- หน้าแรก
- ฝึกหนึ่งได้ร้อย เส้นทางสู่เทพอสูร ณ เขาบู๊ตึ๊ง!
- บทที่ 175 ดาบสยบเฉียวจื้อ อันดับแปดพันหกร้อยหกสิบหก!
บทที่ 175 ดาบสยบเฉียวจื้อ อันดับแปดพันหกร้อยหกสิบหก!
บทที่ 175 ดาบสยบเฉียวจื้อ อันดับแปดพันหกร้อยหกสิบหก!
บทที่ 175 ดาบสยบเฉียวจื้อ อันดับแปดพันหกร้อยหกสิบหก!
"บัดซบนัก จงหยุดอยู่ตรงนี้เสีย!"
เมื่อเห็นหวังหมิงถอยห่างออกไปอีกครั้งเพื่อรักษาระยะ และกำลังจะฟันโล่กระบี่ออกมาซ้อนเป็นกำแพงขวางทางเพื่อไม่ให้เขาเข้าประชิดตัว
เฉียวจื้อก็เริ่มร้อนรนขึ้นมาทันที!
หากยังไล่ตามกันไปแบบนี้ ไม่รู้ว่าศึกนี้จะต้องสู้กันไปถึงเมื่อไหร่?
แล้วเขาจะจบศึกโดยเร็วเพื่อหายตัวไปจากสายตาของเหล่ายอดอัจฉริยะได้อย่างไร?
ด้วยความรีบร้อน เขาจึงสะบัดฝ่ามือรัวๆ ส่งเงาฝ่ามือสีทองที่ดูราวกับมังกรคำรามกึกก้องพุ่งออกไป
เงาฝ่ามือเหล่านั้นเปรียบเสมือนมังกรยักษ์สีทองหลายสายที่พุ่งเข้าม้วนตัวโอบล้อมหวังหมิงไว้
หวังหมิงกวาดสายตามองคร่าวๆ แล้วสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น เมื่อเฉียวจื้อฟาดฝ่ามือออกมาทีเดียวถึงสิบแปดท่า รวดเดียวราวกับมังกรทองสิบแปดสายพุ่งเข้าใส่
เสียงมังกรคำรามสนั่นหวั่นไหวสั่นสะเทือนถึงดวงจิต จนทำให้การไหลเวียนของปราณแท้ในร่างเขามีอาการติดขัดเล็กน้อย
ฝ่ามือทั้งสิบแปดท้านี้ ก่อเกิดเป็นกระแสพลังโจมตีประสานที่อานุภาพเพิ่มพูนขึ้นมหาศาลจนน่าหวาดหวั่น
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก โคจรปราณแท้อย่างบ้าคลั่งอัดฉีดเข้าสู่กระบี่จินหยาง ฟันกระบี่รัวสิบแปดครั้งเพื่อส่งปราณกระบี่หยินหยางสองลักษณ์สิบแปดสายออกไปปะทะ
จากนั้นเขาก็ไม่หันกลับไปมอง และออกวิ่งหนีต่อไปทันที!
"?!"
เฉียวจื้อถึงกับชะงักฝีเท้าด้วยความตกตะลึง
เขาพบว่าปราณกระบี่หยินหยางสองลักษณ์ที่หวังหมิงฟันออกมานั้น ราวกับมีชีวิตและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ พวกมันเคลื่อนที่ไปหาเป้าหมายได้เองโดยไม่ต้องควบคุม
พวกมันพุ่งเข้าฟันเงาฝ่ามือทั้งสิบแปดท่าด้วยองศาที่แม่นยำและแยบยลยิ่งนัก
เป็นการใช้จุดเล็กๆ ทำลายพื้นที่กว้าง ทะลวงผ่านเงาฝ่ามือไปในพริบตา
อานุภาพของเงาฝ่ามือที่เขาฟาดออกไปลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับลูกบอลที่ถูกเจาะรูรั่วจนแฟบลงอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายเงาฝ่ามือเหล่านั้นก็ระเบิดออก กลายเป็นดอกไม้ไฟแห่งพลังปราณที่กระจายหายไปสิ้น
"นี่มันปราณกระบี่วิชาอะไรกัน?!"
"เท่าที่ข้าทราบ เพลงกระบี่หยินหยางสองลักษณ์ของบู๊ตึ๊งไม่มีอานุภาพพิสดารเช่นนี้!"
เฉียวจื้อตระหนกในใจอย่างยิ่ง สายตาที่มองหวังหมิงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หากวิชา 《ฝ่ามือสยบมังกรสิบแปดท่า》 ของเขาสามารถข่มขวัญดวงจิตได้เหมือนอานุภาพระดับปรมาจารย์!
เช่นนั้นปราณกระบี่ของหวังหมิงที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระนี้ ก็ดูราวกับการใช้อานุภาพแห่งจิตควบคุมพลังปราณของปรมาจารย์ระดับเสินกวนไม่มีผิด
ปราณกระบี่ที่พลิ้วไหวเช่นนี้ สามารถทำลายกระบวนท่าอานุภาพสูงของเขาได้ง่ายดายโดยใช้พลังเพียงนิดเดียว
ในระดับเซียนเทียน เรื่องแบบนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ต่อให้ฝึกเพลงกระบี่จนบรรลุขั้นสมบูรณ์ ก็ยังยากที่จะมีอานุภาพเช่นนี้ได้!
การต่อสู้ระหว่างยอดอัจฉริยะนั้นตัดสินกันด้วยความได้เปรียบเล็กๆ น้อยๆ ที่สั่งสมมา!
ขาดไปนิดตรงนี้ เสียเปรียบหน่อยตรงนั้น เมื่อรวมกันเป็นพละกำลังที่แสดงออกมา มันจะกลายเป็นเหวที่ข้ามผ่านไม่ได้
เดิมทีเขานึกว่าอาศัยวิชา 《ฝ่ามือสยบมังกรสิบแปดท่า》 ขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ จะสามารถพังกระดองเต่าของหวังหมิงได้
แต่ใครจะไปรู้....
เฉียวจื้อพบว่าเขาคิดง่ายเกินไปจริงๆ
วิชา 《เพลงกระบี่หยินหยางสองลักษณ์》 ของบู๊ตึ๊งในมือหวังหมิง ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างประหลาด!
พลังป้องกันยิ่งทวีคูณจนไร้เทียมทาน!
ไม่มีช่องโหว่ให้จู่โจมได้เลยแม้แต่น้อย!
ไม่ใช่แค่พังโล่กระบี่แล้วจะชนะได้ง่ายๆ
เพราะหวังหมิงพร้อมจะหยิบยกกระบวนท่าอื่นออกมาป้องกันได้ทุกเมื่อ
เว้นแต่จะสามารถทำลายการป้องกันทั้งหมดลงได้ในรวดเดียว เพื่อบีบให้เขาต้องรับมือด้วยร่างกายเปล่าๆ!
ไม่อย่างนั้น การต่อสู้ก็จะยืดเยื้อกลายเป็นการประลองความอึดไปเรื่อยๆ
ทว่าการจะทำให้ได้ถึงขั้นนั้น มันช่างยากลำบากเหลือเกิน
เพียงแค่เห็นปราณกระบี่หยินหยางที่พริ้วไหวผิดมนุษย์มนา เฉียวจื้อก็รู้ตัวแล้วว่าแผนการจบศึกโดยเร็วของเขานั้นพังทลายลงสิ้นเชิง
เขาไม่มีพละกำลังพอที่จะจัดการหวังหมิงได้ในเวลาอันสั้นเลย!
และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ดูเหมือนหวังหมิงจะยังมีไม้ตายอีกมากมายที่ยังไม่ได้งัดออกมาใช้!
"ไม่มีเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด มีเพียงคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!"
"คนอื่นอาจทำไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหวังคนนี้จะทำไม่ได้!"
"ในฐานะยอดอัจฉริยะพรรคกระยาจก เหตุผลแค่นี้ท่านจะไม่เข้าใจรึ?!"
หวังหมิงยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ เผยความฮึกเหิมออกมาเต็มที่
คำพูดนี้ทำเอาเฉียวจื้อพูดไม่ออกและไม่อาจโต้แย้งได้เลย
แต่เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่า เหตุผลน่ะมันก็ใช่
แต่วิชามรรควรยุทธระดับสูงเหล่านั้น เมื่อบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับการตระหนักรู้ของแต่ละคน!
ก่อนจะถึงขั้นสมบูรณ์ อานุภาพของวิชาระดับสูงมักจะถูกจำกัดไว้ในกรอบที่ใกล้เคียงกัน
ขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ก็คือสำเร็จครั้งใหญ่ ขั้นสมบูรณ์ก็คือสมบูรณ์!
หากเพลงกระบี่ขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ยังเหนือกว่าขั้นสมบูรณ์ แล้วการฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์จะมีประโยชน์อะไร?
เป็นเพียงศิษย์ระดับเซียนเทียน แม้แต่มรรคายังไม่ได้ตระหนัก จะมาคุยเรื่องมรรควรยุทธได้อย่างไร?!
แต่คำพูดเหล่านี้ เขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้
เพราะปราณกระบี่หยินหยางของหวังหมิงมันแข็งแกร่งจริงๆ!
มันดูไม่เหมือนอานุภาพของขั้นสำเร็จครั้งใหญ่เลย แม้แต่ขั้นสมบูรณ์ก็ยังยากที่จะทำให้ปราณกระบี่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณขนาดนี้!
"บัดซบนัก ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะทุบกระดองเต่าของเจ้าให้แตกไม่ได้!"
เฉียวจื้อพูดไม่ออก จึงคำรามออกมาด้วยความโมโหและพุ่งเข้าใส่ทันที
เขาตัดสินใจแล้วว่า เมื่อเผชิญกับปราณกระบี่ที่พลิ้วไหวแบบนั้น การสู้ระยะไกลย่อมเสียเปรียบ มีเพียงการสู้ระยะประชิดเท่านั้นถึงจะมีโอกาสชนะ!
เขาเลิกฟาดเงาฝ่ามือออกไป และไม่ใช้วิธีโจมตีจากระยะไกลอีก
เขาตั้งฝ่ามือขึ้นจนกลายเป็นมือยักษ์สีทอง ปราณแท้ควบแน่นที่ฝ่ามือจนแทบจะกลายเป็นของจริง
เขาไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง!
ฟาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนแหลกละเอียด!
อานุภาพรุนแรงดุดันยิ่งนัก!
ทุกครั้งที่สะบัดฝ่ามือ จะมีเสียงมังกรคำรามแผ่วๆ สั่นสะเทือนดวงจิต
เหล่ายอดอัจฉริยะที่ดูอยู่ต่างพากันหน้าถอดสีและถอยห่างออกไป พร้อมกับจ้องมองเฉียวจื้อด้วยความตกตะลึง
"เฉียวจื้อผู้นี้สมกับเป็นทายาทตระกูลเฉียวแห่งพรรคกระยาจก ยอดอัจฉริยะมังกรซุ่มจริงๆ วิชา 《ฝ่ามือสยบมังกรสิบแปดท่า》 ขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ในมือเขานั้นทรงพลังเหลือเกิน!"
"ข้าไม่สงสัยเลยว่า หากโดนฝ่ามือของเขาเข้าไปไม่กี่ครั้ง ข้าคงต้องกระอักเลือดและสิ้นสภาพแน่นอน!"
"สมแล้วที่เป็นหนึ่งในวิชาฝ่ามือที่แข็งแกร่งและดุดันที่สุดในยุทธจักร พลังทำลายล้างน่ากลัวจริงๆ!"
"เฉียวจื้อเรียนรู้ได้เพียงเศษเสี้ยวของ 《ฝ่ามือสยบมังกรสิบแปดท่า》 ยังมีอานุภาพขนาดนี้ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่า..."
"หากเป็นท่านเจ้าประมุขพรรคกระยาจก เฉียวฟง มหาปรมาจารย์ระดับท็อป ใช้ออกมาด้วยวิชานี้ จะมีอานุภาพสะท้านฟ้าขนาดไหน?!"
"จะขนาดไหนน่ะรึ? แค่พวกเรายืนดูอยู่ไกลๆ ก็คงถูกเสียงมังกรคำรามสั่นจนดวงวิญญาณแตกสลายไปแล้ว!"
"ใช่แล้ว มหาปรมาจารย์ระดับท็อปควบคุมเจตจำนงแห่งฟ้าดิน แค่กระบวนท่าธรรมดาก็สังหารดวงวิญญาณคนได้แล้ว มันไม่ได้มีแค่พลังทำลายภายนอกหรอก!"
"อย่าว่าแต่มหาปรมาจารย์เลย ต่อให้เป็นปรมาจารย์วรยุทธของพรรคกระยาจก หากฟาดฝ่ามือสยบมังกรออกมา แค่จากระยะไกลก็ทำให้พวกเราตัวสั่นจนขยับไม่ได้ ปราณแท้เดินไม่สะดวก และโดนตบตายในฝ่ามือเดียวแล้ว!"
"เอาเถอะๆ หากพวกเจ้าจะพูดขนาดนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะเถียง!"
"เหอะ พวกเจ้าเอาแต่ดูทายาทพรรคกระยาจกที่ดุดันเก่งกาจในสนามรบ แต่หารู้ไม่ว่า การต่อสู้ครั้งนี้ถูกไอ้ตาแก่เต่าหวังหมิงควบคุมไว้หมดแล้ว!"
"ว่าไงนะ? ไม่จริงมั้ง? ไอ้ตาแก่เต่านั่นจะเก่งขนาดนั้นเชียวรึ? ขนาดนี้ยังควบคุมสถานการณ์ได้อีกรึ?!"
"นั่นสิ ฝ่ามือดุดันขนาดนั้น กระดองเต่าของเขาจะรับไหวรึ? ต้องโดนทุบจนเละแน่นอน!"
"พวกเจ้านี่ช่างโง่เขลาเบาปัญญาจริงๆ เฝ้าดูการประลองมานับพันนับหมื่นครั้งแล้ว ไม่รู้รึไงว่าไอ้ตาแก่เต่านี่มีความอดทนสูงส่งเพียงใด ปราณแท้และร่างกายล้วนลึกล้ำจนหยั่งถึงไม่ได้?"
"ฝ่ามือของเฉียวจื้อแม้จะรุนแรง แต่ก็ผลาญพลังมหาศาลเช่นกัน หากสู้กันนานๆ ไป มีหรือจะสู้ความอึดของหวังหมิงได้?!"
"ซี๊ดดด จริงด้วย หากพูดถึงการประลองความอึด ข้าขอยอมรับไอ้ตาแก่เต่าหวังหมิงคนเดียวเลย เขามักจะหาวิธีประหยัดปราณแท้ได้เสมอ หากสู้กันนานเข้า ผลแพ้ชนะย่อมปรากฏชัด!"
"แย่แล้ว แบบนี้หมายความว่าเฉียวจื้อจะแพ้งั้นรึ?!"
"แพ้แน่ เฉียวจื้อพยายามจะเข้าประชิดตัวไอ้ตาแก่เต่าให้ได้ แต่เขาไม่มีทางรู้หรอกว่า ร่างกายของหวังหมิงนั่นแหละคือสิ่งที่ลึกลับและแข็งแกร่งไร้เทียมทานที่สุด!"
"ไม่จริงมั้ง ยอดอัจฉริยะมังกรซุ่มจากพรรคกระยาจกคนนี้จะแพ้จริงๆ รึ?!"
เหล่ายอดอัจฉริยะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง
จังหวะการต่อสู้แบบนี้ มันช่างดูคุ้นหูคุ้นตาเหลือเกิน!
พวกเขาพลันตื่นจากภวังค์ นี่มันคือวิธีเดียวกับที่หวังหมิงใช้ทรมานพวกเขานี่นา?!
และตอนนี้เขากำลังใช้วิธีเดิมกับเฉียวจื้อ ยอดอัจฉริยะจากทำเนียบมังกรซุ่ม
ทว่าที่น่าขนลุกคือ มันกลับได้ผลจริงๆ!
เฉียวจื้อหลงกลเข้าเต็มเปาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้ตกลงไปในกับดักของไอ้ตาแก่เต่าหวังหมิงเรียบร้อยแล้ว
น่าเหลือเชื่อ เรื่องนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
หวังหมิงไอ้เจ้าตัวแสบคนนี้ กะจะเอายอดอัจฉริยะมังกรซุ่มมาฝึกกระบี่จริงๆ หรือนี่!!
เหล่ายอดอัจฉริยะที่มองออกต่างพากันตื่นตระหนก สายตาที่มองไปยังสนามประลองเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
มันช่างพิลึกพิลั่นจนหนังศีรษะชาไปหมด!
เพียงชั่วครู่ พวกเขาก็นึกย้อนไปถึงรายละเอียดในอดีตได้มากมาย
ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้ ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าขีดจำกัดที่แท้จริงของหวังหมิงอยู่ที่ตรงไหน!
ไม่ว่าจะเป็นปราณแท้ หรือร่างกาย!
ล้วนไม่มีใครทราบแน่ชัด!
สิ่งเดียวที่พอจะรู้คือขอบเขตวรยุทธของเขา
แต่ทว่า ขอบเขตวรยุทธเหล่านั้น เขาก็อาศัยพวกเราเป็นหินลับกระบี่ ฝึกจนบรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ได้ทั้งนั้น!
แล้วเพลงกระบี่ 《หยินหยางสองลักษณ์》 ขั้นสำเร็จครั้งใหญ่น่ะรึจะแข็งแกร่งขนาดไหน?!
ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย!
เมื่อวรยุทธบรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ อานุภาพย่อมเพิ่มพูนมหาศาล
แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้น ขึ้นอยู่กับว่าปราณแท้ลึกล้ำเพียงใด และร่างกายแข็งแกร่งแค่ไหน
หากปราณแท้ไม่ลึกซึ้ง เพลงกระบี่จะคมกล้าเพียงใดจะมีประโยชน์อะไร?
ฟันไปไม่กี่ดาบ พลังก็คงเหือดแห้งไปสิ้น!
เว้นแต่จะสามารถเอาชนะศัตรูได้ในไม่กี่กระบวนท่า!
ทว่าทุกคนต่างก็เป็นยอดอัจฉริยะ ใครจะมายอมให้เจ้าเอาชนะได้ในไม่กี่ดาบกันเล่า?
เจ้าเร่งพลังได้ คนอื่นก็เร่งได้เหมือนกัน!
ทุกคนต่างเป็นยอดอัจฉริยะที่ถูกขัดเกลามาจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่ ไม่มีใครที่มีจุดอ่อนเด่นชัดหรอก
ที่สำคัญ ทุกคนล้วนมุ่งเป้าไปที่การทำลายขีดจำกัดร่างกายและปราณแท้เหมือนกัน!
นอกจากช่องว่างด้านปริมาณปราณแท้ที่ต่างจากสิบอันดับแรกของทำเนียบมังกรซุ่มแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้ต่างกันจนเห็นได้ชัด
สุดท้ายแล้ว การต่อสู้ย่อมต้องยืดเยื้อกลายเป็นการประลองความอึดเสมอ
และการประลองความอึดเนี่ยนะ...
เหล่ายอดอัจฉริยะต่างพากันคิดจนหนังศีรษะชา เหงื่อเย็นไหลอาบ
สายตาที่มองหวังหมิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด