- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 261 - คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม
บทที่ 261 - คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม
บทที่ 261 - คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม
บทที่ 261 - คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม
"กว๊าก กว๊าก"
กลางอากาศ ร่างจำแลงอีกาไฟส่งเสียงร้องยาวๆ ใต้ปีกมีลูกไฟพวยพุ่งออกมา ราวกับฝนดาวตกเพลิงที่ตกลงมาปกคลุมพื้นที่รัศมีหลายร้อยวา
เปลวไฟพวกนี้ร้อนแรงมหาศาล ละลายได้แม้แต่ทองและเหล็ก ประสาอะไรกับแค่เลือดเนื้อกระดูกคน ย่อมไม่เหลือซาก
ผ่านไปครู่เดียว แสงไฟก็มอดดับลง บนพื้นดินเหลือเพียงเถ้าถ่านของศพเกือบยี่สิบร่าง
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญปราณ หรือจอมยุทธ์ขอบเขตกายแท้ ไม่ว่าตอนมีชีวิตจะมีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน ตอนนี้ก็กลายเป็นแค่ดินเหลืองกองหนึ่ง น่าเศร้าและน่าขำสิ้นดี
หลิวเซิ่งเก็บร่างจำแลงอีกาไฟ สายตากวาดมองพื้นดินที่แตกระแหงและไหม้เกรียม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
จะว่าไปพรสวรรค์ "กายอีกา" นี่มีศักยภาพสูงจริงๆ สัมผัสไอแห่งความตายได้แม่นยำมาก
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนหลังนกกระจิบมองลงมา เขาสัมผัสได้ถึงไอแห่งความตายสิบเก้าสาย สุดท้ายสิบเก้าคนนี้ก็ตายเรียบจริงๆ
น่าเสียดายที่ความสามารถ "สัมผัสไอแห่งความตาย" นี้กินพลังวิญญาณมหาศาล เขาแค่มองแป๊บเดียว ก็ตาลายเห็นดาววิบวับ เลือดกำเดาไหลโจ๊กแล้ว
ถ้าไม่รีบหยุดทันเวลา เกรงว่าจะเสียพลังมากเกินไปจนกระทบถึงรากฐานดวงจิต
"ได้ยินว่า หลังจากเป็นผู้บำเพ็ญปราณแล้ว จะมีวิชาสำหรับขัดเกลาดวงจิตโดยเฉพาะ เดี๋ยวรอป๋าเป็นผู้บำเพ็ญปราณก่อน จะหาวิชามาฝึกสักหน่อย ยกระดับคุณภาพดวงจิต พอถึงตอนนั้นจะใช้พรสวรรค์นี้ ก็คงไม่ทรมานขนาดนี้แล้วมั้ง..."
หลิวเซิ่งละสายตา ก้มลงมองกองของสงครามแทบเท้า แล้วก็ยิ้มแก้มปริทันที
ตอนสู้กันแทบเป็นแทบตายนี่เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ตอนเก็บของนี่แหละ คือยาใจที่เยียวยาความเหนื่อยล้าได้ชะงัดนัก
ของที่มีค่าที่สุดคือถุงสมบัติสามใบ ได้มาจากหลวงจีนเต๋ออวิ๋น ผู้บำเพ็ญปราณจากนิกายกระบี่เมฆาคล้อย และสำนักเบญจธาตุ
นอกจากนี้ยังมีศาสตราวิญญาณอีกสามชิ้น คือคทาขักขระ กระบี่วิญญาณ และพลองวิญญาณ ส่วนพวกอาวุธมีคม ยาเม็ด เงินทอง และคัมภีร์ที่เสียหายก็มีอีกเพียบ
ของพวกนี้มูลค่าจำกัด โดยเฉพาะพวกอาวุธมีคม ยาเม็ด และคัมภีร์เสียหายที่ค้นได้จากศพจอมยุทธ์ขอบเขตกายแท้
สำหรับหลิวเซิ่งในตอนนี้ มูลค่าสูงสุดของพวกมันคือแต้มไอวิญญาณกว่าสองพันแต้มที่ทยอยเด้งขึ้นมา
"หวังว่าของหลวงจีนเฒ่าทั้งสาม จะไม่ทำให้ผิดหวังนะ"
หลิวเซิ่งพึมพำเบาๆ ถูมือไปมา แล้วเริ่มลงมือเปิด "ถุงสุ่ม"
ไม่นาน เขาก็จัดการรื้อค้นถุงสมบัติทั้งสามใบจนเกลี้ยง
ได้แต้มไอวิญญาณรวมๆ แล้วกว่าแปดพันแต้ม
คัมภีร์ระดับวิชาแท้จริง (ระดับผู้บำเพ็ญปราณ) สามเล่ม ได้แก่ 《คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม》 ของวัดปราบพยัคฆ์ 《มหาเวทเบญจธาตุหยินหยาง》 ของสำนักเบญจธาตุ และ 《คัมภีร์กระบี่เมฆาคล้อยพันมายา》 ของนิกายกระบี่เมฆาคล้อย
ในบรรดาคัมภีร์สามเล่มนี้ 《คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม》 นั้นไม่สมบูรณ์ ฝึกได้ถึงแค่ขอบเขตเข้าสู่มรรคคา ขาดบทขอบเขตหวงถิงไป
แต่ข้างในก็บันทึกวิชาฉบับสมบูรณ์เอาไว้หลายอย่าง ทั้ง 《ระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำรามสิบสองด่าน》 《หมัดพยัคฆ์มารเขย่าขุนเขา》 《วิชาอรหันต์ปราบมาร》 รวมถึงวิชาไม้ตายก้นหีบของวัดปราบพยัคฆ์อย่าง 《หมัดเทพปราบพยัคฆ์》
แน่นอนว่า ยังรวมถึงเคล็ดลับการวางค่ายกล 《ค่ายกลอรหันต์ปราบพยัคฆ์》 ข้อควรระวัง และวิธีการฝึกฝนอย่างละเอียด
เรียกได้ว่า การได้คัมภีร์เล่มนี้มา ก็เหมือนได้การสืบทอดวิชาส่วนหนึ่งของวัดปราบพยัคฆ์มาเลยทีเดียว
มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด!
"ดูท่าทาง ไอ้โล้นเต๋ออวิ๋นนี่ตำแหน่งในวัดปราบพยัคฆ์คงไม่ธรรมดา พอมันตายแบบนี้ วัดปราบพยัคฆ์คงไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่"
หลิวเซิ่งเก็บคัมภีร์เล่มนี้ไว้อย่างดี พลางครุ่นคิด
โชคดีที่พยานในที่เกิดเหตุตายเกลี้ยงไม่มีเหลือ วัดปราบพยัคฆ์อยากจะสืบหาตัวฆาตกร คงต้องเสียเวลาและแรงงานไปอีกโข
ด้วยความเร็วในการเติบโตของเขา เผลอๆ กว่าทางวัดจะสืบเจอตัวคนร้าย เขาอาจจะกลายเป็นขาใหญ่ที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ไปแล้ว ถึงตอนนั้นต่อให้รู้ว่าเป็นเขา ทางวัดก็คงไม่กล้าเอาเรื่อง
ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะลงมือฆ่าไอ้โล้นเฒ่านี่อยู่ดี
ไม่มีเหตุผลอะไรมาก ก็แค่เห็นหน้าแล้วเหม็นขี้หน้า
ส่วน 《มหาเวทเบญจธาตุหยินหยาง》 และ 《คัมภีร์กระบี่เมฆาคล้อยพันมายา》 ที่เหลือ แม้จะมีค่าน้อยกว่า 《คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม》 แต่ก็เอามาใช้อ้างอิง ศึกษาเพื่อเปิดหูเปิดตาได้
แถมยังจำเป็นต้องฝึกไว้บ้าง เผื่อเวลาจะฆ่าคนแล้วป้ายความผิดให้คนอื่น จะได้เอามาใช้ประโยชน์
นอกจากนี้ หลวงจีนเต๋ออวิ๋นยังทิ้งจีวรระดับศาสตราเวทที่มีพลังป้องกันน่าทึ่ง คทาขักขระวิญญาณสองเล่ม ป้ายประจำตัว และยาเม็ดสูตรเฉพาะของวัดปราบพยัคฆ์ไว้อีกจำนวนหนึ่ง
ผู้บำเพ็ญปราณอีกสองคนก็มีของคล้ายๆ กัน คงไม่ต้องร่ายยาวให้เสียเวลา
การต่อสู้ครั้งนี้ สรุปยอดแล้วได้ไอวิญญาณหมื่นกว่าแต้ม วิชาแท้จริงสามเล่ม วรยุทธ์ระดับกึ่งสูงอีกสิบกว่าวิชา ศาสตราวิญญาณและชุดเกราะวิญญาณเจ็ดชิ้น อาวุธมีคมอีกเพียบ ยาเม็ดต่างๆ กว่าสามสิบขวด หินวิญญาณสองก้อน และเงินทองอีกหลายแสนตำลึง
"ไปดีกว่า อาจารย์กับปิงเยี่ยนยังรออยู่ข้างหน้า"
หลิวเซิ่งมองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีอะไรตกหล่น ก็เรียกมังกรวารีอสุราออกมาพ่นวารีอัปมงคลสี่พิฆาตเพื่อทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุจนเกลี้ยง แล้วค่อยแปลงร่างเป็นวิหคแยกนภาบินจากไป
ครู่ต่อมา
เขาร่อนลงที่หน้าหน้าผาแห่งหนึ่ง ได้พบกับอู่ซงและตู้ปิงเยี่ยนที่รออยู่ที่นี่
เวลานี้อู่ซงกำลังนั่งขัดสมาธิกระอักเลือดอยู่หน้าหน้าผา สีหน้าหมองคล้ำ รอบตัวเต็มไปด้วยเศษหินที่แตกกระจาย
บนหลังของเขา มีภูเขาหินขนาดเล็กสูงประมาณหนึ่งวาก่อตัวขึ้นมาอีกแล้ว แถมยังค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
กลิ่นอายของแส้ไล่ขุนเขาที่ตกค้างในบาดแผล เหมือนหนอนกินกระดูกที่คอยดูดซับแก่นธาตุดินเกิ่นจากรอบข้างไม่หยุด
ยิ่งแถวนี้เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ธาตุดินหนาแน่น ความเร็วในการก่อตัวของภูเขาหินก็ยิ่งเร็วขึ้นไปอีก
ทำไมมารอตรงนี้
นี่มันยิ่งทำให้อาการหนักขึ้นไม่ใช่เหรอ
หลิวเซิ่งคืนร่างเดิม ขมวดคิ้วมุ่นทันที
"ฉันตั้งใจจะไปรอพี่ที่ที่มีน้ำเยอะๆ แต่ท่านผู้อาวุโสอู่ไม่ยอม กลัวว่าจะคลาดกับพี่ เลยยืนกรานจะรออยู่ที่นี่"
ตู้ปิงเยี่ยนเดินเข้ามาหา พอเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหลิวเซิ่ง ก็รีบอธิบาย
"เฮ้ย แผลแค่นี้ ไกลหัวใจ..."
พอเห็นลูกศิษย์ตัวเอง อู่ซงก็รีบยืดตัวตรง โบกไม้โบกมือ ทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น:
"สมัยข้าออกรบทั่วสารทิศ เคยเจ็บหนักกว่านี้ตั้งเยอะ ยังไม่เห็นเป็นไรเลย เรื่องขี้ปะติ๋ว ไม่คุยให้เสียเวลา!"
มองดูไหล่และคอที่สั่นระริกของอู่ซง กับก้อนหินขนาดหนึ่งวาบนหลัง หลิวเซิ่งทั้งโกรธทั้งขำ
เขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เดินเข้าไปคารวะ แล้วหยิบ 《คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม》 ยื่นส่งไปให้:
"ศิษย์ไปเจอของดีมานิดหน่อย คัมภีร์พระเล่มนี้อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง รบกวนท่านอาจารย์ช่วยดูให้หน่อยครับ"
"คัมภีร์อรหันต์ปราบพยัคฆ์เทศนาธรรม?"
อู่ซงรับไปดู ลมหายใจก็หอบถี่ขึ้นทันที ก่อนจะดันกลับมาด้วยสีหน้าซับซ้อน:
"คัมภีร์นี้ล้ำค่าเกินไป อาจารย์..."
"ศิษย์ความรู้น้อย คัมภีร์พระพวกนี้มีแต่เรื่องงมงาย อ่านแล้วปวดหัว สู้ 《คัมภีร์เซนพยัคฆ์ทมิฬ》 ที่ท่านอาจารย์สอนไม่ได้ อ่านแล้วสะใจกว่าเยอะ"
"......ก็เอาเถอะ คัมภีร์นี้มีประโยชน์กับข้ามาก รออาจารย์ใช้มันหลอมรวมวิชาที่ร่ำเรียนมา เพื่อสร้างรากฐานแห่งมรรคคาใหม่ แล้วค่อยถ่ายทอด 《คัมภีร์เซนพยัคฆ์ทมิฬ》 เล่มกลางและเล่มปลายให้เจ้า"
อู่ซงเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ใช่พวกชอบลีลา พอเห็นลูกศิษย์พูดจากใจจริง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมรับคัมภีร์ไว้
ตอนวัยรุ่น เขาฝึกยุทธ์ที่วัดเซนพยัคฆ์ทมิฬ ใช้วิชาอย่าง 《หมัดพยัคฆ์ทมิฬ》 และ 《วิชานอนพยัคฆ์》 ปูพื้นฐาน กำหนดทิศทางแห่งวิถียุทธ์
ต่อมาถูกไล่ออกจากสำนัก เร่ร่อนไปในยุทธภพ วิชาที่เรียนรู้ส่วนใหญ่เป็นพวกวิชาเศษเสี้ยวไม่สมบูรณ์
แต่เขาอาศัยพรสวรรค์ที่เหนือล้ำ นำมาผสมผสานจนแตกฉาน เดินในเส้นทางของตัวเองได้
น่าเสียดายที่ปีนั้นหลงเชื่อคนชั่ว ใช้วิชามารสร้างรากฐาน จากพุทธกลายเป็นมาร เดินเข้าสู่วิถีมาร
ยิ่งฝึกไปลึกเท่าไหร่ ภัยซ่อนเร้นก็ยิ่งใหญ่หลวง แถมยังโดนราชสำนักไล่ล่าไม่หยุดหย่อน ต้องหนีหัวซุกหัวซุนทั้งวันทั้งคืน ทำให้เขาถลำลึกในเส้นทางที่ผิดไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าไม่ล้างไพ่เริ่มใหม่ สร้างรากฐานใหม่ ภายในสามปีเขาต้องตายแน่นอน
และการจะชำระล้างเส้นเอ็นและไขกระดูก สร้างรากฐานใหม่ จำเป็นต้องใช้ "น้ำทิพย์กิ่งหลิว" ในตำนาน
นี่คือเหตุผลที่เขามาที่เขาเฮยเฟิง และเข้ามาในโบราณสถานแห่งนี้
ทันใดนั้นเอง กลิ่นอายแห่งชีวิตที่เข้มข้นก็ปะทะเข้ามาที่หน้า ทำให้ร่างกายที่เกือบจะแห้งเหี่ยวของเขาส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนผืนดินที่แห้งแล้งมานานจู่ๆ ก็เจอน้ำฝน เส้นเอ็นทุกเส้น เลือดเนื้อทุกส่วน ต่างพากันโห่ร้องยินดี ตะโกนเรียกร้องสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เงยหน้าขึ้นก็เห็นหลิวเซิ่งประคองแจกันหยกสุทธิลายทองขนาดเท่าฝ่ามือ ยื่นมาตรงหน้าเขา:
"อาจารย์ครับ เอ้านี่!"
[จบแล้ว]