- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 211 - สิ้นชีพ ไฟบรรลัยกัลป์ไร้สภาพ
บทที่ 211 - สิ้นชีพ ไฟบรรลัยกัลป์ไร้สภาพ
บทที่ 211 - สิ้นชีพ ไฟบรรลัยกัลป์ไร้สภาพ
บทที่ 211 - สิ้นชีพ ไฟบรรลัยกัลป์ไร้สภาพ
จอมกระบี่หลี่?
สายตาของทุกคนและทุกปีศาจในสนาม มองตามซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องไปหยุดที่ข้างกายแม่ชีจิ้งเยว่
บ้างมองอย่างเย็นชา บ้างก็สมน้ำหน้า
หลังจากปีศาจเหยี่ยวฆ่าตัวตายอย่างปริศนา ก็ไม่มีใครหรือปีศาจตนไหนอยากไปลองดีอีก
เทียบกับคนอื่นที่มีสีหน้าหลากหลาย แม่ชีเฒ่ากลับมีสีหน้าสงบนิ่ง หลุบตาลงต่ำไม่พูดจา
ส่วนหลี่มู่ที่อยู่ข้างกายนาง หน้าซีดเผือด แววตาฉายความตื่นตระหนก
หนึ่งในเจ็ดจอมกระบี่แห่งสำนักกระบี่ชื่อเฉิง จอมกระบี่ทะลายสมุทร หลี่มู่
ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋อง เอ่ยชื่อเขาออกมาตรงๆ!
"จอมกระบี่หลี่ โปรดไปสำรวจสักเที่ยวเถิด"
เห็นหลี่มู่ยืนนิ่งไม่ขยับ ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องขมวดคิ้วเล็กน้อย พัดจีบกางออกเสียงดัง "พรึ่บ" แล้วกล่าวต่อ
"หากสำรวจได้ความ เรื่องเก่าก่อนถือว่าแล้วกันไป ตกลงไหม? หากไม่แล้ว เรื่องรู้ไปถึงหูราชสำนัก เกรงว่าสำนักกระบี่ชื่อเฉิงของท่าน..."
แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เจตนาข่มขู่ในคำพูดนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง
หลี่มู่ได้ยินดังนั้น แววตาขมขื่น ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้ารับ
"หวังว่าซื่อจื่อ... จะรักษาคำพูด"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! จวนจิ้นอ๋องของเรา รักษาคำพูดดียิ่งกว่าราชสำนักเสียอีก"
ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องหัวเราะร่า เอาพัดชี้ไปทางพญามังกรราชันทางทิศตะวันออก
"รูปปั้นหินเศียรมังกรกายมนุษย์นั่น น่าจะเป็นธาตุน้ำ จอมกระบี่หลี่ถือครองกระบี่ทะลายสมุทร น่าจะพอข่มกันได้บ้าง เชิญท่านไปสำรวจพญามังกรราชันตนนั้นเถิด"
"ตกลง"
หลี่มู่รับคำ แล้วกระชับกระบี่เดินหน้าไป สีหน้าเคร่งเครียด
เขาเป็นถึงหนึ่งในเจ็ดจอมกระบี่แห่งสำนักกระบี่ชื่อเฉิง พลังฝีมือลึกล้ำ สัมผัสถึงธรณีประตูขอบเขตเข้าสู่มรรคคาขั้นสมบูรณ์ ฝีมือยังเหนือกว่าแม่ชีจิ้งเยว่เสียอีก
มิฉะนั้น ตระกูลไช่อันเลื่องชื่อ คงไม่ทุ่มทุนเชิญเขาลงจากเขา มาคุ้มครองไช่ไป๋เม่า นายอำเภอซานหยาง
"คนสำนักพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ธรรมดา หรือผู้อาวุโสระดับสูง ผลประโยชน์ผูกติดกับสำนัก รุ่งโรจน์ด้วยกัน ตกต่ำด้วยกัน
เมื่อเผชิญกับการข่มขู่จากผู้มีอำนาจ บางครั้งสำนักกลับกลายเป็นโซ่ตรวนและจุดอ่อน ผลประโยชน์ของสำนักมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตัว"
หลิวเซิ่งคืนร่างมนุษย์ ถือทวนยักษ์ยืนอยู่ข้างแม่ชีจิ้งเยว่ พลางครุ่นคิด
อย่างเช่นจอมกระบี่ทะลายสมุทรหลี่มู่ผู้นี้ หากเป็นจอมยุทธ์พเนจร ด้วยฝีมือระดับเขา คำขู่ของซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องก็แค่ลมปากที่เป่าผ่านหู
เหมือนกับแม่ชีจิ้งเยว่ ตอนแรกหลิวเซิ่งก็ใช้ชื่อเสียงของสำนักชีสุยเย่ว์มาขู่ บีบให้นางยอมจำนน
"พญามังกรราชัน คือผู้พิทักษ์ทิศบูรพาของเทพมหากาฬหกกร เล่าขานกันว่าร่างเดิมคือมังกรชั่วเจ็ดหัวที่อาละวาดในทะเลทุกข์ อายุขัยแทบจะเป็นนิรันดร์ หลังจากถูกพุทธธรรมกำราบ ก็กลายเป็นพญามังกรราชัน คอยปกป้องดินแดนทิศตะวันออก..."
แม่ชีจิ้งเยว่พนมมือ เล่าให้หลิวเซิ่งฟังเสียงเบา
กรณีศึกษาแบบ "วางดาบลงก็กลายเป็นพระ" ของพุทธศาสนาอีกแล้วเหรอ?
หลิวเซิ่งย่นจมูก สายตาไหววูบ
แม่ชีเฒ่าคนนี้รอบรู้จริงๆ รู้ไปหมดทุกเรื่อง
จตุโลกบาลผู้พิทักษ์ตรงหน้า เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ดุร้าย น่ากลัว แตกต่างจากภาพลักษณ์เมตตาของพุทธศาสนาในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
ถ้าไม่ใช่เพราะนางอธิบาย เขาคงนึกว่าเป็นปีศาจร้ายหลุดออกมาจากไหนสักแห่ง
"เป็นเรื่องราวจากภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดเมื่อครู่..."
แม่ชีจิ้งเยว่ดูเหมือนจะอ่านความสงสัยของหลิวเซิ่งออก จึงอธิบายเพิ่ม
ซู๊ด!
หลิวเซิ่งเงียบกริบ นึกถึงเหตุการณ์สองจิตชิงดีก่อนหน้านี้ รีบเก็บความคิดฟุ้งซ่าน ไม่กล้าคิดเพ้อเจ้ออีก
ที่นี่ มันมีอาถรรพ์!
"เข้าไปแล้ว!"
ตอนนั้นเอง มีปีศาจตะโกนเอะอะขึ้นมา
หลิวเซิ่งรีบหันไปมอง เห็นหลี่มู่เดินอ้อมไปครึ่งวงกลม ก้าวเข้าไปในแสงรัศมีสีเขียวมรกต
ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างของเขาราวกับสวมเกราะสีเขียว ใบหน้าและมือที่โผล่ออกมานอกร่มผ้า ถูกย้อมจนเป็นสีเขียวไปหมด
"เคร้ง!"
เขาชักกระบี่ออกจากฝักฉับพลัน ปราณกระบี่พุ่งเสียดฟ้า แหวกแสงสีเขียวมรกตที่ถาโถมเข้ามา ทำให้พื้นที่รอบกายสิบกว่าวากลับคืนสู่สีปกติ
"สมเป็นหนึ่งในเจ็ดกระบี่วิเศษแห่งสำนักกระบี่ชื่อเฉิง แม้ไม่มีพลังปราณแท้คอยขับเคลื่อน ก็ยังปกป้องเจ้าของเองโดยอัตโนมัติ จิตวิญญาณช่างแข็งแกร่งนัก!"
ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องหุบพัดดัง "พรึ่บ" เคาะลงบนฝ่ามือ สีหน้าตื่นเต้น
"จอมกระบี่หลี่ เชิญเดินหน้าต่อ!"
หลี่มู่พยักหน้าให้จากระยะไกล ถือกระบี่เดินหน้าต่อไป
เขาเดินช้ามาก ย่างสามขุม ระแวดระวังเต็มที่ ไม่ยอมให้เกิดรอยซ้ำรอยปีศาจเหยี่ยว
โชคดีที่ตลอดทางไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ระยะห่างระหว่างเขากับพญามังกรราชัน ค่อยๆ ลดลงจากหลายร้อยวา เหลือไม่กี่สิบวา ใกล้จะถึงระยะห้าสิบวาแล้ว
ผู้คนและปีศาจในที่นั้นหยุดคุยกัน ทุกดวงตาเบิกกว้าง จ้องเขม็ง กลัวพลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว
"ท่าไม่ดีแล้ว! รัศมีที่กระบี่ทะลายสมุทรค้ำยันไว้ หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เหลือไม่ถึงสองวาแล้ว!"
หลิวเซิ่งเฝ้าดูอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตากลอกไปมา คิ้วขมวดมุ่น
นอกจากนี้ แสงรัศมีสี่สียังคงแผ่ลามเข้ามาเรื่อยๆ แถมยังเร็วขึ้นอีก!
หรือว่าจะออกไปจากที่นี่ก่อน ไปดักซุ่มที่แม่น้ำมรณะ
ไม่ว่าสุดท้ายใครจะได้น้ำทิพย์กิ่งหลิวไป ก็ต้องข้ามแม่น้ำกลับไปอยู่ดี
ถึงตอนนั้น ข้าก็เรียกมังกรวารีอสุราออกมาแล้ว!
ดักปล้นกลางทาง ย่อมปลอดภัยกว่ามาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ที่นี่ตั้งเยอะ
เขาเลียริมฝีปาก เกิดความคิดอยากถอย
อาศัยจังหวะที่ทุกคนสนใจหลี่มู่ เขาค่อยๆ ถอยหลังอย่างแนบเนียน
มือก็คว้าแม่ชีจิ้งเยว่ที่ทำหน้างงๆ ติดมือมาด้วย
ไม่นานนัก พวกเขาก็ถอยมาถึงขอบหลุม ปลายเท้าสะกิดพื้นเบาๆ พลิกตัวกลับดั่งนกเหยี่ยว ไร้สุ้มเสียง—
ตุบ กลับมาอยู่ที่เดิม!
หือ?
หลิวเซิ่งชะงัก ปล่อยมือแม่ชีจิ้งเยว่ ปลายเท้าออกแรงอีกครั้ง พลิกตัวกลับหลัง ร่างดั่งนกเหยี่ยว ร่อนถลาตามลม
ปกติทำแบบนี้ อย่างน้อยต้องร่อนไปได้สองสามร้อยวา
แต่ครั้งนี้ ก็ยังตกลงที่เดิม!
เกิดอะไรขึ้น หรือว่า...
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ เขาลากแม่ชีจิ้งเยว่ไปลองที่จุดอื่นอีกหลายครั้ง
เป็นไปตามคาด ทั้งหลุมลึก หรือจะเรียกว่าทั้งสระน้ำ ตอนนี้เหมือนถูกครอบด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ด้วยประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหลิวเซิ่ง เขากลับไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของกำแพงนี้เลย!
พอจะออกจากสระน้ำ ก็จะถูกส่งกลับมาที่เดิม
ออกไปไม่ได้เลย!
ซวยแล้ว!
คราวนี้ ต้องมาร่วมเป็นร่วมตายกับพวกภูตผีปีศาจพวกนี้แล้วสินะ...
หลิวเซิ่งร้องทุกข์ในใจ ไม่รู้จะทำยังไงดี
เริ่มลนลานขึ้นมาบ้างแล้ว
"สรรพสิ่งในโลก มีเหตุย่อมมีผล หากออกไปไม่ได้คือผล ย่อมต้องมีเหตุแห่งมัน แก้ที่เหตุ ย่อมจากไปได้"
แม่ชีจิ้งเยว่เอ่ยเสียงเบา เงยหน้ามองหลี่มู่ที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน
"แย่แล้ว ประสกหลี่ตกอยู่ในอันตราย!"
หลิวเซิ่งหันขวับไปมอง เห็นหลี่มู่หยุดเดิน ยืนห่างจากพญามังกรราชันราวสามสิบวา
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดเนื้อเละเทะ เท้าลากเป็นทางเลือดหยาวเหยียดหลายสิบวา
กระบี่ทะลายสมุทรในมือ แสงวิญญาณหม่นหมอง ส่งเสียงร้องโหยหวน ประคองพื้นที่ยืนไว้ได้เพียงแทบเท้า
แสงสีเขียวมรกตรอบด้าน ดั่งมหาสมุทร ถาโถมม้วนตลบ หมายจะกลืนกินเขาทั้งคนทั้งกระบี่ให้จมมิด
แว่วเสียงกงล้อสวดมนต์หมุนเสียดสี และเสียงเพลงวาฬจากทะเลลึกดังก้อง
ราวกับจะฉุดกระชากสามวิญญาณเจ็ดจิตลงสู่ก้นทะเล โปรดให้บรรลุเป็นพุทธะ
"อ๊ากกก..."
วินาทีต่อมา หลี่มู่กรีดร้องโหยหวน กระบี่ทะลายสมุทรหลุดมือร่วงลงพื้น
ร่างทั้งร่างลอยขึ้นสูง แขวนอยู่กลางอากาศหลายร้อยวา เผชิญหน้ากับเศียรพญามังกรราชัน แล้วลุกไหม้ขึ้นมาเองโดยไร้เปลวไฟ!
บนตัวมองไม่เห็นเปลวไฟแม้แต่น้อย แต่ทั่วร่างกลับค่อยๆ ปรากฏรอยไหม้เกรียม
ไม่ถึงครึ่งลมหายใจ ทั้งร่างก็ถูกเผาจนเป็นตอตะโก ร่วงลงพื้น แตกกระจาย
ตายแล้ว!
[จบแล้ว]