- หน้าแรก
- ฝึกหนึ่งได้ร้อย เส้นทางสู่เทพอสูร ณ เขาบู๊ตึ๊ง!
- บทที่ 215 กวาดล้างร้อยอันดับแรก
บทที่ 215 กวาดล้างร้อยอันดับแรก
บทที่ 215 กวาดล้างร้อยอันดับแรก
บทที่ 215 กวาดล้างร้อยอันดับแรก
"อวี๋สยงแห่งหัวซาน ขอรับคำชี้แนะ!"
ยอดอัจฉริยะท็อปร้อยของทำเนียบมังกรซุ่มที่ก้าวขึ้นสนาม กัดฟันฝืนทนความกดดันพลางประสานมือคารวะ
เขาแอบก้มหัวลงเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมองดวงตาของหวังหมิงตรงๆ
เขาคือยอดอัจฉริยะจากสำนักหัวซาน!
หวังหมิงกวาดสายตามองปราดเดียว คนผู้นี้คืออัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวของสำนักศักดิ์สิทธิ์หัวซานที่ติดอยู่ในร้อยอันดับแรก และอันดับยังรั้งท้ายอย่างมาก
สำนักศักดิ์สิทธิ์หัวซาน ช่างตกต่ำลงแล้วจริงๆ
แม้แต่ง้อไบ๊ก็ยังเทียบไม่ได้เลย!
เพราะขนาดง้อไบ๊ ยังมียอดอัจฉริยะติดท็อปร้อยถึงสองคน
"หวังหมิงแห่งบู๊ตึ๊ง ขอรับคำชี้แนะ!"
หวังหมิงประสานมือถือกระบี่และคำนับตอบอย่างสุภาพ
วินาทีต่อมา อวี๋สยงอัจฉริยะหัวซานก็ชักกระบี่ออกจากฝัก และสะบัดปราณกระบี่ออกไปทันทีโดยไม่หยุดคิด
มันคือวิชา 《สิบสามกระบี่คร่าชีวิต》!
เขาฟาดฟันปราณกระบี่สิบสามสายออกมาในคราวเดียว ก่อตัวเป็นรูปทรงหัวศรพุ่งเข้าใส่หวังหมิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นภาพนั้น หวังหมิงยิ้มบางๆ พลางกระชับกระบี่จินหยางในมือ
เท้าซ้ายของเขาถีบพื้นอย่างแรง เพียงก้าวเดียวร่างก็ทะยานไปไกลเกือบหนึ่งร้อยวา!
เขายกกระบี่ขึ้นฟันทำลายปราณกระบี่ทั้งสิบสามสายจนแตกกระจาย กลายเป็นเพียงกลุ่มพลังธาตุที่เลือนหายไปอย่างง่ายดาย
หวังหมิงพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวอวี๋สยงโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว เขาใช้พลังกายที่ระเบิดออกมาฟาดฟันลงไปหนึ่งกระบี่!
เคร้ง!
อวี๋สยงรู้สึกหนังศีรษะชาไปหมด หวังหมิงที่เป็นฝ่ายรุกทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าและกดดันอย่างมหาศาล
เขาจำต้องระเบิดพลังกายออกมาเพื่อยกกระบี่ขึ้นต้านรับ
กระบี่ทั้งสองปะทะกันจนเกิดประกายไฟเจิดจ้า
อวี๋สยงสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่พุ่งผ่านตัวกระบี่เข้ามา ทำให้ง่ามมือชาหนึบและแขนปวดร้าว พลังนั้นยังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาด้วย
เขาส่งเสียงครางในลำคอพลางก้าวถอยหลังไปสามก้าว ทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนพื้นดินเพื่อสลายแรงกระแทกนั้น
"ซี้ด!"
เขาสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บและจ้องมองหวังหมิงด้วยความหวาดกลัว
หลังจากปะทะกันตรงๆ เขาถึงได้ตระหนักว่าพละกำลังของหวังหมิงนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน!
เพียงแค่กระบี่ที่ระเบิดพลังกายออกมาธรรมดา ก็ทำให้เขาแทบจะรับมือไม่ไหวแล้ว
เพียงชั่วพริบตา เขาก็รู้ตัวว่าหากโดนโจมตีแบบนี้ติดต่อกันร้อยครั้ง เขาคงพังทลายและพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
นี่คือการบดขยี้ด้วยพละกำลังที่แท้จริง!
"รับไปอีกกระบี่!"
หวังหมิงไม่มีท่าทีประหลาดใจ เขาใช้ย่างก้าวกระบี่พุ่งเข้าหาและฟันลงไปอีกครั้ง
อวี๋สยงที่เป็นถึงอัจฉริยะท็อปร้อยตกใจจนต้องเร่งท่าร่างเพื่อหลบหลีกอย่างจ้าละหวั่น
"เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!"
กระบี่นั้นฟันพลาดไป แต่หวังหมิงไม่แยแส เขาใช้ปราณกระบี่หยินหยางสะบัดออกไปหลายสายเพื่อติดตามศัตรู
เขายังคงรักษาวงโคจรและพุ่งเข้าจู่โจมต่อไปไม่ลดละ
เมื่อต้องเผชิญกับปราณกระบี่หยินหยางที่มีจิตวิญญาณและตามตื๊อไม่เลิก
อวี๋สยงที่มัวแต่หลบหนีจำต้องหยุดฝีเท้าลงเพื่อฟันทำลายปราณกระบี่เหล่านั้นให้แตกกระจาย
แต่จังหวะที่เขาหยุดนิ่งนั้นเอง หวังหมิงก็ไล่ตามมาทัน และใช้กระบี่ปิดตายทุกช่องทางหลบหนี บีบให้เขาต้องยกกระบี่ขึ้นต้านรับอีกครั้ง
เคร้ง!
เสียงกระบี่ปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว อวี๋สยงอาศัยแรงสะท้อนมหาศาลดีดตัวถอยกลับไป และตีลังกากลางอากาศเพื่อทิ้งระยะห่างไปไกลร้อยวา
แม้จะสร้างระยะห่างได้และมีเวลาหายใจชั่วครู่
ทว่าแรงสะท้อนนั้นกลับไม่ได้สลายไปทั้งหมด แต่มันกลับอาละวาดอยู่ในร่างกายของเขา ทำให้เขากระอักเลือดออกมาที่มุมปาก
เขาได้รับบาดเจ็บภายในเสียแล้ว!
อาการบาดเจ็บเพียงเท่านี้สำหรับยอดฝีมือเซียนเทียนถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เพียงโคจรลมปราณชั่วพริบตาก็ฟื้นฟูได้
ทว่า....
ในใจของอวี๋สยงกลับหวาดหวั่นถึงขีดสุด!
บาดแผลเล็กน้อยหากสะสมมากๆเข้า ก็จะกลายเป็นบาดเจ็บสาหัสได้!
ยิ่งไปกว่านั้น การฟื้นฟูบาดแผลยังต้องผลาญปราณแท้ไปไม่น้อย
หากสู้ต่อไปแบบนี้ เขาจะต้านทานได้สักกี่กระบี่กันเชียว?!
จะหลบก็หนีไม่พ้น จะต้านรับตรงๆ ก็รับไม่ไหว
สิ่งนี้ทำให้เขามองไม่เห็นหนทางชนะเลย มีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้น!
เขาถูกหวังหมิงบดขยี้ด้วยพละกำลังจนไม่มีโอกาสตอบโต้เลยสักนิด!
ความจริงที่น่าตกใจนี้ทำให้เขาหนังศีรษะชาและรู้สึกเสียขวัญอย่างยิ่ง!
ทั้งที่เขาฝึกกายจนถึงขีดจำกัดหกหมื่นชั่ง ปราณแท้ถึงขีดจำกัดหกพันสาย และวรยุทธหลายแขนงก็บรรลุขั้นสมบูรณ์
แม้แต่เคล็ดวิชาลมปราณ เขายังฝึกวิชา 《ม่วงคราม》 ที่เป็นสุดยอดวิชาของหัวซาน!
หากพูดถึงรากฐานหรือความลึกล้ำของมรรควรยุทธ เขาย่อมมองข้ามยอดอัจฉริยะทั่วไปได้สบายๆ
พละกำลังในระดับเซียนเทียนของเขานั้นเรียกได้ว่าถึงจุดสูงสุดที่ไม่สามารถก้าวหน้าได้อีกแล้ว
เขาไม่ใช่ผู้อ่อนแอเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ทว่า..
ภายใต้กระบี่ของหวังหมิง เขากลับถูกทุบตีจนไร้ทางสู้!
ความจริงนี้ทำให้เขาสิ้นหวังและท้อแท้อย่างยิ่ง
ที่ทำให้เขาแทบจะเสียสติและสงสัยในชีวิตก็คือ หวังหมิงอายุเพียงสามสิบปี และเพิ่งทะลวงระดับเซียนเทียนได้เพียงสิบปีเท่านั้นเอง!
ทั้งเนื้อกายและปราณแท้กลับเหนือกว่าเขาไปไกลลิบ!
นี่มันตัวประหลาดประเภทไหนกัน?!
เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก ว่าพละกำลังทั้งหมดนี้หวังหมิงฝึกฝนขึ้นมาได้อย่างไรในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้?
ต่อให้เป็นยอดอัจฉริยะที่ฟ้าประทานมา ก็ไม่มีทางมืพละกำลังเช่นนี้ได้ในเวลาเพียงสิบปี!
ทว่าหวังหมิงกลับเป็นข้อยกเว้นที่เหนือธรรมชาติ!
พละกำลังของเขาเหนือกว่าจินตนาการไปไกลจนอวี๋สยงคิดจนหัวแทบระเบิดก็ไม่เข้าใจว่าต้องมืพรสวรรค์วิปริตขนาดไหนถึงจะมืพลังขนาดนี้ได้?!
เขาอยากจะเอ่ยถามเพื่อคลายความสงสัยในใจ
ทว่าหวังหมิงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งคำถาม เท้าซ้ายถีบพื้นอย่างแรงพุ่งเข้าหาเพื่อไล่ล่าต่อทันที
เพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายหลบหนี หวังหมิงยังสะบัดปราณกระบี่ออกไปในระหว่างที่ทะยานตัว
บีบให้อวี๋สยงต้องหยุดชะงักเพื่อฟันทำลายปราณกระบี่เหล่านั้น และจำใจรับกระบี่ที่ระเบิดพลังกายของหวังหมิงเข้าไปตรงๆ
เคร้ง!
แรงกระแทกที่น่าหวาดหวั่นซัดเข้าใส่ ทำให้อวี๋สยงต้องถอยหลังไปหลายสิบก้าว เลือดลมในร่างปั่นป่วนจนยากจะสงบลง
บาดแผลภายในยิ่งทรุดหนักลงไปอีก!
ในใจของเขาเริ่มโมโหและอึดอัดอย่างที่สุด!
หากไม่ใช่เพราะปราณกระบี่หยินหยางที่น่ารำคาญซึ่งคอยตามตื๊อจนหลบไม่ได้ เขาย่อมสามารถใช้ท่าร่างยื้อเวลากับหวังหมิงต่อไปได้
แต่ทว่า....
ปราณกระบี่หยินหยางเหล่านั้นราวกับมีดวงตา พวกมันเกาะติดเขาไม่ปล่อยจนเขาต้องหยุดรับมือและฟันพวกมันทิ้งทีละสาย
ครั้นจะใช้ปราณกระบี่เข้าปะทะเพื่อทำลายกันเองงั้นรึ?
ไม่ได้!
ปราณม่วงครามของเขามืคุณภาพด้อยกว่าปราณแท้ไท้เก๊กของหวังหมิงอยู่ช่วงใหญ่!
ปราณกระบี่สายเดียวของเขาไม่สามารถทำลายปราณกระบี่หยินหยางเพียงสายเดียวได้
ประกอบกับปราณกระบี่หยินหยางของหวังหมิงนั้นพลิ้วไหวผิดปกติ หากคิดจะทำลายให้สิ้นซาก เขาต้องใช้ปราณกระบี่สิบสามคร่าชีวิตถึงสามสายเพื่อจัดการปราณกระบี่หยินหยางเพียงสายเดียว
หากทำเช่นนั้น ปราณแท้ของเขาจะเหือดแห้งเร็วขึ้นมหาศาล และจะยิ่งพ่ายแพ้ต่อหวังหมิงเร็วขึ้นไปอีก
วิธีที่มั่นคงและประหยัดปราณแท้ที่สุด คือการใช้เพียงพลังกายฟันทำลายปราณกระบี่เหล่านั้น
แต่ผลที่ตามมาคือเขาต้องหยุดนิ่ง และถูกหวังหมิงไล่ตามทัน
เพื่อที่จะต้องรับกระบี่ของหวังหมิงเข้าไปตรงๆ อีกครั้ง!
ความรู้สึกนี้ทำให้อวี๋สยงทรมานอย่างยิ่ง เขาเหมือนตกลงไปในใยแมงมุมที่รัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด
"บัดซบนัก!"
"สิบสามกระบี่คร่าชีวิต!"
ในชั่วพริบตาแห่งความเป็นตาย อวี๋สยงตัดสินใจเสี่ยงชีวิต เขาจะโจมตีสวนกลับ!!
เขาพุ่งเข้าหาหวังหมิงแทนการถอยหนี พร้อมกับระเบิดพลังกายทุ่มสุดตัวใช้ท่าสิบสามกระบี่คร่าชีวิตออกมา!
แสงกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวสิบสามสายพุ่งออกมาต่อเนื่องกัน รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบเข้าปกคลุมร่างหวังหมิงไว้ทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
หวังหมิงสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในใจ
วิชา 《สิบสามกระบี่คร่าชีวิต》 ขั้นสมบูรณ์ของอวี๋สยงนั้น มืพลังทำลายที่น่าทึ่งจริงๆ!
กระบี่ทั้งสิบสามสายนั้น ยิ่งนานก็ยิ่งแข็งแกร่ง พลังทำลายจะซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ
นี่คืออานุภาพที่แท้จริงของวิชากระบี่
แต่หลังจากอวี๋สยงบรรลุขั้นสมบูรณ์ กระบี่ทั้งสิบสามสายกลับดูเหมือนเป็นกระบี่เดียวที่รวดเร็วจนน่าตกใจ
ต่อให้เป็นหวังหมิง ก็ยังต้องรับมืออย่างยากลำบาก เพราะกระบี่เหล่านี้รวดเร็วเกินไปจนเกือบจะป้องกันไม่ทัน
ปราณแท้ในร่างของเขาคำรามพลางระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เขาต้านรับกระบี่แล้วกระบี่เล่า
ทว่ากระบี่สุดท้ายนั้น เขาเกิดจังหวะขาดตอนเพียงเล็กน้อย ทำให้การระเบิดปราณแท้ไม่ต่อเนื่อง
เคร้ง!
กระบี่สุดท้ายของท่าสิบสามกระบี่คร่าชีวิต มีอานุภาพรุนแรงกว่าการทุ่มสุดตัวปกติของอวี๋สยงหลายเท่า
มันมืพละกำลังมหาศาลกว่าสองแสนชั่ง!
แรงกระแทกที่น่าหวาดหวั่นซัดเข้าใส่ ต่อให้เป็นหวังหมิงก็ยังต้องมือง่ามมือชาแขนปวดร้าว และต้องถอยหลังไปสามก้าวจึงจะสลายแรงนั้นได้หมด
มือที่กำกระบี่จินหยางไว้แน่นถึงกับสั่นสะท้านเล็กน้อย
วิชาสิบสามกระบี่คร่าชีวิตขั้นสมบูรณ์นี้ ช่างมืพลังที่น่าหวาดหวั่นจริงๆ!
กระบี่แต่ละสายแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเกือบจะรับมือไม่ทัน และในตอนท้ายการระเบิดปราณแท้ที่ต่อเนื่องกันทำให้เขาเริ่มล้าจนป้องกันแทบไม่อยู่และต้องถอยหลัง
เรียกได้ว่าตั้งแต่เขาลงเขามา อวี๋สยงอัจฉริยะหัวซานผู้นี้คือคนเดียวที่ทำให้เขาต้องถอยหลังได้
"วิชา 《สิบสามกระบี่คร่าชีวิต》 ขั้นสมบูรณ์ มืพลังที่น่าทึ่งสมคำร่ำลือจริงๆ ทุกกระบี่ล้วนหมายเอาชีวิต!"
หวังหมิงหอบหายใจเล็กน้อย สายตาที่มองอวี๋สยงเต็มไปด้วยความชื่นชม