- หน้าแรก
- ขุนพลไร้บัลลังก์
- บทที่ 901 - ทางแคบ
บทที่ 901 - ทางแคบ
บทที่ 901 - ทางแคบ
บทที่ 901 - ทางแคบ
กองทัพกลางอยู่ห่างจากกองทัพหน้าครึ่งวันเดินทาง จินเจิ้งควบม้าเร็วรุดมาถึง พอดีกับที่ข้าศึกเพิ่งมาถึงเช่นกัน พักผ่อนครู่เดียวก็เปิดฉากโจมตีทันที
ส่วนหนึ่งควบม้าขึ้นตามทางลาดที่ค่อนข้างเรียบ พยายามยึดที่สูงสองฝั่งหุบเขา เพื่อจะชาร์จลงมาจากที่สูง ตลบหลังกองทัพจิ้น
กองทัพหน้ามีกำลังหลักจากทหารกองประจำการเจี่ยฟู่และเสียโหลว สองกองพันจากจวนมังกรผงาด จำนวนสองพันสี่ร้อยนายพร้อมกองกำลังส่วนตัว บวกกับทหารม้าเจี๋ยอีกหลายร้อย รวมแล้วห้าพันกว่านาย
สือเซียนที่ได้เลื่อนเป็นนายกองกองกำลังส่วนตัวเสียโหลวนำทหารหกร้อยนายประจำการอยู่กลางเขา มองเห็นข้าศึกควบม้าขึ้นมาแต่ไกล ก็เป่านกหวีดกระดูกทันที
พลโล่สองกองรีบก้าวออกมา ยืนคุมเชิงมองลงไปที่ทหารม้าข้าศึกที่กำลังบุกขึ้นมา
แม้ทางลาดจะไม่ชันมาก แต่การบุกขึ้นจากที่ต่ำย่อมเสียความเร็ว ทำให้ทหารม้าข้าศึกเคลื่อนที่ช้าเป็นเต่าคลานราวกับเดินลุยโคลน
เสียงนกหวีดกระดูกดังขึ้นครั้งที่สอง พลธนูสองร้อยนายที่ฝีมือพอถูไถรีบวิ่งมาหลังพลโล่ ขึ้นสายธนูรอคำสั่ง
ยังมีพลธนูฝีมือดีอีกหลายสิบนาย กระจายตัวออกไปหาจุดยิงที่เหมาะสมด้วยตัวเอง
ไม่มีใครสั่งการ พวกเขาแสดงฝีมือได้อย่างอิสระ
สือเซียนนำทหารเกราะกล้าสองร้อยห้าสิบนาย ถือหอกยาว ขวานด้ามยาว กระบองไม้ กระบี่หนัก และอาวุธนานาชนิด เตรียมพร้อมออกศึกทุกเมื่อ
ดูจากการจัดทัพก็รู้ว่า เขาไม่ได้กะจะตั้งรับตายตัว
"วู้!" เสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้น ลูกธนูชุดแรกพุ่งออกไป
ทหารม้าข้าศึกสิบกว่านายที่นำหน้าสุดสะดุ้งโหยง รีบควงหอกยาวปัดป้องลูกธนู พร้อมหมอบราบไปกับหลังม้าลดโอกาสถูกยิง
"ตุ้บ!" ม้าของใครบางคนถูกยิงล้มลง คนขี่กลิ้งตัวลดแรงกระแทก แล้วย่อตัวหมอบลงในพงหญ้า หันไปมองข้างหลัง กัดฟันวิ่งพุ่งไปข้างหน้าต่อ
ข้างหลังยังมีทหารม้าถาโถมขึ้นมาไม่ขาดสาย
พวกเขาตะโกนก้อง เร่งม้าสุดแรง อยากจะเหาะไปให้ถึงหน้าทหารจิ้น แล้วใช้กีบม้าเหยียบย่ำให้จมดิน
"ฟี้ยว! ฟี้ยว!" ลูกธนูจำนวนมากพุ่งลงมาจากที่สูง
ม้าล้มคนร่วงไปทีละราย
หลังยิงไปหลายชุด พลธนูยังมีแรงเหลือ แต่ทหารม้าข้าศึกไม่กล้าบุกตรงๆ แล้ว ทิ้งศพไว้เกือบร้อยศพ แล้วเริ่มอ้อมไปสองข้างทาง
สือเซียนมองลงมาจากที่สูง บนเนินเขาเขียวขจีที่สูงต่ำไม่เท่ากัน เต็มไปด้วยดอกไม้ป่า
ซากศพคนและม้านอนเกลื่อนกลาด ช่วงห้าสิบถึงเจ็ดสิบก้าวหน้าขบวนรบมีเยอะที่สุด เกินเจ็ดสิบก้าวเริ่มบางตา เกินร้อยก้าวแทบไม่มี มีแค่พวกดวงซวยไม่กี่ราย
ระยะทางสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบก้าว สำหรับทหารม้าหลายร้อยนายที่กำลังชาร์จเข้ามา กลายเป็นเหวที่ข้ามไม่พ้น และพอกองซากศพคนและม้าเริ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งข้ามยากเข้าไปใหญ่
"ลูกผู้ชายแห่งด่านเว่ยหลิน ตามข้ามา" สือเซียนเห็นตีนเขาไม่มีใครบุกขึ้นมาแล้ว ก็เรียกคนสามร้อยคน บุกใส่ทหารม้าข้าศึกที่กำลังอ้อมไปไกลๆ
ทางในภูเขาขรุขระ ไม่ใช่ทุกที่ที่จะขี่ม้าได้ ทหารม้าข้าศึกที่อ้อมมาส่วนใหญ่ลงจากม้ากำลังจัดแถว
สือเซียนแค่นเสียงเย็น นำกำลังบุกเข้าใส่ทันที...
เมื่อเทียบกับเนินเขาสองข้างทาง การต่อสู้ด้านหน้าแทบไม่ดุเดือดเท่าไหร่
ทหารม้าสั่วโถวนานๆ จะควบม้าเข้ามาที ลอบยิงธนูใส่ พลธนูเดินเท้าก็ยิงสวนกลับอย่างดุเดือด อาศัยพวกมากยิงถล่มปูพรม โจรที่มาโชว์ขี่ม้ายิงธนูร่วงลงจากม้าเป็นระยะ ดิ้นพราดๆ บนพื้น แล้วค่อยๆ แน่นิ่งไป
"รออะไรกันอยู่ โจรขี่ม้าไม่กล้าบุก พวกเจ้าก็ไม่กล้าบุกหรือ เฉินจินเกิน!" จินเจิ้งดูอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า "เจอกันในทางแคบผู้กล้าชนะ ภูมิประเทศแบบนี้เจ้ายังไม่กล้าบุก จะเรียกว่าองครักษ์มังกรเหินทำไม ข้างหน้ามีโจรขี่ม้าแค่พันกว่าคน พวกเจ้าบุกเข้าไป ถือว่าออกศึกแล้ว"
เฉินจินเกินหน้าแดงก่ำ ประสานมือรับคำ "รับบัญชา"
พูดจบ ก็สั่งทหารรบหนึ่งพันสองร้อยนายจากเจี่ยฟู่และตงหมิน สองกองพันจากจวนมังกรผงาดให้ออกโจมตี
ทันทีที่คำสั่งลงไป นายกองแต่ละกองก็คัดเลือกทหารในสังกัดทันที
ส่วนหนึ่งทิ้งหอกยาว เปลี่ยนมาถือดาบโล่ วิ่งเหยาะๆ นำหน้า
ส่วนหนึ่งทิ้งหอกยาว ถือธนูขึ้นสาย แยกไปสองข้างทาง
ส่วนใหญ่ถือหอกยาว ทวนยาว กระบองไม้ ง้าว ขวานด้ามยาว และอาวุธยาวอื่นๆ จัดเป็นขบวนแถวตอนลึกห้าแถวแน่นหนา
พวกสั่วโถวที่วนเวียนอยู่ในหุบเขาเห็นเข้าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
"ตึง ตึง..." เสียงกลองดังขึ้น
ทหารกองกำลังส่วนตัวลากรถสัมภาระที่ขวางทางออก พลดาบโล่ห้านายแถวแรกก้าวออกมา
ทหารเก่าแห่งกองทัพย่าเหมินผู้เจนศึกยกโล่ขวางหน้า ดาบชี้ขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองไปข้างหน้า
ตามด้วยแถวที่สอง สาม สี่
สองแถวหลังกระจายออกเล็กน้อย แยกไปสองข้าง ไม่นานก็จัดขบวนหน้ากระดานดาบโล่สิบห้าคน
พลหอกยาวข้ามหัวพลธนูไปตั้งแถวต่อท้าย
พลธนูทำตามความถนัดของแต่ละคน บางคนกำลูกธนูไว้ในมือเต็มกำมือ พวกที่ถนัดยิงธนูหนักธนูเจาะเกราะก็คาบไว้ในปากดอกหนึ่ง พาดสายดอกหนึ่ง
"จัดทัพ!" เฉินจินเกินคำรามลั่น
"จัดทัพ!" ทหารหนึ่งพันสองร้อยนายคำรามพร้อมกัน ขวัญกำลังใจพุ่งปรี๊ด
ชาวเซียนเป่ยงงเป็นไก่ตาแตก "จัดทัพ" คืออะไร
ไม่มีใครตอบพวกเขา เพราะฝ่ายตรงข้ามเร่งฝีเท้า ทหารราบหนึ่งพันสองร้อยนายอัดแน่นเต็มทางเขา เปิดฉากชาร์จใส่พวกเขา
พวกสั่วโถวโกรธจัด และรู้ว่าเวลานี้ถอยไม่ได้
พวกเขาเป็นทัพหน้า ทัพหน้าหลักยังไม่ทันรบก็ถอย จะมีไว้ทำซากอะไร
เสียงกีบม้าหนักหน่วงดังขึ้น ร้อยกว่าขี่กระตุ้นม้าพุ่งสวนออกมา กำหอกยาวและทวนม้าแน่น พุ่งตรงเข้ามา
คลื่นมนุษย์สองสายปะทะกันกลางทางเขา
จินเจิ้งจ้องมองตาไม่กระพริบ
ทหารม้าสิบกว่านายที่นำหน้าสุดดุดันมาก ควบม้ากระโจนเข้าใส่ฝูงชน ตะลุยซ้ายขวา พยายามปั่นป่วนขบวนทัพทหารราบ
แค่จุดนี้ จินเจิ้งก็มองพวกเขาด้วยสายตาชื่นชม
สมัยนี้ ทหารม้าที่ไม่กล้าพุ่งชนทหารราบมีเยอะแยะ ชอบขี่ม้าล้อมยิง พยายามใช้วิธีที่เปลืองแรงน้อยที่สุดเจ็บตัวน้อยที่สุดจัดการศัตรู
แต่การรบแบบตาต่อตาฟันต่อฟันยังไงก็ต้องมี ปัจจัยอย่างคุณภาพข้าศึก ภูมิประเทศ ขวัญกำลังใจ คาดเดาไม่ได้ บางครั้งเจอเข้าจังๆ ก็ต้องมีความกล้าที่จะตายกันเกลื่อนกราด บุกตะลุยอย่างบ้าคลั่ง
ทหารกองประจำการตงผิงก็ห้าวหาญมาก หลังจากปล่อยให้สิบกว่าขี่ทะลวงเข้ามา ทหารข้างหลังก็ไม่แตกตื่นฮือ กลับโห่ร้องสู้ตาย แย่งกันดาหน้าเข้าไป
เฉินจินเกินยิงธนูสวนไปดอกหนึ่ง สอยทหารม้าข้าศึกที่พุ่งมาแรงที่สุดร่วงลงมา
คนผู้นั้นยังไม่ตายทันที พยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกรองเท้าทหารนับไม่ถ้วนเหยียบย่ำผ่านไป ทหารย่าเหมินคำรามลั่น ข้ามร่างอันแหลกเหลวของเขา บุกไปข้างหน้า ข้างหน้า และข้างหน้า
"โครม!" ทหารม้าข้าศึกอีกกลุ่มพุ่งมาถึง พลดาบโล่และพลหอกยาวข้างหน้ายืนไม่อยู่ ล้มระเนระนาดไปแถบใหญ่
บางคนไม่มีวันได้ลุกขึ้นมาอีก บางคนลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก็ถูกม้าที่พุ่งมาชนกระเด็น
คนส่วนใหญ่เสียหลัก ถูกเบียดกระแทกถอยไปข้างหลัง แต่ในขณะที่โซเซถอยหลัง พวกเขายังแทงหอกสวนออกไปตามสัญชาตญาณ สอยทหารม้าข้าศึกร่วงไปทีละคน
ทหารข้างหลังที่โดนเบียดร้อนใจแทบบ้า ตะโกนด่าทอ บางคนใจร้อน ผลักเพื่อนที่ขวางหน้าออก กระโดดออกมาเผชิญหน้ากับทหารม้าที่พุ่งเข้ามา กัดฟันแทงทวนยาวสวนไป
ทหารม้าข้าศึกกำลังพุ่งมา ไม่ทันระวัง ถูกแทงเข้ากลางอก คมทวนทะลุเกราะหนังบางๆ อย่างง่ายดาย ทะลุออกหลัง คนแทงเองก็ถูกแรงปะทะมหาศาลของม้าชนล้มกลิ้ง ลุกไม่ขึ้นไปพักใหญ่
โต้วอวี๋เจินมองดูอยู่ข้างหลัง ตาแทบถลนออกจากเบ้า
ทหารม้าชาร์จทหารราบ มีจุดชี้เป็นชี้ตายอยู่จุดหนึ่ง คือเมื่อทหารม้าเสี่ยงตายบุกเข้าไปสร้างความปั่นป่วนในขบวนทัพได้แล้ว ทหารราบฝ่ายข้าศึกข้างหลังที่ยังไม่ได้ปะทะจะทำอย่างไร
สถานการณ์ที่ดีที่สุด คือพวกเขาหันหลังวิ่งหนี รองลงมาคือยืนงงทำอะไรไม่ถูก สถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือพวกเขาไม่กลัวทหารม้าชาร์จ แย่งกันดาหน้าเข้ามา สู้ตายถวายชีวิตกับทหารม้าที่บุกเข้ามา
วันนี้เขาเจอสถานการณ์เลวร้ายที่สุด!
ทหารจิ้นกลุ่มนี้ดูไม่ค่อยเป็นระเบียบ อาวุธก็ไม่เหมือนกัน มีสารพัดแบบ แต่ประสานงานกันรู้ใจ แถมยังบ้าดีเดือด ราวกับไปโดนตัวไหนมา เสียงคำรามสู้รบดังสนั่นหุบเขา
ทหารม้ากว่าร้อยนายที่ชาร์จเข้าไปขยับไม่ได้แล้ว ติดแหง็กอยู่กับที่
ขวานด้ามยาวสับลงไป เลือดสาดกระเซ็น
กระบองไม้ฟาดเปรี้ยง อกยุบ ตายคาที่โดยไม่ทันร้อง
ทวนตะขอไม่เกี่ยวขาม้าแล้ว บางคนยกสูงเกี่ยวคนลงจากหลังม้า เพื่อนรุมสับเละ
มีทหารม้าฝีมือดี ฆ่าทหารราบจิ้นไปหลายคน แต่สู้ไปสู้มา ขาม้าม้าอ่อนแรง ล้มตึงลงไป คนขี่หายวับไปในคลื่นมนุษย์ทหารจิ้นอย่างรวดเร็ว
ซากศพคนและม้าบนทางเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทับถมกันจนชาร์จต่อไม่ได้แล้ว
โต้วอวี๋เจินลังเลเพียงชั่วครู่ ทหารราบจิ้นก็ข้ามกองซากศพ ร้องคำรามพุ่งเข้ามา
ในขณะเดียวกัน ทหารม้าที่บุกขึ้นเขาฝั่งขวา (ฝั่งซ้ายของทหารจิ้น) ก็ถอยลงมา เสียไปร้อยกว่าขี่ ตีไม่เข้า
โต้วอวี๋เจินไม่ลังเลอีกต่อไป สั่งถอยทัพทันที
ทหารม้าเซียนเป่ยสองพันกว่านายกลับหลังหัน เปลี่ยนทัพหน้าเป็นทัพหลัง วิ่งหนีไปข้างหลัง
จินเจิ้งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สั่งว่า "ตามไป! ตามไปให้สุด อย่าหยุด!"
ทหารม้าเจี๋ยห้าร้อยนายที่ติดตามมาด้วยรับคำสั่งทันที พวกเขาอ้อมผ่านสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพอย่างระมัดระวัง อ้อมไปทางเขาฝั่งขวา
ฉินซานนายกองแห่งจวนกองทัพมังกรผงาดต้าเย่รีบสวมเกราะ เป่านกหวีดกระดูก
พริบตาเดียว ทหารกององครักษ์มังกรเหินฝ่ายซ้ายจำนวนมากก็วิ่งมาหาเขา
ทหารกองกำลังส่วนตัวตาไวมือไว ยื่นบังเหียนม้าใส่มือพวกเขา
หนึ่งคนจูงม้าไปหนึ่งตัว
ไม่สนใจแล้วว่าม้าใคร ทหารกองประจำการกระโดดขึ้นหลังม้า มองดูทิศทางธงสัญญาณ แล้วรวมตัวกัน
ครู่ต่อมา ทหารกองประจำการกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าก็ควบม้าออกไป ตามหลังทหารม้าเจี๋ย ไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง
ไล่ไปได้สิบกว่าลี้ ชาวเซียนเป่ยแบ่งกำลังส่วนหนึ่งหันกลับมาสู้
ทหารม้าเจี๋ยโอบล้อม ขึ้นเขาลงเนิน ยิงธนูไปพลางขี่ม้าไปพลาง
ทหารราบกององครักษ์ลงจากม้าจัดทัพ บุกเข้าใส่ตรงๆ ตีข้าศึกแตกพ่าย ตัดหัวไปอีกร้อยกว่าหัว
จบการต่อสู้ ทุกคนขึ้นม้าอีกครั้ง เกาะติดท้ายข้าศึก ไล่ล่าไม่หยุด
ยามพลบค่ำ จับทหารม้าเซียนเป่ยที่หันกลับมาสู้ได้อีกกลุ่ม ตีพ่าย ฆ่าโจรไปเกือบร้อย
จนกระทั่งมองเห็นกองทัพใหญ่ข้าศึกแต่ไกล ถึงได้หยุดไล่ล่า ขึ้นเขาตั้งรับ รอทัพหลักตามมาสมทบ
และในวันเดียวกัน เหอลันอ่ายโถวนำทหารม้าหมื่นห้าพันกว่านาย เปลี่ยนเส้นทางกลางคัน ทวนแม่น้ำทู่เหวิน (แม่น้ำหม่าอิ๋งในปัจจุบัน) ขึ้นไป ทะลุผ่านเทือกเขาสลับซับซ้อน เข้าสู่เขตเมืองหม่าอี้ที่เป็นที่ราบ
เสบียงที่พกมามีไม่มาก แค่เจ็ดแปดวัน เหอลันอ่ายโถวไม่ลังเลเลย สั่งบุกตรงไปอำเภออินก่วน
ส่วนกองทหารม้าเซียนเป่ยทัพที่สามเจ็ดพันนายภายใต้การนำของเผ่าชิวตุน หักเลี้ยวเข้าภูเขาทางทิศตะวันตก ขาดการติดต่อกับอีกสองทัพ เป้าหมายของพวกเขาคืออำเภอหม่าอี้
[จบแล้ว]