- หน้าแรก
- ฝึกหนึ่งได้ร้อย เส้นทางสู่เทพอสูร ณ เขาบู๊ตึ๊ง!
- บทที่ 165 บันไดทะยานเมฆาและมวยไท้เก๊ก บรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ทั้งคู่!
บทที่ 165 บันไดทะยานเมฆาและมวยไท้เก๊ก บรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ทั้งคู่!
บทที่ 165 บันไดทะยานเมฆาและมวยไท้เก๊ก บรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ทั้งคู่!
บทที่ 165 บันไดทะยานเมฆาและมวยไท้เก๊ก บรรลุขั้นสำเร็จครั้งใหญ่ทั้งคู่!
"เป็นแบบนี้อีกแล้ว อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวแท้ๆ!"
"น่าเสียดายเหลือเกิน อีกเพียงนิดเดียว ซ่งยวิ่นจากตระกูลซ่งคนนี้ ก็จะสามารถเอาชนะจอมยุทธ์น้อยหวังและติดอันดับทำเนียบมังกรซุ่มได้แล้วแท้ๆ!"
"น่าเจ็บใจนัก อีกเพียงนิดเดียวจริงๆ ก็จวนจะเอาชนะจอมยุทธ์น้อยหวังได้แล้ว!"
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้นะ หรือว่าแผนการกระดองเต่าของบู๊ตึ๊งมันจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครทำลายได้จริงๆ งั้นรึ!"
"ข้าล่ะอยากจะลงสนามไปช่วยพวกเขาสู้จริงๆ เลย!"
เหล่ายอดอัจฉริยะในที่นั้นต่างพากันสติแตกและเกิดความโกลาหล
แต่ละคนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดาย อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะพัง "กระดองเต่า" ของหวังหมิงได้แล้วแท้ๆ!
แต่ทว่า มันกลับพลาดไปเพียงนิดเดียวเสมอ!
ช่างน่าเสียดายจริงๆ!
และยิ่งดูพวกเขาก็ยิ่งโมโห จนอยากจะลงไปสู้เองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
จะมีเพียงซ่งยวิ่นที่ยอมแพ้และเก็บดาบเข้าฝัก ก่อนจะเดินจากไปทันที
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่ายอดอัจฉริยะ ในใจเขาก็รู้สึกจนปัญญาอย่างยิ่ง และอยากจะด่าออกมาเสียงดังเหลือเกิน
อีกนิดเดียวงั้นรึ?
ถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็ดีสิ!
น่าเสียดายที่ยอดอัจฉริยะทุกคนที่นี่ ต่างถูกหวังหมิงหลอกจนหัวปั่นกันหมดแล้ว!
ต่อให้จะเป็นเขาเอง ในตอนที่สู้กับหวังหมิง เขาก็หลงนึกว่าตัวเองขาดไปเพียงนิดเดียวเหมือนกัน
ทว่าระยะห่างเพียงนิดเดียวนี้ กลับเป็นเหวลึกที่เขาไม่มีวันข้ามผ่านไปได้เลยชั่วชีวิต
เขาทุ่มเทพละกำลังทั้งหมด ฟันดาบจนมือไม้สั่นและชาไปหมดแล้ว แต่กลับไม่สามารถเข้าใกล้ตัวหวังหมิงได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
เรื่องนี้หมายถึงอะไรน่ะรึ?
ในใจเขารู้ซึ้งดีที่สุด!
หวังหมิง ยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งผู้นี้ หรือจอมยุทธ์น้อยหวังที่ทุกคนพากันตะโกนเรียก เขาเป็นผู้ควบคุมจังหวะการต่อสู้ไว้ในมือตั้งแต่เริ่มแรกจนจบสิ้น
เขาคอยปกปิดพละกำลังที่แท้จริงของตัวเองมาโดยตลอด และไม่เคยเปิดเผยออกมาเลย!
ซ่งยวิ่นคนนี้ได้ชักดาบออกมาพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว ว่าจอมยุทธ์น้อยหวังคนนี้พละกำลังลึกลับจนยากจะหยั่งถึง และมองไม่เห็นขีดจำกัดของเขาเลยสักนิด
มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!
ยอดอัจฉริยะทุกคน ต่างถูกเขาหลอกจนหัวปั่น!
ต่อเมื่อได้ลงไปสู้ด้วยตัวเองสักครั้ง ถึงจะรู้แจ้ง ว่ายอดอัจฉริยะจากทั่วทุกแห่งในใต้หล้า ต่างต้องการจะเอาชนะหวังหมิงเพื่อติดอันดับทำเนียบมังกรซุ่ม
และช่างประจวบเหมาะพอดีที่หวังหมิงเองก็ต้องการเอายอดอัจฉริยะเหล่านี้มาเป็นคู่ซ้อมกระบี่!
เรียกได้ว่าเป็นการสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย โดยไม่มีใครขาดทุน!
เพียงแต่ผลลัพธ์ของมันน่ะรึ..
ซ่งยวิ่นถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมา ฝันร้าย มันคือฝันร้ายของจริง!
เขาถูกสูบพลังจนแห้งเหี่ยวไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว!
ความรู้สึกอ่อนเพลียที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพุ่งเข้าสู่จิตใจ ทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างยิ่ง
หวังหมิงมอบบทเรียนราคาแพงให้กับเขา ว่ายุทธจักรที่แท้จริงน่ะมันมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่?!
มันไม่ได้สวยงามเหมือนที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย!
ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายและวิปลาสเกินคนจริงๆ!
การได้สู้กับหวังหมิง ทำให้เขาสร้างปมด้อยขึ้นในใจทันที เพียงแค่นึกถึงชื่อหวังหมิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นและเหงื่อเย็นไหลอาบ
และก็เหมือนเดิม ซ่งยวิ่นยอดอัจฉริยะจากตระกูลซ่ง เดินจากไปพร้อมกับใบหน้าที่เย็นชาและสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เขาแอบถอยไปรวมกลุ่มกับอัจฉริยะคนอื่นๆ ที่พ่ายแพ้ให้กับหวังหมิงเหมือนกัน แต่ละคนทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่หลังฝูงชนและไม่กล้าโผล่หน้าออกมาข้างหน้าอีก
พวกเขาเฝ้าดูการต่อสู้อยู่อย่างเงียบๆ
จะมีเพียงตอนที่ยอดอัจฉริยะที่พ่ายแพ้เหล่านี้สบตากันเท่านั้น ที่แต่ละคนจะอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้แก่กันอย่างขมขื่น
ส่วนยอดอัจฉริยะคนอื่นๆ ต่างก็ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้เลย พวกเขานึกว่าอัจฉริยะเหล่านั้นอารมณ์เสียเพราะพ่ายแพ้ในการประลอง
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หาได้ยากยิ่งที่จะมียอดอัจฉริยะมังกรซุ่มที่ยอมรับคำท้าประลองจากพวกเขาแบบนี้ หากพวกเขาพ่ายแพ้ไปและพลาดโอกาสติดอันดับทำเนียบมังกรซุ่ม พวกเขาเองก็คงต้องเสียใจจนกระอักเลือดและหน้าตาบูดบึ้งเหมือนกันนั่นแหละ
ภายใต้การกระตุ้นจากทำเนียบมังกรซุ่ม เหล่ายอดอัจฉริยะต่างพากันเมินเฉยต่อผู้ที่พ่ายแพ้ไปแล้ว
ทุกคนต่างคิดในใจว่า อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ถ้าพวกเขาเป็นคนขึ้นไปสู้ล่ะก็ ต้องทำได้แน่นอน!
ตำแหน่งในทำเนียบมังกรซุ่มอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ!
แต่ละคนมีแววตาที่ร้อนแรงและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ในดวงตาของพวกเขามีเพียงหวังหมิง และในใจก็มีเพียงทำเนียบมังกรซุ่ม จนไม่สามารถบรรจุสิ่งอื่นใดลงไปได้อีกแล้ว
ทุกคนต่างสูญเสียสติสัมปชัญญะไปโดยสิ้นเชิง!
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้ที่รู้ความจริงอยู่ในใจ ต่างมองหวังหมิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
จอมยุทธ์น้อยหวังคนนี้ เขาเป็นปีศาจร้ายใช่ไหมเนี่ย?
ช่างดูพิสดารยิ่งกว่าพวกพรรคมารเสียอีก ที่มาล้อเล่นกับจิตใจคนได้ขนาดนี้ ช่างวิปลาสเกินคนจริงๆ!
จะวิปลาสหรือไม่ หวังหมิงไม่สนหรอก
ยังไงเสีย ก็มียอดอัจฉริยะในยุทธจักรจำนวนมากแย่งกันเสนอตัวมาเป็น "แต้มประสบการณ์วรยุทธ" ให้เขา เพื่อให้เขาได้เก็บเกี่ยวแต้มประสบการณ์วรยุทธอย่างบ้าคลั่งจนเก็บไม่หมด
เรื่องนี้ทำให้เขามีความสุขมาก!
วันเวลาแบบนี้ทำให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ และมีความสุขยิ่งกว่าตอนที่บุกเข้าสู่ทำเนียบมังกรซุ่มเสียอีก!
เพราะการได้สู้แค่วันละศึก และหลังจากสู้เสร็จก็กลับไปปิดด่านฝึกฝนเพื่อย่อยสลายสิ่งที่ได้รับมา
ในทุกวัน เขาสัมผัสได้ว่าวรยุทธของตัวเองกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
มันเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความหมายและมีความสุขอย่างยิ่ง
จะมีอะไรที่ทำให้เขามีความสุขไปกว่าการที่วรยุทธก้าวหน้าขึ้นทุกวันอีกล่ะ?
มันดีกว่าการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงบนเขานับร้อยเท่า!
มีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ!
และมันยังทำให้เขาค้นพบวิธีการใช้งานระบบ 【ความขยันชดเชยความด้อย】 ที่ถูกต้องอีกด้วย!
การประลองกับยอดอัจฉริยะวันละครั้ง นอกจากวรยุทธจะก้าวหน้าแล้ว ยังได้เปิดหูเปิดตาอีกด้วย มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ
เขาชอบการใช้ชีวิตอยู่ข้างล่างนี่ที่สุดเลย!
ส่วนเรื่องที่พวก "ผู้รู้แจ้ง" หรือ "ผู้มีสติ" จะพากันก่นด่าเขาลับหลังว่าเขาวปลาส หรือจะแอบนินทาว่าเขาคือ "กระบี่วิญญูชน"
แล้วยังไงล่ะ?
เขาไม่สนหรอก!
ขอเพียงวรยุทธของเขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วก็พอแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อในอนาคตเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งกับฟ้าดินและกลายเป็นมนุษย์สวรรค์มรรควรยุทธแล้ว
ถึงตอนนั้นย่อมต้องมียอดวีรบุรุษนับไม่ถ้วนในยุทธจักรออกมาคอยแก้ต่างให้เขาเองนั่นแหละ!
และทำให้เขากลายเป็นแบบอย่างของจอมยุทธ์ทุกคนในแผ่นดินเสินโจว!
เมื่อเทียบกับอนาคตอันยิ่งใหญ่แล้ว ชื่อเสียงที่ย่ำแย่ในตอนนี้ ก็เป็นเพียงเกล็ดน้ำแข็งและลมหนาวบนเส้นทางมรรควรยุทธเท่านั้น ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงเลยสักนิดเดียว
กาลเวลาหมุนเวียนไปเช่นนี้ ในขณะที่หวังหมิงสู้กับยอดอัจฉริยะวันละคน จากนั้นก็กลับไปปิดด่านฝึกฝนและวรยุทธก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
เหล่ายอดอัจฉริยะในที่นั้น ก็เริ่มสังเกตเห็นว่าสไตล์การต่อสู้ของหวังหมิงค่อยๆ เปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้ หวังหมิงยังชอบการต่อสู้ระยะประชิดอยู่บ้าง
ทว่าต่อมา พวกเขากลับพบว่าหวังหมิงสู้ระยะประชิดน้อยลงเรื่อยๆ หรือหากเลี่ยงได้เขาก็จะเลี่ยงทันที
ในกระบวนการต่อสู้ทั้งหมด เขาเอาแต่ฟันโล่กระบี่ออกมาซ้อนกันเป็นกำแพงเจ็ดแปดชั้นเพื่อขวางหน้าคนอื่นไว้ และอาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายทำลายกำแพงโล่เพื่อวิ่งหนีไปรอบๆ
หรือบางทีเขาก็ยืนนิ่งไม่ไหวติงและสร้างกำแพงโล่ขึ้นมาล้อมรอบตัวคนอื่นไว้ เมื่อมองจากไกลๆ จะเหมือนกับว่าเขากำลังสวม "กระดองเต่า" ขนาดใหญ่ยักษ์และเอาแต่ประลองความอึดกับคนอื่น
สู้กันไปสู้กันมา ก็มีแต่แผนการ "กระดองเต่า" นี่แหละ
ไม่มีลูกเล่นใหม่ๆ เลยแม้แต่น้อย!
ทุกอย่างเน้นไปที่การประลองความอึด อาศัย "กระดองเต่า" ต้านทานการระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งของคนอื่น
จนกระทั่งเมื่ออีกฝ่ายเหนื่อยล้าและลมหายใจเริ่มติดขัด เขาก็จะเริ่มทำการป้องกันและโต้กลับ
และการโต้กลับของเขาก็มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น!
ทว่าเป้าหมายของเขานั้นชัดเจน คือการพันธนาการคนอื่นไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อคนอื่นบุกเขาก็ป้องกัน หากป้องกันไม่อยู่เขาก็หนี และเมื่อคนอื่นคิดจะถอย เขากลับเริ่มโต้กลับเพื่อพันธนาการอีกฝ่ายไว้จนหนีไม่พ้น และต้องจำใจบุกโจมตีเขาต่อ
แผนการต่อสู้แบบนี้ ทำให้เหล่ายอดอัจฉริยะดูจนเริ่มจะชามันไปหมดแล้ว
ถึงแม้วิธีการต่อสู้จะดูเรียบง่าย มีเพียงแค่นั้น และทุกครั้งดูเหมือนจะขาดไปเพียงนิดเดียวก็จะทำลายกระดองเต่าและเอาชนะเขาได้
ทว่ามันกลับรับมือได้ยากลำบากยิ่งนัก และทำให้ผู้คนรู้สึกจนปัญญา!
พังไม่ได้ และทำลายไม่ลง!
เพียงแค่ดูก็รู้สึกอึดอัดแทนแล้ว!
ทุกคนต่างพากันวิเคราะห์รายละเอียดการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะหาวิธีทำลายกระดองเต่านี้ให้ได้
ทว่าความคืบหน้ากลับเชื่องช้าเหลือเกิน
และดูเหมือนจะไม่มีหวังที่จะทำลายมันลงได้เลยสักนิดเดียว
"เป็นแบบนี้อีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกทีเลย!"
"บัดซบนัก หรือว่ากระดองเต่าของเขาจะไร้เทียมทานจริงๆ? ไม่มีทางทำลายได้เลยรึไง?!"
"ไม่ได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะขลังขนาดนั้น พวกเราที่นี่มียอดอัจฉริยะตั้งเท่าไหร่ มาจากทั่วทุกแห่งในใต้หล้า และวิชาวรยุทธที่ฝึกก็มีหลากหลายรูปแบบ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะพังกระดองเต่าของเขาไม่ได้!"
"บัดซบ ทุกท่านต้องร่วมมือกัน พยายามปรึกษาหารือและร่วมมือกันเพื่อหาทางทำลายกระดองเต่าของเขาให้ได้!"
"ใช่แล้ว ขอเพียงทุกท่านเอาชนะจอมยุทธ์น้อยหวังได้ พวกเราถึงจะได้ขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซุ่ม หากเอาชนะเขาไม่ได้ ทำเนียบมังกรซุ่มสำหรับพวกเราก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำได้แค่ดูแต่แตะต้องไม่ได้!"
"พูดได้ดี พวกเราต้องทำลายกระดองเต่าของจอมยุทธ์น้อยหวังให้ได้ก่อน และเอาชนะเขาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งในทำเนียบมังกรซุ่มมาครอง หลังจากนั้นพวกเราค่อยมาแย่งชิงกันเอง ตอนนี้เราต้องร่วมมือกัน!"
เหล่ายอดอัจฉริยะแต่ละคนต่างถูกกระตุ้นจนแผดร้องออกมา ราวกับนักพนันที่กำลังเสียจนหน้ามืดตามัว พวกเขารวมตัวกันเพื่ออาศัยสติปัญญาของทุกคนร่วมกันหาทางทำลาย "กระดองเต่า" ของหวังหมิง
ภาพที่เห็นทำให้หวังหมิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวอยู่บ้าง
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา วิธีการต่อสู้ที่ยอดอัจฉริยะเหล่านี้คิดค้นขึ้นเพื่อทำลายการป้องกันของเขาโดยเฉพาะนั้นได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทำให้เขาต้องใช้ความพยายามในการป้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า..