู้มาเยือน
เขาไม่ค่อยลงรอยกับพี่ชายคนที่สามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ปกติก็แทบอยากจะสับอีกฝ่ายเป็นหมื่นๆ ชิ้น แต่พอได้ยินข่าวนี้อย่างกะทันหัน ในใจกลับเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงขึ้นมา
ต้องเข้าใจก่อนว่า พี่สามของเขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพสิงห์เขียว ประจันหน้ากับกองทัพของราชสำนักอยู่ที่ริมทะเลสาบอวี้ติ่งเชียวนะ
ตลอดสามปีที่ผ่านมา มีการเกณฑ์แรงงานนับล้านคนไปสร้างเมืองหน้าด่านและค่ายทหารเรือที่เขาพายุทมิฬ มีทหารชั้นยอดสองแสนนาย แถมยังมีชาวบ้าน ช่างฝีมือ และอื่นๆ อีกนับล้านชีวิต!
ยิ่งไปกว่านั้น พี่น้องอย่างพวกเขาต่างก็เป็นคนระแวดระวังตัว ไม่มีทางทิ้งค่ายทหารไปไหนตามอำเภอใจแน่ แล้วจู่ๆ มาตายเมื่อวานนี้เนี่ยนะ
ตายได้อย่างไร
หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับแม่ชีจิ้งเยว่ที่ผู้อาวุโสเฉียวพูดถึงเมื่อครู่
"เมื่อวันก่อน อู่ซง หลิวเซิ่ง และตู้ปิงเยี่ยน ทยอยกันออกมาจากโบราณสถาน..."
ผู้มาเยือนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทวนคำพูดก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ที่แท้หลังจากที่อู่ซงกับหลิวเซิ่งออกมาจากโบราณสถานและก่อเรื่องวุ่นวายจนหลบหนีไปได้ กองทัพของจวนอ๋องจิ้นและราชสำนักก็เพิ่งจะตั้งสติได้ และพากันยกทัพมาปิดล้อมทางเข้าโบราณสถานเอาไว้
พวกเขาถอดบทเรียนจากการบุกฝ่าวงล้อมของอู่ซงและหลิวเซิ่ง จึงส่งทหารชั้นยอดมาฝ่ายละห้าหมื่นนาย รวมเป็นแสนกว่านาย ปิดล้อมทางเข้าโบราณสถานไว้อย่างแน่นหนา
เรียกได้ว่าแน่นหนาชนิดที่เข็มสักเล่มก็แทงไม่เข้า น้ำสักหยดก็สาดไม่ผ่าน
จังหวะเดียวกับที่แม่ชีจิ้งเยว่เพิ่งจะเดินออกมา ก็เลยถูกล้อมเอาไว้พอดิบพอดี
ทั้งราชสำนักและจวนอ๋องจิ้นต่างก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องแย่งชิงวาสนาเซียนจากโบราณสถานมาให้ได้ พอคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็เลยลงมือต่อสู้กันอย่างดุเดือด
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า แม่ชีจิ้งเยว่ที่เข้าไปในโบราณสถานนั้น ไม่รู้ว่าไปได้วาสนาเซียนอะไรมา พอต้องเผชิญหน้ากับการปิดล้อมของทหารชั้นยอดกว่าแสนนาย นางกลับเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน
"ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนายของทั้งสองฝ่าย แถมยังทำให้น้ำในทะเลสาบอวี้ติ่งระเหยแห้งไปกว่าครึ่ง เป็นไปไม่ได้ นี่มันยังใช่คนอยู่อีกหรือ"
คุณชายหลิงเด้งตัวลุกขึ้นยืน กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ทำให้น้ำในทะเลสาบอวี้ติ่งแห้งไปกว่าครึ่งงั้นหรือ
ต่อให้เป็นเซียนในตำนานเทพปกรณัม ก็ใช่ว่าจะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขนาดนี้เสียหน่อย
แม่ชีจิ้งเยว่นั่น หรือว่าจะเป็นเซียนไปแล้วจริงๆ
"หลังจากนั้น นางก็ยังไม่หายโกรธ ลงมือถล่มเมืองหน้าด่านไปอีกสองแห่ง ถึงได้ยอมจากไป"
ผู้มาเยือนพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดประโยคที่เหลือจนจบ
ภายในห้องโถง เหลือเพียงเสียงสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ
เฉียวเสอเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วรอบหนึ่ง แต่พอได้ฟังอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อราวกับกำลังฟังนิทานหลอกเด็กอยู่ดี
ต้องรู้เอาไว้ว่า กองทัพสิงห์เขียวที่ประจำการอยู่ที่ทะเลสาบอวี้ติ่งนั้น คือหนึ่งในสามกองทัพชั้นยอดของจวนอ๋องจิ้นเชียวนะ
ทรัพยากรทุกอย่างล้วนถูกส่งไปให้พวกเขาก่อนเสมอ ทหารธรรมดาในกองทัพยังเป็นถึงจอมยุทธ์ขอบเขตเสริมเส้นเอ็นเลยด้วยซ้ำ
นายร้อย นายพันก็เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตกายแท้ ยิ่งถ้าเป็นตำแหน่งสูงขึ้นไปอย่างนายกอง ผู้บัญชาการ หรือแม่ทัพ ล้วนเป็นจอมยุทธ์ขอบเขตเข้าสู่มรรคคาหรือแม้แต่ขอบเขตหวงถิงกันทั้งนั้น
ส่วนทหารของราชสำนักที่ประจันหน้ากับกองทัพสิงห์เขียว ก็นำทัพโดยแม่ทัพปราบมารจางป๋อเฟิ่ง ซึ่งมาจากตระกูลใหญ่ ความเก่งกาจของทหารก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากองทัพสิงห์เขียวเลย
แต่ตอนนี้ ทหารชั้นยอดรวมกันนับแสนนาย กลับถูกฝ่ามือเดียวซัดจนแหลกสลาย แถมเมืองหน้าด่านก็ยังถูกทำลายไปอีกถึงสองแห่ง...
ผลงานระดับนี้ ต่อให้เฉียวเสอใช้แรงจนสุดชีวิตก็ยังทำไม่ได้เลย
นั่นก็หมายความว่า จอมยุทธ์ขอบเขตหวงถิงอย่างเขา หากต้องเจอฝ่ามือของแม่ชีจิ้งเยว่ ก็คงกลายเป็นเพียงเศษเถ้าธุลีสินะ
แม่ชีเฒ่าจิ้งเยว่คนนี้ ไปได้วาสนาเซียนอะไรมาจากในโบราณสถานกันแน่ พลังฝีมือถึงได้พุ่งพรวดจนน่ากลัวขนาดนี้
เหนือขอบเขตหวงถิงคือขอบเขตทงเสวียน หรือว่านางจะก้าวข้ามขอบเขตทงเสวียนไปแล้ว
เฉียวเสอนึกขึ้นได้ว่า เมื่อช่วงเย็นย่ำของวันก่อน ทางฝั่งเขาพายุทมิฬมีเสียงระเบิดดังทึบๆ แว่วมาจริงๆ แม้จะอยู่ห่างออกไปไกลถึงพันลี้อย่างสันเขาพยัคฆ์หมอบ ก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ
ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าเป็นแค่การเคลื่อนตัวของแผ่นดินตามธรรมชาติ
มาตอนนี้ถึงได้รู้ว่า นั่นเป็นเพราะแม่ชีจิ้งเยว่ลงมือนี่เอง
"ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย ถล่มเมืองหน้าด่านสองแห่ง... พี่สามคงจะศพไม่สวย ไม่เหลือแม้แต่เศษซากแล้วล่ะมั้ง"
คุณชายหลิงได้สติกลับมา เขานั่งลงบนเก้าอี้ สีหน้าดูซับซ้อน คล้ายกับเวทนาที่จุดจบของคนสายเลือดเดียวกันต้องมาเป็นแบบนี้ จึงเงียบไปชั่วขณะ
เฉียวเสอปรายตามองเขา ก่อนจะรับช่วงถามต่อ
"ทางจวนมีคำสั่งใหม่อะไรหรือไม่"
"ท่านอ๋องได้แอบลอบระดมยอดฝีมือ มุ่งหน้าไปที่สำนักชีสุยเย่ว์แล้วขอรับ"
ผู้มาเยือนพยักหน้า ก่อนจะกล่าวต่อ
"ขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้ผู้คุ้มกันจากทั่วทุกสารทิศ ไปรวมตัวกันที่เขาอวิ๋นไถก่อนวันที่สามเดือนหน้า เพื่อทวงคืนวาสนาเซียนจากแม่ชีจิ้งเยว่"
สำนักชีสุยเย่ว์ ตั้งอยู่บนเขาอวิ๋นไถทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองจิ้นโจว
ก่อนที่ฟ้าดินจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ระยะทางห่างจากเมืองเหยียนชิ่งไม่ถึงพันลี้ แต่ตอนนี้กลับอยู่ห่างไกลออกไปนับหมื่นลี้
เฉียวเสอพยักหน้ารับ สีหน้าฉายแววลังเลใจ
"ผู้คุ้มกันในจวนอ๋อง ส่วนใหญ่ก็มีพลังสูสีกับข้าเฒ่าผู้นี้ ต่อให้ร่วมมือกัน เกรงว่าก็คงไม่ใช่... คู่มือของนางหรอก"
ฝ่ามือเดียวทำลายทหารชั้นยอดแสนนาย แถมยังทำลายเมืองหน้าด่านสองแห่งได้อย่างง่ายดาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าหลายแสนคน
พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ไม่ต่างอะไรกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเลยด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตหวงถิงก็ยังเทียบไม่ติดแม้แต่น้อย
พลังฝีมือระดับนี้ ไม่ต่างอะไรกับเซียนหรือพระพุทธเจ้าในสมัยโบราณเลย แค่เก่งกว่าขั้นเดียวก็ถือว่าทิ้งห่างไปไกลลิบแล้ว ผู้คุ้มกันในจวนอ๋องคงไม่ใช่คู่มือแน่ๆ
ขืนไปก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ
"ท่านอ๋องทรงจัดการเตรียมการไว้แล้ว"
ผู้มาเยือนตอบเสียงเรียบ ร่างกายของเขาค่อยๆ เลือนลางกลายเป็นเงา และในที่สุดก็หายวับไปจากตรงนั้น
"วันที่สามเดือนหน้า ยังเหลือเวลาอีกสิบกว่าวัน เขาอวิ๋นไถอยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ ชายชราอย่างข้าคงต้องรีบออกเดินทางล่วงหน้าเสียแล้ว"
แววตาของเฉียวเสอสาดประกายวูบวาบ เขามองคุณชายหลิงที่มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยด้วยความมั่นใจ
"ก่อนไป ชายชราอย่างข้าจะช่วยคุณชายยึดครองค่ายพยัคฆ์หมอบแห่งนี้ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ"
"แต่เมื่อคืนผู้อาวุโสเฉียวเพิ่งจะสูญเสียกำลังคนไปไม่น้อย แถมยังทำผลงานอะไรไม่ได้เลยนี่นา"
"คุณชายจะไปใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นทำไมกัน"
หางตาของเฉียวเสอกระตุก เขาตัดสินใจเด็ดขาดและเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ข้ามีค่ายกลหมื่นอสรพิษ สามารถรวบรวมงูพิษได้นับล้านตัว สันเขาพยัคฆ์หมอบแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเขา มีงูพิษอยู่ชุกชุมเต็มไปหมด และมีจำนวนไม่น้อยที่บำเพ็ญตบะจนกลายเป็นปีศาจ"
"หากข้ารวบรวมงูพิษนับล้านตัวให้บุกทะลวงเข้าไปพร้อมๆ กัน ต่อให้หลิวเซิ่งกับแม่นางตู้จะมีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก!"
"ทหารกองทัพบัวขาวที่เหลือ กับลูกน้องของพี่น้องตระกูลจางอีกสองพันคน จัดการไปได้เปราะหนึ่งแล้ว"
"เหลือก็แต่พวกยอดเขาฝั่งตะวันออก ทหารม้าชั้นยอดใต้บังคับบัญชาของพวกมันแข็งแกร่งมาก เฉียวเสอกับคุณชายหลิงมาจากตระกูลใหญ่แท้ๆ แต่กลับใช้ชื่อของห้าราชันธรรมแห่งลัทธิบัวขาวมาบังหน้า"
"พวกมัน... มีเบื้องหลังยังไงกันแน่นะ"
"ถ้าคิดจะรวบรวมค่ายพยัคฆ์หมอบให้เป็นหนึ่งเดียวจริงๆ ทำไมถึงปล่อยให้พวกเยวี่ยเอ๋อลอยนวลมาได้ตั้งนานขนาดนี้"
"ถ้าข้าฆ่าพวกมัน จะมีปัญหาอะไรตามมาทีหลังหรือเปล่า"
"ช่างเถอะ ข้าขอจำลองการอัปเกรดร่างจำแลงปีศาจยักษ์ขึ้นมาก่อนดีกว่า แล้วค่อยดูสถานการณ์อีกที"
ภายในบ้านไม้ หลิวเซิ่งสั่งให้คนอื่นๆ ออกไปให้หมด เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดูพลางพึมพำด้วยความลังเล
"จะจำลองร่างจำแลงไหนดีนะ"
[จบแล้ว]