- หน้าแรก
- โคตรน้ำยาปรับสภาพยีน
- ตอนที่ 1,064 ระบบการต่อสู้เสมือนจริง
ตอนที่ 1,064 ระบบการต่อสู้เสมือนจริง
ตอนที่ 1,064 ระบบการต่อสู้เสมือนจริง
ตอนที่ 1,064 ระบบการต่อสู้เสมือนจริง
สปีดเดอร์แมมมอธเป็นเหมือนกับเมืองขนาดกลาง จำนวนของนักรบที่อยู่บนตัวยานจึงมีไม่น้อยกว่า 3,000 คน อาคารต่อสู้ระบบเสมือนจริงจึงเต็มไปด้วยผู้คนอย่างมากมาย เพราะนักรบต้องการที่จะฝึกปรือฝีมือในระหว่างที่พวกเขาทำการเดินทาง
“ข้อดีของระบบจำลองคือนายไม่จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณในการต่อสู้จริง แต่นายจะได้รับประสบการณ์ไม่ต่างไปจากการต่อสู้กับศัตรูตัวเป็น ๆ วิธีการต่อสู้ของนายยังคงจำกัดอยู่กับดินแดนกฎ แต่ตอนนี้นายมาถึงจักรวาลอัลฟ่าแล้วนายก็ควรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อรับมือกับศัตรูใหม่ด้วยเหมือนกัน”
“ระบบจำลองการต่อสู้นี้จะช่วยให้นายปรับตัวเข้ากับจักรวาลอัลฟ่าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมันจะทำให้นายได้เผชิญหน้ากับศัตรูใหม่ ๆ ที่ใช้สไตล์การต่อสู้แบบนักรบวิญญาณ”
“นอกจากนี้ร่างกายของนายยังได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการออกไปสู้กับคนอื่น เพราะแม้แต่การฝึกฝนมันก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ก่อนที่นายจะฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้อย่างเต็มที่ ฉันคิดว่านายควรจะฝึกฝนกับระบบจำลองการต่อสู้นี้ไปก่อน อย่างน้อยมันก็จะช่วยให้นายปรับตัวเข้ากับจักรวาลอัลฟ่าได้ไวมากยิ่งขึ้น” ฝูเฉินกล่าว
เซี่ยเฟยพยักหน้าขณะดวงตายังคงจับจ้องมองไปยังหน้าจอ ซึ่งลำแสงพลังวิญญาณที่เปล่งประกายออกมาจากการต่อสู้ มันก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นักรบในจักรวาลอัลฟ่ายังคงใช้พลังกฎอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่นอกเหนือจากการต่อสู้ด้วยวิธีการใช้พลังกฎแล้ว นักสู้ระดับสูงหลาย ๆ คนยังใช้พลังวิญญาณในระหว่างการต่อสู้อีกด้วย ซึ่งศัตรูในระดับนี้เป็นศัตรูที่เซี่ยเฟยยังไม่เคยเผชิญหน้าตรง ๆ มาก่อน ระบบจำลองการต่อสู้จึงเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันของเขามากที่สุด
“น่าสนใจจริง ๆ” เซี่ยเฟยกำหมัดอย่างตื่นเต้น เพราะเขาไม่ได้ต่อสู้กับใครมาเป็นเวลานานแล้ว มันจึงทำให้เขารู้สึกกระหายที่จะเผชิญหน้ากับคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
“ลองดูนั่น มันมีคนรอลงทะเบียนอยู่เยอะมาก แต่แคปซูลของระบบจำลองมีเพียงแค่ 1,600 แคปซูลเท่านั้น หากนายต้องการเข้าร่วมระบบจำลองนายก็จะต้องเข้าคิวเป็นเวลานาน และถึงแม้ว่านายจะได้ใช้เครื่องจำลองแล้วจริง ๆ แต่นายก็สามารถใช้งานมันได้ต่อเนื่องแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่นายจะต้องไปเข้าคิวใหม่หากต้องการจะเล่นระบบจำลองต่อไป” ฝูเฉินกล่าวขณะชี้นิ้วไปยังนักรบหลายพันคนในห้องโถง
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วพร้อมกับสำรวจนักรบคนอื่นอย่างระมัดระวัง เขาจึงได้พบว่านักรบทุกคนต่างก็มีป้ายคิวภายในมือ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และคนที่กำลังรอเล่นระบบจำลองอยู่นั้นก็มีตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงนักรบในวัยชรา
“แบบนี้มันต้องรอคิวนานแค่ไหนเนี่ย? เด็ก ๆ พวกนั้นก็เป็นนักรบด้วยงั้นเหรอครับ ทำไมผมถึงตรวจจับพลังงานภายในร่างของพวกเขาไม่ได้เลย?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม
“นายลืมอะไรไปหรือเปล่าว่าระบบจำลองนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณ ซึ่งมันก็หมายความว่าแม้แต่คนธรรมดาก็สามารถเข้าร่วมระบบจำลองได้ด้วยเหมือนกัน เพราะแบบนี้ไงมันเลยมีคนมาเข้าคิวรอระบบจำลองเป็นจำนวนมาก” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงมีคนมาเข้าคิวเป็นจำนวนเยอะมากขนาดนี้ ท้ายที่สุดการต่อสู้มันก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงว่าการต่อสู้ในระบบจำลองไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันตรายถึงชีวิตเหมือนกับการต่อสู้ในสนามรบจริง ๆ
อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากจำนวนคนเข้าคิวเป็นจำนวนมาก มันจึงทำให้เซี่ยเฟยไม่สามารถเข้าถึงระบบจำลองได้ง่าย ๆ ด้วยเหมือนกัน
“ระบบจำลองการต่อสู้มีอยู่หลายเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งถ้าหากว่านายเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง นายก็จะมีโอกาสได้พบกับนักรบชั้นยอดของจักรวาลได้ด้วยเหมือนกัน และเนื่องมาจากการต่อสู้แบบนี้ไม่ทำให้นักรบได้รับบาดเจ็บ มันจึงเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม”
“แต่ช่วงเริ่มต้นนายจะสามารถเข้าร่วมได้แค่เซิร์ฟเวอร์ของยานสปีดเดอร์แมมมอธเท่านั้น และต้องรอจนกว่านายจะสะสมคะแนนไปสักพัก นายถึงจะมีโอกาสเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงขึ้นได้” ฝูเฉินอธิบาย
“ถึงคุณจะอธิบายไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก กว่าผมจะได้ใช้ระบบจำลองนี้จริง ๆ มันก็อาจจะเย็นมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการเข้าใช้ครั้งหนึ่งก็ใช้งานได้เพียงแค่ 3 ชั่วโมง เวลาแค่นั้นมันจะพอให้สะสมได้สักกี่คะแนนกันเชียว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“นี่ไงเหตุผลที่ฉันให้นายเช่าห้องพักสุดหรู เพราะในห้องชุดมีระบบจำลองให้ใช้งานแบบส่วนตัวอยู่แล้ว คราวนี้นายยังจะบ่นฉันอยู่ไหมว่าทำไมถึงไม่ไปพักในห้องพักราคาถูก” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ฝูเฉินยืนยันให้เขาทำการเช่าห้องพักสุดหรู นั้นก็เพราะว่าชายชราได้วางแผนทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วนี่เอง
“พวกเรารีบกลับห้องกันเถอะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น
—
นอกเหนือจากห้องพักสุดหรูจะมีห้องนอนแยก 2 ห้องนอนแล้ว มันยังมีห้องอ่านหนังสือ, ห้องออกกำลังกายและห้องรับแขกอีกด้วย ซึ่งแคปซูลต่อสู้เสมือนจริงก็ถูกติดตั้งเอาไว้ภายในห้องออกกำลังกายนี่เอง
ฝูเฉินเดินไปกดปุ่มบนผนัง ก่อนที่กำแพงจะเริ่มหมุนเผยให้เห็นแคปซูลที่ถูกซ่อนเอาไว้บริเวณด้านหลัง และเนื่องจากว่ามันถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดแบบนี้นี่เอง มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมชายหนุ่มจึงไม่ค้นพบมันตั้งแต่แรกที่เขาเข้ามาสำรวจภายในห้อง
“ลองดูสิ” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มเข้าไปนั่งในแคปซูลพร้อมกับสวมหมวกกันน็อกขนาดใหญ่ จากนั้นเขาก็ทำการเสียบบัตรเพื่อยืนยันตัวตนและกดปุ่มให้ตัวเครื่องเริ่มทำงาน ซึ่งในเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็เริ่มเข้าสู่ระบบจำลอง
“ระบบถามว่าเราจะตั้งชื่อใหม่หรือใช้ชื่อจริง?” เซี่ยเฟยถามขณะที่เขาอ่านข้อความที่ปรากฏในหมวกกันน็อก
“นี่ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของห้องหรู เพราะแขกบางคนไม่ชอบให้ใครมารู้จักตัวตน พวกเขาจึงใช้ชื่อปลอมเข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ใครสืบสาวหาตัวตนของพวกเขาได้” ฝูเฉินอธิบาย
เซี่ยเฟยเลือกตั้งชื่อใหม่โดยไม่ต้องคิด เพราะเขาไม่ชอบที่จะทำตัวเด่นสะดุดตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเนื่องมาจากว่าเขาไม่ได้ใช้ชื่อจริง ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องตั้งชื่อใหม่โดยใช้ชื่อว่าเสี่ยวเฟย
หลังจากทำการตั้งชื่อสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปมันก็มีคำถามถึงตัวละครที่เขาต้องการจะใช้ภายในระบบ
“นายจะใช้ร่างกายของตัวเองเป็นตัวละครในระบบก็ได้ แต่ฉันคิดว่านายไม่ควรเปิดเผยหน้าตาของตัวเองจะดีกว่า ไม่ว่ายังไงนายก็เป็นโซลครีเอเตอร์พันธุ์แท้ หากข่าวนี้หลุดรอดออกไปมันก็คงจะนำมาซึ่งปัญหาอีกมากมายอย่างแน่นอน” ฝูเฉินกล่าว
เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่เขาจะกดเลือกว่าต้องการใช้ตัวละครตัวอื่น
ทันใดนั้นตัวละครนักรบเป็นจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นมา โดยตัวละครแต่ละตัวก็มีชื่อ, สถานะและทักษะเป็นของตัวเอง
“นักรบที่นายเห็นเป็นข้อมูลจริงของนักรบที่เคยลงทะเบียนกับระบบมาก่อน ช่วงแรกที่ลงทะเบียนใหม่นายสามารถเลือกตัวละครขั้นต้นได้เท่านั้น เมื่อนายเก็บคะแนนไปได้เรื่อย ๆ หลังจากนั้นนายก็จะสามารถเลือกตัวละครที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมได้” ฝูเฉินอธิบาย
ระดับพลังของนักรบที่ปรากฏค่อนข้างแย่มาก โดยส่วนใหญ่พวกเขาก็เป็นนักรบที่พึ่งปลดผนึกโซลมาร์คได้เพียงแค่ไม่นาน พลังที่พวกเขาได้เรียนรู้จึงเป็นพลังที่ค่อนข้างธรรมดา
เซี่ยเฟยใช้เวลาสำรวจตัวละครอยู่ค่อนข้างนานแล้วพบว่ามันค่อนข้างยากที่จะต้องเลือกตัวละครตัวใดตัวหนึ่งท่ามกลางตัวละครจำนวนนับไม่ถ้วน ความเป็นจริงถึงแม้เขาจะอ่านรายละเอียดของตัวละครทั้งหมดที่มีในระบบ มันก็ยากที่เขาจะตามหาตัวละครที่มีทักษะคล้ายคลึงกับเขาได้ เพราะชายหนุ่มใช้ชีวิตอย่างซับซ้อนมากเกินไปและทั่วทั้งจักรวาลนี้ก็คงจะไม่มีใครลอกเลียนแบบเขาได้อีกแล้ว
เนื่องจากเซี่ยเฟยไม่สามารถหาตัวละครที่คล้ายคลึงกับตัวเองได้สักที ในที่สุดเขาก็เลือกใช้ฟังก์ชั่นสุ่มที่ทำให้เขาได้รับตัวละครที่มีชื่อว่าเสี่ยวซิง
“เสี่ยวเฟยกับเสี่ยวซิงงั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่อย่างไรก็ตามเมื่อชายชราได้อ่านข้อมูลตัวละครของเซี่ยเฟยแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ในเวลาเดียวกันเมื่อเซี่ยเฟยทำการเลือกตัวละครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาก็ถูกเชื่อมต่อเข้ากับตัวละครเสี่ยวซิง ซึ่งหลังจากนี้การเคลื่อนไหวของเสี่ยวซิงเป็นไปตามความคิดของชายหนุ่มทั้งหมด แม้แต่อาการบาดเจ็บที่เสี่ยวซิงได้รับก็จะถูกส่งผ่านไปยังระบบประสาทของเซี่ยเฟยด้วยเหมือนกัน แต่อาการบาดเจ็บเกิดขึ้นที่ตัวระบบประสาทเท่านั้น ไม่มากพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของผู้ที่ควบคุมตัวละคร
ระบบเริ่มแนะนำเซี่ยเฟยถึงวิธีการใช้งาน ซึ่งเซี่ยเฟยสามารถที่จะเข้าไปท้าทายผู้อื่นก็ได้หรือจะทำการออกแบบสนามรบแล้วรอให้ผู้อื่นมาท้าทายเขาก็ได้ด้วยเหมือนกัน
“ฉันต้องการสร้างสนามรบเป็นภูเขาน้ำแข็งที่มีหิมะตกหนักตลอดเวลา” เซี่ยเฟยเริ่มสั่งการระบบ
“ระบบทำการจำลองสนามรบภูเขาน้ำแข็งที่มีหิมะตกเรียบร้อยแล้ว ระบบจะทำการส่งตัวคุณเข้าสู่สนามรบเดี๋ยวนี้”
วิ้ง!
วินาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็ปรากฏตัวในหุบเขาที่มีสายลมหนาวและหิมะขาวร่วงหล่นลงมาอย่างหนัก
ชายหนุ่มพยายามทำการเคลื่อนไหวและเขาก็ได้พบว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นหิมะจริง ๆ การออกแบบของระบบจำลองนี้มีความสมจริงมาก จึงทำให้เขารู้สึกไม่ต่างไปจากการที่เขากำลังยืนอยู่ในสนามรบแห่งนี้ด้วยตัวเอง
“มีคนต้องการท้าทาย ไม่ทราบว่าคุณต้องการจะยอมคำท้าทายหรือไม่?” ระบบส่งเสียงแจ้งเตือน
“ขอทราบข้อมูลผู้ท้าชิง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสบาย ๆ
ท้ายที่สุดการรู้เขารู้เราย่อมทำให้เขามีความได้เปรียบในการต่อสู้ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เกรงกลัวคู่ต่อสู้ที่กำลังจะปรากฏกายขึ้นมาเลย แต่ในฐานะของนักรบชั้นสูงการตรวจสอบข้อมูลของคู่ต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่เขาสมควรจะต้องทำตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ระบบแสดงออกมามันก็ทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะมันมีผู้คนมากกว่า 100 คนที่ส่งคำท้าทายมาให้เขาเกือบจะในเวลาเดียวกัน
เซี่ยเฟยทำการคลิกดูข้อมูลคู่ต่อสู้คนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ และพบว่าคนคนนี้ลงทะเบียนด้วยตัวตนจริง ๆ ซึ่งอีกฝ่ายเป็นเด็กชายอายุประมาณ 12 ปีเท่านั้น แตกต่างจากตัวตนของเขาที่ข้อมูลถูกปกปิดเอาไว้ทั้งหมด
“ยอมรับคำท้าของฉันซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะซัดให้นายกระเด็นไปเลย!” เด็กน้อยส่งเสียงตะโกนอย่างดุร้าย ขณะชูกำปั้นชกมาทางเซี่ยเฟย
ชายหนุ่มอดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาไม่สนใจจะสู้กับเด็กแม้ว่าการต่อสู้นี้จะเกิดขึ้นในระบบจำลองก็ตาม
จากนั้นเซี่ยเฟยก็ทำการพลิกข้อมูลตัวละครของอีกคนขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และคนคนนี้ก็กำลังส่งเสียงตะโกนใส่เขาอย่างก้าวร้าวด้วยเหมือนกัน
“ยอมรับคำท้าของฉันซะดี ๆ ไอ้ขี้ขลาด!”
“แกอยากตายมากนักใช่ไหม?! ฉันพนันได้เลยว่าแกจะตายภายใต้การโจมตีของฉันเพียงแค่ครั้งเดียว”
“ฮ่า ๆ ๆ แกตายแน่”
…
คำท้าทายของอีกฝ่ายถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก และในช่วงเวลาเพียงแค่พริบตาเดียวนั้นจำนวนของผู้ท้าทายก็เพิ่มขึ้นมาสูงถึง 318 คนแล้ว
“คนพวกนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้กล้าตะโกนยั่วยุคนไม่รู้จักแบบนั้น?” เซี่ยเฟยพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ก็ใครใช้ให้นายเลือกตัวละครเสี่ยวซิงล่ะ ถ้าพวกเขาไม่มาท้าทายนายแล้วพวกเขาจะไปท้าทายใคร” ฝูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ระบบ ฉันยอมรับทุกคำท้า ส่งพวกมันเรียงหน้ามาหาฉันได้เลย!”
***************
ตบเรียงคิวแน่ 5555